No matter what life brings, I just believe that... Everything happens for the best.

Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
20 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 

หนัง 5 เรื่องที่ได้ดูในช่วงเดือนที่ผ่านมา

ตอนที่เปิดห้องนี้เนี่ย กะไว้ว่า จะรีวิวหนังที่ได้ดูมาอย่างละเอียดลออ แต่ไปๆ มาๆ ... ขี้เกียจค่ะ ฮา อีกอย่าง ช่วงนี้ไอซ์ดูหนังโรงน่ะ เรียกว่าหนังในกระแสก็คงจะได้มั้ง มีคนดูเยอะแยะ และมีคนอื่นๆ รีวิวไว้อย่างดีมากๆ เลย โดยเฉพาะคุณ ผมอยู่ข้างหลังคุณ กิกิ

ไหนๆ ก็มีคนรีวิวเจ๋งๆ ค่อนข้างตรงใจเป็นส่วนใหญ่แล้ว เลยไม่รีวิวดีกว่า ฮา ((ขี้เกียจง่ายๆ อย่างนี้เลย)) แต่จะใช้ห้องนี้เป็นที่บันทึกละกันว่า ไปดูหนังเรื่องไหนมาบ้าง ชอบหรือเปล่า ความรู้สึกส่วนตัวที่มีต่อหนังเรื่องนั้นๆ เป็นยังไง ฯลฯ

ก็คงจะมี Spoil บ้างนะคะ ฮา

.....

ช่วงที่ผ่านมาเดือนกว่าๆ ดูหนังไปนิดหน่อยค่ะ ^^


The Wicker Man (2006)



Edward Malus (Nicolas Cage) นายอำเภอผู้ได้รับการขอร้องจากแฟนเก่า ให้ช่วยสืบหาลูกสาวที่หายตัวไป ทำให้เขาต้องเข้าไปในหมู่บ้านที่ปิดตัวจากสังคมภายนอก

ที่นั่น เขาได้พบกับความลับของหมู่บ้าน

....

ฮา...เรื่องนี้หลงไปดูเพราะชื่อ Nicolas Cage แท้ๆ ... ไม่น่าเลยค่ะ เพราะว่า...ไม่สนุกเลยยยย

เพิ่งรู้ทีหลังว่า เรื่องนี้เป็นหนัง re-make น่ะ หนังอืดดดด น่าเบื่อโครตๆๆๆ ดูจบด้วยความทรมาน ถ้าไม่ได้ดูหนังโรงนี่ คงจะปิดทีวีเสียแล้ว

น่าเสียดายความสามารถของนักแสดงค่ะ หนังเรื่องนี้แย่กว่าหนังเกรด B หลายๆ เรื่องซะอีกนะ





Munich (2005)



เป็นหนังที่ base on true story หลังจากเกิดเรื่องในปี 1972 ... ระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกที่มิวนิค ประเทศเยอรมัน นักกีฬาจากประเทศอิสราเอล 11 คนถูกลักพาสังหารโดยกลุ่มก่อการร้าย Palestinian terrorist group ที่ใช้ชื่อว่า Black September

นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล Golda Meir เปิดไฟเขียวให้ปฏิบัติการลับ ในการสังหารผู้ก่อการทั้งหมด

......

Avner (Eric Bana) เป็นผู้ถูกเลือกให้นำการปฏิบัติการครั้งนี้ เนื่องจากเขาเป็นคนที่ไม่มีใครรู้จัก ... จากชายหนุ่มผู้มีจิตใจอ่อนไหว และอ่อนโยน ค่อยๆ ดูดซึมความ numb ในการสังหารคน .. เขาสูญเสียจิตวิญญาณไปอย่างไม่มีวันได้คืน

เป็นหนังเกี่ยวกับการแก้แค้นอันไร้ประโยชน์สิ้นดีค่ะ ถึงแม้ว่า แต่ละคนจะบอกว่า มีเหตุผลของตัวเอง ด้วยความรักชาติ รักดินแดนก็ตามทีเถอะ

