All Blog
ธรรมะ พค.64


 
01-05-64  จิตตภาวนามี 2 อย่าง คือสมาธิภาวนากับปัญญาภาวนา หรือสมถภาวนากับวิปัสสนาภาวนา
02-05-64  นิวรณ์ตัวกั้นไม่ให้เกิดสมาธิ ได้แก่ ความพอใจในกาม ความโกรธแค้น ความง่วง ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ความเคลือบแคลงสงสัย
03-05-64  เมื่อใจผ่องใส ทั้งการพูด การทำ ย่อมดีงามตามไปด้วย และสุขย่อมเกิดขึ้น
04-05-64  บารมี คือ ความดีที่เก็บสะสม ช่วยให้จิตใจเกิดความเห็น และดำเนินชีวิตไปในทิศทางที่ถูกต้อง
05-05-64  สุขหรือทุกข์ล้วนไม่เที่ยงแท้แน่นอน เมื่อไม่ยินดียินร้ายด้วย ความสงบในจิตจึงจะเกิดขึ้น
06-05-64  อยู่กันอย่างเป็นสุข ควรเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พูดจาสุภาพอ่อนโยน ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์  ไม่ถือตัวดูหมิ่นผู้อื่น
07-05-64  บารมี คือ คุณความดีที่สั่งสมมา มี 10 อย่าง ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา
08-05-64  เบญจธรรม ทำแล้วดี เมตตากรุณา สัมมาอาชีวะ กามสังวร สัจจะ สติสัมปชัญญะ
09-05-64  บุญ คือ ความดี ความถูกต้อง ความสะอาด ทำแล้วใจสบาย มีความสุข เจริญก้าวหน้า และหมดสิ้นบาปกรรม กิเลสได้
น10-05-64  นิพพาน หมายถึง ความดับสนิทแห่งกิเลสและกองทุกข์
11-05-64  อุตริมนุสธรรม คุณวิเศษที่คนธรรมดาไม่อาจมีได้ ได้แก่ ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรค ผล
12-05-64  นิพพานแปลว่าเย็น ไม่ได้แปลว่าตาย กายเย็นเพราะไม่เป็นทาสของกิเลส จิตเย็นเพราะระงับกิเลสให้สงบได้
13-05-64  ชั่วรบกวนให้ยุ่งยาก ดีทำให้รัก หลง มัวเมา และลำพองได้ เหนือดีเหนือชั่วคือนิพพาน
14-05-64  สูงสุดนิพพานเรียกอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ สิ้นกิเลสแล้ว จิตไม่รู้สึกต่อเวทนาใด ๆ
15-05-64  การมีธรรมะในใจ จะช่วยให้เผชิญหน้ากับปัญหาแล้วทุกข์ลดลงหรือหมดไปได้รวดเร็วขึ้น
16-05-64  กามาวจรจิต จิตที่หมกมุ่นลุ่มหลงในกามารมณ์ ความกำหนัดยินดี ลืมความสงบร่มเย็น
17-05-64  รูปาวจรจิต จิตไม่ยินดีในกาม แต่ลุ่มหลงในรูปธรรม วัตถุ สิ่งซึ่งให้ความสุขความพอใจ
18-05-64  อรูปวจรจิต จิตที่ลุ่มหลงกำหนัดในสิ่งที่ไม่มีรูป เกียรติยศ ชื่อเสียง บุญกุศล ความสุขจากอรูปฌาน
19-05-64 ธรรมะ คือ หน้าที่ที่ทำเพื่อเอาตัวให้รอดทั้งกายและใจ และทำอย่างถูกต้อง 
20-05-64  มนุษย์คือคนที่มีคุณธรรม มโนธรรม และจะสมบูรณ์ด้วยหลักอนัตตา สุญญตา ตถตาอิทัป
21-05-64  ปัญญา รู้จริงในสิ่งที่ควรรู้  รู้หนังสือเพื่อสร้างปัญญา รู้อาชีพเพื่อดำรงชีพ รู้ธรรมเพื่อดับทุกข์ทางวิญญาณ
22-05-64  มีสติ รู้สึกตัวก่อนเสมอที่จะคิด พูด ทำ จะไม่ทำอะไรผลุนผลัน
23-05-64  ธรรมชาติที่เป็นปฏิจจสมุปปันนธรรม คือ เมื่อได้เหตุ ได้ปัจจัย แล้วมันก็เกิดขึ้น
เมื่อตามองเห็น ย่อมเกิดความรู้สึก และเกิดอารมณ์ตามมา
24-05-64  อานาปานสติ จะมีสติผูกพันกับลมหายใจเข้าออกตลอดเวลา
25-05-64  เวทนาคือความรู้สึก เมื่อสุขเรียกสุขเวทนา ทุกข์เรียกทุกขเวทนา เฉย ๆ เรียกอุเบกขาเวทนา
26-05-64  วิปัสสนาเป็นเรื่องราวของการคิดค้น เพื่อให้เกิดความรู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งทั้งหลายตามสภาพที่เป็นอยู่จริง ๆ
27-05-64  เมื่อคิดถึงสิ่งสวยงาม พอใจหลงใหลมัวเมา  เกิดกามฉันทะ ที่สร้างความเสียหาย เกิดทุกข์เกิดโทษได้
28-05-64  วิมังสา การไตร่ตรองค้นคว้าหาเหตุผลประกอบในทุกกิจกรรม งานจึงจะเดินหน้าไปด้วยดี
29-05-64  ฟุ้งซ่าน จิตไม่หยุดนิ่ง คิดแต่ละเรื่องไม่เป็นสาระ ไม่มีประโยชน์ รำคาญ  หงุดหงิดไม่พอใจเรื่องที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย
30-05-64  โลภ อยากได้ของ ๆ คนอื่นที่ตนไม่มีสิทธิ์ อยากได้ของตนแต่มากกว่าสิทธิ์ที่พึงได้ อยากได้ของ ๆ ตน แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะได้
31-05-64  คนใดมัวแต่วิตกกังวลไปเสียทุกเรื่อง ระวังโรคประสาทถามหา ให้หัดปล่อยวาง หัดเฉย ๆ เสียบ้าง และหัดใช้ปัญญามาครุ่นคิด
 
 



Create Date : 01 มิถุนายน 2564
Last Update : 1 มิถุนายน 2564 12:17:45 น.
Counter : 511 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments