Group Blog
 
<<
มีนาคม 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
31 มีนาคม 2558
 
All Blogs
 
ตำนานรักและผูกพันของ ลี กวน ยู กับอาจู





แม้จะถูกสื่อตะวันตกตราหน้าว่าเป็นเผด็จการประชาธิปไตย แต่ลี กวน ยู รัฐบุรุษโลก กลับเป็นเผด็จการที่ชาวสิงคโปร์และโลกรักและเคารพยกย่อง กระทั่งสามารถอยู่ในวงการเมืองจวบจนนาทีสุดท้ายของชีวิต เทียบกับอดีตเผด็จการอย่างอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอสแห่งแดนตากาล็อกฟิลิปปินส์ และอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โตแห่งแดนอิเหนาอินโดนีเซีย ผู้เป็นเผด็จการร่วมรุ่นร่วมยุคสมัย แต่กลับถูกประชาชนรวมพลังอัปเปหิด้วยข้อหาเดียวกันนั่นก็คือทุจริตคอร์รัปชั่นยักยอกเงินของแผ่นดินไปเป็นสมบัติส่วนตัวและใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ กระทั่งติดอันดับ 10 ยอดผู้นำสุดโกงกินมากที่สุดในโลก

ยิ่งไปกว่านั้น หลังบ้านของมาร์กอสและซูฮาร์โตต่างก็ขึ้นชื่อลือเลื่องเช่นกันในเรื่องการรับเงินสินบน กระทั่งนางอิเมลดา มาร์กอส ได้รับฉายาว่า "มาดามผีเสื้อเหล็ก" และ"มาดาม 3 เปอร์เซ็นต์ " ส่วนนางสตี ฮาร์ตินาห์ หรือ "มาดามเทียน" คู่ชีวิตของซูฮาร์โต ก็ได้รับสมญาว่า "มาดาม 10 เปอร์เซ็นต์" จากการหัก 10 เปอร์เซ็นต์เป็นค่าวิ่งเต้นให้บริวารว่านเครือของซูฮาร์โต

แต่เรื่องเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับครอบครัวของลี กวนยูและนางกัว เก็ก จู หรือ "อาจู" ภรรยาคู่ชีวิต ซึ่งไม่เคยมีข้อครหาแม้แต่น้อยว่าทุจริตคอร์รัปชั่นหรือรับสินบนใดๆ ยิ่งกว่านั้นมาดามลี ซึ่งไม่ได้เป็นโฉมสะคราญแบบนางอิเมลดา มาร์กอส ที่เคยสวมมงกุฎรองนางงามฟิลิปปินส์มาก่อน หากแต่มากปัญญาแบบนางอุยซี ภรรยาของขงเบ้ง ก็ยินดีทำตัวเป็นช้างเท้าหลัง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทั้งหลายทั้งปวงของลี กวน ยู อย่างเงียบๆ คอยให้กำลังใจจนสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง

ลีถึงกับออกปากยกย่องว่าเธอเป็นยิ่งกว่าภรรยา เพราะยังเป็นเพื่อนแท้และที่ปรึกษาผู้รู้ใจที่ตัวเองไว้วางใจมากที่สุด

สมกับเป็นคู่สร้างคู่สมกันมาแต่ปางบรรพ์ ในฐานะที่ต่างเป็นรักแรกและรักเดียวในกันและกัน และเป็นเงาของกันและกันเรื่อยมา แม้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานถึง 63 ปี เหตุนี้ จึงไม่ต้องสงสัยแม้แต่น้อย เมื่อ "อาจู" เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อเย็นวันที่ 2 ตุลาคม 2553 ลี กวน ยู จึงสารภาพว่านับตั้งแต่ไม่มีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากอยู่เคียงข้าง ชีวิตของตัวเองก็เปลี่ยนไป ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว

และนับแต่นั้น รัฐบุรุษโลกลี ก็หมดกำลังใจที่จะอยู่ต่อไปตามลำพัง นอนป่วยกระเสาะกระแสะอยู่แต่บนเตียงและต้องใช้เครื่องช่วยชีวิตเรื่อยมาจนกระทั่งถึงแก่อสัญกรรม

