Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
1 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
สงครามชีวิต โอชิน

เอามาลงบล็อคเพราะดูจบหลายรอบแล้ว เล่าเอาไว้อ่านเวลาเจอปัญหาหนัก เพราะถึงจะเป็นหนังแต่ก็มีส่วนเรื่องชีวิตจริงที่คงมีคนทุกข์ยากแบบนี้ ถึงแม้จะไม่ทุกปัญหาแบบโอชิน

ถ้าใครอยากดูคลิปแนะนำของคุณladyEdnaMode
จะดูเพลินกว่าดูจากแผ่น เพราะเป็นช่อง 3 พากษ์สนุก


https://www.youtube.com/watch?v=3GQnEIc5Zho&playnext=1&list=PL6F28312D55405A42



เรื่องเริ่มจากโอชินตอนแก่รวยแล้วแต่ไม่มีความสุขเพราะลูกชายมีภรรยาที่ไม่ถูกกันกับโอชิน ลูกชายก็หวังกิจการแม่บริหารซูเปอร์มาเก็ตขยายสาขาที่๑๗ ที่แม่ไม่อยากให้ขยาย แม่คือโอชินเลยเซง หนีออกจากบ้านไปรำลึกอดีตที่กระท่อมบ้านเก่า ที่จนแต่ได้รับความรักและอบอุ่น แต่ไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้ว มีหลานชายสุดโปรดเค่ตามหาไปเจอ โอชินเลยเล่าชีวิตตัวเองให้เค่ฟัง

สมัยเด็กจนมาก ที่บ้านทำนามีนาแค่สองไร่แต่ลูกดก ข้าวไม่พอกิน เลยเช่านาเขาอีกห้าไร่ ขายก็ไม่พอกิน พอลูกเริ่มโตก็ต้องให้ไปเป็นลูกจ้างที่อื่นเพื่อจะได้ไปกินข้าวที่บ้านนายจ้าง แม้แต่โอชินก็ต้องไปทำทั้งที่อายุ 7 ขวบ ไปรับจ้างเป็นพี่เลี้ยงเด็กแลกกับค่าจ้างข้าวขาวหนึ่งกระสอบ เพื่อให้ย่าและน้องที่ยังเล็กจะได้มีข้าวกิน พอไปเป็นลูกจ้างแม่บ้านก็ใช้งานสารพัดแบบคนใช้
โอชินอยากไปเรียนหนังสือเลยแอบไปดูเด็กอื่นเรียน ครูที่สอนแอบเห็นเลยมาหาที่บ้าน โอชินแบกเด็กไปเรียนได้ไม่กี่วัน
ก็ถูกแม่บ้านคนเก่าแกล้งจนหนีออกจากที่ร้านนั้น
ฝ่าพายุหิมะมาเจอชินซากุคนหลบหนีชีวิตทหารมาช่วยชีวิตและอยู่กับพี่เขาพักนึงพี่เขาก็สอนหนังสือให้


พี่ชินซากุเขาสอนให้รักอภัยและรักเพื่อนมนุษย์
“...โอชินยังต้องต่อสู้ผจญอีกหลายสิบปี ถึงจะเจอคนเกลียด ถึงยังไงอย่าไปเคียดแค้นหรือคิดทำร้ายใคร ช่วยได้ก็ช่วย
ถ้าเราเกลียดใครหรือว่าแค้นใคร ตัวเรานั่นเองนั่นแหละจะรู้สึกไม่สบายใจ
หากเราทำร้ายใครก็เหมือนกับเราทำร้ายตัวเอง มันเป็นไปตามกฎแห่งกรรม
ดังนั้นก่อนเราจะโกรธหรือเกลียดใครเคียดแค้นคิดทำร้ายใครก็ตาม เราต้องคิดถึงจิตใจของเขาก่อน ที่เขาทำไปนั้นต้องมีเหตุผล
ถ้ารู้ว่าเราเป็นฝ่ายผิด เราต้องแก้ไขตัวเอง
แต่ถ้าเราไม่ผิดก็อย่าไปตำหนิเขา เราต้องสงสารและเห็นอกเห็นใจเขา
คนที่ใส่ร้ายหรือรังแกเราถือว่าเป็น คนบาป คนที่ไม่มีน้ำใจ คิดได้อย่างนั้นก็ยกโทษให้เขาซะ”

พี่ชินซากุยกฮาโมนิก้าที่ซื้อตอนไปทำสงครามให้โอชินไว้เป่าเวลาเหงา เวลาไม่มีความสุข
แต่ตอนชินซากุพาโอชินมาส่งบ้านเจอตำรวจฆ่าตายเพราะคนหลบหนีการเป็นทหารตอนนั้นมีโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิต

โอชินกลับมาอยู่บ้านพ่อกับพี่ชายก็ด่า แม่ก็ต้องไปทำงานบาร์หาเลี้ยงครอบครัว โอชินเลยต้องไปทำงานเลี้ยงเด็กที่ร้านขายข้าวสารคานาย่า ร้านนี้เจ้าของใจดีมีลูกสาวรุ่นเดียวกับโอชิน ต่อมาความดีของโอชินเลยเป็นเหมือนเพื่อนกันกับคุณหนูคาโย่ จนโตเป็นสาวมาด้วยกันบังเอิญมีหนุ่มพวกใต้ดินประท้วงการเมืองเพราะไม่เห็นด้วยที่ชาวนาโดนเอาเปรียบ มาชอบโอชิน โอชินก็ชอบเขาเหมือนกัน ลูกสาวบ้านนายจ้างก็ชอบผู้ชายคนนี้แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ชอบเธอเขารักโอชิน กลายเป็นแบบรักสามเศร้า

โอชินคาโย่เจอโคตะเป็นครั้งแรก





แต่โอชินจำใจต้องโดนคลุมถุงชนจากนายจ้าง ลูกสาวบ้านนายจ้างพอรู้โอชินชอบผู้ชายคนเดียวกัน เลยไปเจอผู้ชายคนนั้นและฟ้องเรื่องโอชินจะแต่งงาน และหนีตามผู้ชายคนนั้นไปโตเกียวเพราะจะโดนคลุมถุงชนเหมือนโอชิน

โอชินรู้สึกผิดที่คุณหนูหนีตามคนรักตัวเองไป เลยลาออกกลับไปอยู่บ้าน แม่ก็กลับมาอยู่บ้านแล้วด้วย พี่สาวก็กลับมาเพราะป่วยเป็นวัณโรคจากโรงงานปั่นด้ายจนตาย ก่อนตายบอกให้โอชินหนีไปจากบ้านซะไปอยู่โตเกียวไปทำงานร้านทำผมที่เคยชวนพี่สาวไปทำ เพราะพ่อโอชินรับปากกึ่งบังคับให้โอชินไปทำงานร้านอาหาร ที่พี่สาวโอชินรู้ว่าผู้ชายคนนั้นมาหลอกจะเอาไปขายซ่อง แม่ช่วยโอชินให้หนีออกจากบ้าน





เมื่อมาโตเกียวได้ทำงานร้านทำผม นายจ้างใจดีแต่กว่าจะได้ทำก็โดนพวกเพื่อนร่วมงานอิจฉาเหน็บแนมสารพัด ตามประสาที่ทำงานที่มีแต่ผู้หญิงกินนอนด้วยกัน

(ตอนพวกนี้แหละสนุก) แต่ไม่ได้ทำผมที่ร้าน ไปทำที่ทำงานสาว ๆที่ทำงานไนท์คลับ โอชินสนุกได้ฟังพวกสาวๆเม้าส์กันเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟัง และขำที่เขาจ้างให้โอชินเขียนจดหมายถึงหนุ่ม เพราะพวกเธอเขียนหนังสือไม่เป็น แต่บังเอิญสาวพวกนั้นแอบให้เขียนถึงหนุ่มคนเดียวกันหมดเลย




ลูกค้าโอชินเริ่มเยอะเพราะบริการดีทำผมสวย เลยมีคนแนะนำให้ไปทำอีกที่เพิ่ม แต่ก็ถูกขัดขวางจากคนที่ทำประจำที่นั้น ระหว่างถูกตบตีห้ามไม่ให้ไปทำ มีหญิงชายมาช่วย และหญิงที่มาช่วยคือคุณหนูคาโย่แห่งร้านคานาย่าที่หนีออกจากบ้านนั่นเอง
ถึงคุณหนูคาโย่จะอยู่กับโคตะคนรักเก่าโอชิน แต่ก็อยู่แบบรันทดเพราะโคตะชอบทิ้งไปร่วมประท้วง จนล่าสุดหายไปหกเดือนแล้ว คาโย่ก็ยังรอๆๆ ด้วยรักเขามากจึงทนรอ ไม่ยอมกลับบ้านยอมแม้กระทั่งไปเป็นสาวคาเฟ่ที่โอชินจะไปรับจ้างทำผม
"ความสุขอาศัยเงินที่ไม่จีรังยั่งยืน
การมีชีวิตที่ดีคือ การมีชีวิตที่ตนพอใจนั่นแหละคือความสุขที่แท้จริง"

หลังจากนั้นอีตาที่ทำร้ายห้ามไม่ให้โอชินทำงานก็โดนไล่ออก เพราะผู้ชายที่มาช่วยโอชินชื่อริวโซ่เป็นลูกค้าเส้นใหญ่ที่สนิทกับคาโย่ไปฟ้องเจ้าของร้าน




พอโอชินบอกคาโย่เรื่องน้องสาวตายไม่มีคนรับช่วงต่อกิจการ คาโย่เลยจำยอมกลับบ้านแต่ฝากห้องพักโอชินไว้เผื่อโคตะกลับมา และคาโย่รู้สึกผิดต่อโอชินด้วยเลยบอกว่าถ้าโอชินกับโคตะจะแต่งงานกันเธอก็ยอม พอกลับบ้านเธอเลยจำยอมโดนคลุมถุงชน

แต่พอคาโย่จะแต่งงานโคตะดันกลับมาที่ห้องพักและเจอโอชินพอดีแต่โคตะกลับยินดีให้คาโย่แต่งงานกับคนอื่นไปซะ





โอชินไม่เล่าเรื่องเจอโคตะให้ค่าโยฟังกลัวเธอจะทิ้งบ้านมาอีก หลังจากคาโย่แต่งงานชีวิตคู่ก็ไม่ดีนักเจ้าบ่าวก็ชอบเที่ยวเกอิชา เพราะเธอก็ไม่สนใจว่าเขาจะไปไหน

