กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
 
นำนักเรียนราชินีเที่ยวห้องดำรง


โต๊ะทรงพระอักษร



นำนักเรียนราชินีเที่ยวห้องดำรง
เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๑

นำนักเรียนเที่ยวห้องดำรงนี้ สมาคมศิษย์เก่าได้พิมพ์ครั้งหนึ่งแล้ว แต่ไม่ทั่วถึงกัน ดังนั้นท่านหญิงพูนจึงประทานมาลงในราชินีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อว่าใครต้องการจะไปเที่ยวห้องดำรง จะได้อาศัยเอาเรื่องนี้ Guide นำไป

ฉันขอขอบใจผู้ที่มาในวันนี้ทุกคน ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจในคำว่า “หอสมุด” กันเสียก่อน คำว่าหอสมุดถ้าฟังดูเผินๆ ก็เข้าใจว่าเป็นที่เก็บหนังสือเท่านั้น แต่ที่จริงเขามีความมุ่งหมายต่างๆ กัน เช่นหอโน้นเป็นหอสมุดของชาติ National Library เป็นที่เก็บหนังสือทุกประเภทที่ชาติจะพึ่งมี สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ทรงตั้งพระทัยว่าจะพยายามให้มีหนังสือที่เกี่ยวกับไทยทุกพวกไว้ในหอนั้น โดยเฉพาะ Dictionary เป็นต้น แต่เราก็ยังหามาได้แต่ของไทยอาหมพวกเดียว ไทยอาหมนี้อยู่ในอาแซม Arsam ระหว่างอินเดียกับพม่า และได้สูญเป็นภาษาที่ตายแล้ว เพราะไม่มีใครใช้ในที่นั้น แต่ก็ยังมีผู้ที่อุตส่าห์ทำ Dictionary ไวให้เรารู้ได้ว่าเป็นพวกเดียวกัน เพราะมีหลายคำที่เรายังใช้อยู่จนบัดนี้ เราก็เป็นไทยพวกหนึ่ง อย่างไรเราก็จะไม่สูญไปได้เช่นเขาเหมือนกัน

คราวนี้กลับมาพูดถึงหอสมุดดำรงฯ นี้ หอนี้เป็นที่เก็บหนังสือของสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ไม่ใช่เพราะท่านเป็นคนใหญ่คนโต หรือเป็นเจ้าเป็นนาย แต่ขอให้ดูบนฝาผนัง ๒ ข้าง นี่คือประกาศนียบัตรที่ต่างประเทศถวายด้วยยอมยกให้ท่านเป็นนักปราชญ์ ถ้าเรานึกว่าสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ เป็นคนไทยคนหนึ่งของเราทุกคนแล้ว เราก็น่ายินดีว่าเราได้มีคนคนหนึ่งที่โลกยอมรับว่าเป็นนักปราชญ์เช่นพวกเขามีกัน

ทำไมโลกจึงยอมให้ท่านเป็นนักปราชญ์ พระองค์ท่านเองท่านตรัสเสมอว่า “พ่อไม่ใช่เทวดา พ่อก็คนเรานี่แหละ แต่พ่อรักเรียน รักรู้ และพยายามอ่านหนังสืออยู่เสมอเท่านั้น” อีกประการหนึ่ง ท่านได้ทรงมีโอกาสทันพบเจ้านายรุ่นเก่า มีสมเด็จกรมพระยาบำราบปรปักษ์ พระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๒ ซึ่งจะต้องทรงทราบเรื่องราวในรัชกาลที่ ๑ ได้ดี เพราะพวกเราที่อยู่ในที่นี้ ๒ – ๓ คน มีตัวฉันเองเป็นต้น เป็นคนเกิดในตอนหลัง รัชกาลที่ ๕ แต่ก็ยังได้รู้เรื่องในรัชกาลที่ ๔ และจำเรื่องในรัชกาลที่ ๕ และที่ ๖ ได้อย่างแจ่มใส

