In the last analysis, our only freedom is the freedom to discipline ourselves. - Bernard Baruch
Group Blog
 
All Blogs
 
บันไดกี่ขั้นสู่ความมั่งคั่งทางการเงิน – ขั้นที่1.5 ทุกคนมีกรรมเป็นของตนเอง(1)

บันไดกี่ขั้นสู่ความมั่งคั่งทางการเงิน – ขั้นที่1.5 ทุกคนมีกรรมเป็นของตนเอง

พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่าใครทำกรรมใดไว้ย่อมได้รับผลของกรรมนั้นแน่นอนหลีกเลี่ยงไม่ได้
กัมมัสสะโกมหิ (เรามีกรรมเป็นของๆตน)
กัมมะทายาโท (เราจะต้องรับผลของกรรมนั้น)
กัมมะโยนิ (เรามีกรรมนำเกิด)
กัมมะพันธุ (เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์พวกพ้อง)
กัมมะปะฏิสะระโน (เรามีกรรมเป็นที่พึ่งที่อาศัย)
ยัง กัมมัง กะริสสามิ (เราทำกรรมอันใดไว้)
กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา (เป็นบุญหรือเป็นบาป)
ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามิ (เราจะต้องรับผลของกรรมนั้น)
อภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง (พึงพิจารณาเห็นเนืองๆดังนี้)
ไปทำพิธีตัดกรรมก็เป็นการลบล้างคำสอนของพระพุทธเจ้า

หลายคนอ่านแล้วอาจจะงง เอนี่เรามาถูกห้องหรือเปล่าหวา ขอบฟ้ามันเอาอะไรมาให้อ่านเนี่ย ไหนย้อนกลับไปดูหน่อยว่านี่มันห้องศาสนาหรือเปล่าหนอ จริงๆท่านเข้าถูกห้องแล้วครับ เย้ แต่ที่เอาคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านมาลงไว้ เนื่องมาจากกระทู้แรกก็มีทั้งคนตอบและหลังไมค์เข้ามา ประกอบกับเข้าไปอ่านหลายๆกระทู้ในห้องสีลมและสาธร เอ้ยสินธรแล้วเนี่ย ผมเลยรู้สึกว่าน่าจะเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา เพื่อหลายๆคนที่อ่านกระทู้บางประเภทแล้วพาลทำให้เสียกำลังใจ หมดกำลังใจ ที่จะตั้งหน้าตั้งตาต่อสู้ต่อไป

กระทู้เหล่านี้ทั้งหลายก็เป็นกระทู้ประเภท เงินเดือนเท่าไหร่หรอ เก็บเงินล้านแรกได้ตอนอายุเท่าไหร่ ผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นยังไงบ้าง เงินเก็บเท่าไหร่ มีพอร์ทเท่าไหร่ บลาๆๆ เชื่อมั้ยว่ากระทู้เหล่านี้บางคนอ่านก็ได้กำลังใจโขว่าสักวันหนึ่งเราก็ต้องเป็นอย่างนั้นบ้าง แต่หลายคนอ่านแล้วพาลหมดกำลังใจเอาดื้อๆ เราเองก็ทำงานหนัก เหนื่อยทำไมทำไม่ได้อย่างเค้าบ้างว้า บ้างก็รำคาญไปเลยก็มี เงินแก พอร์ทแกเอามาบอกฉันก็ไม่ได้รวยไม่ได้จนไปด้วย บ้างก็อิจฉาตาร้อนผ่าว อยากได้แบบเขามั่ง แต่ก็ไม่พร้อมจะอุทิศแรงกาย แรงใจแบบคนที่เขามี(อันนี้เค้าเรียกโลภ)

แต่เท่าที่เจอผลลัพธ์ของกระทู้เหล่านี้ หรือการได้พบเจอกับบุคคลเหล่านี้มักจะออกมาในแง่ร้ายมากกว่าดี อันนี้คงต้องยกเครดิตให้กับความเป็นมนุษย์ของเรา เพราะคนส่วนใหญ่มักจะมองโลกในแง่ร้ายๆไว้ก่อน หรืออยากได้ อยากมี อยากเป็นแบบเขาไว้ก่อน(ถ้าใครไม่มีเลยก็อริยชนแล้วครับ ไม่ใช่ปุถุชน) ถึงที่สุดก็อาจจะเสียกำลังใจ ไม่อยากทำในสิ่งที่เคยได้ทำ หรือเลิกทำไปเลยดื้อๆก็มี บ้างก็แสวงหาหนทางที่คิดว่าจะทำห้ตัวเองเป็นแบบนั้นบ้าง พวกที่เคยลงทุนดีๆก็พากันไปเก็งกำไร(ที่เคยเสียมันไม่เร็วเท่า ไม่มันส์เท่า) ที่เคยทำงานดีๆก็ลาออกมาทำธุรกิจทั้งๆที่ตัวเองไม่มีความพร้อม บ้างก็หลงระเริงไปกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่(สองอาทิตย์ที่ผ่านมามีคนโทรมาหาผมเกี่ยวกับ “ธุรกิจใหม่” สี่รายเข้าไปแล้ว เท่าที่ผมวิเคราะห์ อีกไม่นานผมจะได้ซับน้ำตาเขาเหล่านั้นอีกคนละรอบ)