ส่วนโอชินช่วงนี้กำลังงานรุ่งลูกค้าเยอะ นิสัยดีมีน้ำใจดีกับโอชินมาก แต่เงินที่ได้กลับโดนพ่อไถไปใช้หนี้ และเพื่อให้ส่งไปสร้างบ้านให้พี่ชายโอชิน เพราะเมื่อมีบ้านใหม่แล้วพี่ชายจะได้มีเมียมาอยู่ด้วย เพราะถ้าไม่มีบ้านใหม่เขาจะไม่แต่งด้วย โอชินเลยต้องทำงานหนักกว่าเดิมกลางวันทำผมกลางคืนรับตัดชุดกิโมโน จนเป็นลมป่วยเป็นเหน็บชา และช่วงนี้เวลาชีวิตมีปัญหาจะมีริวโซ่มาช่วยเหลือทุกครั้ง ประมาณอัศวินขี่ม้าขาว




เพราะริวโซ่ชอบโอชินอยากแต่งงานกับโอชิน แต่โอชินไม่รักแต่ไม่ได้รังเกียจ

ขอแต่งงาน น่ารักอะ




ด้วยความตรงไปตรงมาจริงใจและสู้ทุกอย่างเพื่อให้โอชินแต่งงานด้วย ยอมแม้กระทั่งจะถูกตัดจากกองมรดกและตระกูลอันโด่งดัง
ริวโซ่รวยหล่อนิสัยดีสุภาพสปอร์ตและมีน้ำใจสาวๆหลายคนเลยชอบ แต่ก็ยอมหลีกทางให้โอชิน

ริวโซ่มาชนะใจโอชินก็ตอนเธอป่วยที่มาเฝ้าดูแลเป็นห่วง แม้แต่พ่อโอชินเองรู้ว่าโอชินป่วยกับไม่สนใจถามไถ่ห่วงใยมีแต่คาดคั้นเอาเงิน ที่โอชินป่วยเป็นโรคเหน็บชาสาเหตุเกิดจากพักผ่อนไม่เพียงพอและประหยัดกินข้าวแต่กับหัวไชโป๊ว
โอชินเลยตกลงแต่งงานกับริวโซ่เพื่อว่าจะได้มีชีวิตครอบครัวตัวเอง เบื่อที่จะโดนที่บ้านไถเงินไม่อย่างนั้นจะต้องส่งเงินให้ร่ำไป และเห็นความดีของริวโซ่ที่ดีกับตน (อิจฉาโอชินเลยนะเนี้ย ที่มีคนเพอเฟค์ทุกอย่างมารักมาเอาใจ)

ส่วนริวโซ่แม่จะคลุมถุงชนเขาก็ไม่ยอมไปแม่เลยโกรธขู่จะตัดจากกองมรดก แต่เขาก็ไม่สนใจ ท่ามกลางทั้งสองครอบครัวคัดค้าน ทั้งคู่เลยแอบแต่งงานกันที่วัดสองคนแบบกระทันหันเหมือนแต่งกันเองที่โบสถ์





โอชินเลยย้ายมาอยู่ที่ร้านขายผ้าบ้านริวโซ่ ตอนแรกก็มีปัญหากับพ่อบ้านที่เลี้ยงริวโซ่มาแบบคุณหนูมีแม่นม แต่โอชินก็ชนะใจด้วยความมีน้ำใจ ให้เกียรติ์ไม่ถือว่าแกเป็นแค่คนใช้ ทั้งความเป็นแม่บ้านขยันรับผิดชอบของโอชิน เลยชนะใจแกจนเขียนไปเล่าให้พ่อริวโซ่อ่าน พ่อริวโซ่เลยมาหาและเมื่อเจอเลยรักเอ็นดูโอชินยอมรับเป็นสะไภ้

วันเดียวกันโอชินได้โทรเลขจากที่บ้าน พ่อป่วยเลยกลับบ้าน แต่เจ็บใจพี่ชายอยู่ที่บ้านใหม่กับเมียแค่สองคน คนอื่น ๆยังอยู่บ้านเก่าโทรม ๆหลังเดิม ทั้งที่เป็นเงินโอชินสร้างโอชินก็ยังไม่ได้นอน โอชินโมโหทะเลาะกันตัดพี่ตัดน้องกันเลย พ่อก็ตายไปแล้ว ด้วยโรคตับเพราะกินเหล้ามากโอชินเลยชวนแม่มาอยู่ด้วย แล้วบังเอิญเจอโคตะที่บ้านพี่ชายแอบทำเป็นที่ประชุมพวกประท้วง โอชินจึงบอกเธอแต่งงานแล้วเขาก็ยินดีด้วยเพราะถึงโอชินจะแต่งกับเขาก็คงไม่มีความสุขเพราะเขาไม่ได้อยู่ด้วยตลอด เขาคอยหลบหนีตำรวจและเดินทางหาที่ชุมนุมประท้วง โอชินเลยรู้สึกโล่งใจที่ตัดใจทั้งจากโคตะและพี่ชายเนรคุณเพื่อเริ่มชีวิตใหม่

โคตะในอนาคตเป็นผู้กว้างขวาง ถึงขนาดลูกชายโอชินไปขอความช่วยเหลือจากสาขาที่โอชินไม่เห็นด้วยจะเจ้ง แต่โคตะปฎิเสธไม่ช่วยเพราะเชื่อในการตัดสินใจของโอชิน สรุปความผูกพันธ์ระหว่างโอชินกับโคตะก็ยาวนานจนแก่เฒ่ากัน

ส่วนคาโย่สามีรู้เรื่องที่คาโย่ยังรักและไม่ลืมโคตะ สามีเลยไม่สนใจหันไปเที่ยวผู้หญิงเกอิชาจนทำผู้หญิงท้อง โอชินเลยรู้สึกผิดที่ทำให้คาโย่ทุกข์ใจหนักกว่าเดิม ที่คิดว่าให้คาโย่อยู่บ้านดูแลกิจการกับสามีจะดีกว่า แต่สามีคาโย่แต่งงานด้วยเพราะเห็นแก่สมบัติเธอมากกว่า เลยเป็นการอยู่ด้วยกันแบบทุกข์จำทนทั้งคู่

ตกลงแม่ไม่มาอยู่กับโอชิน พอกลับมาเพื่อน ๆที่เป็นลูกค้าทำผมก็พากันฉลองการแต่งงานของโอชินที่คาเฟ่ที่โซเมโกะลูกค้าที่สนิทกับโอชินทำงานอยู่ (ชอบนิสัยโซเมโกะเป็นลูกค้าทำผมคนแรกและเป็นคนที่ดีกับโอชินตลอดมา "ความสุขของผู้หญิงผู้ชายเป็นผู้กำหนด" โซเมโกะบอก)

กำลังจะมีความสุข ก็มีลูกน้องริวโซ่มาบอกเรื่องลูกค้ารายใหญ่กำลังจะโดนประกาศล้มละลาย โอชินไม่บอกริวโซ่เพราะเห็นมีความสุขกับงานเลี้ยงอยู่และเมามาก โอชินเลยนัดให้คนงานไปขนของคืนขอกับลูกค้ารายนั้น เพราะตั้งแต่เขาสั่งผ้ามาไม่เคยจ่ายเงินเลย ทางร้านจำเป็นต้องหมุนเงินเลยมาขอของคืน ขอให้เห็นใจทางร้านบ้าง พอได้ของคืนมา ริวโซ่ตื่นขึ้นมารู้เรื่องเลยตบโอชิน ไม่ฟังเหตุผลถึงจะอ้างเหตุผลสมัยทำงานกับร้านข้าวสารคาโย่ เมื่อลูกค้ามีปัญหาจะเจ้งต้องรีบไปเอาของคืนก่อนจะโดนยึดทอดตลาดหักหนี้จะไม่ได้อะไรเลย แต่ริวโซ่ก็ไม่เห็นด้วย
ทำแบบนี้ยิ่งจะทำให้ลูกค้าเจ้งเพราะเขาไม่มีของขายเหมือนไม่มีมนุษยธรรม โอชินเลยเข้าใจรับผิดจะขนของไปคืนให้ลูกค้า แต่ลูกค้ามาบอกเรื่องล้มละลายพอดี เลยเป็นอันว่าการกระทำของโอชินทำถูกร้านไม่เสียของ

หลังจากนั้นร้านก็เจอผลกระทบจากสงครามทำให้ขายของไม่ได้ และลูกค้าส่งของคืนเพราะตัดเย็บเสื้อผ้าเยอะเกินล้นตลาด จากที่เมื่อก่อนทั้งพ่อบ้านและโอชินเคยเตือนริวโซ่แล้วเรื่องบัญชีที่ติดลบตัวแดง เพราะขายส่งแบบเงินเชื่อแต่เก็บเงินไม่ได้ ของขายเยอะแต่ไม่ได้เงินพอได้คืนมาเลยแทบจะล้นร้าน ของก็ขายไม่ได้เลยมีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ พอดีที่บ้านอาจารย์ร้านเสริมสวยเดิมที่โอชินเคยอยู่ช่วงปีใหม่ไม่มีช่างทำผมช่วย เลยมาขอให้โอชินไปช่วยริวโซ่ก็ตกลง โอชินกลุ้มใจเรื่องริวโซ่ เพราะถึงแม้ตัวเองจะจนไม่มีจะกินแบบเมื่อก่อน แต่ถ้ากัดฟันสู้อดทนพยายามก็หากินมีกินได้ แต่เรื่องริวโซ่เป็นเรื่องลำบากทุกข์ใจเพราะเป็นห่วง จากที่เคยเป็นลูกเศรษฐีมีเงินมีความรู้เคยสบาย ไม่เคยลำบากหรือผิดหวังความอดทนต่อความลำบากเลยมีน้อย ไม่เหมือนเธอที่ผ่านชีวิตลำบากมามาก

ทำให้โอชินมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว และเป็นการทดแทนบุญคุณอาจารย์ที่ร้านทำผมญี่ปุ่นโบราณกำลังจะเจ้งเพราะแฟชั่นผมฝรั่งตามยุคสมัยเข้ามา
เลยกลายเป็นโอชินมาช่วยกอบกู้ให้ร้านทำผมอาจารย์คึกคักขึ้นอีกครั้ง
อาจารย์ชวนให้โอชินเป็นหุ้นส่วนร้านด้วย เลยทำให้โอชินมีรายได้ดีมาจุนเจือครอบครัว และโอชินก็เต็มใจทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวเพราะถือว่าสามีภรรยาต้องช่วยกัน เมื่อสามีลำบากภรรยาก็ต้องช่วย