แม้ภายนอกจะเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง เด็ดขาด กระทั่งสามารถนำเกาะสิงคโปร์ที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติแม้แต่น้อยให้กลายเป็นเกาะมหัศจรรย์และเป็นศูนย์กลางธุรกิจใหญ่แห่งเอเชีย แต่ในเรื่องของความรักแล้ว ลี กวน ยู กลับเป็นคนรักและสามีที่สุดแสนอ่อนโยน รักเดียวใจเดียว และให้ความสำคัญกับ "อาจู" เสมอมา ในฐานะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่สามารถเอาชนะเขาได้ในเรื่องการเรียน

ตั้งแต่เด็ก กัว เก็ก จู ได้ชื่อว่าเป็นคนเรียนเก่งมากๆ สอบได้ที่ 1 ระหว่างการสอบชั้น ม.6 เคมบริดจ์ทั่วมาลายา และขณะมีอายุ 16 ปี ก็เป็นนักเรียนหญิงเพียงคนเดียวที่เข้าไปเรียนพิเศษที่วิทยาลัยราฟเฟิลส์ ซึ่งเป็นโรงเรียนชายชื่อดังเพื่อเตรียมตัวสอบชิงทุนควีนส์ สกอลาร์ชิป แล้วได้พบกับลีเป็นครั้งแรก

ความรักที่แม้แต่สวรรค์ยังอิจฉาของทั้ง 2 คนปรากฏอยู่ในหนังสือบันทึกอัตชีวประวัติของลี กวน ยู ที่เผยแพร่เมื่อปี 2542 ซึ่งเล่าหมดเปลือกว่าได้พบกันครั้งแรกปี 2487 ตอนที่เธอเป็นนักเรียนหญิงเพียงคนเดียวของวิทยาลัยชื่อดังที่เป็นแหล่งรวมของสุดยอดนักเรียน 150 คน แต่ในครั้งนั้น นอกจากจะไม่ใช่รักแรกพบแล้ว

ทั้ง 2 คนยังเหมือนกับคู่กัดที่ต้องแข่งกันเพื่อชิงความเป็นที่ 1 ในการสอบวิชาต่างๆ ปรากฏว่าสาวน้อยกัว เก็ก จู ซึ่งมีอายุมากกว่าหนุ่มน้อยลี กวน ยู 2 ปีสามารถเอาชนะได้ที่ 1 ในวิชาภาษาอังกฤษและเศรษฐศาสตร์ ส่วนหนุ่มน้อยลีได้ที่ 2 หลังจากเลิกคิ้วและตีสีหน้าใส่กัน มิตรภาพกลับทวีความแนบแน่นมากขึ้น ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีความหวาดระแวง ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง สุดท้ายก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรักในอีก 2 ปีให้หลัง

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง พ่อของลี กวน ยูกัดฟันส่งแฮรี ลี และเดนนิส น้องชายไปเรียนต่อด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในหนังสืออัตชีวประวัติ ลีสารภาพว่า "เรายังเด็กและกำลังมีความรัก จึงได้แต่กังวลห่วงใยและเฝ้าหวังว่ากัว เก็กจูจะสามารถสอบชิงทุนควีนส์ สกอลาร์ชิป ได้เพื่อจะได้มาเรียนต่อที่เคมบริดจ์ด้วยกัน....ผมถามเธอว่าจะคอยผมกลับมาในอีก 3 ปีให้หลังหรือไม่ อาจูถามผมว่ารู้หรือเปล่าว่าเธอแก่กว่าผม 2 ปีครึ่ง ผมตอบว่ารู้และได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว ผมเองก็เป็นเด็กโตเกินวัย เพื่อนๆ ล้วนแต่มีอายุมากกว่า ยิ่งกว่านั้น ผมก็ต้องการใครสักคนที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ใครที่ไม่รู้จักโตและต้องการให้คนคอยปกป้องดูแลตลอดไป ผมเองก็ไม่ต้องการมองหาหญิงอื่นที่ทัดเทียมกันและสนใจอะไรๆ เหมือนกัน เธอตอบว่าเธอจะรอผม" แม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะไม่ยินดีพิจารณาแฮรี ลีให้เป็นว่าที่ลูกเขยก็ตาม