ส่วนในพงศาวดาร สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ได้ทรงเรียนจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ เอง และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ได้ทรงเรียนจากสมเด็จพระบรมชนกนารถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑ ถึง ๔ นั้น ท่านทรงทันได้พบกันทั้ง ๔ พระองค์ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ทรงเล่าว่า เมื่อทรงมีพระชันษาได้ ๕ ปี สมเด็จพระชนกของพระองค์ได้ทรงพาไปเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑ ที่วัดพระแก้ว ทรงจำได้ว่าสมเด็จพระอัยยกาธิราชทรงอุ้มขึ้นประทับบนพระเพลา แล้วตรัสเรียกกรมหมื่นรักษ์รณเรศว่า “เอ้า อุ้มหลานไปดูภาพรามเกียรติ์ที” ด้วยเหตุนี้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ทรงสร้างพระเจดีย์ใหญ่เป็นองค์ที่ ๔ ในวัดโพธิ์ จึงมีพระราชดำรัสไว้ว่า “พระเจ้าแผ่นดินต่อไปไม่ต้องสร้างเดิมอีก ขอให้ทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์ว่า ๔ พระองค์นี้ ท่านได้ทรงทันรู้จักกัน”

น่าจะนึกว่า เป็นบุญของเราที่เผอิฐให้สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ได้ทรงมาเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่แรกจัดอย่างใหม่ เพราะเดิมเราปกครองตามระบอบกรุงศรีอยุธยา มี ๔ เสนาบดี แยกกันปกครองเป็นส่วนๆ คือ ใต้ เหนือ ตะวันออก ตะวันตก ครั้นถึงสมัยเรามีเรื่องยุ่งๆ กับชาวตะวันตก การแบ่งกันปกครองก็ไม่สะดวกรวดเร็วได้ทันเวลา เพราะการคมนาคมของเราก็ยังไม่ดีพอ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ เสด็จมาจัดแบบใหม่ เป็นมณฑล จังหวัด อำเภอ ฯลฯ อย่างปัจจุบัน เนื่องแต่ได้มีโอกาสจัดการปกครองท้องที่ทั่วพระราชอาณาจักรนี้ จึงทรงมีเวลาขุดค้นไปด้วย

ฉันได้เคยตามเสด็จและได้เคยเห็นท่านทรงทำงานในตอนเช้าราว ๙ นาฬิกา ท่านเสด็จกับพวกข้าราชการมีตั้งแต่เทศาฯ ไปจนนายอำเภอ ออกไปตรวจศาลากลางและสถานที่ต่างๆ รวมทั้งคุกด้วย เราพวกผู้หญิงไม่ต้องไป เพราะเป็นเรื่องราชการอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งต้องอยู่ทำกับข้าวเตรียมจัดโต๊ะไว้ให้พร้อม พอท่านเสด็จกลับมาก็เข้าโต๊ะพร้อมกับข้าราชการด้วย สนทนากันไปจนราวบ่าย ๒ โมงก็ต่างแยกกันพัก พอบ่าย ๔ โมงก็ตั้งต้นออกใหม่ คราวนี้เราได้ไปด้วยเพราะเป็นเรื่องขุดค้น วิธีค้นของท่านคือประกาศกับพวกเดินทางทั้งพวกพรานและพวกราษฎรสามัญว่า ถ้าใครพบวัตถุสถานหรือสิ่งของโบราณให้มานำเจ้าหน้าที่ไปดู จะให้รางวัลตามค่าของสิ่งที่พบ ถ้าเป็นศิลาจารึกก็ต้องล้างถูเอากระดาษว่าวปะทาหมึก แห้งแล้วเอาออกมาม้วนใส่กล่องกลับมาแปล