แต่ผิดกับริวโซ่ไม่มีรายได้หาลูกค้าไม่ได้ตรงข้ามกับโอชิน เลยรู้สึกเสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชายที่ภรรยาหาเลี้ยงแถมพ่อบ้านก็ช่วยพับถุงขาย หมดความภาคภูมิใจทำให้ท้อแท้ผิดหวังอย่างแรงยิ่งขายของไม่ได้แถมถูกพวกสิบแปดมงกุฎหลอกเอาของไปอีก เลยยิ่งท้อไปใหญ่ โอชินก็ให้กำลังใจว่า"คนต้มตุ๋นนี่เป็นพวกน่าสงสารที่สุด เพราะไม่มีเลยต้มตุ๋น โชคดีที่ไม่ได้ต้มตุ๋นใคร คิดมากก็ป่วยเข้าโรงพยาบาลเสียเงินมากอีก ยิงดิ้นรนยิ่งเป็นเหยื่อ" ริวโซ่ค่อยหายท้อใจบ้าง แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น โอชินก็ยิ่งทำงานเยอะขึ้นเพราะมีลูกค้าทั้งทำผมและตัดชุดกิมิโน ส่วนริวโซ่กลุ้มใจเลยเที่ยวค่าเฟ่ควงผู้หญิงเหมือนสมัยเป็นโสดจนเมามาย แต่ใช้เงินที่โอชินหามาได้เอาไปเที่ยว โอชินก็ไม่โกรธสามีเพราะคิดผิดคิดว่าสามีมีความสุขอย่างนี้ดีกว่าทุกข์ใจจากงาน

จนโซเมโอะทนไม่ไหวพอริวโซ่ควงผู้หญิงไปเที่ยวร้านที่โซเมโอะทำงานอยู่เลยด่าว่าให้ ว่าโอชินน่าสงสารชีวิตลำบากมาตลอด ยังมาลำบากทำงานแทบตายหาเงินให้สามีเที่ยว หาเลี้ยงไม่ละอายใจบ้างเหรอ ถ้าเป็นอย่างนี้หย่ากับโอชินซะ

อาจารย์ทำผมก็ทนไม่ไหวเลยให้คำแนะนำโอชินเพราะไม่อยากให้เป็นเหมือนตนสมัยเคยมีสามี
"เมียหาเงินได้ผัวก็ขี้เกียจ สำมะเลเทเมา และทำให้ผู้ชายเสียคน แย่งหน้าที่เขาและไม่ทำงาน การแสดงความรักต้องพัง เพราะรู้สึกเสียศักดิ์ศรี" ถ้าริวโซ่เป็นแบบนี้มีแต่จะทุกข์กันทุกฝ่ายหย่ากันซะ จะได้มีชีวิตใครชีวิตมันไม่สร้างความลำบากให้กัน ตอนแรกโอชินก็จะคิดหย่าแต่กลับท้องเลยจำเป็นต้องตัดสินใจจะใช้ชีวิตกับริวโซ่ต่อ

โอชินตัดสินใจขอลาออกจากร้านอาจารย์เพื่อจะไม่ทำงานอะไรเลย จะทำให้ริวโซ่ต้องสู้เพื่อกลับมารู้สึกมีศักดิ์ศรีลูกผู้ชายให้ได้ โดยเอาตนและลูกเป็นข้ออ้าง ตอนแรกริวโซ่รู้สึกผิดที่ทำให้โอชินเป็นภาระลำบากหาเงินเลี้ยงตนเลยขอหย่า แต่พอรู้โอชินจะมีลูกและให้ตนทำงานหาเงินมาเลี้ยงเลยฮึดสู้อีกครั้ง

แต่ก็ยังขายผ้าไม่ได้พากันไม่มีรายได้ไม่มีเงินใช้จนขายของแทบจะหมดบ้านเป็นเวลาเกือบปี ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ไม่มีเพราะซื้อเชื่อไม่ได้อีก ไฟก็จะโดนตัด จนริวโซ่ต้องบากหน้าไปหายืมเงินคนรู้จักจนไม่มีใครให้ยืม เพราะการยืมมันก็จะช่วยได้แค่ระยะสั้น

โอชินเลยได้ไอเดียจะตัดเสื้อผ้าเด็กขาย แต่ไม่มีเงินทุน เลยคิดเอาผ้าไปขายพวกตลาดนัดแบกะดิน แต่ริวโซ่ไม่เห็นด้วยเพราะอายและสินค้าเป็นของมีระดับของนอก โอชินเลยแอบเอาไปขาย เจอพวกยากูซ่าเจ้าถิ่นดูแลที่นั่นห้ามและตบตีเอา แต่โอชินก็ไม่ยอมเถียงสู้ กลับบ้านเงินขายได้ก็หายเจอสามีต่อว่าอีก เพราะเป็นห่วงโอชินและลูก ผ้าเงินที่เสียไปช่างมันเถอะหาเอาใหม่ได้





พอดีหัวหน้ายากูซ่ามาห้ามและประทับใจโอชินใจสู้เหมือนน้องสาวตัวเองที่ตายไป มาขอโทษหาโอชินที่บ้าน และอนุญาตให้โอชินเอาผ้าไปขายเลหลังได้ ผ้าเลยขายได้จนหมดมีเงินทุนมาลงทุนซื้อจักรทำร้านและจ้างคนตัดเย็บเสื้อผ้าเด็ก

ริวโซ่ไม่เห็นด้วยนักเพราะเหนื่อยใจกับการเป็นเจ้าของกิจการที่รายได้ไม่แน่นอน เลยตัดสินใจไปทำงานเป็นลูกจ้างเขา แต่ก็ช่วยโอชินแนะนำคำนวนราคากำไรจากหัวการค้าของตน ตอนแรกก็ขายไม่ค่อยได้ จนกระทั่งริวโซ่แนะนำร้านขายของเบ็ดเตล็ดเหมือนห้างสรรพสินค้า ให้เขามาดูเพราะคิดว่าคนจะซื้อของตามความน่าเชื่อถือมากกว่า ตัวแทนที่นั่นมาดูและสนใจเสื้อผ้าเด็กโอชินเลยติดต่อให้ส่งไปขาย แต่โอชินตอนแรกยังไม่ค่อยอยากส่งไปเพราะขายส่งกำไรน้อยกว่าขายหน้าร้านตน แต่ริวโซ่แนะนำว่าคนจะไม่ค่อยซื้อมากเท่าส่งให้เขาไปขาย โอชินก็เลยยอมส่ง ผลตอบรับของลูกค้าดีมากขายดี จนริวโซ่ตัดสินลาออกจากงานมาช่วยบริหาร จ้างคนเพิ่มเพิ่มจักร แต่โอชินก็ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เพราะริวโซ่เป็นคนคิดอะไรง่าย ๆ ไม่รอบคอบ เป็นการเพิ่มกำลังผลิตเร็วเกินไป แต่ก็ไม่อยากขัดใจสามีเพราะเห็นมีไฟในการทำงานกลับมา ริวโซ่ก็กลับไปมีชีวิตสังสรรค์เที่ยวอ้างไปเพื่อหาลูกค้าเหมือนสมัยโสดเหมือนเดิม

หลังจากที่พากันสู้เพราะโอชินไม่อยากให้พวกริวโซ่พากันย้ายไปอยู่บ้านพ่อแม่ริวโซ่ที่ต่างจังหวัดถ้าไม่ไหวไม่รอดกันจริง ๆ
บางครั้งก็ทะเลาะกันเพราะร้านเจริญขายดีมาก ตามประสาพ่อค้าหัวนักธุรกิจ อยากเพิ่มเวลาทำงานตอนกลางคืน ไม่อยากให้เครื่องจักรว่าง แต่โอชินไม่เห็นด้วย เพราะนึกถึงพี่สาวตนที่ตายที่ทำงานโรงงานหนักแม้แต่เวลากลางคืน ไม่อยากให้โรงงานตนเป็นโรงงานนรกแบบพี่สาวเคยทำ ริวโซ่จึงใจอ่อนไม่ทำ

คืนหนึ่งพ่อบ้านเจอริวโซ่ไปเที่ยวควงพวกเกอิชา พ่อบ้านเลยสั่งสอนเตือนสติให้ว่า โอชินทำงานเหนื่อยทั้งที่ท้องแต่มาเที่ยวแบบนี้ ริวโซ่ก็เถียงว่าคราวนี้เป็นเงินจากร้านตัวเองไม่ใช่เงินโอชิน พ่อบ้านแย้งว่าแต่มีร้านเจริญทุกวันนี้ก็เพราะได้ภรรยาดีอย่างโอชิน ที่ทั้งคิดและทำทนสารพัด ไม่เคยเอาเงินไปหาความสุขใส่ตัวมีแต่หาเงินให้ความสุขครอบครัว ริวโซ่ไม่เคยซื้อของให้ภรรยาเลย ริวโซ่เลยคิดได้กลับบ้านให้เงินโอชินไปหาซื้อของแต่โอชินไม่เอา พอริวโซ่ให้พ่อบ้านส่งเงินไปให้แม่ตัวเองซื้อของ พ่อบ้านก็แนะนำว่า ควรให้แม่โอชินด้วยเพราะโอชินช่วยตั้งแต่มาอยู่บ้านนี้ไม่เคยส่งไปให้ครอบครัวที่บ้านนอก ริวโซ่เลยแสดงน้ำใจส่งเงินไปให้แม่โอชินและเชิญมาเยี่ยมโอชินที่บ้านเป็นการเซอไพร์โอชินด้วย โอชินกับแม่ซึ้งในน้ำใจริวโซ่มาก แม่เลยจะอยู่ช่วยจนกว่าโอชินคลอด ช่วงนี้เป็นช่วงที่โอชินมีความสุขชีวิตราบรื่นมาก ริวโซ่พาไปเที่ยว พาไปเลี้ยงอาหารตามร้านอาหาร จนคลอดได้ลูกชาย

หลังจากโรงงานเย็บผ้ารุ่ง ริวโซ่เลยคิดทำการใหญ่ขยายเป็นโรงงาน โอชินไม่เห็นด้วยนักเพราะช่วงเศรษฐกิจไม่ดี พอดีพ่อริวโซ่มาเยี่ยมลูกโอชินริวโซ่เลยเล่าเรื่องจะทำโรงงาน พ่อเลยเสนอเงินให้ยืม ริวโซ่เลยได้ใจใหญ่ทำโรงงาน แต่ต้องไปกู้เงินมาซื้อที่ดินเพิ่ม

จนโรงงานเสร็จวันเปิดโรงงาน เกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงโรงงานพัง ทำให้พวกโอชินหมดตัวภายในวันเดียว บ้านพังและไฟไหม้แถมพ่อบ้านโดนบ้านทับตายเพราะเอาร่างปกป้องลูกโอชิน ที่ดินที่เหลือก็คงต้องโดยยึดเพราะจำนองไม่มีเงินจ่าย ริวโซ่เลยหมดกำลังใจจะอยู่โตเกียวชวนโอชินกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด ตอนแรกโอชินไม่อยากไปเพราะกลัวเรื่องแม่ริวโซ่เกลียดตนจะขอแยกกันอยู่ที่โตเกียว แต่เพื่อลูกและคนอื่นเห็นว่าสามีภรรยาไม่ควรแยกกัน เลยจำยอมไป




Create Date : 01 กันยายน 2554
Last Update : 1 กันยายน 2554 15:54:09 น. 4 comments
Counter : 11256 Pageviews.