หลังสงคราม อาจูได้กลับมาเรียนต่อที่ราฟเฟิลส์และสอบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง รวมทั้งสอบชิงทุนควีนส์ สกอลาร์ชิปด้วย ซึ่งทุนนี้จะให้เด็กเรียนดีชาวสิงคโปร์ปีละทุนเท่านั้น นั่นหมายความว่าถ้าเธอสอบชิงทุนนี้ไม่ได้ เธอก็ต้องเฝ้ารอคอยลีถึง 3 ปี ซึ่งต่างก็ไม่ปรารถนาเช่นนั้น สาวหัวดีและเรียนเก่งอย่างอาจูจึงฮึดสู้และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

เธอสอบชิงทุนควีนส์ สกอลาร์ชิปได้ดังหวัง แต่ก็เผชิญกับอุปสรรคไม่คาดฝัน เนื่องจากทางการไม่สามารถหาที่ว่างในมหาวิทยาลัยให้ได้ จึงแจ้งให้เธอรออีกหนึ่งปี แต่หนุ่มน้อยแฮรี ลี กลับไม่สามารถทำใจรอได้ จึงได้วิ่งเต้นผ่านคณบดี กระทั่งยอมรับให้เธอมาเรียนที่เคมบริดจ์ได้ในเทอมถัดมา

สองหนุ่มสาวจึงได้มาพบหน้ากันใหม่ในกรุงลอนดอน หลังจากนั้นไม่นาน ลี ก็ขอแต่งงานเงียบๆ อาจูตอบตกลงโดยไม่ลังเลใจแม้แต่น้อย แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าขัดต่อประเพณีก็ตาม ทั้ง 2 จึงได้แอบแต่งงานกันที่เมืองสแตรทฟอร์ด ริมแม่น้ำเอวอน อันเป็นเมืองบ้านเกิดของเชคสเปียร์เมื่อปี 2490

หนุ่มน้อยลีได้ซื้อแหวนทองคำขาวให้ ซึ่งอาจูได้ร้อยกับสายสร้อยสวมคล้องคอไว้ตลอดมา สองหนุ่มสาวได้ปิดบังเรื่องนี้ไม่ให้ใครรู้แม้กระทั่งพ่อแม่ของทั้ง 2 ฝ่ายซึ่งตราบจนเสียชีวิตก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้ เพราะกลัวว่าทางบ้านและเจ้าของทุนจะไม่ยอมรับและอาจยึดทุนคืน และโลกเพิ่งรู้ความลับนี้จากหนังสืออัตชีวประวัติของลี กวน ยู ซึ่งเล่าว่าเมื่อเดินทางกลับสิงคโปร์ ทั้ง 2 คนได้ทำพิธีแต่งงานอย่างถูกต้องตามประเพณีเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2493 "ผมไม่คิดว่าเป็นข้อแก้ตัวแต่อย่างใด ที่ต้องแต่งงาน 2 ครั้งกับผู้หญิงคนเดียวกัน"

หลังจากแต่งงานแล้ว อาจูทำหน้าที่เป็นแม่บ้านและทำงานเป็นทนายความในสำนักทนายความลี แอนด์ ลี ที่ลีและเดนนิส น้องชาย ร่วมกันตั้งขึ้นมา ก่อนที่ลีจะวางมือจากสำนักทนายความแห่งนี้เพื่อไปเล่นการเมือง ปล่อยให้อาจูและเดนนิสช่วยกันบริหาร กระทั่งกลายเป็นสำนักทนายความที่ใหญ่ที่สุด

และแม้จะมีทายาทคนแรกด้วยกันนั่นคือลี เซียน หลงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2495 เธอก็ช่วยงานของลีโดยเป็นคนตรวจร่างถ้อยแถลงต่างๆ ด้วยภาษาที่ง่าย แจ่มแจ้งและตรงประเด็น ทำให้ลี ประสบความสำเร็จในงานทนายความ อาจูยังช่วยสอนเคล็ดลับการเขียนภาษาอังกฤษให้กระชับและใช้ประโยคที่มีประธานเป็นทำกริยานั้นโดยตรง ที่สำคัญคือเป็นคนช่วยร่างธรรมนูญของพรรคกิจประชาชน (พีเอพี) ที่ลี กวน ยูตั้งมากับมือ และยังเป็นคนช่วยแก้สำนวนภาษาให้ถูกต้อง