ไม่รู้ว่า เรื่องผู้ก่อการร้าย การแย่งชิงดินแดน การแย่งชิงอำนาจเนี่ย เมื่อไหร่จะหมดไปซะทีก็ไม่รู้

ไอซ์ชอบดูหนังที่สร้าง base on true story แบบนี้นะคะ แต่ดูเมื่อไหร่ ก็หดหู่ทุกทีสิน่า

หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีนะคะ สะท้อนอะไรๆ ออกมาได้ชัดเจนทีเดียว และที่สำคัญ ไอซ์ว่าหนังเรื่องนี้มีความเป็นกลางพอสมควรนะ

เรื่องนี้ไม่ได้ดูในโรงหนังค่ะ ดูแผ่นที่บ้าน อารมณ์เลยไม่ค่อยอินเหมือนอยู่ในโรง อืม

แต่สรุปว่า ดูแล้วชอบค่ะ แต่ดูเหมือนว่า หนังยังไม่ค่อยกระชับเท่าไหร่อะนะ





The Banquet (Ye yan) (2006)



หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของเช็คสเปียร์เรื่อง Hamlet น่ะค่ะ

ก็อย่างที่รู้ๆ กันนะคะว่า บทประพันธ์ของลุงวิลนั้น ที่ดังๆ ส่วนใหญ่จะออกแนวโศกนาฎกรรมทั้งนั้น

เรื่องนี้ขอไม่เล่าเรื่องย่อละกันค่ะ เพราะเนื้อเรื่องวนอยู่กับการชิงรักหักสวาทและอำนาจทางการเมือง

ความรู้สึกส่วนตัวที่ดูหนังเรื่องนี้ เหมือนกับเวลาไปเห็นอาหารหรูๆ ที่จัดอย่างงดงาม ... แต่ไม่อร่อย ฮา

ฉากเรื่องนี้สวยมากๆ ค่ะ แต่ละฉากทำให้ตะลึงสุดๆ ตั้งแต่ฉากเปิดที่มีการฆ่ากันในโรงละคร ฉากต่างๆ ในราชวัง ...

แต่...การเดินเรื่องอืดเอื่อยไปไม่น้อยทีเดียวค่ะ ทำให้ดึงอารมณ์คนดูไม่ได้

การแสดงของ Zhang Ziyi ไอซ์ว่า...ธรรมดาอะค่ะ คือ แสดงได้ดี แต่ไม่ powerful พอที่จะดึงคนดูเอาไว้ได้

สรุปว่า ... ดูเอาฉากค่ะ ที่เหลือค่อนข้างผิดหวัง






The Prestige (2006)



Robert Angier (Hugh Jackman) กับ Alfred Borden (Christian Bale) เป็นชายหนุ่มสองคนที่มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักมายากลที่เก่งสุดยอด

ทั้งสองร่วมงานอยู่ในคณะมายากลแห่งหนึ่งเพื่อฝึกฝนฝีมือ เป็นคู่แข่งของกันและกัน ...

แต่จุดหักเหก็คือ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความอยากท้าทายของ Borden ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ... ภรรยาของ Angier ตายไป

การแข่งขันธรรมดาของคนทั้งคู่ กลายเป็นการแก้แค้น ความชิงดีชิงเด่น จนเกิดเป็น "สงคราม" ระหว่างนักมายากลสองคน

.....

ชอบบบบบเรื่องนี้สุดๆ เลยค่ะ บทภาพยนตร์เจ๋งมากๆ ตัดต่อเวลาได้อย่างแนบเนียน เนื้อเรื่องมีพลิกไปพลิกมา ทำให้อยากติดตามไปตลอด

นำเอา "หลัก" ของมายากล 3 ขั้นตอน ... The Pledge, The Turn และ The Prestige มาเล่นกับเนื้อเรื่องได้อย่างแยบยล