 
พอไปอยู่กับครอบครัวริวโซ่ โอชินก็โดนแม่ผัวแกล้งสารพัดทั้งขี้เหนียวใส่เรื่องกินอยู่ พูดจาเหน็บแนมดูถูกสารพัด ว่าเป็นตัวซวยทำให้ริวโซ่ลำบาก ที่นั่นเป็นครอบครัวใหญ่ถึงจะทำนาบ้างแต่ก็มีลูกจ้างทำ เมื่อก่อนเคยรวยกว่านี้แต่พอรุ่นพ่อริวโซ่รายได้น้อยลงเลยขายที่นาไปบ้าง พอพวกริวโซ่มาอยู่เลยเลยอ้างมรดกส่วนริวโซ่ให้ไปทำร้านหมดแล้ว ที่นี่ยกให้พี่ชายคนใหญ่ พวกริวโซ่เป็นแค่ผู้อาศัยให้โอชินกับริวโซ่ไปทำนาเหมือนลูกจ้าง โอชินได้เพื่อนที่เป็นลูกจ้างคนนึงอดีตเธอเคยเป็นโสเภณีคนอื่นรังเกียจไม่คบแต่โอชินไม่รังเกียจ เลยทำผมให้พอชาวบ้านเห็นทรงผมสวยเลยแห่มาขอให้ทำให้ แต่กลับโดนแม่โอชินด่าอับอายที่ลูกสะไภ้จะมี่รายได้ทำผม
ตกลงโอชินเลยไม่ได้มีรายได้ทำผมเพราะโดนห้าม

ริวโซ่และโอชินทำนา





ยิ่งนานไปทั้งที่โอชินพยายามปรับตัวทุกอย่างกลับยิ่งแย่ พักหลัง ๆมาริวโซ่ซึ่งเป็นคนกลางยิ่งอึดอัดใจไหนจะโดนแม่ด่าเมียก็ปรับทุกข์ โดนแม่ด่าเรื่องโอชินมากเลยพลอยต่อว่าทะเลาะกับโอชินริวโซ่เข้าข้างแม่ตนไปด้วย เพราะริวโซ่เป็นลูกชายคนสุดท้องแม่รักมากเอาใจมากอยู่แล้วด้วย พอริวโซ่โดนยุรำคาญที่โอชินซึมเศร้าไม่พูดไม่จาไม่ยิ้มแย้มมาก ๆเข้าเลยขอแยกห้องนอนกับโอชินไปนอนเรือนเดียวกับแม่

โอชินคับแค้นใจอึดอัดมากที่สุดในชีวิตยิ่งกว่าตอนชีวิตอดข้าวสมัยเด็ก แทบหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เพราะไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องกล้ำกลืนฝืนทน แต่พอมีจดหมายจากอาจารย์ทำผมชวนกลับไปเปิดร้านที่โตเกียวเหมือนเดิม เลยมีกำลังใจเฝ้ารอวันที่ร้านใหม่จะทำเสร็จ เพื่อหนีออกจากบ้าน

ยิ่งมาเจอซาว่าอดีตผู้หญิงขายตัว โดดน้ำฆ่าตัวตายแต่ไม่ตายเพราะทนกับการรังเกียจของแม่สามีไม่ไหว โอชินเข้าใจเห็นใจที่ไม่ต่างกับสภาพของตน เลยชวนซาว่าหนีไปอยู่โตเกียวทำงานด้วยกัน ตกลงนัดวันไปกันเป็นที่เรียบร้อย แต่ซาว่ากลับหักหลังโอชินไปบอกริวโซ่ เพราะไม่อยากให้โอชินแยกทางกับริวโซ่เพราะซาว่ารู้ว่าโอชินตั้งท้อง

พอริวโซ่รู้ว่าโอชินกำลังจะหนีไปขึ้นรถไฟไปโตเกียวกับลูกจึงตามไป เกิดทะเลาะยื้อแย่งลูกกัน จนพลาดพลั้งลงมือผลักโอชินกระเด็นหัวไปฟาดก้อนหินสลบเลือดไหลไม่หยุด ต้องรีบพาโอชินกลับบ้านรักษาตัวหลายวันเพราะบาดเจ็บสาหัส ริวโซ่เฝ้าดูแลเอาใจโอชินตามที่หมอแนะนำและรู้สึกผิด ส่วนแม่ริวโซ่ก็ยิ่งใจร้ายเค็มใจดำกับโอชินยิ่งกว่าเดิมบ่นในเรื่องค่ารักษาและทำงานไม่ได้ จนริวโซ่และพ่อทนไม่ไหวต่อว่าแม่ริวโซ่ไปบ้าง


โอชินโดนทำร้ายจนสลบ





หลังจากโอชินหายจากการบาดเจ็บถึงสามีจะดีเอาใจตนมากขึ้น แต่อาการบาดเจ็บกับมีผลกระทบกับเส้นประสาทมือขวาไม่มีแรงทำงานไม่ได้ โอชินเลยหมดหวังสิ้นหวังที่จะกลับไปทำงานทำผมและเย็บผ้าที่โตเกียว

พอพวกริวโซ่รู้ว่ามือขวาทำงานไม่ได้เหมือนคนพิการเลยจะให้โอชินกลับไปอยู่ที่บ้านกับแม่เพราะสงสารถ้าอยู่ต่อไปคงโดนแม่ริวโซ่โขกสับด่าหนักยิ่งกว่าเดิม แต่โอชินขอร้องให้ตนอยู่ต่อจะสู้พยายามให้ถึงที่สุด เพราะกลับไปอยู่บ้านกับแม่ไม่ได้จะลำบากกว่าเดิมเพราะบ้านเป็นของพี่ชายที่เห็นแก่ตัวไปแล้ว

จนกระทั่งวันหนึ่งโอชินวางแผนจะคลอดลูกด้วยตัวเองไม่ให้ใครรู้แม้แต่สามีตนก็ไม่บอก เพราะน้อยใจคงไม่มีใครดีใจที่ตนท้อง ไม่เหมือนน้องสาวริวโซ่ท้องที่คนพากันฉลองยินดี บังเอิญริวโซ่มาเห็นเข้าเลยสงสารภรรยามากกลับมารักเอาใจภรรยา

ยิ่งริวโซ่เอาใจแก้ตัวให้โอชินแม่ริวโซ่ยิ่งด่าและแกล้งโอชินหนักกว่าเดิม ให้ทำงานในนาทั้งที่ท้องแก่แม้โอชินจะเหนื่อยหรือไม่สบายก็ถูกด่าให้ไปทำนา และแสดงความเค็มใจดำให้กินอาหารนิดเดียวแค่ข้าวปั้นกับพวกผักดอง ไม่ให้กินอาหารดีมีประโยชน์แบบลูกสาวตนที่ท้องเหมือนกัน ถึงแม้พ่อริวโซ่จะทนความใจร้ายใจดำของภรรยาตนไม่ไหวจะดุว่าเพื่อจะช่วยโอชินก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ยิ่งทำให้แม่ริวโซ่แค้นและเกลียดโอชินมากขึ้น แม้แต่สะไภ้คนโตก็อดแอบมาช่วยโอชินไม่ได้เพราะสงสารเห็นใจที่เป็นสะไภ้เหมือนกันโดนกลั่นแกล้งขนาดนี้ ยิ่งมีความเชื่อกันว่าถ้าสองคนคลอดในบ้านเดียวกันจะทำให้ลูกอีกคนนึงตาย แม่ริวโซ่ยิ่งพยายามผลักไสโอชินให้ไปคลอดตามกระท่อมพัง ๆนอกบ้าน ช่วงแรกคนอื่นก็ไม่เห็นด้วยแต่พอถึงใกล้วันคลอดความพยายามแม่ริวโซ่ก็สำเร็จ

จนวันคลอดทั้งน้องสาวริวโซ่และโอชินคลอดวันเดียวกัน แต่น้องสาวริวโซ่มีปัญหาคลอดยากอาจจะตายได้ ฝนก็ตกหนัก ริวโซ่เลยอาสาไปตามหมอมาช่วยรักษา โดยทิ้งให้โอชินคลอดลูกเองคนเดียวที่กระท่อม
โอชินคลอดเองเสร็จตะเกียกตะกายจะมาที่บ้านเพื่อหาริวโซ่ เลยสลบแช่น้ำที่นอกกระท่อม

จนกระทั่งน้องสาวริวโซ่คลอดอย่างปลอดภัยริวโซ่เลยมาหาโอชิน แต่พบสภาพโอชินนอนสลบจมน้ำโคลนอยู่เลยให้หมอมาช่วยรักษาจนฟื้น แต่ลูกโอชินตายเพราะร่างกายอ่อนแอแม้แต่แรงจะร้องไห้ก็ไม่มี สาเหตุจากความไม่แข็งแรงของโอชินที่กินอาหารไม่สมบูรณ์เพียงพอและทำงานหนักเกินไป พอโอชินรู้ว่าลูกสาวตายเลยช็อคเหม่อลอยไม่พูดไม่จา ริวโซ่ได้แต่รู้สึกผิดที่ตนทิ้งภรรยาไปดูแลน้องเพราะต้องการเอาใจแม่ไม่ให้เกลียดโอชินรู้สึกสงสารโอชินจับใจ