กระทู้นี้จึงเกิดขึ้น เพื่อเล่าเบื้องหลังเบื้องลึกของบุคคลที่ประสบความสำเร็จตามเว็บบอร์ด ตามงานสัมมนา ว่าแท้ที่จริงแล้วมี “ความจริง” อะไรบ้างที่ยังไม่ถูกตีแผ่ ผมจะเล่าทั้งแง่ที่ไม่ดีว่าอย่าไปเสียกำลังใจกับคนเหล่านั้น และจงศึกษาไว้เป็นแบบอย่างจากคนที่ประสบความสำเร็จจริงๆ ข้อเขียนทั้งหมดนับตั้งแต่ความเห็นแรกเป็นต้นไป ผมจะเขียนเองเออเองดังนั้นใครจะมาปรักปรำว่าเอาเรื่องเค้ามาเล่าผมไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น(ฮา)

สุดท้าย อย่าท้อถอยเพียงเพราะคนอื่นทำได้ดีกว่าเรา อย่ายอมแพ้เพียงเพราะคำบอกเล่าที่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ เราทุกคนมีกรรมเป็นของๆตน หากเราจะเกิดมาไม่รวยเท่า ไม่หน้าตาดีเหมือน ไม่มีโอกาสเช่น แต่ทุกอย่างเราสร้างมันขึ้นมาได้ครับ คนที่มี90เค้าทำแค่10ก็100แล้ว แต่ถ้าเรามีแค่5เราก็ต้องทำ95มันถึงจะถึง100เหมือนคนที่เขามีมาก่อน แต่นั่นไม่ใช่ข้อแม้ที่จะยอมแพ้ ลองคิดว่าถ้าเรามีล้านแรกจากการที่ไม่มีอะไรเลย กับคนที่ทำ1ล้านจากฐาน100ล้าน อะไรมันน่าภาคภูมิใจกว่ากันครับ คิดในแง่ดีๆบ้าง “คนรวยไม่มีโอกาสที่จะเริ่มต้นจากศูนย์แบบเราๆท่านๆนะครับ”

เรื่องแรก เจ๊อยากเล่า

เกริ่นกล่าว – สมัยเริ่มเรียนรู้การลงทุนทางเทคนิคใหม่ๆ ผมได้มีโอกาสไปช่วยงานชมรมอยู่เสมอๆ และนั่นทำให้ผมได้พบกับบุคคลหลากหลาย และครั้งหนึ่งผมได้พบอาเจ้รุ่นป้า พยายามจะบอกว่าแกเก่งครับ ดังรายละเอียด

เนื้อเรื่อง – คุณป้าพยายามจะบอกกับทุกคนในโต๊ะว่าเรียนทำไมเทคนิค ไม่เห็นจะต้องใช้เลย อย่างชั้นเนี่ยนะไม่ต้องเรียนก็ทำกำไรได้แล้ว เนี่ยคราวก่อนนะ(ไม่บอกนะว่าคราวไหน เมื่อวาน? เมื่อเดือนที่แล้ว? หรือครั้งเดียวในชีวิต?) ซื้อหุ้นABCนะ กำไรมาล้านนึง สองสามวันเอง ล้านนึงแล้วเนี่ย เห็นมั้ยตอนนั้นก็ไม่ได้เรียนเทคนิคเลย ยังทำได้เลย นี่วันก่อน(อีกละ ไม่ระบุให้หน้อย เลยไม่รู้ว่าวันก่อนนี่มันกี่ปีมาแล้ว)ก็ทำกำไรไปสองล้าน เงินมันได้มาง่ายๆเลยเนี่ย ส่วนคนรู้จักนะเค้าใช้เทคนิคก็เห็นบ่นขาดทุนๆ ถ้าเล่นเทคนิคแล้วรวยนะมาร์มันรวยไปแล้ว เพราะต้องดูเทคนิคเป็น(แค่รู้จักอินดิเคเตอร์ไม่ได้แปลว่าดูเทคนิคเป็นนะป้า)