ในหนังสืออัตชีวประวัติ ลี กวน ยู ได้ยกย่องเธอ 2 เรื่อง เรื่องแรกก็คือการมีวิสัยทัศน์ยาวไกล มองออกล่วงหน้าว่าการผนึกรวมสิงคโปร์เป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐมลายู ท้ายที่สุดก็จะล้มเหลว เนื่องจากความแตกต่างของวิถีชีวิตและทัศนะการเมืองของผู้นำพรรคอัมโน พรรครัฐบาลมาเลเซีย ปรากฏว่าเธอทายถูกเพราะท้ายที่สุดมาเลเซียก็อัปเปหิสิงคโปร์เมื่อปี 2508 ทำให้ลี กวน ยู ฮึดสู้ตั้งเป็นประเทศและตัวเองก็เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกนานติดต่อกันถึง 31 ปี

ในช่วงผ่องถ่ายอำนาจนั้น "อาจู" ยังมีส่วนช่วยเหลือลีในการร่างกฎหมายแยกประเทศให้ครอบคลุมเรื่องที่มาเลเซียจะต้องรับประกันว่า จะต้องจ่ายน้ำประปาให้สิงคโปร์ตลอดไป และลีได้ใช้สัญญาข้อนี้มาอ้างทุกครั้งที่ผู้นำมาเลเซียขู่จะตัดน้ำประปา

ช่วงที่เกิดวิกฤติครั้งใหญ่ อาจูคอยเป็นกำลังใจและมีส่วนช่วยสถาปนาประเทศสิงคโปร์มากับมือ "ตอนที่เกิดวิกฤติไม่ว่าจะครั้งไหนๆ เราจะไม่ยอมปล่อยให้อีกคนหนึ่งอยู่อย่างโดดเดี่ยว อ้างว้างตามลำพัง ตรงกันข้าม เราจะเผชิญกับวิกฤติด้วยกัน ร่วมทุกข์ ร่วมสุข แบ่งปันความรู้สึกกลัวและความหวังด้วยกัน ในช่วงนั้นๆ เรายิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น ยิ่งเวลาผ่านไป ความผูกพันของเราก็ยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้นตามลำดับ"

มาดามลีก็มักจะเล่าตำนานชีวิตให้คนรุ่นหลังฟัง พร้อมกับสารภาพว่า แม้เธอจะเป็นนักบุกเบิกการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีรุ่นแรก แต่เธอก็ยินดีทำหน้าที่ภรรยาที่ดี เดินทางไปกับเขาเหมือนเป็นเงาตามตัวโดยเฉพาะการเดินทางไปกระชับสัมพันธไมตรีทางการทูตและการพบปะกับรัฐมนตรีจากต่างประเทศ "ฉันจะเดินตามหลังสามี 2 ก้าวเสมอ"

แต่สิ่งที่เธออุทิศให้ตลอดก็คือการดูแลครอบครัว ทุกเที่ยงเธอจะกลับบ้านทำอาหารกลางวันให้ลูกทั้ง 3 คน ยามว่างก็คอยจัดทำประวัติและเก็บแฟ้มรูปของลูกๆ ทุกคนจนกระทั่งโต ยามว่างก็จะชอบทำสวน เลี้ยงนก พาลูกๆ และหลานๆ ไปเดินเล่น

อาจู เป็นนักกฎหมายอาชีพนานกว่า 40 ปี กระทั่งเริ่มป่วยด้วยโรคหัวใจเมื่อปี 2546 ลี กวน ยู ซึ่งแม้จะเติบโตในสังคมชายเป็นใหญ่ที่ผู้ชายไม่ต้องทำอะไรเองแม้กระทั่งตอกไข่ ก็สลัดความเป็นใหญ่ทิ้งทันที และปรับวิถีชีวิตของตัวเองใหม่เพื่อจะได้ดูแลภรรยาคู่ยากอย่างใกล้ชิด

เมื่อตาข้างซ้ายของเธอเริ่มมืดมัว ลีก็จะนั่งตรงข้างซ้ายของเธอระหว่างอาหาร คอยให้กำลังใจเธอให้ค่อยๆ กินอาหาร และเมื่อเธอทำอาหารหก เขาก็จะค่อยๆ เก็บเศษอาหารทิ้ง นอกจากนี้ก็คอยกระตุ้นให้อาจูว่ายน้ำทุกวันและจะเป็นคนวัดความดันให้วันละหลายครั้ง แม้ว่าลี เหว่ย หลิง ลูกสาวคนกลางซึ่งเป็นหมอจะขอให้แพทย์คนหนึ่งติดอุปกรณ์วัดความดันสวมที่ข้อมือเหมือนนาฬิกาก็ตาม แต่อาจูเคยให้สัมภาษณ์ว่า "ฉันอยากให้สามีของฉันเป็นวัดความดันให้มากกว่า"