หนังเข้าใจ "เล่น" กับคนดู ด้วยการ "แอบเฉลย" ทุกอย่างเอาไว้ในฉากต่างๆ เข้ากับคำที่ย้ำนักย้ำหนาในหนังว่า "Are you watching closely?" จริงๆ ทีเดียว

อิอิ ดูจบอดขำไม่ได้ว่า คน cast เข้าใจเลือกตัวแสดงเนาะ เอา Batman มาเจอกับ Wolverine ฮา ... แต่นักแสดงทั้งสองคนสลัดคราบยอดมนุษย์มาเป็นนักมายากลได้อย่างน่าเชื่อถือค่ะ

สรุปว่า ... ชอบๆๆๆๆ ค่ะ เรื่องนี้จะต้องซื้อแผ่นมาเก็บไว้ดูอีกแน่ๆ





Casino Royale (2006)



เรื่องสุดท้ายของ blog นี้ เพิ่งไปดูมาเมื่อคืนค่ะ ^^ บอนด์ฉบับล่าสุด

จากกระแสต่อต้านต่างๆ นานา ว่า พี่ Daniel Craig ช่างหาความหล่อไม่ได้ ไม่เหมาะกับบท James Bond เลยแม้แต่น้อย กลายเป็นบอนด์ภาคที่หลายๆ คนยอมรับว่า เป็นบอนด์ภาคที่ดีที่สุด

ตอนแรกๆ ที่เห็นผลการคัดเลือกนักแสดง ไอซ์ยอมรับเลยนะคะว่า เหวอไปเหมือนกัน ฮา แต่พอได้เห็นตัวอย่างหนังเท่านั้นแหละ ก็เชื่อมั่นได้เลยว่า บอนด์ภาคนี้จะต้องดีแน่ๆ ตั้งใจรอดูเลยทีเดียว

พอได้ดูมาเมื่อคืนนี้ บอกตรงๆ เลยค่ะว่า "ไม่ผิดหวัง" และออกจะเกินคาดหวังด้วยล่ะ

ตั้งแต่ดูมา ชอบบุคคลิกของ James Bond คนนี้มากที่สุด เพราะรู้สึกว่า "มีความเป็นคน" สูง และ "จับต้องได้" รู้สึกว่า อย่างนี้สิ ค่อยเหมาะกับการเป็น "สายลับ" หน่อย

ไม่หล่อจริงๆ ค่ะ แต่เท่ห์โครตๆ ฮา

พี่เคร็คสร้างบอนด์ออกมาเป็นบอนด์ที่ฉีกแนวไปอีกแบบ ดิบ เถื่อน ฉลาด มีไหวพริบ อบอุ่นและอ่อนไหวในขณะเดียวกัน

ตัวละครอื่นๆ ก็ชอบมาก ตั้งแต่นางเอก Vesper Lynd (Eva Green) เป็นสาวบอนด์ที่สวย มีสมอง และดูเป็นผู้หญิงธรรมดาที่น่าปกป้องเป็นที่สุด

((แอบส่วนตัวนิดหน่อย ... ชอบตอนนางเอกแต่งหน้าอ่อนๆ อย่างตอนฉากที่แต่งหน้าในห้องน้ำมากกว่าตอนแต่งหน้าขอบตาดำปี๋ๆ ซะอีกนะคะ Eva ดูสวยใสๆ มากๆ เลย ชอบจัง))

ตัวร้าย Le Chiffre (Mads Mikkelsen) ไม่ได้เป็นตัวร้ายที่โครตร้ายอย่างทุกตอน แต่เป็นตัวร้ายที่ธรรมดา และมีตัวตนอยู่ในโลกกลมๆ ใบนี้

ฉากแอ็คชั่นก็บู๊ล้างผลาญดี ทำให้บอนด์ดูเป็นคนที่มีความสามารถในการต่อสู้จริงๆ ไม่ใช่แต่จะคอยพึ่ง gadget ต่างๆ เพียงอย่างเดียว

ที่ชอบมากที่สุด คือ dialogues ต่างๆ ในหนังเรื่องนี้ ช่าง witty น่าติดตามจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่บอนด์ประชันกับนางเอกหรือผู้ร้าย ... เริ่ดสุดๆ ชอบมากกกกกก

ต่อไปนี้ไอซ์ก๊อปมาจาก imdb นะคะ ชอบเจรงๆ

..