ผล – ทุกคนบนโต๊ะคลอยตามป้ามาก เทคนิคเรียนไปทำไม ป้าคนนี้ไม่ได้เรียนยังเก่งเลย ดูสิแป๊บๆทำกำไรเป็นล้านๆไปแล้ว แล้วป้าก็กลายเป็นศูนย์กลางของการสนทนาไปโดยปริยาย โดยที่ผมเองก็นั่งเงียบๆปล่อยป้าแกภูมิใจของแกไป น้ำมันเชี่ยวอย่าไปขวางเรือ

เบื้องหลัง – พอทุกคนลุกไปหมด เหลือแต่ผมกับพี่ที่สนิทกันยังชื่นชมแกไม่ขาดปาก ผมก็เลยเอ่ยด้วยคำถามว่า
ขอบฟ้า - พี่โน้ต(แน่นอนนามสมมติ)พี่ว่าป้าเค้าเก่งมากเลยหรอ
พี่โน้ต – อืมพี่ว่าเก่งนะ ดูสิแกได้กำไรมาเยอะเลยนะเนี่ย ใช้เวลาแป๊บๆเองด้วย แกจะมาเรียนทำไมนะในเมื่อทำกำไรได้มากขนาดนี้
ขอบฟ้า – อืม แล้วพี่จำตอนที่แกเล่าตอนที่แกขาดทุนได้ป่ะ ที่ว่าขาดทุนหุ้นละบาทน่ะ
พี่โน้ต – จำได้ดิ แกก็เก่งนะคัทลอสไปบาทนึง นิดเดียวเอง
ขอบฟ้า – พี่จำได้มั้ยว่าเค้าบอกว่าเค้ามีกี่หุ้น
พี่โน้ต – จำไม่ได้อ่ะ ตอนนั้นน่าจะกำลังฟังคนอื่นอยู่ ทำไมหรอ
ขอบฟ้า – แกบอกว่าแกถือหุ้นนั้นอยู่ 20ล้านหุ้น พี่ พี่ลองคำนวณหน่อยสิว่า20ล้านหุ้น ขาดทุนหุ้นละบาทแกขาดทุนไปเท่าไหร่
พี่โน้ต – 0_o! เฮ้ย20ล้านแน่ะ
ขอบฟ้า – ที่ป้าเล่าเรื่องขาดทุนครั้งเดียวแล้วม่เล่าอีกเลย ถ้าไม่สนใจก็คงคิดว่ามันน้อยๆนะ แต่พี่ลองเอาหุ้นทุกตัวที่ป้าเล่าว่ามีกำไรมารวมกันสิ ว่ากำไรเค้าถึง20ล้านรึเปล่า
พี่โน้ต – 0_o! เออว่ะรวมๆที่เล่ามาทุกตัว(ตัวละหลายๆรอบ) ยังได้มาสิบกว่าล้านเอง ขาดทุนเยอะนะเนี่ย
ขอบฟ้า – ใช่พี่ แล้วปกติมนุษย์จะเล่าแต่ด้านดีเสมอ พี่คิดดูละกันว่าด้านขาดทุนเล่ามาเรื่องเดียว20ล้าน แล้วไอ้ที่ไม่เล่าจะอีกเท่าไหร่

สรุป – เวลามีคนเล่าผ่านบอร์ดหุ้น หรือเวลาไปงานสัมมนาจะมีคนพวกนี้เสมอครับ ว่าเก่งอย่างนุ้นอย่างนี้ เรื่องกำไรล่ะพูดเต็มปากเต็มคำ แต่พอเรื่องขาดทุนละไม่เล่า บ้างก็อ้อมๆแอ้มๆ พอคนฟังก็คิดว่าเก่งอยากทำตาม(ทางสวรรค์มีไม่เดิน) ดังนั้นคิดเป็นอุทาหรณ์เลยนะครับ อย่าไปใส่ใจหรือหมดกำลังใจเพราะคนพวกนี้ เพราะส่วนใหญ่ฝอยทั้งนั้นครับ ถ้าคนจริงเค้ายอมรับทั้งกำไรและขาดทุน ตอนผมพบหนึ่งในไอดอลด้านการลงทุนของผม คุณ ณสุ จันทร์สม เค้าบอกออกไมค์เลยครับ ว่าปีที่ผ่านมาเค้าขาดทุนนะ เท่านั้นเท่านี้แน่ะ คนอื่นอาจจะฟังแล้วไม่ชอบ แต่ผมคิดว่านี่แหละ ”คนจริง”

