In the last analysis, our only freedom is the freedom to discipline ourselves. - Bernard Baruch
Group Blog
 
All Blogs
 
วงล้อแห่งความสำเร็จ(2)

11) การขาดทุนครั้งแรกนั้นดีเสมอ
หากว่าคุณคิดแล้วว่าการซื้อหุ้นครั้งเข้ามานั้นมัน”ผิดพลาด” สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำก็คือ “ขายมันทิ้งไปซะ” ไอ้คำพูดหรูหราแต่ไม่ได้ความประเภท “ไม่ขายไม่ขาดทุน” “อย่าไปกังวล” “เดี๋ยวมันก็ขึ้น” คำพวกนี้ถูกพูดกันจนติดปากขวงพวกขี้แพ้อย่างแท้จริง ถ้าเราพูดคำพวกนี้ออกมาเมื่อไหร่นั่นหมายความว่าการซื้อของเราครั้งนั้นอาจจะพลาดไปแล้ว และสิ่งที่ควรทำคือ “ไม่ต้องภาวนาให้พวกมันกลับมา แต่ขายมันไปซะ”

12) ถ้าไม่อยากขาดทุน แค่ความหวังมันไม่พอ
สมัยที่ผมยังใหม่และยังไม่มีวินัยในการลงทุน ผมบอกคุณไม่หวาดไม่ไหวเลยว่าผมภาวนาต่อพระเจ้าไปกี่ครั้ง ผมสวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้าให้ผลการซื้อขายออกมาเป็นที่น่าพอใจ ผมสวดภาวนามากจนกระทั่งผมรู้ว่ามันไม่เคยได้ผลไม่ว่าจะสวดมนต์ต่อ พระเจ้าของหุ้น พระเจ้าของพันธบัตร แม้กระทั่งพระเจ้าของฟิวเจอร์ สิ่งที่ผมทำลงไปมันไม่เคยได้ผล จนกระทั่งผมตระกหนักรู้ว่า “แค่ขายมันทิ้งไปซะ”

13) อย่าไปกังวลกับข่าว มันก็แค่ประวัติศาสตร์แบบนึง
ผมไม่เคยเข้าใจพวกนักลงทุนที่วันๆเอาแต่นั่งฟังข่าวหุ้น อ่านหนังสือพิมพ์หุ้นตลอดทั้งวัน พวกนักข่าวเค้าไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับพลวัตรของตลาด หรือรูปแบบของราคาหรอก มีนักข่าวสักกี่คนเชียวที่จะเคยแม้กระทั่งซื้อหรือขายหุ้นสัก100หุ้น ฟิวเจอร์สักสัญญา แต่พวกเค้ากลับทำตัวราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ถูกส่งมาจากเบื้องบนมาช่วยพวกเรา

ก่อนที่จะมาเป็นผู้เชี่ยวชาญผ่านหน้าจอได้เนี่ย เค้าเคยทำอะไรมาก่อนหรอ เป็นมาร์เก็ตติง? เป็นนักข่าวการเงิน? เคยเขียนหนังสือการเงิน? หรือนี่คือสิ่งสำคัญที่ทำให้เค้าเป็นผู้เชี่ยวชาญเนี่ย เค้าไม่สามารถช่วยเหลือหรือให้อะไรคุณได้มากมายหรอก คิดซะว่าดูเพื่อความบันเทิงละกันนะครับ

ความจริงก็คือ: สิ่งที่เราได้ยินได้ฟัง หรือได้อ่านน่ะมันเป็นเรื่องที่ “โคตรล้าหลัง” ข้อมูลเหล่านั้นพวกวงในเค้ารู้และตอบสนองกันไปหมดแล้ว ดังนั้นใครที่จะซื้อขายตามข่าวล่ะก็ It’s too late.