น้องสาวริวโซ่เกิดปัญหาไม่มีน้ำนมออกมาให้ลูกกิน ตรงข้ามกับโอชินมีเยอะแต่ไม่มีลูกดูด แม่ริวโซ่เลยจำเป็นต้องมาง้อขอให้โอชินเอาลูกน้องสาวริวโซ่มาดูดกินนม ตอนแรกคนอื่น ๆก็กลัวจะกระทบกระเทือนใจโอชินเพิ่มไปอีก แต่ผลกลับตรงกันข้ามโอชินให้กินเหมือนเป็นลูกของตน แม่ริวโซ่ประทับใจในน้ำใจและภาพที่โอชินให้นมลูกของลูกสาวตน เลยใจอ่อนรู้สึกผิดดีกับโอชินและขอโทษเรื่องที่ผ่านมาและยังตั้งชื่อเด็กคนนี้ตามชื่อที่โอชินอยากตั้งชื่อให้ลูกสาวตนที่ตายไป

ถึงแม้ทุกอย่างจะดีขึ้นแม่ริวโซ่กลับมาเอาใจบำรุงโอชินสารพัด แต่โอชินกลับคิดบางอย่างคือขอออกจากบ้านนี้และขอให้ริวโซ่ปล่อยเธอไปกับลูกชาย เพื่อที่เธอจะไปใช้ชีวิตทำงานให้ชีวิตเจริญก้าวหน้ามากกว่านี้

โอชินตอนปัจจุบันกลับไปดูบ้านแม่ริวโซ่ซึ่งมีสภาพทรุดโทรม เป็นท้องทุ่งนาแวดล้อมเหมือนเดิม และบังเอิญเจอหลานริวโซ่ที่แก่แล้วพร้อมเด็กคงหลาน แต่เขาจำโอชินไม่ได้ โอชินก็ไม่ได้ไปทักบอกว่าตนเป็นใคร

หลังจากที่โอชินขอออกจากบ้านแม่ริวโซ่เลยโมโหกลับมาเกลียดโอชินอีก ที่โอชินอยากออกจากบ้านเพราะถ้ายังอยู่ต่อไปชีวิตก็คงไม่ต่างจากพี่สะไภ้ตัวเองไม่ได้ไปไหนไม่ก้าวหน้า แต่ริวโซ่ไม่ได้ไปด้วยโดยสัญญากันว่าเมื่อคนใดคนหนึ่งรายได้มั่นคงแล้วจะกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีก แม่ริวโซ่ไม่ยอมให้โอชินเอาลูกไปด้วย พี่สะไภ้เลยแอบขโมยอุ้มไปให้โอชินเพราะสงสารโอชินและสะใจที่โอชินกล้าเถียงกับแม่ผัวซึ่งตัวเองไม่กล้าทำ


โดย: เนเวอร์แลนด์ (เนเวอร์แลนด์ ) วันที่: 1 กันยายน 2554 เวลา:13:45:09 น.  

 
เมื่อโอชินออกจากบ้านไปก็ไปบ้านอาจารย์ทำผม อาจารย์ก็ต้อนรับและชวนให้โอชินและลูกอยู่ด้วยตลอดไป ถึงแม้จะมารู้ตอนหลังว่าโอชินทำผมไม่ได้อีกแล้วเพราะนิ้วมือขวาไม่ค่อยมีแรง โอชินเกรงใจเลยหางานอื่นทำไปหาอดีตคนงานหญิงที่เคยหนีมาตอนทำนาด้วยกันที่บ้านริวโซ่ ซึ่งตอนนี้เธอทำงานเป็นสาวเสริฟถึงจะลำบาก แต่ถ้าเทียบกับสมัยอยู่บ้านสามีที่ลำบากใจลำบากที่นี่ดีกว่าเยอะ แต่โอชินมีลูกเลยทำไม่ได้เพราะเขาคงไม่รับถ้าจะเอาลูกมาวุ่นวายด้วย จะทิ้งไว้บ้านอาจารย์ก็จะเป็นภาระและวุ่นวายได้เพราะลูกค้าอาจารย์เยอะ

เคนยากูซ่าที่เคยช่วยโอชินขายผ้าเลหลังเลยมาเสนอช่วยให้โอชินไปตั้งแผงร้านขายขนมและหาบ้านเช่าราคาถูกให้ งานก็ไปด้วยดีเคนไปมาหาสู่เอาใจซื้อของฝากให้บ่อย จนเมียเคนหึงสะกดรอยตามมาอาละวาดโอชินและเคนที่บ้าน เคนโมโหเมียด่าและตบตีเมียต่อหน้าโอชินและสารภาพกับเมียว่าแอบหลงรักโอชินฝ่ายเดียวขอแค่ได้ช่วยก็พอใจแล้ว โอชินเลยรู้สึกว่าถ้าตัวเองอยู่ที่นี่ต่อไปจะทำให้เคนและภรรยาบาดหมางกันเพราะตน เลยตัดสินใจบอกลาเคนและอาจารย์จะกลับไปอยู่บ้านกับแม่อย่างท้อแท้แพ้ในชีวิตเพราะไม่มีทางเลือกอื่นอีก

แม่ก็ให้การต้อนรับด้วยดีผิดกับพี่ชายกับพี่สะไภ้ที่ใจจืดใจดำหวงอาหารรังเกียจหาเรื่องดุด่าที่โอชินมาอยู่แย่งอาหารพวกตนกินแม้แต่ขนมก็ไม่แบ่งให้หลานกิน ลูกโอชินเลยแย่งขนมลูกพี่ชายจนโดนพี่สะไภ้ตี แม่โอชินโมโหเลยเอาข้าวไปขายเพื่อจะซื้อขนมให้ลูกโอชิน พวกพี่ชายเลยล็อคกุญแจยุ้งข้าว

โอชินไปรับจ้างทำนาแต่ยังไม่ได้ไปป้าริกิมาบอกว่าคุณนายใหญ่ร้านข้าวสารคานาย่าไม่สบาย โอชินเลยรีบไปดูใจก่อนท่านเสียและช่วยงานศพ
คุณหนูคาโย่พอรู้ถึงความลำบากที่โอชินกลับไปบ้านริวโซ่ไม่ได้และความลำบากใจที่อยู่กับพี่ชาย เลยเสนอให้โอชินอยู่เปิดร้านของบ้านตนที่ยึดจากลูกหนี้มาโดยออกทุนให้ก่อน เพราะคาโย่จะได้มีเพื่อนเบื่อที่ต้องอยู่บ้านกับสามีมีแต่ความขมขื่นใจ ถึงแม้จะสบายกายไม่ต้องทำอะไรเลยก็ตามเพราะร้านก็ยกให้สามีดูแลแล้วหลังจากที่เขายอมกลับมาอยู่บ้านแล้ว



โอชินเลยเลือกทำเป็นร้านอาหารพื้นบ้านราคาถูกขายคนงานที่ท่าเรือ ขายวันแรกไม่มีลูกค้าก็เลยทำข้าวที่เหลือเป็นข้าวปั้นไปแจกและเขียนโฆษณาไปติดตามเสาไฟฟ้าจนมีลูกค้า พอเริ่มมีลูกค้ามากก็มีขี้เหล้าบางคนต้องการสั่งเหล้าด้วย คาโย่ที่หาเรื่องไม่อยู่บ้านมาช่วยโอชินเลยเสนอให้โอชินขายเหล้าด้วยเพราะกำไรดีกว่าอาหารโอชินเลยจำยอมขาย พอขายเหล้าก็มีปัญหาพวกร้านเหล้าอื่นมาหาเรื่องไม่ให้ขายเพราะโอชินขายถูกกว่า ถึงแม้คาโย่จะอ้างชื่อร้านตนแต่พวกก็ไม่กลัวเพราะสมัยคุณนายใหญ่อยู่ยังยอมให้ค่าน้ำร้อนน้ำชาบ้าง แต่สามีคาโย่จบสูงหยิ่งไม่สนใจพวกตน โอชินใจเด็ดไม่ยอมสู้และอ้างชื่อเคนว่าตนเป็นเหมือนน้องสาวเคนพวกนั้นเกรงกลัวเคนเลยยอมแพ้

ตลอดเวลาที่ผ่านมาโอชินออกมาจากบ้านริวโซ่โอชินก็เขียนจดหมายถึงริวโซ่ตลอดว่าตัวเองทำอะไรบ้าง แต่ไม่เคยได้รับจดหมายตอบจากริวโซ่ เป็นเพราะแม่ริวโซ่รับจดหมายแอบอ่านและฉีกทิ้งหมด ทั้งยังพยายามหาเมียใหม่ให้ริวโซ่แต่งงานแต่ริวโซ่ก็ไม่สนใจยังมีใจคิดถึงโอชินอยู่ถึงแม้จะไม่ได้ข่าวโอชินเป็นเวลาปีกว่าก็ตาม