เรื่องที่สาม ชั้นนี่แหละวีไอ

เกริ่นกล่าว – หลังจากที่ทั่นดร.จุดกระแสการลงทุนแนวใหม่(ในตอนนั้น) จากหนังสือ”ตีแตก”(หนังสือดีที่ควรอ่าน) ก็มีหลายคนที่พกยี่ห้อ “วีไอ” ไว้ติดตัว แต่หลายคนที่เข้ามา”โพนทะนาตัวเอง” ว่าเป็นวีไอ ได้กำไรจากวีไอนั้น บางครั้งก็อย่าไปอิจฉาเค้าเลยครับ

เนื้อเรื่อง – ผมมีคนรู้จัก(แน่นอนผมบอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าทุกเรื่องผมคิดเองเออเอง ดังนั้นที่ว่าผมรู้จักนี่ก็คิดไปเองแต่งเองนะ) หลายคนที่เข้าไปอ่านไทยวีไอ(เว็บดีของไทย ที่ไม่อยากให้กลายพันธ์) ได้หุ้นจากไทยวีไอ และซื้อหุ้นตามไทยวีไอ

ผล – กำไรบานเลยสิครับพี่น้อง แหม่หุ้นดีพิมพ์นิยมทั้งนั้นเลยนี่นา แถมมาอวดตามบอร์ด เวลานัดสังสรรค์ได้โก้ๆด้วยว่า ข้านี่วีไอนะว้อย ซื้อหุ้นคุณฆ่าทั้งนั้น

เบื้องหลัง – วิธีการก็ง่ายมาก เข้าไปในร้อยคนร้อยหุ้น แล้วดูว่าขาประจำเค้าเข้าตัวไหนกัน ก็ซื้อตาม ดูอย่างเดียวราคาเป้าหมายที่ให้กันในเว็บ (อันนี้ผมขอหน่อยนะ เมื่อก่อนไม่ค่อยเป็น เดี๋ยวนี้เห็นบ่อยมาก ผมว่าราคาจะไปเท่านั้นเท่านี้ ไม่ค่อยเหมือนสมัยก่อนที่ไม่ค่อยมีใครพูดกัน) พอหุ้นขึ้นก้ตัวข้านี้ซื้อหุ้นได้แม่นยำนัก แบบนี้ รวย รวย รวย

อนิจจาหุ้นมันไม่ได้มีวันขึ้นอย่างเดียว ในเว็บก็ไม่ใช่เว็บไซต์ราชการที่ใครจะซื้อจะขายต้องมานั่งรายงาน พอพื้นฐานเปลี่ยน ตลาดเปลี่ยน(หุ้นขึ้นเกินเป้าหมาย) เซียนออก แต่เซียนล่องจุ๊นน่ะเต็มพอร์ท ทุกคราวที่หุ้นตก หรือปรับตัวเราจะเห็นเซียนล่องจุ๊นสาขาไทยวีไอออกกาการ เซียนกลุ่มนี้จะมีกำไรหลักๆคือกำไรทางบัญชี ไม่ใช่กำไรตัวเงิน เพราะพอถึงเวลาขาย ไม่รู้ อมจนหน้าเขียวหน้าแดง
สรุป – ถ้ายังต้องอาศัยอ่านเอาแล้วซื้อตามโดยไม่ผ่านการคิดเองเลย ตราบนั้นคุณก็ยังเป็นเพียง นักเก็งกำไรเท่านั้นครับ โปรดระลึกไว้เสมอว่า ”หุ้นคุณค่าไม่มี มีแต่นักลงทุนคุณค่า”

ดังนั้นผมอดสงสัยไม่ได้ทุกทีเวลาที่มีคนมาถามหาหุ้นคุณค่าตามบอร์ด หรือมาถามผมส่วนตัว ผมให้ไม่ได้หรอกก็มันไม่มีนี่หว่า

เรื่องที่สอง กำไรแบบนี้อยู่ได้สบายๆ

เกริ่นกล่าว – เวลาที่มีใครมาเล่าให้เราฟังว่าเดือนนี้กำไรเท่านั้น รอบนั้นกำไรเท่านี้เป็นยังไงบ้างครับ โอ้โฮเราไม่เคยทำได้แบบนั้นเลยนะนั่น โอ้โฮ กำไรเท่านี้ไม่ต้องทำอะไรเลยก็อยู่ได้(เห็นมะว่าคนส่วนใหญ่รักสบายแค่ไหน) คราวนี้ผมจะเล่าเรื่องรุ่นน้องให้ฟังครับ ว่าเบื้องหลังคนที่กำไรเท่านั้นเท่านี้เป็นยังไง