14) อย่าเดา นั่นจะทำให้เสีย
ในช่วงเวลาหลายปีที่ผมเป็นเทรดเดอร์และเกี่ยวข้องกับเทรดเดอร์คนอื่นๆ ผมไม่เคยเจอพวกเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จเลย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเก็งกำไรแล้วสามารถทำเงินได้อย่างมากมายและต่อเนื่อง อย่าเป็นพวกเก็งกำไรแต่จงเป็นเทรดเดอร์

การ”จับ”ตลาดในช่วงระยะเวลาสั้นๆนี่แหละคือคำตอบ โอกาสที่จะชนะในวันหรือสัปดาห์จะเพิ่มขึ้นอย่างมากถ้าเราเทรดในช่วงสั้นๆ

“จงมีชัยชนะเล็กๆ แต่แพ้ให้น้อยกว่า”

หมายเหตุ:ผม(ขอบฟ้า)คิดว่าคนเขียนคงฝห้ความหมายพวกเก็งกำไรว่าพวกเดาไปเรื่อย ซื้อเพราะข่าว อะไรทำนองนั้น แต่เทรดเดอร์คนที่ใช้กราฟเพื่อทำนายตลาดในช่วงสั้นๆ ซึ่งจะแม่นยำกว่าการต้องทำนายตลาดในระยะที่ยาวขึ้น

15) รักที่จะเสียเงิน
กฏข้อนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยมากที่สุดโดยนักลงทุนทั้งหลายที่เคยได้ยินมา นักลงทุนมักจะสงสัยว่า “คุณหมายความว่ายังไง รักที่จะเสียเงิน นี่มันบ้าชัดๆ”
ไม่หรอก ผมไม่ได้บ้า สิ่งที่ผมตั้งใจจะนำเสนอคือ จงยอมรับความจริงที่ว่าเรามีโอกาสที่จะขาดทุนในทุกๆช่วงของการเทรด แต่จงขายมันทิ้งให้เร็วที่สุด จงรักและเต็มใจที่จะขายหุ้นที่ขาดทุนอย่างรวดเร็ว มันจะช่วยรักษาเงินของเราและทำให้เราพัฒนาในฐานะของเทรดเดอร์

16) ถ้าหุ้นคุณมันไม่ไปไหนจนถึงเวลาที่กำหนด ขายมันซะ(ขายมันทุกข้อจนจะไม่มีของแล้ววุ้ย)
กฏข้อนี้เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของเงินไหลเข้าครับ เพราะว่าเงินเท่านั้นที่เป็นตัวขับเคลื่อนราคาให้ไปในทิศทางต่างๆ
การเคาะซื้อด้วยปริมาณมากๆ นำพาราคาให้ไปสู่สรวงสวรรค์
การเคาะขายด้วยปริมาณมากๆ นำพาราคาลงสู่หุบเหว


แต่ถ้าราคามันไม่ไปไหนเลยล่ะ? เหมือนกับที่มันเกิดขึ้นเป็นปกติในแต่ละวัน นั่นแปลว่าตลาดกับนักลงทุนกำลังจะตะโกนบอกเราว่า “เฮ้ยตรูพอใจที่ราคานี้แล้วว่ะ”

เราไม่ชอบช่วงเวลาที่หาที่ไปไม่ได้แบบนี้หรอก เสียเวลาและพลังงานเฝ้าหน้าจอเปล่าๆ แล้วทำไมเราไม่ซื้อตอนที่ตลาดกำลังอุ่นเครื่องแทนล่ะ?