อยู่มาวันหนึ่งโคตะก็ได้มาที่ร้านโอชินโดยบังเอิญ เพราะไม่ต้องหลบซ่อนอีกก่อตั้งเป็นสมาพันธ์อย่างไม่ผิดกฏหมายโคตะได้มาคุยไกล่เกลี่ยกันกับสามีของคาโย่ระหว่างนายทุนซื้อข้าวและโคตะเป็นตัวแทนชาวนา ถึงแม้จะตกลงไม่ได้ก็ตามเพราะนายทุนเช่านาไม่ยอมจะเอานาคืนไม่ให้เช่า คาโย่เลยเป็นแม่สื่อให้โคตะขอแต่งงานกับโอชินโคตะก็ยังมั่นคงต่อโอชินและจะช่วยเหลือตลอดไปเลยเอ่ยปาก แต่ยังติดที่ริวโซ่ยังไม่ได้หย่าโคตะเลยอาสาเขียนจดหมายถึงริวโซ่ แม่ริวโซ่ก็แอบอ่านและเก็บไว้เหมือนเดิม จนทะเลาะกันเรื่องจะให้ริวโซ่แต่งงานเลยเอาจดหมายโคตะเขียนมาให้ริวโซ่อ่านว่าโอชินจะมีแฟนใหม่แล้ว ริวโซ่เลยรู้เรื่องทั้งหมดทั้งจากพี่สะไภ้แอบเก็บจดหมายที่โดนฉีกมาแปะต่อกันไว้ให้ริวโซ่ เพราะสงสารโอชินจากหัวอกสะไภ้เหมือนตัวเอง ริวโซ่จึงเขียนจดหมายถึงโอชิน โอชินจึงรู้เรื่องจดหมายที่ผ่านมาว่าริวโซ่ไม่ได้อ่าน ทั้งจากป้าริกิคนในหมู่บ้านที่ช่วยอ่านจดหมายให้แม่ฟังว่าริวโซ่เคยส่งจดหมายไปถามข่าวโอชินที่บ้านว่าไม่เคยได้รับจดหมาย และจากจดหมายที่ริวโซ่เขียนส่งมาแบบลงทะเบียนพร้อมธนาณัติให้เงินไว้ให้ซื้อของให้ลูก โคตะก็เลยเข้าใจที่โอชินไม่พร้อมจะใช้ชีวิตกับตน และโคตะเองก็เจอปัญหาต่อไปจะต้องหลบซ่อนตำรวจอีกเหมือนก่อน เพราะกฏหมายใหม่จะออกมาว่าห้ามประท้วงจะทำให้โอชินและลูกลำบาก โอชินก็เข้าใจเรื่องงานโคตะเพราะพวกตนจะถ่วงงานเขา แต่ริวโซ่ยังไม่ยอมมาอยู่กับโอชินเพราะรอให้นาทะเลของตัวเองเสร็จก่อนจะมาทำร้านอาหารด้วยก็ไม่ได้

อยู่มาวันหนึ่งโคตะมาเห็นขี้เมาตีกันในร้านโอชิน เห็นภาพโอชินห้ามศึกแบบนักเลงและภาพขี้เมาลวนลามจีบโอชิน โอชินก็ตอบเอาตัวรอดยอมให้เขากอดโดยไม่ดุด่า โคตะเลยเตือนโอชินให้หาอาชีพใหม่จะดีกว่า เพราะมันเสี่ยงอันตรายและถ้าริวโซ่มารู้มาเห็นจะตะขิดตะขวงใจได้ จนกระทั่งแม่คาโย่มาพูดขอร้องให้โอชินช่วยพูดให้คาโย่อย่ามาช่วยร้านโอชินทั้งวัน ควรอยู่บ้านกับสามีจะดีกว่าถึงแม้สามีคาโย่จะบอกโอชินว่าเข้าใจภรรยาอยู่นี่เธอสบายใจไม่เหงาก็ตาม แต่คาโย่ก็มาขลุกอยู่นี่ตลอดแทบไม่กลับบ้าน(ดูแล้วสามีเป็นห่วงเอาใจใส่และดีกับคาโย่แต่คาโย่เป็นภรรยาที่ไม่เอาไหนไม่สนใจสามีมากกว่า กลายเป็นสามีน่าสงสารกว่าเลยมีเมียน้อย ขนาดเลิกกับเมียน้อยกลับมาอยู่บ้านคาโย่ยังไม่ใส่ใจอีก) โอชินก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะคาโย่ดันทุรังไม่เชื่อฟังใคร พอโคตะมาเสนอหาอาชีพใหม่ให้คือเปิดร้านขายปลาอีกเมืองนึง โอชินเลยตัดสินใจปิดร้านอาหารไปอยู่ที่นั่น ส่วนร้านอาหารพ่อคาโย่จะรื้อทำเป็นโกดังเก็บข้าว


ก่อนโอชินจะเดินทางสามคน โอชิน โคตะ และคาโย่ ร่วมดื่มเหล้าเลี้ยงส่งโอชิน ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสได้เจอกันสามคนแบบนี้อีกไหม โคตะให้คำแนะนำคาโย่เรื่องชีวิตกับที่บ้าน
“ในโลกนี้ไม่มีใครหรอกได้อยู่อย่างที่ตัวเองปราถนา บางคนก็มีอุปสรรคปัญหา จะไปโกรธใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น เราจึงต้องหาความสุขท่ามกลางความทุกข์ยากแล้วแต่จังหวะชีวิต ไม่อย่างนั้นชีวิตคุณก็จะไม่มีความสุขเลย ไม่รู้ว่าเราสามคนจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่ ผมอยากให้เราสามคนมีแต่ความสุข เพื่อว่าจะได้มีความสุขเล่าสู่กันฟัง”



หลังจากที่โอชินเดินทางไปอยู่แถวหมู่บ้านชาวประมงกับน้าสาวของโคตะเพื่อขายปลา น้าแกก็ต้อนรับและดูแลอย่างดีทั้งที่อยู่ให้เช่าและอาหาร โดยโอชินประมูลปลาจากแกและชาวประมงเอาไปใส่รถเข็นเร่ขายกับลูก โอชินยอมสู้”คนอื่นทำได้ฉันก็ทำได้” วันแรกก็มีปัญหาขายไม่ได้เพราะคนในหมู่บ้านมีเจ้าประจำไปส่งให้อยู่แล้ว โอชินเลยแจกปลาฟรีให้หญิงในหมู่บ้านที่กำลังทำสวน วันต่อมาก็ขายในราคาถูกติดป้ายราคาถูกที่รถมีชาวบ้านเห็นจึงมีคนมาซื้อ และพวกที่รับแจกเมื่อวานก็ช่วยซื้อ จนขายหมดรวดเร็ว เกิดความไม่พอใจกับแม่ค้าที่ขายมาก่อนที่โอชินขายตัดราคา จึงไปต่อว่ากับน้าโคตะแต่น้าโคตะกับเข้าข้างโอชิน เหตุผลว่าค้าขายมีการแข่งขันถึงสนุก ไม่ใช่มาต่อว่าต้องหากลยุทธมาขายแข่ง โอชินก็รู้สึกผิดที่น้าโดนต่อว่าที่ทำเช่นนั้นเพื่อคนซื้อจะได้จำและรู้จักตนได้ง่าย เพราะการขายถูกกำไรก็น้อยจึงต้องซื้อปลาไปขายมาก ๆถึงจะได้กำไรเยอะ โอชินจึงขายดีเพราะทั้งถูกบริการดีแลปลาให้ด้วย ทั้งมีน้ำใจอาสาไปช่วยงานเลี้ยงลูกค้าต่าง ๆจึงได้ปริมาณขายเพิ่ม ช่วงไหนที่จะเกิดพายุจะไม่มีปลาจากชาวประมงขายโอชินก็เอาความรู้เรื่องถนอมอาหารมาประยุกต์ทำเป็นอย่างอื่น เช่น ปลาต้ม ปลาหมักมิโสะ ปลาดอง


โอชินรู้สึกชอบที่นี่และรู้สึกมั่นคงตั้งความหวังอยากมีร้านขายปลาที่นี่เพื่อจะให้ริวโซ่มาอยู่ด้วย
เขียนจดหมายไปชวนแต่ริวโซ่ก็ไม่ตอบจดหมายเพราะรักศักดิ์ศรีที่ตนจะต้องไปพึ่งโอชิน ตั้งความหวังจะทำนาทะเลให้ได้ น้าสาวโคตะเล่าเรื่องฐานะของโคตะว่าที่บ้านมีฐานะเป็นถึงลูกวุฒิสภาไม่น่ามาใช้ชีวิตอย่างนี้เลย ที่ผ่านมาโอชินรู้แค่ว่าโคตะที่บ้านมีฐานะแต่ที่มามีอุดมการณ์อย่างนี้เพราะโดนกีดกันความรักจากทางบ้านที่มีความรักกับสาวใช้ที่เป็นลูกชาวนายากจนเหมือนโอชิน โคตะเลยรู้สึกไม่ชอบความเลื่อมล้ำทางฐานะของชาวนาและนายทุนที่เอาเปรียบ
น้าสาวชอบโอชินช่วยเชียร์ให้ลงเอยกับโคตะเพราะไม่เห็นริวโซ่ติดต่อมา ซึ่งโคตะเองปรานาอยากให้โอชินได้อยู่กับริวโซ่เพื่อให้เป็นการช่วยเหลือโอชินครั้งสุดท้าย

จนกระทั่งเกิดพายุใต้ฝุ่นถล่มเมืองที่ริวโซ่อยู่ ความพยายามทำนาทะเลตลอดสี่ปีของริวโซ่ก็พังไปหมด เกิดความรู้สึกสูญเปล่ากับที่นี่เลยหนีออกจากบ้านตั้งใจไปร่ำลาโอชินกับลูกเพื่อจะไปทำงานต่างประเทศที่แมนจูเรีย แต่เมื่อเห็นความลำบากของโอชินที่เร่ขายปลาเป็นห่วงเลยยอมทิ้งศักดิ์ศรีอยู่ช่วยโอชินขายปลา





หลังจากไม่ได้เจอกันสามปีริวโซ่และโอชินก็กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง เปิดร้านขายปลาถึงจะขายไม่ดีมากเพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจ แต่โอชินก็มีความสุขที่ริวโซ่ขยันขันแข็งช่วยกันทำงานจนลูกชายโตเข้าโรงเรียน แม่ริวโซ่พอได้จดหมายพ่อก็ช่วยพูดแม่ให้เห็นแก่ความสุขของลูกเลยใจอ่อนเข้าใจ โอชินเลยสบายใจที่แม่ริวโซ่ให้อภัยตน พอมีเงินเจียดส่งค่ารถไฟชวนแม่โอชินให้มาเยี่ยม เป็นช่วงที่พี่ชายโอชินไม่อยากเลี้ยงแม่พอดีเพราะแม่แก่ช่วยงานทำนาทำไร่ให้ไม่ได้ เลยยุแม่ให้ไปพร้อมส่งจดหมายให้โอชินรับเลี้ยงแม่ ตอนแรกแม่ไม่อยากอยู่อยากอยู่ที่บ้านตัวเอง แต่บังเอิญโอชินแพ้ท้องมีท้องพอดีทั้งริวโซ่และโอชินเลยอ้างขอร้องให้แม่อยู่ด้วยเลยตกลง
ชีวิตโอชินกับริวโซ่ช่วงนี้ก็ราบรื่นดีจนลูกเริ่มโตเข้าโรงเรียนประถม ได้ข่าวคุณหนูคาโย่บ้างจากจดหมายว่าได้ลูกชายเหมือนกัน แต่พักหลังไม่ได้รับการติดต่อคิดว่าชีวิตคงมีความสุขแล้ว จนได้ข่าวลือว่าร้านคุณหนูคาโย่เจ้งล้มละลายสามีฆ่าตัวตาย ซึ่งต่อมาโคตะที่แอบหนีจากตำรวจตามจับพวกประท้วงมาซ่อนตัวกับน้ายืนยันเล่าให้ฟังว่าเป็นเรื่องจริง จนครอบครัวคาโย่หนีไปอยู่โตเกียว โคตะสืบพอจะรู้ที่อยู่คาโย่แต่ไม่สะดวกไปหาเลยฝากเงินร้อยเยนให้โอชินไปให้คาโย่