Steven Obanno: Do you believe in God, Mr. Le Chiffre?
Le Chiffre: No, I believe in a reasonable rate of return.

..

M: This may be too much for a blunt instrument to understand. Any thug can kill. I want you to take your ego out of the equation.
James Bond: So you want me to be half-monk, half-hitman.
M: I knew it was too early to promote you.
James Bond: What I understand, double-ohs have a very short life expectancy.

..

Vesper Lynd: Am I going to have a problem with you, Bond?
James Bond: No, dont worry. You're not my type.
Vesper Lynd: Smart?
James Bond: Single.

..

Bartender: Shaken or stirred?
James Bond: Does it look like I give a damn? <-- กร๊ากมากๆ ฮา

..

และอันสุดท้าย ... ทำเอาละลายไปตรงนั้นเลย โอ้ววววว

Vesper Lynd: You're not going to let me in there. You've got your armour back on.
James Bond: I have no armour left. You've stripped it from me. Whatever is left of me - whatever I am - I'm yours.

อา...สรุปว่า ... ชอบๆๆ ค่ะ ใครที่กะว่าจะไม่ไปดูเพราะบอนด์ภาคนี้ไม่หล่อล่ะก็ น่าเสียดายน้าาาา หนังสนุกมากค่ะ ^^





หมดแล้วค่า ... ช่วงที่ผ่านมาดูหนังแค่นี้แหละ เรื่องต่อไปจะดูเรื่องอะไรดีน้า ^^





 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2549
12 comments
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2549 9:28:54 น.
Counter : 1917 Pageviews.

 

พี่ก็ชอบสองเรื่องหลังมากๆ เลยอ่ะไอซ์
The Prestige นี่ต้องซื้อแผ่นไว้เก็บไว้ดู

และที่ผิดคาดคือเจมส์ บอนด์
ชอบบอนด์ภาคนี้จริง ๆ พี่เคร็กแกลบภาพบอนด์เจ้าสำอางไปได้ จริงๆ ด้วย
มีฉากขำๆ หลายฉากเชียว
คือภาคนี้นี่มันมีทั้ง บู๊ โรแมนติค และฉากลุ้นเงียบๆ อย่างในคาสิโน หลายรสชาติดี ผู้กำกับ ฯ แกคงตั้งใจให้พี่เคร็กแกซื้อใจคนดูให้ได้ ( และก็ได้จริงๆ ด้วย )

แต่ตอนที่บอนด์พูดจีบนางเอก นี่พี่แอบเลี่ยนนิดนึง
แต่ก็โอเคนะ

ถ้าชอบ เอวา กรีน แนะนำให้เอา
The Dreamers หนังของ Bernardo Bertolucci
มาดู พี่ชอบน้องเอวา จากเรื่องนี้มากกว่าอีก

 

โดย: grappa 20 พฤศจิกายน 2549 9:46:11 น.  

 

ดู The Prestige แล้วเหมือนกันค่ะ

กำลังจะรีวิวลงเชียว (ถ้าไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้แหละค่ะ แหะๆ)

ส่วนบอนด์ เดี๋ยวรอคนใกล้ตัวกลับมาจากต่างจังหวัดคงได้ไปดูค่ะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 20 พฤศจิกายน 2549 11:04:09 น.  

 

อ่า..สงสัยเราจะเขียนไม่เคลียร์ค่ะ

เลยมาบอกอีกรอบ รบกวนช่วยไปตอบใหม่นะคะ


คือ ๑. เราสงสัยว่าทำไมเบอร์เดนเล่นกลธรรมดาๆ อยู่ได้ตั้งนาน ทำไมไม่เล่นกลตัวนี้ตั้งแต่แรกเลยหละ จะได้ดังไปเลย (หรือรอจนกระทั่งได้เวทีใหญ่ๆ ก่อน?)