โรคหัวใจที่กำเริบเป็นครั้งที่ 2 เมื่อปี 2551 ทำให้อาจูต้องนอนแบ่บอยู่บนเตียง พูดไม่ได้ แต่ยังมีความรู้สึกและรับรู้คำพูดของคนอื่นๆ ทุกวันหลังเลิกงาน ลีก็จะมานั่งข้างเตียงเล่าให้เธอฟังว่าทำอะไรบ้าง และทุกคืนก็จะอ่านบทกวีที่อาจูชื่นชอบให้ฟังนาน 2 ชั่วโมงโดยไม่มีขาดแม้แต่คืนเดียว และเนื่องจากหนังสือรวมบทกวีนั้นแสนจะหนาและหนัก ลีจึงต้องวางหนังสือบนขาตั้งดนตรี ปรากฏว่าคืนหนึ่งเขาเผลองีบหลับ กระทั่งหน้ากระแทกขาตั้งเป็นรอยช้ำ แต่ก็ไม่ทำให้ลีถอดใจแต่อย่างใด ยังคงอ่านบทกวีให้ภรรยาคู่ยากฟังทุกคืน และแม้จะประกาศว่าเลิกนับถือทุกศาสนาแล้วก็ตาม แต่ลี กวน ยู กลับสวดมนต์ภาวนาให้อาจูมีอาการดีขึ้น ว่ากันว่าลี เครียดกับอาการป่วยของเธอยิ่งกว่าคราวที่ประสบมรสุมทางการเมืองเสียอีก

หลังจากนอนนิ่งบนเตียงนาน 2 ปี "อาจู" ก็จากไปอย่างสงบด้วยวัย 89 ปี ลีค่อยๆ เดินไปที่โลงศพเพื่อนำดอกกุหลาบแดงไปวางบนร่าง พลางใช้มือขวาลูบใบหน้าของเธอ ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากถึง 2 ครั้ง ร่ำลา "อาจู" เป็นครั้งสุดท้าย แสดงออกถึงความรักมั่นที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยนจวบจนวันตาย

(เปิดโลกวันอาทิตย์ : ตำนานรักและผูกพัน ของ ลี กวน ยู กับ อาจู : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)
//www.komchadluek.net/detail/20150329/203779.html










จะต้องไม่แยกตัวเองไปอยู่อย่างโดดเดี่ยว.

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องมีอะไรมากระตุ้นตลอดเวลา ต้องพบปะผู้คน คอยติดตามเรื่องราวของสังคมและของโลก


ลีกวนยูบอกว่าไม่ค่อยชอบเดินทางเท่าใดนัก.

แต่ต้องบังคับตัวเองให้ไปโน้นไปนี่ในตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของหลายบริษัท เช่น ธนาคารและบริษัทน้ำมัน เป็นต้น ไปจีน ไปอินเดีย ใด้พบปะผู้คน ได้ประชุม ฟังคำบรรยายสรุป. เพื่อจะได้รู้ว่าโลกไปถึงไหนแล้ว........มิเช่นนั้นก็จะนั่งๆนอนๆอนู่กับบ้านและไม่ได้คบหาใคร

ลี บอกว่าคนที่มีอายุมากขึ้น ต้องมีความสนใจอะไรเป็นพิเศษ.

ถ้าคุณอายุ 55 แล้วบอกตัวเองว่าจะเกษียณแล้วเพื่ออ่านหนังสือ เล่นกอล์ฟและดื่มไวน์. ลีบอกว่าคุณเสร็จแน่ๆ เพราะว่าหลังจากนั้นไม่นาน คุณจะเร่ิมเบื่อ ไม่มีอะไรจะทำ ไม่มีเป้าหมายในชีวิต. คุณจะเร่ิมเหี่ยวทั้งร่างกายและหัวใจ. ดังนั้น คำแนะนำจากลีคือ คุณต้องหาอะไรที่ตัวเองสนใจมาทำ. และหาสิ่งท้าทายใหม่ๆสำหรับตัวเองตลอดเวลา. ทุกวันนี้ พอมีคนมาบอกว่า. อายุ 60 แล้ว กำลังจะเกษียณ จะไม่ทำอะไรอีกแล้ว ก็จะตอบเขาว่า. คุณอยากตายเร็วก๊ทำไปเถอะ