โอชินเลยไปโตเกียวเพื่อตามหาคาโย่ โดยแวะไปหาอาจารย์ทำผมก่อน พออาจารย์รู้ที่อยู่คาโย่ไม่น่าที่โอชินจะไปคนเดียวเลยเสนอให้เคนพาไป พอไปถึงเป็นแหล่งย่านซ่องโสเภณีซึ่งคาโย่ไปทำงานขายตัวอยู่ที่นั่น
โอชินพบสภาพทรุดโทรมและเมามายของคาโย่ ตอนแรกคาโย่หลบไม่อยากเจอโอชินก็ตามขึ้นไปคุยด้วย ถึงรู้ว่าพ่อแม่คาโย่ก็ป่วยตายหมดแล้ว พ่อเส้นเลือดในสมองแตกตายเพราะเครียดจากกิจการล้มละลาย ที่สามีคาโย่น้อยเนื้อต่ำใจด้วยความรู้สึกว่าเป็นหนูตกถังข้าวสารเลยอยากโชว์ฝีมือไม่ให้อาย ด้วยการทุ่มซื้อข้าวสารล่วงหน้าไว้มาก แต่แทนที่จะได้กำไรข้าวดันราคาตกมากเลยทำให้เป็นหนี้และล้มละลายหมดตัว พากันหนีมาอยู่โตเกียวแต่อายุมากแล้วก็เลยกลับไปทำงานคาเฟ่ไม่ได้ พ่อแม่ก็มาป่วยจนไม่มีเงินรักษาเลยจำเป็นต้องมาขายตัว แม้แต่เงินจะจัดงานศพพ่อแม่ก็ไม่มี โอชินสงสารอยากตอบแทนบุญคุณตระกูลนี้เลยชวนคาโย่และลูกเอาไปอยู่ด้วยดีกว่าเลี้ยงลูกในซ่อง แต่ค่าไถ่ถอนค่าตัวคาโย่ที่กู้มาห้าร้อยเยนไม่พอ

รุ่งขึ้นพอไปหาคาโย่อีกถึงรู้ว่าคาโย่ตายแล้วเพราะตั้งใจกินเหล้ามาก ๆให้ตายจากการที่เป็นโรคกระเพาะอยู่แล้ว โอชินจึงไม่ได้เสียเงินไถ่ตัวค่าโย่และเอาลูกชายคาโย่มาเลี้ยงที่บ้าน พร้อมทั้งนำกระดูกมาฝังที่เมืองนี้ด้วย ส่วนโคตะพอมาไหว้หลุมศพคาโย่ก็โดนตำรวจจับ โอชินก็ไม่ได้ข่าวโคตะอีก


อยู่มาวันหนึ่งเคนมาเยี่ยมพร้อมด้วยเด็กผู้หญิงสิบขวบ ชีวิตนิสัยคล้ายโอชินสมัยเด็ก เคนจะพาไปขายให้ซ่องอีกเมืองนึงทั้งที่ไม่อยากทำพ่อแม่เด็กเป็นชาวนาไม่มีเงินเลยเอาลูกมาขายให้ เคนจำเป็นต้องขายให้เป็นเด็กรับใช้ โอชินเลยชวนให้ค้างที่บ้านด้วย เห็นเด็กขยันเรียบร้อยจนนึกถึงชีวิตตนสมัยเด็กเลยขอซื้อต่อจากเคนในราคาห้าสิบเยนเท่าที่เคนซื้อมาและให้ค่ากินค่าเดินทางด้วย ถึงแม้จะไม่รวยพอจะเลี้ยงเด็กเพิ่ม แต่โอชินก็ตั้งใจจะเลี้ยงเด็กคนนี้ให้เหมือนลูกสาวคนหนึ่งไม่ใช้เด็กรับใช้ ให้เป็นตัวแทนลูกสาวที่ตายไปตอนคลอด

หลังจากได้รับเด็กผู้หญิงชื่อฮาจิโกะมาเลี้ยงอีกคน ต่อมาโอชินก็ได้ลูกชายอีก เลยเป็นเหมือนมีลูก 5 คน คือยิ่ว ,ฮิโตชิ, โนซุมิ(ลูกของคาโย่), ฮาจิโกะ(เด็กรับใช้),เทอิ ยิ่วจะมีความกตัญญูมีน้ำใจช่วยเหลืองานโอชิน ฮิโตชิจะนักเลงชอบข่มโนซุมิ ส่วนโนซิมิก็ยอมให้ข่มเพราะน้อยใจที่ตัวเองเป็นแค่ลูกเลี้ยงทั้งที่โอชินบอกไม่ให้คิดแบบนั้นก็ตาม ฮาจิโกะก็เป็นคนกลางและคอยเป็นกำลังใจปลอบใจเวลามีปัญหา ถึงจะมีปัญหาค่าใช้จ่ายบ้างแต่เด็กๆไม่อยากให้ฮาจิโกะไปจากบ้านนี้ เลยต้องอยู่ต่อจนโต




เวลาผ่านไปจนเกิดสงครามโลก พี่ชายคนรองของริวโซ่ที่เป็นนายพันก็มาหาที่บ้าน มาติดต่อให้ริวโซ่ขายปลาส่งให้กองทัพเพื่อเป็นอาหารในการรบ พี่รองจะช่วยใช้เส้นให้ ถึงแม้โอชินตอนแรกจะไม่เห็นด้วย แต่ก็จำยอมเพราะเหตุการณ์พาไปคนจะหาว่าไม่รักชาติได้ เพราะตอนนี้ทหารเป็นใหญ่ใครใกล้ชิดทหารก็จะดีหลายอย่าง โอชินเลยจำต้องตกกระไดพลอยโจนไปด้วยริวโซ่ทำไปเพราะรักลูก โอชินจำเป็นต้องหาเงินเยอะขึ้นเพื่อการศึกษาของลูก ๆ โอชินอยากให้ลูกเรียนสูง ๆ และริวโซ่ไม่อยากให้ลูกทำอาชีพขายปลาต่อจากตน ตอนแรกยิ่วอยากสมัครเรียนทหารแต่โอชินน้อยใจไม่เห็นด้วย ฮาจิโกะจึงช่วยบอกยิ่วยิ่วเลยยกเลิกสอบเลือกเข้ามหาลัยเกียวโตแทนและสอบได้

ต่อมามีคนลือเรื่องคนบ้าที่บ้านคุณน้าโคตะ โอชินเลยไปหาถึงเจอกับโคตะที่ไม่ปกติเหมือนก่อนขาพิการต้องใช้ไม้เท้าพยุง คงจากการทรมานที่โดนขังคุก ไม่พูดไม่จาหลบหน้าโอชิน คุณน้าเลยเล่าว่าโคตะไม่เหมือนเดิมแล้ว โดนล้างสมองจนละทิ้งอุดมการณ์ไม่พูดไม่จากับใครคงจะอายโอชิน โอชินเลยห่างครอบครัวโคตะออกไป

กิจการขายส่งปลากับทหารเป็นไปด้วยดีริวโซ่กลับมามีไฟในการทำธุกิจอีกครั้ง พาทหารไปเลี้ยงรับรองบ้าง
จนก้าวหน้าได้ขายส่งอาหารอย่างอื่นด้วย แต่ยิ่วและโอชินกับรู้สึกไม่ดีเหมือนเอาเปรียบพ่อค้ารายอื่นไม่แบ่งงานให้เขา ถึงแม้จะขายส่งทหารโอชินก็ยังเปิดร้านเหมือนเดิมอ้างว่าไม่อยากเหงา จนกระทั่งเกิดสงครามยาวนาน
ปลาไม่พอขายลูกค้าต้องเข้าแถวยื้อแย่งกันซื้อและต่อว่าต้องแบ่งปันกันซื้อ อีกทั้งริวโซ่สั่งให้ปิดร้านเพราะมีคนร้องเรียนว่าไม่ส่งกองทัพเต็มที่เบียดบังมาที่นี่ด้วย เลยจำต้องปิดร้าน
ส่วนน้าโคตะก็ต้องเลิกจับปลาขายเหมือนกัน เพราะลูกจ้างจับปลาโดนเรียกไปเป็นทหารหมด ในตอนนั้นคนหนุ่มจะโดนเอาไปเป็นทหาร ก็เลยจะไปอยู่กับลูกที่โตเกียว ส่วนโคตะก็จะแต่งงานกับเพื่อนลูกสาวน้า ที่มาช่วยดูแลโคตะ โคตะจึงบอกโอชินให้ลืมโคตะคนเก่าไปซะเหมือนเขาตายจากโลกนี้ไปแล้ว ส่วนเขาก็ไม่อยากเห็นโอชินอีกไม่อยากนึกถึงเรื่องการเมืองสมัยก่อน ถ้าเจอโอชินจะทำให้เขาลืมไม่ได้


ต่อมาฮาจิโกะเรียนจบมัธยมจะขอกลับบ้านเพราะเกรงใจที่เลี้ยงดูมาต้องไปช่วยที่บ้านทำนาด้วย แต่ยิ่วขอร้องโอชินไม่ให้ไป โอชินถึงรู้ความรู้สึกว่ายิ่วรักฮาจิโกะแบบหนุ่มสาวไม่ใช่น้องสาว ซึ่งโอชินก็ไม่รังเกียจแต่ริวโซ่กลับไม่ชอบนัก อยากให้ได้หญิงที่สมบูรณ์กว่านี้ โอชินเลยอ้างความรักของตนกับริวโซ่เมื่อก่อนก็ไม่ต่างกับความคิดริวโซ่ตอนนี้