17) อย่าขาดทุนเยอะ เพราะมันจะทำเราเจ็บ<
โปรดดูกฏข้อ 5 8 10 11 และ 15ประกอบนะครับ ถ้าเราทำตามกฏเหล่านั้นได้ เราก็จะไม่มีวันละเมิดกฏข้อนี้ได้

การขาดทุนขนาดใหญ่จะทำให้วันนั้นของเราเป็นวันแห่งความสูญเสีย เพราะมันจะไปกลบผลกำไรเล็กๆน้อยๆที่เราพยายามทำมาทั้งวัน นอกเหนือจากนี้การขาดทุนขนาดใหญ่ยังทำลายความมั่นใจและอารมณ์ของเราให้กระจุย กระเจิงได้ได้ง่ายๆ เราต้องใช้เวลาและความพยายามอีกมากกว่าจะกลับมามั่นใจในระดับเดิมได้ ดังนั้นอย่าขาดทุนบานเบอะจะดีกว่ามั้ย

18) ทำวันละนิดจิตแจ่มใส
สมัยผมเป็นเทรดเดอร์ในพันธบัตรตอนแรก เป้าหมายของผมคือทำกำไรจากการซื้อขายวันละ10 ช่อง กำไรช่องนึงประมาณ1,000กว่าบาท ดังนั้นถ้าทำได้ตามเป้าผมจะได้กำไร10,000กว่าบาท
(ในฐานะเทรดเดอร์ โดยเฉพาะต่างประเทศ ถือว่าน้อยยยยยยมากครับ)

มันอาจจะฟังดูน้อย(ไม่ฟังหรอกครับ ถือว่าน้อยเลยเถอะ) แต่มันเป็นสิ่งที่แน่นอนสำหรับผมไงครับ ครูของผมคือ เดวิด โกลเบิร์กสอนผมว่า ถ้าผมสามารถทำกำไรในตลาดบอนด์ได้วันละ 10 ช่องทุกวันตลอดทั้งผีแล้วล่ะก็ ผมจะมีเงิน 2 ล้านกว่าตอนปลายปี ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ไม่เลวนักสำหรับคนอายุ 23 ในปี 1982(งั้นดีมากแล้วล่ะ วันละหมื่นเมื่อเกือบ30ปีที่แล้ว)

มันน่ามหัศจรรย์มากที่เงินในบัญชีของเราโตขึ้นอย่างรวดเร็วจากการสะสมกำไรทีละเล็กทีละน้อยทุกวัน ถ้าคุณคือนักลงทุนหน้าใหม่การทำกำไรวันละ5-6ช่องก็ทำเงินให้คุณได้หลักล้านเช่นกัน

19) อย่าทำโฮมรัน
ก็เหมือนกับที่ผมยังไม่เคยเจอคนที่เก็งกำไร(เดา)แล้วประสบความสำเร็จได้ เช่นกัน ผมก็ยังไม่เคยเจอเทรดเดอร์ที่มาเทรดโดยคิดว่า “วันนี้แหละฉันจะตีโฮมรันให้ได้” แล้วก็ทำได้เลย เราอย่าเพิ่งเข้าตลาดมาโดยคาดหวังว่าเราจะกลายเป็นเซียนหุ้นที่ยิ่งใหญ่ มันก็จริงที่เราอาจจะกลายเป็นเซียนผู้ใหญ่ยิ่งก็ได้ แต่ตลอดเวลาที่ผมตีโฮมรันได้ส่วนใหญ่มาจากโชค ไม่ใช่ฝีมือ

ความตั้งใจของผมในการเทรดคือการสะสมกำไรทีละน้อยๆ แต่ในบางครั้งที่ผมถือสถานะอยู่และในตอนนั้นเองที่เฟดเกิดทำอะไรขึ้นมาและมีผลกับตลาด ผมก็เลยกลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาโดยที่ผมไม่รู้ตัวซะงั้น แต่มันก็เกิดขึ้นน้อยมากคือ5ครั้งใน20ปีเท่านั้นเอง

20) สร้างความมั่นใจอย่างต่อเนื่อง
มันจะดีแค่ไหนถ้าทุกครั้งที่เราเปิดคอมมาตอนเช้าแล้วรู้ว่าถ้าเราเล่นตามกฏ(ที่ตั้งไว้) มีวินัยในการเทรด แล้วมันจะให้เรามีกำไรในวันนั้น

ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาผมมีวันที่ขาดทุนที่ใช้มือข้างเดียวนับก็พอ(ของพวกเราก็มี แต่นับแล้วทดๆ) ลองคิดดูสิว่านี้จะสร้างความมั่นใจให้กับผมได้มากแค่ไหน ผมรู้ว่าผมจะทำกำไรได้ในทุกๆวัน เพราผมคิดในทางอื่นไม่ได้เลยไง สะสมทีละเล็ก ทีละน้อยทุกๆวันตามกฏข้อที่ 18 และ 19 จะทำให้คุณซื้อขายได้อย่างมั่นใจและควบคุมสถานการณ์ได้

ลองย้อนไปดูกฏข้อ 9 สิครับ ถ้าเราทำกำไรได้วันละนิดวันละหน่อย ถึงที่สุดเราก็จะสะสมจนได้สิทธิ์ขยับขยายไปซื้อขายในจำนวนที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราทำไปตามกฏแห่งการมีวินัย ไอ้”ทีละน้อยๆ”นี่แหละจะกลายเป็นกำไรที่มากมายในไม่ช้า

21) ปลดปล่อยผู้ชนะ
จงปล่อยหุ้นตัวที่ทำกำไรได้ไปเรื่อยๆ(ถือไว้) เพราะมันจะไปเพิ่มผลกำไรโดยเฉลี่ยให้เพิ่มมากขึ้น แต่ในทางกลับกันอย่าให้การขาดทุนมากไปกว่าที่เราประมาณการก่อนเข้าซื้อ
เราไม่ควรจะปล่อยให้หุ้นที่ขาดทุนดำรงชีวิตอยู่ในพอร์ทเราได้ ถ้าเราซื้อหุ้น แล้วมันดั๊นนนขาดทุน เรา”ต้อง”ขาย ขาย ขาย ขายมันออกไปทันที
แต่ถ้าเราซื้อหุ้นแล้วมันทำกำไร เราอาจจะแบ่งขายออกมาสักครึ่งนึงตอนมันถึงเป้าหมายแรก ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยง

ถ้าเราเทรดด้วยคำสั่งหยุดขาดทุน(stop-loss order) เราต้องแก้ไขคำสั่งให้สอดคล้องกับจำนวนหุ้นที่เปลี่ยนไปด้วยนะ(อันนี้อย่าไปเครียดมากครับ คำสั่งนี้ตลาดหุ้นบ้านเรายังไม่อนุญาต) รวมถึงการเพิ่มหรือลดราคาที่ตั้งไว้ ขึ้นอยู่กับว่าเราซื้อ หรือขายล่วงหน้าไว้

ถ้านับจากตอนแรกที่เราเข้าไปซื้อหุ้น ตอนนี้เราก็เหมือนกับลงทุนโดย”เงินของเจ้ามือ” ต่อให้เราขาดทุนจากสถานะที่เหลือเราก็ยังมีกำไรอยู่ดี และนี่แหละคือสถานะที่น่าหลงใหลมากที่สุด เพิ่มเป้าหมายกำไรไปอีกหน่อย แล้วก็นั่งรอ(เพราะถ้าลงก็ขายทำกำไรไว้แล้วส่วนนึง แต่ถ้าขึ้นก็ได้กำไรมากขึ้น)

22) ทำเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม เรียนรู้จากช่างก่อสร้าง
สิ่งที่ช่างก่อสร้างต้องทำทุกๆวันตลอดชีวิตการทำงาน คือ การทำแบบเดิมๆ ก่ออิฐไปทีละก้อนๆ
แม้กับนักลงทุนก็เช่นกัน ลองดูกฏข้อที่ 6 และ 20 ผมเองไม่เคยเปลี่ยนกฏการเทรดของผมมาตลอดระยะเวลา 20 ปี ผมคิดว่าผมเป็นเหมือนช่างก่อสร้างนะ