เราออกจากหอสมุดนี้แล้ว จะไปดูพิพิธภัณฑ์ วันนี้เป็นวันเปิดให้คนดูคงจะแน่นและไม่สะดวกที่จะไปอธิบายกันที่โน่น ฉะนั้นขอให้เราทำความเข้าใจกันที่นี่ก่อน ฉันขอให้ทุกคนเข้าใจว่า ของในพิพิธภัณฑ์นั้นเป็นของพิสูจน์ว่าเราได้เจริญมาแล้วอย่างไร ไม่ใช่ของที่ตายแล้วและไม่ควรเอาใจใส่ ไทยเราเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่ารู้น่าเรียน แต่เผอิญหอพระสมุดอันเป็นแหล่งที่รวมความรู้ของเรา ได้ถูกเผาเสียเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๕ เราจึงควรจะช่วยกันตั้งต้นทำใหม่อยู่เสมอ และต้องทำด้วยมีหลักฐานพร้อมด้วยเหตุและผล ถ้าเราจะทำกันจริงๆ แล้ว ยังมีงานอีกมากมายที่จะทำ โดยเฉพาะหนังสือเรียน ฉันขอชวนเธอทุกคนให้เอาใจใส่ในทางนี้

เราเกิดมาในเวลาที่ลำบาก เพราะการคมนาคมของโลกเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก ที่จะหวังเอาว่าต่างคนต่างอยู่นั้นไม่ได้เสียแล้ว เรามีแต่จะพบกันเร็วขึ้นและมากยิ่งขึ้นทุกที ยิ่งเราเกิดมาทีหลังเราก็ยิ่งมีเรื่องที่จะเรียนรู้มากขึ้นเป็นลำดับ เพราะวานนี้ วันนี้ และพรุ่งนี้จะตัดออกจากกันไม่ได้ เราต้องได้รับความเห็นความรู้ใหม่ๆ จากที่อื่นให้พอเหมาะด้วย เพื่อการสมาคม แต่เราจะรับเอามาหมดจนลืมตัวเองนั้นก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะไม่มีใครนิยมผู้ที่ไม่รู้จักตัวเอง คิดดูง่ายๆ ว่าถ้าท่านไปพบคนอเมริกาคนหนึ่ง ท่านถามเขาว่าเรื่องอเมริกาเป็นอย่างไร ถ้าคนๆนั้นตอบว่าไม่รู้แล้ว ท่านจะนึกว่าคนๆนั้นเป็นอย่างไร ท่านจะชอบเขาสักเพียงไหน ท่านจะไม่นับถือเขาได้เลย

แต่มีข้อสำคัญอยู่อย่างหนึ่งที่เราจะลืมเสียมิได้ ว่าชาวต่างประเทศนั้นเขาเรียนเขารู้มากกว่าที่เราเข้าใจ ฉะนั้นจะตอบอะไรเขาแล้ว ถ้าไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ แล้วไปเรียนเสียให้รู้ อย่าเดาเป็นอันขาด อย่างลืมว่าเขามีหนังสืออ่าน ถ้าเขาจับได้ว่าเรารู้ไม่จริงแล้ว เขาจะนึกอย่างไร ในเวลาที่ฉันไปยุโรป ไม่มีใครถามเลยว่าเมืองไทยใหญ่โตเท่าไหน มีราษฎรเท่าใด นอกจากคนเดียว นอกจากนั้นมักจะถามว่า ศาสนาพุทธของท่านผิดกับของจีนและญี่ปุ่นอย่างไร พงศาวดารของท่านเป็นอย่างไรในสมัยนั้น ซึ่งแสดงว่าเขารู้เราอยู่แล้ว

คราวนี้กลับมาพูดกันถึงห้องนี้ต่อไป เรารู้แล้วว่าสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ท่านเรียนรู้มาจากไหน เราก็ควรรู้ต่อไปอีกว่าท่านเป็นอย่างไร มีอะไร ใช้อะไรบ้าง จึงเป็นนักปราชญ์ได้