ลีฝากบอกผู้สูงวัยทุกคนว่า

"ถ้าคุณอยากเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นพรุ่งนี้ คุณต้องหาอะไรมากระตุ้นให้คุณใช้ชีวิตที่สนุกสนานและมีความหมายต่อไปเลื่อยๆ. ไม่ใช่คิดแต่พักผ่อนหลับนอนอย่างเดียว........ทำอย่างนั้นเท่ากับคุณรอความตายอย่างเดียวเท่านั้น"








Create Date : 31 มีนาคม 2558
Last Update : 31 มีนาคม 2558 15:17:29 น. 0 comments
Counter : 1339 Pageviews.

เนเวอร์แลนด์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 90 คน [?]







แนะนำให้ชม

บัวหิมะ
บัวหิมะ
วิธีเลี้ยงบัวหิมะ
เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน
บั้งไฟพญานาคที่ไปดูมา
ติดอันดับTOP Page Views
อาหารและการดูแลสุขภาพ ผู้ป่วยมะเร็งและคนทั่วไป
เที่ยวขอนแก่น
Michael Jackson
คอนเสิร์ตบอย Peacemaker
คลิปเจ้าขุน
การกลับมาของX Japan

ท่องเที่ยว

UFOที่เคยเห็น
บั้งไฟพญานาคที่ไปดูมา
หาดใหญ่และปัตตานี
ไข่มุกอันดามัน
อะ พีพี
เกนติ้ง
กัวลาลัมเปอร์
หาลิงเข้าถ้ำทะเลภูเขาเลยจ้า นอนดูหมอกที่ปราจีนบุรี
เที่ยวปราจีนบุรีต่อ
เลยจะถึงไหมละนี่
พักค้างแรมที่เลย
เลยจนเกือบถึงลาว
ขุดกรุเขื่อนป่าสัก
บึงแก่นนคร ขอนแก่น
พระธาตุขามแก่น
เดินทางไปลพบุรี
กินข้าวอิงภูชัยภูมิ
ลาว เวียงจันทร์
ลาว2
ปิดทริปเที่ยวลาว
ล่องเรือเจ้าพระยา
รถไฟลอยฟ้า ฟ้า ไทย
รถไฟใต้ดินไทย
ทะเลน้ำจืดหาดวังโกขอนแก่น บ้านปราสาทโคราช
วังน้ำเขียวโคราช
ชอปปิ้งหนองคาย
ตัวเมืองขอนแก่น
น้ำผุดทับลาว ชัยภูมิ
สนามหลวง2
ไปดูงานศิลป
สายน้ำกับปลาที่ไปปล่อย
งานExpro
เขื่อนอุบลรัตน์
เที่ยวป่าวัดพรไพรวัลย์
ล่องแพอ่างเก็บน้ำห้วยไร่
ทะเลหมอกภูพานน้อย
วัดเจดีย์ชัยมงคล
ครั้งหนึ่งที่เคยโบกรถ
น้ำหนาว,เพชรบูรณ์
พระพุทธชินราช,พระธาตุลำปางหลวง
น้ำพุร้อน,วัดร่องขุ่น
มหาลัยแม่ฟ้าหลวง,น้ำตกก้างปลา
เวียงแก่น,ภูชี้ฟ้า
ดอยแม่สลอง
อุทยานฯขุนแจ
สวนโลกราชพฤกษ์
วัดเจดีย์7ยอด,วัดเจดีย์หลวง
ดอยสุเทพ,ทุ่งสแลงหลวง
โครงการครูบ้านนอก
วัดหลวงพ่อโตใหญ่ที่สุดในโลก
ที่พักปากช่อง
เลย-ลาว-ท่าลี่
ถึงระยองแล้วจ้า
ทะเลตอนเช้า
งานเที่ยวภาคใต้






foodietasteเนเวอร์แลนด์
 foodietasteเนเวอร์แลนด์

Friends' blogs
[Add เนเวอร์แลนด์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.