In the last analysis, our only freedom is the freedom to discipline ourselves. - Bernard Baruch
Group Blog
 
All Blogs
 
สิบอย่า ในบอร์ดหุ้น(1)

ถึงจะใช้ชื่อว่าสิบอย่า แต่จริงๆคงไม่ถึงกับห้ามกันโดยเด็ดขาดหรอกครับ แต่เป็นเรื่องที่ผมคิด(เองเออเอง)ว่าน่าจะมีประโยชน์กับทั้งผู้โพส ผู้ตอบ และผู้อ่าน โดยอาศัยประสบการณ์ในการเป็นทั้งสามสถานะที่ว่ามา กว่าผมจะตัดสินใจเขียนได้ก็นานพอดู เพราะว่าหากผมจะเขียนผมคงเขียนออกมาตามที่คิดจริงๆ แต่ในหลายๆครั้ง ความจริงนั้นนำมาซึ่งความเจ็บปวด และผมก็ไม่รู้ว่าจะมีใครด่าป่ะป๊า หม่าม้าผมหลังจากได้อ่านบทความนี้หรือเปล่า แต่ในเมื่อเขียนแล้ว และในตอนเขียนทำไปด้วยความปราถนาดีต่อทุกคน ไม่ได้ต้องการที่จะต่อว่าใครเป็นการเฉพาะเจาะจง ดังนั้นผมหวังว่าเมื่อท่านเกิดความรู้สึกไม่พึงประสงค์ต่อบทความนี้ กรุณาปิดหน้าเว็บเถอะครับ และนึกถึงความหวังดีของผมแทนที่จะอารมณ์ไม่ดีเพราะสิ่งที่ผมเขียนเลยครับ

เอาล่ะ ขอพลีชีพ ณ บัดนี้

1) อย่าถามว่ามีเงินเท่านี้จะไปทำอะไรดี
นี่เป็นคำถามที่เรามักจะพบเจออยู่เสมอ และผมคิดว่าเป็นคำถามที่มักง่ายที่สุด เพราะอะไรครับ เพราะคุณไม่คิดจะทำอะไรเลย ไม่หาข้อมูลทำการบ้านมาก่อน หลายคนพอได้คำแนะนำที่ผิดบ้างถูกบ้างไปก็เอาไป”เดา”ต่อตามที่ตัวเองได้ยินมา ไม่มีการหาข้อมูลตามหลังเพื่อตรวจสอบเช่นกัน ในขณะที่ผมก็สงสัยมากว่า”เซียนล่องจุ๊น”ทั้งหลายที่มาแนะนำนั้นทำไมถึงได้เก่งแบบนี้หนอ

เพราะว่าการที่นักวางแผนทางการเงิน (Certified Financial Planner CFP) นั้นกว่าจะวางแผนทางการเงินให้กับผู้มารับคำปรึกษาได้ ต้องมีข้อมูลลูกค้าหลายอย่างมาก เช่น ทำงานอะไร มีกระแสเงินสดเท่าไหร่ ต้องการใช้เงินในช่วงไหนบ้าง มีข้อจำกัดใด และรับความเสี่ยงได้แค่ไหน นั่นคือสิ่งที่นักวางแผนทางการเงินที่ได้สอบมาแล้วยังต้องการ ในขณัที่เซียนล่องจุ๊นทั้งหลายสามารถบอกได้เลยว่าควรเอาเงินทำนั่นทำนี่ โดยที่ไม่ต้องถามข้อมูลอื่นๆเลย ผมเข้าใจนะว่าหลายคนมีความปราถนาดีอยากแนะนำให้กับคนอื่นๆ แต่คำถามคือความปราถนาดีที่เรามีให้มันจะส่งผลดีกับคนที่รับเอาคำแนะนำของเราไปใช้หรือเปล่าล่ะ เซียนล่องจุ๊นหลายคนก็ยังทำงาน ยังขาดทุน ยังลงทุนไม่เป็นเลย แล้วทำไมเซียนล่องจุ๊นถึงกล้าแนะนำให้คนอื่นทำแบบเราหนอ

แต่ทั้งหลายทั้งปวงผมก็ยังขอบคุณเขาเหล่านั้นในการมาให้คำแนะนำกับคนอื่น แต่สำหรับคนที่มาถามเรื่องพวกนี้ คุณครับการลงทุนหรือการวางแผนทางการเงินไม่ใช่มาม่านะครับ ที่จะได้เทน้ำร้อนแวรอสามนาทีได้มาม่าเลย เรื่องพวกนี้ต้องการการเอาใจใส่มากๆ แล้วใครล่ะจะรู้จักเราเท่าตัวของเราเอง ได้โปรดเถอะครับ ทำการบ้านมาบ้าง หรือถ้าไม่รู้อะไรจริงๆ หลังจากมีคนให้คำแนะนำแล้ว ไปหาข้อมูลต่อบ้างว่ามันดีหรือไม่ดีอย่างที่”เค้าว่า”จริงมั้ย อย่ามักง่ายเลยครับ