๒.เราสงสัยว่า สาเหตุที่กำหนดให้แค่ร้อยรอบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมันมีผลกับร่างกายเค้าด้วยหรือเปล่าน่ะค่ะ (ส่วนเรื่องบีบเบอร์เดนนั่นเข้าใจแล้วค่ะ แหะๆ) เพราะเราเห็นเค้าแก่มากๆ เลยน่ะ


เลยปรับคำถามใหม่นิดหนึ่งค่ะ คิดว่าอาจถามกำกวมไป

แล้วก็ถามข้อสี่เพิ่มด้วยนะคะคุณไอซ์ ไม่แน่ใจว่าคุณไอซ์พอจะทราบหรือเปล่า ส่วนเรานี่..อยากรู้มากๆ เลยค่ะ แต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหนดี

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 20 พฤศจิกายน 2549 14:11:14 น.  

 

มาขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 20 พฤศจิกายน 2549 16:27:25 น.  

 

เพิ่งดูเรื่อง Sad Movie (แผ่น) ที่เป็นหนังเกาหลีค่ะ
ตอนนี้รอดู The King and the clown ด้วยใจระทึก แผ่นออร์เดอร์เพื่อนยังไม่มาเลยค่ะ

 

โดย: แพนด้ามหาภัย 20 พฤศจิกายน 2549 21:23:39 น.  

 

อิอิ ตามมากรี๊ด New Bond ค่ะ ท่านประมุขเคี๋ยไอ๋

ถึงหนูไม่ได้ปรามาสว่า Bond คนนี้ไม่ถูกใจหรืออย่างไรก็ตาม เพราะเห็นในใบปิดหนังผ่าน ยังไงก็ต้องมาดูอยู่แล้ว

นอกจากความมันในฉากบู๊ ดูเดือด
หนูขอแอบอิจฉาความรักของคุณบอนด์ด้วยนะคะ

คุณเครกใช้สายตาได้เยี่ยมมากๆ หนูละลายเลย พี่ไอซ์

 

โดย: YUI_MUNMOO 20 พฤศจิกายน 2549 21:26:30 น.  

 

สองเรื่องหลังนี้รอดูอยู่เลยค่ะ ทางนี้หนังเข้าช้ากว่าบ้านเราเยอะ เลยต้องใจเย็นๆ

 

โดย: JewNid 21 พฤศจิกายน 2549 1:11:50 น.  

 

ชอบ Munich กับ Casino Royale ค่ะ ภาคนี้เจมส์บอนด์ เท่ห์ + เซอร์จริง ๆ

เราชอบนางเอกตอนฉากเดียวกับคุณไอซ์เลยค่ะ เพิ่งคุยกับเพื่อนวันนี้เองว่า ตอนใส่ชุดขาวในห้องน้ำดูสวยมาก

Banquet ดูแล้วก็เฉย ๆ ส่วน Prestige อยากดูมาก แต่พลาดไปต้องรอแผ่น

 

โดย: unwell 21 พฤศจิกายน 2549 13:47:16 น.  

 

The Banquet นี่ ถ้าไม่ฉาก กับเจ๊จาง จะไม่มีอะไรเลยจริงๆ นะเนี่ย... = ='

ส่วน Casino Royale ขอให้คะแนน แปดเต็มสิบ (ขอกั๊กไว้สองคะแนน) โดยส่วนตัวชอบนางเอกค่ะ แสดงได้ดี (และชอบฉากเดียวกับหลายๆ คนที่ชอบน้องนางตอนหน้าใสๆ มากกว่า ตอนตาดำปี๋เป็นหมีแพนด้า ฮ่าๆๆ) ดูเป็นสาวบอนด์ที่ไม่ถึก และไม่นิ่มจนเกินไป และทีสำคัญฝีปากจัดจ้านจนพี่บอนด์ของเราอึ้งไปหลายรอบเหมือนกัน

 

โดย: waidhaya 21 พฤศจิกายน 2549 23:11:45 น.  