เนื้อเรื่อง – ผมขอยกตัวอย่างน้องที่รู้จักกัน(สมตินะสมติ) เค้ากำลังดูพอร์ทอยู่ พอผมเดินเข้าไปเค้าก็หันมาบอกว่า “เนี่ยพี่ขอบฟ้า ดูพอร์ทผมสิ ตัวนี้กำไรแล้วแปดพัน ตัวนั้นกำไรแล้วสี่หมื่น” จริงๆเล่นหุ้นมันก็ไม่ยากนะ แป๊บๆก็ได้กำไรแล้ว เนี่ยแล้วเดี๋ยวหุ้นตัวนั้นตัวนี้ก็จะขึ้นมาอีกพี่ ผมรู้เพราะว่าผมมีข่าววงใน(แต่ในกรณีหุ้นตัวนี้วงในจริงๆครับ)

ผล – ไม่เกิดอะไรกับผมนักเพราะผมรู้เบื้องหลังอยู่ก่อนแล้ว แต่คนอื่นๆที่เคยฟังแล้วลืมคิดถึงเรื่องนึงที่เค้าเคยพูด อาจจะนึกในใจว่า โอ้โห น่าอิจฉาจังเลย ได้เงินดีกว่าเรามานั่งทำงานกินเงินเดือนงก งก งก งกอีก

เบื้องหลัง – สั้นๆเลยนะครับ ไอ้เวลากำไรน่ะ หลักพันกับหลักหมื่น แต่ไอ้ที่ขาดทุนน่ะ ตัวเดียวล่อไปล้านกว่าแล้ว ไม่รวมที่ขาดทุนหลักแสนอีก แต่วิธีแก้ปัญหาของเค้า คือ ไม่ขายไม่ขาดทุน เออเอ็งก็อมหุ้นหน้าแดงต่อไปเถอะโว้ย

สรุป – เวลาใครบอกว่ากำไรเท่าไหร่ อย่าเอามาเทียบกับเราครับ ทางใครทางมัน เราเล่นหุ้นหลักหมื่นกำไรหลักพัน แต่พอมีคนบอกว่ากำไรหลักหมื่น เรามานั่งเสียใจ โอโห เค้าทำได้ยังไงเนี่ย ว่าแล้วก็ไปเล่นหุ้นแบบเค้ามั่ง ไอ้ประเภทสามตัวบาท ขึ้นลงวันละซิลลิ่ง วันละฟลอ แล้วไง ”ล่องจุ๊น”

ทีหลังถ้าใครมาบอกว่ากำไรเท่าไหร่ ถามกลับไปเลยว่าเริ่มจากเงินเท่าไหร่ มีเพิ่มระหว่างทางมั้ย แล้วขาดทุนน่ะเท่าไหร่บอกด้วย ถ้าเราทำกำไรได้บนฐานที่เราพอใจ นั่นคือพอครับ อย่าไปฟังคนที่บอกว่าได้เท่านั้นได้เท่านี้ ถ้าจะเอาให้ได้จริงๆ ผมมีเคล็ดลับจะบอกครับ การทำให้มีเงินล้านนึงจากหุ้นจริๆแล้วโคตรง่ายเลย ใช้เวลาไม่นานด้วย อยากรู้ใช่มั้ยครับว่าจะทำให้มีเงินล้านนึงจากหุ้นในเวลาอันรวดเร็วได้ยังไง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เริ่มลงทุนจากเงินร้อยล้านสิ



Create Date : 30 ธันวาคม 2553
Last Update : 30 ธันวาคม 2553 3:11:59 น. 1 comments
Counter : 529 Pageviews.

 


โดย: deeplove วันที่: 31 ธันวาคม 2553 เวลา:1:07:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ขอบฟ้าบูรพา
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




ผู้ประกาศกรุงเทพธุรกิจทีวี พิธีกรรายการแกะรอยหยักสมองและ World Class Smart Thai
สนใจประวัติศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา ต่างประเทศ เทคโนโลยี สังคม และชนชั้น

ติดตามทวิตเตอร์ได้ที่ @atis_kttv นะครับ
New Comments
Friends' blogs
[Add ขอบฟ้าบูรพา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.