คำแนะนำ : ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความเหมาะสมของคำแนะนำ เช่น ผมมีเงินอยู่1แสนบาท เงินก้อนนี้เป็นเงินเก็บแยกจากเงินที่ใช้นีวิตประจพวันแล้ว อีกสามปีจะใช้เงินก้อนนี้เพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศครับ ผู้ให้คำแนะนำจะได้รู้ว่าเงินก้อนนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ในสามปี และไม่ควรลงทุนในหหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง

2) อย่าถามว่าหุ้นตัวไหนดี
คำถามนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามที่พบเจอได้เป็นประจำนะครับ สำหรับผมแล้วถึงมันจะเป็นคำถามที่เฉพาะเจาะจงกว่าคำถามแรก แต่ก็ยังไม่วายแสดงออกถึงความมักง่ายอยู่ดี “หุ้นดี” จริงๆแล้วมันคืออะไรหรอครับ สำหรับนักลงทุนแนววีไอ อาจจะบอกว่าอ่อหุ้นที่มีผลประกอบการดี พีอีต่ำ แต่ต้องถือสักสามปีนะ ในขณะที่คนเล่นสั้นอาจจะบอกว่า “ดี” เพราะสโตห้านาทีตัดขึ้นมาแล้ว แต่อย่าถือเกินสามนาทีนะ ผมเลยยังสงสัยว่าเวลาเซียนล่องจุ๊นให้คำแนะนำว่าหุ้นตัวไหนดีๆ เค้าเอาอะไรมาวัดว่ามันดียังไง หุ้นหลายตัวที่ถูกแนะนำ นอกจากจะแย่ในเชิงพื้นฐานแล้ว ยังดูทุเรศในทางเทคนิคอีกด้วย เหตุผลหนึ่งเดียวที่คนแนะนำมีก็คือ เค้ามีหุ้นตัวนี้อยู่ และแน่นอนมันขาดทุน(และเป็นที่มาของคำว่า “เซียนล่องจุ๊น”) เค้าแค่อยากให้ใครสักคนมาร่วมหัวจมท้ายกับเค้า คำถามคือ คุณพร้อมแล้วใช่ไหมที่จะขาดทุนร่วมกับเค้า หรือคุณคิดว่ามันอาจจะเหมาะสมแล้วก็ได้ การถือหุ้นที่ทำกำไรอาจจะไม่ต้องลุ้นมากเท่ากับการถือหุ้นที่ขาดทุน ประเดี๋ยวมันจะไม่สนุก…มั้ง

คำแนะนำ : ลองใช้คำถามที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นว่าหุ้น”ดี”คืออะไร เช่น มีหุ้นตัวไหนบ้างที่ปันผลสูง มีหุ้นตัวไหนที่มีเงินสดต่อราคาสูง หรือถ้าอยากได้ความเห็นของคนอื่น ลองถามว่า คุณคิดว่าหุ้นตัวไหนน่าลงทุนบ้าง ”เพราะอะไร”

3) อย่าถามโดยไม่ค้นหากระทู้เก่าๆ
เป็นอีกประเภทของความมักง่าย คนสมัยนี้ชอบอะไรที่มันไวไวควิก บางคนเมื่อมีคำถามที่ตัวเองคิกว่า โหดีมากเลยคนอื่นต้องอยากรู้แน่ๆ เลยโพสถามซะ ซึ่งจริงครับมีคนอยากรู้จริง กระทู้พวกนี้เลยมาติดๆกันเต็มไปหมด บางกระทู้ถามเรื่องเดียวกันอยู่ห่ากันสองสามอันเท่านั้นเอง ทำไมเราไม่องค้นหากระทู้เก่าๆดูก่อนล่ะครับ เพราะว่าบางทีเค้าไปตอบประเด็นที่เราสงสัยกันในนั้นแล้ว และเมื่อเราอ่านอาจจะเจอคำถามใหม่ๆ จะได้เอามาถกกันเพิ่ม แทนที่จะวนอยู่ในประเด็นเดิมๆ อีกอย่างการที่มีกระทู้เรื่องเดียวกันเยอะมากๆทำให้บางทีมีคนเข้าไปตอบในกระทู้นึงแล้วไม่อยากโพสเรื่องเดิมๆหลายที่(คนเรามันก็มีเบื่อกันบ้าง) ทำให้เราอาจพลาดเรื่องดีๆจากกระทู้อื่นๆก็ได้ มันน่าจะดีกว่าที่เราเข้าไประดมสมองในที่เดียวกัน และเมื่อมีประเด็นอื่นที่แตกออกมาก็มาตั้งถามกันอีกห้อง

คำแนะนำ : บางเรื่องมีรายละเอียดเยอะมากหากอยากแตกเรื่องน่าสนใจน่าจะค้นหากระทู้เก่าๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ และนำลิงค์นั้นมาวางไว้ในกระทู้ คนที่เข้ามาจะได้มีข้อมูลที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น