23) อย่ากลั๊ว อย่ากลัว
ผมไม่สามารถพรรณาได้ว่าบ่อยแค่ไหนที่เทรดเดอร์เข้ามาในออฟฟิศผมด้วยความรู้สึกแย่ๆเพราะ “พวกเขารู้ว่าตลาดกำลังขึ้น แต่พวกเขาไม่ได้ซื้อหุ้นไว้” ทุกครั้งที่ผมถามว่าแล้วทำไมไม่ซื้อหุ้นไว้ล่ะ คำตอบก็จะเหมือนๆกันเสมอ คือ พวกเขาไม่ต้องการซื้อของแพง(ราคามันขึ้นมาบ้างแล้ว) พวกเขารอที่จะซื้อที่ราคาที่ดีที่สุดเท่านั้น(และมันไม่เคยลงมาให้ซื้อ) หรือไม่ก็อินดิเคเตอร์สองตัวบอกให้ซื้อนะ แต่กำลังรอคอนเฟมจากตัวที่สาม

ผลลัพธ์ของการลังเลที่ และไม่ตัดสินใจ คือเทรดเดอร์คนนั้นจะคิดถูก แต่ไม่ได้กำไร เราจะไม่มีทางได้เงินถ้าเราไม่ทำการซื้อขาย อย่าคิดมากให้วุ่นวายเวลาเทรด สิ่งที่เราต้องทำคือจัดการให้ดีตอนที่เราเข้าซื้อไปแล้ว ถ้ามันผิดก็แค่ขายมันทิ้งไปแค่นั้นเอง แต่เราจะไม่มีวันถูกเลยถ้าเราไม่เข้าไปซื้อหุ้น

24) ในสายตาของตลาด เทรดเดอร์ทุกคนมันก็เท่าเทียมกันหมดแหละ
เราเริ่มต้นวันเหมือนกัน ทุกคนมีผลกำไรเป็นศูนย์ และทันทีที่ระฆังดัง การซื้อขายเริ่มขึ้น มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะควบคุมตัวเองยังไงในด้านของพฤติกรรมและอารมณ์ ซึ่งมันส่งผลว่าเราจะทำกำไรได้หรือไม่ ถ้าเราทำตามกฏทั้ง 25 ข้อนี้เราก็จะทำให้ผลลัพธ์มันออกมาดี

25) ตลาดหุ้น คือ ตลาดหุ้น มันยุติธรรมอย่างที่สุดแล้ว
ตลาดมันก็ขึ้นๆลงๆไปตามที่มันอยากจะเป็น มันไม่สนใจหรอกว่าใครจะเข้าไปซื้อหรือขายอยู่บ้าง ว่าคุณหรือผมจะกำไรหรือขาดทุน มันไม่สนใจ มันไม่ลำเอียง มันไม่เจาะจงที่จะทำร้ายใครโดยเฉพาะ และ”ตลาดถูกต้องเสมอ”

เราต้องเรียนรู้ที่จะเคารพในตลาด ตลาดจะลงโทษเฉพาะคนที่ไม่มีกฏและวินัยในการเทรดเท่านั้น เริ่มใช้กฏทั้ง 25 ข้อนี้แล้วตลาดจะให้รางวัลคุณ

(@_@)







Create Date : 25 ธันวาคม 2553
Last Update : 25 ธันวาคม 2553 14:32:25 น. 2 comments
Counter : 472 Pageviews.

 


โดย: dawreung51 วันที่: 25 ธันวาคม 2553 เวลา:22:05:37 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: aree09 IP: 223.205.88.157 วันที่: 27 ธันวาคม 2553 เวลา:7:54:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ขอบฟ้าบูรพา
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




ผู้ประกาศกรุงเทพธุรกิจทีวี พิธีกรรายการแกะรอยหยักสมองและ World Class Smart Thai
สนใจประวัติศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา ต่างประเทศ เทคโนโลยี สังคม และชนชั้น

ติดตามทวิตเตอร์ได้ที่ @atis_kttv นะครับ
New Comments
Friends' blogs
[Add ขอบฟ้าบูรพา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.