 

...คอเดียวกันเลยพี่แป๊ด ฮี่ๆๆๆ

ฮา ไอซ์ก็ชอบพี่เคร็กค่ะ เป็นคนที่ดูดีขณะเคลื่อนไหวจริงๆ นะ วันนี้เข้าไปดูกระทู้ในเฉลิมไทย เป็นภาพนิ่ง ไม่หล่อและไร้เสน่ห์เหมือนเดิม กร๊ากกก

บอนด์ภาคนี้ดู "เป็นคน" ดีอะค่ะ ชอบ ฮา

อยากดูเรื่อง The Dreamers มากๆ เลยค่ะ ไม่รู้จะไปหาซื้อที่ไหนอะเนี่ย

...อิอิ เข้าไปตอบด้วยความยินดีเลยค่าคุณสาวไกด์ ((แต่ส่วนใหญ่จะตอบมั่วแฮะ แหะๆๆๆ)) ยกเว้นเรื่อง Abracadabra ค่ะ มั่นใจ ฮา

...Sad Movie พี่ก็มีแผ่นล่ะแพนด้า ยังไม่ได้ดูซักที เรื่อง The King and the clown ก็น่าสนใจแฮะ งืมๆๆ

...กร๊ากกกก หนุ่มตาสีฟ้าใสสวยใช่มั้ยล่ะเจ้ายุ้ย พี่ชอบตาสีนี้จัง มันได้ทั้งอารมณ์เหี้ยม และอารมณ์อ่อนโยนนะ

...ฮา ที่ยุโรปหนังฮอลลีวู้ดเข้าช้าจริงๆ อะพี่นิด ตอนไอซ์อยู่อังกฤษก็ต้องระวังอ่านเจอสปอยล์ ไม่รู้ว่าทำไมถึงช้าเนอะ

...โหยยย เชียร์เรื่อง Prestige มั่กๆ ค่ะคุณ unwell บทดีอะ ชอบๆๆ

เรื่อง Munich ไอซ์ว่าบางฉาก พี่เคร็กกลบเอริค บาน่า ซะมิดเลยเหมือนกันนะคะ แสดงเก่งจริงๆ ฮี่ๆๆๆ

...ฮา เรื่อง The Banquet พี่ชอบฉากอย่างเดียวเลยนะ พีว่าจางจื้ออี่ เล่นงั้นๆ อะ ((แฟนๆ อย่ามากระทืบนะ แหะๆๆ)) คือ เล่นดี แต่ไม่ดึงดูดพอ มือยังไม่ถึงอะ

ฮา เรื่อง Casino Royale พี่ก็ให้ 8/10 เหมือนกัน ปกติพี่ให้คะแนนยากอยู่แล้วด้วยอะ นี่ขนาดชอบนะ กร๊ากกก แต่คิดว่ายังจะทำได้ดีกว่านี้อะ บางช่วงไม่ค่อยกระชับเท่าไหร่

นางเอกตอนหน้าใสสวยยยเนอะ ไปลิงค์รูปมาจากในห้องเฉลิมไทยล่ะ ฮา

 

โดย: Clear Ice 22 พฤศจิกายน 2549 8:29:23 น.  

 

ชอบบอนด์ภาคนี้เหมือนกันค่ะพีไอซ์ มันดูเป็น "คน" มากกว่าภาคอื่นๆ และอย่างว่า แดเนียล เคร็ค ไม่หล่อ แต่เท่มั่กๆ มาดดีสุดๆ ตาสีฟ้างี้ อื้อหือ...ฟ้าดุจจุดเยือกแข็ง ใจอังละลายเลยค่า

คิดเหมือนกันอีกแล้ว ว่าอีวา นางเอกเนี่ย แต่งหน้าอ่อนๆ งามกว่าแต่งตาสโม้คกี้อายตั้งแยะ ไม่น่ามัวแต่ทำตาดำๆ เล้ย เสียหน้างามๆ หมด

 

โดย: พิมลพัทธ์ 23 พฤศจิกายน 2549 9:38:08 น.  