4) อย่าเชื่อพวกใบ้หุ้น
หลายต่อหบายครั้งที่มีการบอกว่าหุ้นตัวนี้ดีนะ น่าซื้อเก็บไว้มั่ง ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าใครหนอไปขอความเห็นของคนพวกนี้ถึงได้มาโพสไว้เต็มไปหมด แล้วแทนที่จะบอกว่ามันดียังไงดีด้วยเทคนิคหรือพื้นฐาน อย่าหวังจะเห็นในกระทู้เหล่านี้ เราจะพบแต่ “ซื้อหุ้นABCด่วนเจ้าจะลากไปXXXบาท” เอ่อพี่เป็นอะไรกับเจ้าหรอครับ แล้วเจ้านี่เจ้าไหน อยู่ศาลไหนหรือเปล่า นี่มันตลาดหุ้นนะครับไม่ใช่สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ ในสนามที่จ้องแต่จะกินเงินคนอื่นจะมีใครใจดีบอกให้เราเข้าไปแบ่งผลกำไรเค้าจริงๆหรอ หลายคนมาโพสเพราะว่าได้ซื้อหหุ้นนั้นๆไว้แล้วและหวังว่าการโพสจะทำให้มีคนไปซื้อตาม ซึ่งก็”อาจจะ”ทำให้ราคาหุ้นของเค้าขึ้นไปได้ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆนะครับ มีเยาวชนในอเมริกาโดนจับเพราะกรณีแบบนี้มาแล้วครับ ซื้อหุ้นไว้ โพส หุ้นขึ้น

ในอีกกรณี หากเซียนล่องจุ๊นเข้ามาใบ้หุ้น เค้าอาจจะใช้กลยุทธ์บอกแต่ละกลุ่มหรือแต่ละบอร์ดไม่เหมือนกัน แน่นอนว่าต้องมีสักกลุ่มหนึ่งที่ซื้อแล้วมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ทีนี้กระแสความศรัทธาก็จะถาโถมเข้ามาในเซียนล่องจุ๊นคนนั้น จากนั้นเมื่อเค้าแนะนำหุ้นตัวไหนราคาก็มักจะขึ้น ไม่ใช่ว่าอะไรหรอก ก็พวกเชื่อๆนั่นแหละเข้าๆปไล่ราคาให้เซียนล่องจุ๊น

คำแนะนำ : ถ้ามีคนแนะนำหุ้นให้ระวังไว้ก่อนหากเค้าไม่ได้บอกเหตุผลรองรับ อย่าไปตื่นเต้นกับคำว่า “ได้ยินมาว่า” “เจ้าจะลาก” คำพวกนี้แม้จะดูน่าตื่นเต้น แต่มันเป็นเหตุผลปกติเลยที่จะพาคนขึ้นดอย

5) อย่าเชื่อเพียงเพราะล็อกอินนั้นโพสบ่อยๆ
หนึ่งในความผิดพลาดของนักลงทุน คือ เมื่อเข้าไปในบอร์ดที่เกี่ยวกับการลงทุนแล้ว สิ่งหนึ่งที่มักจะเป็นกันก็คือ ความเข้าใจว่าคนที่โพสบ่อยหรือมีคนมาตอบกระทู้เค้าเยอะๆ นั่นแสดงว่าเค้ามีความเก่งฉกาจ มาดฉมังในการลงทุนเป็นแน่แท้ และเมื่อเซียนล่องจุ๊นท่านนั้นๆโพสอะไรก็มีแนวโน้มที่จะ “เชื่อ” ว่านั่นคือคำที่แสนวิเศษที่เซียนประทานให้

คำถามคือ เค้าคนนั้นเป็นเซียนหรือเวียนล่องจุ๊นกันแน่นะ หลายคนมีเวลามาโพสมากเพราะว่ารวยแล้วไม่ต้องเฝ้าจอหุ้น แต่อีกหลายคนมาโพสเพราะว่าติดหุ้น เลยมีเวลาเหลือเยอะ ดังนั้นแล้วการที่คิดว่าใครสักคนโพสเยอะแล้วน่าเชื่อถือ ไม่ใช่การตรวจสอบที่ถูกต้อง การคิดแบบนี่ก็แย่มากเท่าๆกับเวลาเห็นนักวิเคราะห์คนไหนออกทีวีแปลว่าเก่งนั่นแหละ

คำแนะนำ : แทนที่จะดูค่าคนไหนโพสเยอะ คนไหนโพสบ่อย ลองคิดถึงเหตุผลของเค้าว่ามีประกอบไหม มากน้อยแค่ไหน และลองติดตามสิว่าพอเค้าอกนู่น นี่ นั่นแล้ว “มันเกิดขึ้นจริงไหม”


Create Date : 09 พฤษภาคม 2553
Last Update : 9 พฤษภาคม 2553 20:50:23 น. 0 comments
Counter : 7207 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ขอบฟ้าบูรพา
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




ผู้ประกาศกรุงเทพธุรกิจทีวี พิธีกรรายการแกะรอยหยักสมองและ World Class Smart Thai
สนใจประวัติศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา ต่างประเทศ เทคโนโลยี สังคม และชนชั้น

ติดตามทวิตเตอร์ได้ที่ @atis_kttv นะครับ
New Comments
Friends' blogs
[Add ขอบฟ้าบูรพา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.