นั่นคือพระรูปหินอ่อน ทำในประเทศอิตาลีเมื่อเสด็จยุโรปครั้งแรก พระชันษา ๒๙ ปี
๒ ข้างพระพุทธรูปนี้คือต้นไม้แก้ว กรมขุนวรจักรธรานุภาพทรงทำ แสดงให้เห็นว่าคนไทยทำแก้วได้ดีเท่าถึงที่ทำในเมืองเวนิช
ตู้ด้านขวาพระรูป ใส่ของที่ระลึกต่างๆ ในการเสด็จไปยุโรป ๒ ครั้ง
ตู้ด้านซ้าย ของที่ระลึกเสด็จตรวจราชการครั้งแรก เพราะเป็นเสนาบดีกระทรงมหาดไทยคนแรกที่ออกตรวจราชการเอง
งาช้างคู่นี้ เป็นงาพลายทองคำ ซึ่งเคยทรงเมื่อตรวจท้องที่ที่เมืองนครสวรรค์ เพราะเวลานั้นไม่มีรถยนต์ ช้างตัวนี้ตกมันเข้าไปเหยียบคนในตลาดตาย ตำรวจจึงยิงตาย พระครูที่วัดพยุหคิรีเป็นเจ้าของช้าง จึงนำงานี้มาถวายว่าเพราะเคยทรงเขามา
โต๊ะทรงพระอักษรนี้ จัดไว้ตามที่ทรงใช้อยู่ทุกวันไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย แม้ปฏิทินก็ทรงเปิดไว้เองถึงวันนั้นก่อนสิ้นพระชนม์ ๒ วัน
อานม้า เก้าอี้ผ้าใบ หีบอาหาร ฯลฯ เหล่านี้ เป็นของทรงใช้ในเวลาตรวจราชการทั่วพระราชอาณาจักรทุกๆ ปี

ต่อจากนี้ควรดูหนังสือเป็นตู้ๆ ไป หนังสือที่ทรงมีอาจไม่มากหรือแปลกไปจากที่อื่นๆ แต่ที่อื่นไม่มีหนังสือที่ทรงโน้ตไว้ด้วยพระองค์เองเช่นในหอนี้ โดยเฉพาะตู้พงศาวดาร ท่านจะไปเที่ยวต่างประเทศหรือในเมืองไทย หอนี้มีรูปและหนังสือนำเที่ยวให้ท่านดูได้ทุกแห่ง

คนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน ถ้าพูดตามทางศาสนาก็ว่าบุญแต่งกรรมแต่ง ฉะนั้น เราจักเหมือนกันไปทุกอย่างไม่ได้ เวลาเราเป็นนักเรียน เราก็เรียนไปตามสมุดด้วยความนึกคิด ครั้นออกไปพบชีวิตจริงๆ เข้าแล้ว ก็มักจะพบกับสิ่งที่ไม่เคยคิดขึ้นอีกมาก เพราะฉะนั้นการที่นักเรียนเก่ากับนักเรียนใหม่ได้พบกันนั้น ควรจะยินดีที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อเป็นประโยชน์แก่ชีวิตของเพื่อผู้หญิงด้วยกัน

ก่อนจะจบ ฉันอยากบอกว่า ฉันแน่ใจว่าเวลานี้เสด็จพ่อกำลังทรงยิ้มด้วยความพอพระทัย ที่ได้ทรงเห็นว่ามีผู้เอาใจใส่มาศึกษาดังพระประสงค์ และคงจะทรงขอบใจและประทานพรท่านทุกคนให้มีความสำเร็จรุ่งเรืองในสติปัญญา ความรู้ความสามารถอย่างรอบคอบ ให้สมชื่อกับสำนักนี้ – ราชินี คือ ยอดของหญิง.


.........................................................................................................................................................


คัดจาก "สารคดีที่น่ารู้" พระนิพนธ์หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล


Create Date : 23 กรกฎาคม 2550
Last Update : 23 กรกฎาคม 2550 10:28:34 น. 2 comments
Counter : 2149 Pageviews.  
 
 
 
 
blog คุณกัมม์น่าสนใจมากๆ ค่ะ
 
 

โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 23 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:08:50 น.  

 
 
 
แวะมาอ่านค่ะ....
ขอบคุณสำหรับความรู้นะค่ะ เยอะมากๆๆ เลย Blog นี้
และ สลักนาม ไว้เป็นที่ระลึก...

 
 

โดย: naragorn วันที่: 8 สิงหาคม 2550 เวลา:21:37:32 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

กัมม์
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




วิชา ความรู้จะมีค่าเมื่อถูกถ่ายทอด
[Add กัมม์'s blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com