 

ช่ายยยยเลยอัง พี่ชอบผู้ชายตาสีนี้อะ ((แม่พี่เรียกซะว่า ตาน้ำข้าว ฮา)) รู้สึกว่าเป็นสีตาที่ได้หลายอารมณ์ดี กริกริ เด๋วต้องจัดให้พระเอกเรื่องหน้าตาสีนี้ซะแระ กร๊ากกกก

ไปอ่านทู้ไหนไม่รู้ บอกว่าน้องอีวา เธอชอบแต่งแบบกอธิคง่ะ แง่ว

 

โดย: Clear Ice 26 พฤศจิกายน 2549 7:47:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Clear Ice
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายยิ่งกว่าพายุ ^^





บอกกล่าวกันก่อน

Blog นี้มีอะไร อัพเดทใหม่ๆ คลิกที่ Blog map & Update ค่ะ

ตอนนี้นิยายที่เขียนค้างอยู่ถูกล็อกไว้ชั่วคราว เพราะอยากจัดระเบียบความคิดของตัวเองนิดนึงก่อนค่ะ ขออภัยสำหรับความไม่สะดวกด้วยนะคะ

ขอร้องคนที่มาอ่านงานเขียนของไอซ์ในบล็อกนะคะว่า กรุณาอย่าก็อปปี้ไปเผยแพร่ที่อื่นเลย ไม่ว่าจะให้เครดิตหรือไม่ เพราะบอกตรงนี้เลยค่ะว่า "ไม่อนุญาตทุกกรณี" ขอให้อ่านกันเพียงแต่ในนี้ หรือถ้าอยากแบ่งปันกันจริงๆ ขอให้ทำ link มาที่นี่นะคะ ^^

ตอนนี้ไอซ์เล่น Blog น้อยลงมากๆ เลย เพราะจะไปอยู่ใน Facebook มากกว่า ยังไงแอ๊ดไปคุยกันได้ ที่นี่ นะคะ เป็น Facebook ส่วนตัวของไอซ์ รับแอ๊ดทุกคนค่ะ แต่ว่าไอซ์ใช้คุยเรื่องทั่วๆ ไปด้วย ไอซ์อัพค่อนข้างบ่อย อัพทุกเรื่องเลย อาจจะรกนิดนึง ถ้าจะติดตามเรื่องงานเขียนหรืองานแปล ((ไม่ได้แปลนานแล้วนะคะ ฮา)) ก็สามารถเข้าไปกด like กันที่เพจได้ ที่นี่ นะคะ ^^




ผลงานล่าสุด

กล่องนี้จะเป็นกล่องที่แนะนำผลงานล่าสุดของไอซ์นะคะ ^^

ปี 55 นี้ เปิดศักราชใหม่อย่างอลังการด้วยผลงานใหม่ซึ่งออกพร้อมกัน 2 เรื่องเลยค่ะ ^^ ((ภูมิใจเล็กๆ เพราะหนาด้วยอะ 555)) เป็นหนังสือสองเล่มที่นางเอกของทั้งสองเรื่องมีหน้าตาเหมือนกัน เนื้อเรื่องมีจุดเชื่อมกันเล็กน้อย อ่านเล่มไหนก่อนก็ได้ เพราะเรื่องเกิดขนานกันไปค่ะ หรือถ้าจะอ่านแค่เล่มเดียวก็ได้เหมือนกันค่ะ รับรองว่าไม่สะดุด แต่ถ้าได้อ่านสองเล่มจะรู้ว่า อีกฝ่ายหนึ่งเกิดอะไรขึ้น ^^

ระบำรัก



เรื่องนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นในปารีส-ฝรั่งเศส และทาลลินน์-เอสโตเนียค่ะ พระเอกเป็นจิตรกรและเป็นโจรขโมยงานศิลปะ คราวนี้ภาพวาดที่เขารับงานแทนเพื่อนว่าจะขโมยออกมานั้น ถูกขโมยตัดหน้าเสียก่อน พอกลับมาก็พบว่าเพื่อนตัวดีหายตัวไปอีก แน่นอนว่าตำรวจเพ่งเล็งมาที่เขา ส่วนนางเอกเป็นผู้ครอบครองภาพวาดที่เขาคิดว่าจะสามารถทำให้เขาสืบหาตัวการที่ทำให้เขาลำบากได้ ถ้าชอบพล็อตเก๋ๆ ชิงไหวชิงพริบ รับรองว่าเรื่องนี้ถูกใจแน่ค่ะ ^^

เล่มบนอาจจะไม่หวานมาก แต่เล่มล่างนี่ หวานจนบ.ก.สั่งตัดเลยทีเดียว แอ๊ >_<

ระบำฝัน



เรื่องนี้นางเอกเป็นเด็กถูกเก็บมาเลี้ยงค่ะ เธอไม่มีความทรงจำในวัยเด็กเหลืออยู่เลย ทั้งๆ ที่ชีวิตก็ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ เพราะพ่อแม่และน้องเลี้ยงรักเธอ แฟนหนุ่มก็รักเธอ แต่ความฝันซึ่งเป็นเศษเสี้ยวจากอดีตตามหลอกหลอนจนเธอไม่อาจอยู่เฉยได้ เธอดิ้นรนหาความจริง โดยที่ไม่รู้เลยความจริงอาจทำให้เธอสูญเสียทุกอย่างไป ฉากเรื่องนี้อยู่ที่ปารีส-ฝรั่งเศสและประเทศไทยค่ะ



ฝากหนังสือ "ระบำรัก" และ "ระบำฝัน" ด้วยนะคะ เป็นสองเล่มที่ไอซ์มั่นใจว่า ถ้าได้อ่านจะชอบแน่นอน บอกไว้ก่อนว่า ถึงจะมีฉากตปท.แต่ก็ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยวนะคะ ดังนั้นจะเน้นที่พล็อตมากกว่ามากๆ ใครที่ชอบงานของไอซ์อยู่แล้ว รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง ส่วนคนที่ไม่เคยอ่าน หรือไม่เคยชอบงานของไอซ์มาก่อน อยากให้ลองหยิบมาอ่านดูค่ะ ยินดีรับคำแนะนำ ติชม เสมอนะคะ ^^

ส่วนผลงานก่อนหน้านี้ ก็มีงานแนว Romantic Suspense เล่มแรก เป็นแนวใหม่ของแจ่มใสค่ะ

Deadly Game...เกมรักมรณะ



เกิดการฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น และคนที่ตายก็ล้วนเกี่ยวข้องกับนางเอก ฆาตกรเป็นใครกันแน่ ... เป็นเล่มแรกที่เขียนแนวนี้ ฝากด้วยนะคะ อยากได้ feedback มากๆ ค่ะ ^^

ส่วนผลงานเล่มก่อนหน้าที่ออกวางแผงเดือน ส.ค. 54 ฉลองที่แจ่มใสครบ 10 ปี เป็นหนึ่งในโปรเจ็ค Sweet 10 ค่ะ

คนที่สิบ...รักที่สุด



ในโปรเจ็คนี้จะมีทั้งหมด 4 เล่มด้วยกัน เป็นเรื่องของเพื่อนสาว 4 คนที่เกี่ยวพันกับเลข 10 แต่ละเล่มอ่านแยกกันได้ค่ะ เล่มของไอซ์...นางเอกมีแฟนมาแล้วเก้าคน ก็ไม่ใช่ตัวจริงซักที คนที่สิบนี่...จะใช่ไหมนะ ^^

ฝากผลงานด้วยนะคะ ^^

29/1/2012



ฝากผลงานทั้งหมดด้วยนะคะ ^^

ผลงานเขียนเดี่ยวๆ



ผลงานแปล



ผลงานร่วมกับนักเขียนท่านอื่น





Visitor Map


Friends' blogs
[Add Clear Ice's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.