หลังจากลูกชายคนโตก็โดนเกณฑ์ทหารออกรบต่างต่างประเทศตาย ลูกสาวคนเล็กไม่กี่ขวบก็จำเป็นต้องไปฝากให้คนอื่นเลี้ยงก่อน เพราะจะเป็นห่วงหลบหนีระเบิด ถึงจะรู้ว่าลูกต้องไปเจอกับความอดอยากคนฝากเลี้ยงเขาไม่เอาใจใส่ดูแล ขนาดหนีกลับมาบ้านยังต้องให้กลับไปทนอยู่กับเขาอีกดีกว่าจะมาตายด้วยสงครามด้วยกัน ลูกชายคนรองก็แอบหนีไปสมัครเป็นทหารกามิกาเซ่
ยอมตายพลีชีพบินทิ้งระเบิดทั้งที่โอชินห้าม บ้านก็ไฟไหม้เพราะโดนระเบิดถึงจะดับได้ก็เถอะ พอญี่ปุ่นแพ้สงคราม
ริวโซ่สามีก็แอบไปฆ่าตัวตายเพราะทนรู้สึกผิดที่เกลี่ยกล่อมให้ลูกหลานชาวบ้านไปเป็นทหารและตายในสนามรบ ตอนที่ชาวบ้านยกย่องเสนอให้เป็นหัวหน้ากลุ่ม เลยรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบด้วยการฆ่าตัวตาย





โดย: เนเวอร์แลนด์ (เนเวอร์แลนด์ ) วันที่: 1 กันยายน 2554 เวลา:13:47:22 น.  

 
หลังจากที่ลูกชายคนรองกลับจากทหารมาบ้าน แทนที่ลูกชายจะดีใจที่ได้กลับมาอยู่กับครอบครัว กลับเสียดายที่ไม่ได้ตายในสนามรบไม่ได้ทำเพื่อชาติ แต่ได้พวกอาหารกระป๋องกับน้ำตาลมาด้วย เลยเอาไปแลกข้าวกับชาวบ้านมาเลี้ยงครอบครัว

หลังจากนั้นก็พากันไปรับลูกสาวคนเล็กที่ฝากเขาเลี้ยงไว้มาอยู่ด้วยกัน หลังจากไม่มีพ่อบ้านฮิโตชิลูกชายคนรองหัวการค้าเลยอาสาทำหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวเอาของไปแลกเปลี่ยนอาหารมากินได้พักนึง ถือคติที่ว่า“คนเรายอมตายได้อะไรก็ทำได้ ไม่ต้องกลัวอายอีก” แต่โอชินไม่ให้ทำตลอดให้เข้าโรงเรียนต่อจนกว่าจะจบมัธยมและทำอาชีพแลกเปลี่ยนนี้แทนฮิโตชิ ทั้งที่ช่วงนั้นผิดกฏหมายเพราะข้าวห้ามขายก็จำต้องทำ

อาหารขาดแคลนแล้วยังมาเดือดร้อนหนักจะไม่มีที่อยู่ เพราะเจ้าของบ้านคนเก่าที่ไปอยู่เกาหลีกลับมาอยู่บ้าน อ้างสิทธิ์และหลักฐานความเป็นเจ้าของตอนนั้นแค่ให้ทหารเช่า แต่ทหารเอามาให้ครอบครัวโอชินเช่าและริวโซ่ซื้อบ้านต่อจากทหารมีเพียงแค่ใบเสร็จรับเงิน ซึ่งเท่ากับเป็นโมฆะเพราะทหารที่แอบอ้างขายให้ก็หายไปหลักฐานทหารก็โดนทำลายหมด เหมือนพันธะบัตรรัฐบาลที่เป็นเงินสะสมตอนพวกโอชินมีเงินก็สูญเปล่ามีค่าเป็นแค่เศษกระดาษ พวกโอชินก็เลยต้องจำยอมทนอยู่ไปกับเจ้าของบ้านกันแบบอึดอัดทะเลาะกันไป เพราะไม่มีเงินจะไปหาเช่าที่อื่นไปขอยืมเงินพี่ชายก็ไม่ได้อ้างว่าลำบากไม่มีเงินเงินเอาไปซื้อนาเพราะพอแพ้สงครามเลยมีกฏหมายไม่ให้มีการเช่านาที่จะเอาเปรียบชาวนา อีกทั้งโอชินรอคอยความหวังลูกชายคนโตกลับมาขากไปรบ

จนกระทั่งเพื่อนลูกชายคนโตกลับมาและบอกว่ายิ่วตายแล้วเพราะอดตายจากสนามรบ ฮาจิโกะและโอชินเสียใจมาก โอชินจึงแนะนำให้ฮาจิโกะกลับไปอยู่บ้านกับพ่อแม่จะดีกว่าไม่ต้องมาลำบากด้วยและไม่ได้รอแฟนคือลูกชายที่ตายของเธอแล้ว รุ่งขึ้นฮาจิโกะเลยหนีออกจากบ้าน และหลังจากนั้นฮาจิโกะก็เขียนจดหมายส่งเงินมาให้เสมอ แต่ไม่บอกที่อยู่ว่าอยู่ที่ไหนทำงานอะไร แต่รู่แค่ว่าอยู่โตเกียวจากตราประทับแสตมป์แค่นั้นเอง





ต่อมาน้าของโคตะก็กลับมาอยู่บ้านเลยมาชวนโอชินทำงานประมงขายปลากันเหมือนเดิม และชวนไปอยู่บ้านด้วย ครอบครัวโอชินเลยได้กลับไปเริ่มต้นอีกครั้ง พร้อมทั้งโคตะช่วยหาร้านให้เหมือนสมัยก่อน
ครอบครัวโอชินเลยกลับมาขายปลา เพิ่มขายผักและของชำเบ็ดเตล็ด รายได้ดีขึ้นจนโอชินเริ่มแก่อายุเกือบห้าสิบมีเงินซื้อรถสามล้อเครื่องไปเร่ขายเพิ่ม ส่วนลูกก็เรียนจบมัธยมแต่ไม่ได้เรียนมหาลัยต่อเพราะรายได้ไม่มากพอเลยช่วยโอชินค้าขาย ถึงแม้ฮิโตชิจะไม่อยากทำอาชีพขายปลาอยากทำกิจการซูเปอร์มาเก็ตชอบคิดการใหญ่แบบพ่อแต่โอชินไม่เห็นด้วยก็ตาม

อยู่มาวันหนึ่งได้รับจดหมายจากคุณเคนที่โตเกียวถึงที่อยู่ฮาจิโกะแต่ไม่บอกรายละเอียด โอชินเลยไปโตเกียว แวะไปเยี่ยมอาจารย์ทำผมก็ยังทำผมเหมือนเดิม พอเคนพาไปหาฮาจิโกะถึงได้รู้ว่าทำงานขายตัวให้กับพวกทหารจีไออเมริกา เพราะหลังจากหนีจากบ้านหมดอาลัยตายอยากจะฆ่าตัวตาย บังเอิญเจอทหารจีไอช่วยเลยตามเขามาจนมาหารายได้แบบนี้
เมื่อฮาจิโกะตกลงกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านโอชิน


วันเวลาผ่านไปลูกโอชินก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาว ลูกชายไม่สนใจเรียนต่อมหาลัยมีแต่ลูกสาวฮารุน้องคนเล็กสุดได้ส่งให้เรียนสูงกว่าเพื่อนถึงแม้จะเป็นผู้หญิงก็ตาม ร้านโอชินก็ยังขายปลาขายผักเหมือนเดิม แต่ฮิโตชิไม่ชอบไม่อยากทำอาชีพนี้นัก เพราะมีความทะเยอทะยานอยากทำกิจการใหญ่เหมือนพ่อ อยากทำร้านให้ใหญ่โตขายของหลากหลากและสบาย เลยมีปากเสียงกับโอชินบ่อยเพราะโอชินอยากทำแบบค่อยเป็นค่อยไปเพราะคิดว่า”ขายของดีราคาถูก อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้” ฮิโตชิเลยขอไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าของเพื่อนสมัยเคยเป็นทหารด้วยกันที่พ่อเขาเป็นเจ้าของ โดยหวังว่าเพื่อนจะใช้เส้นฝากงานให้ได้ตำแหน่งใหญ่โตในการบริหารห้างสรรพสินค้าที่ตนมีความสามารถในการวางแผนไอเดีย แต่โอชินไม่เห็นด้วยอยากให้ดูและกิจการสานต่อที่ร้าน เลยบอกว่าถ้าไปแล้วไม่ต้องกลับมา แต่เมื่อฮิโตชิไปกลับได้ทำต่ำแหน่งแค่คนขับรถส่งของซึ่งไม่ได้ใช้ความคิดในการบริหารเลย เนื่องจากวุฒิการศึกษาน้อย สร้างความผิดหวังน้อยใจมากเลยไปบ่นให้เพื่อนที่ฝากงานให้ฟัง แต่เพื่อนก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้ไปมากกว่านี้เพราะพึ่งมารู้ถึงวุฒิการศึกษา ฮิโตชิเลยลาออกจากที่นั่นและเงียบหายไปที่บ้านไม่รู้ข่าวคราว


อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนสนิทของยิ่วที่เคยเป็นทหารด้วยกัน คนที่เคยมาส่งข่าวว่ายิ่วตายมาเยี่ยมในวันปีใหม่ สารภาพและสู่ขอมิจิโกะเพราะแอบหลงรักมานานจากคำบอกเล่าของยิ่ว จึงทำให้เขาจิตนาการเหมือนนางในฝันจนรัก เมื่อยิ่วตายเขาเลยขอเป็นตัวแทนของยิ่วดูแลมิจิโกะและคนที่บ้านนี้ เพราะตอนนี้เขารวยแล้วจากการที่มีชีวิตเหมือนไม่มีญาติที่ไปอยู่แมนจูเรียทิ้งเขากันหมด ทำอะไรไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเพราะตัวคนเดียว และเคยผ่านชีวิตปางตายจากสงครามเจอความลำบากมามากเลยไม่กลัวตาย ทำอะไรเสี่ยงก็ไม่กลัวตาย เขาเลยขายของผิดกฎหมายอย่างพวกเมธิลแอลกอฮอล์ จนมีเงินก้อนหนึ่งเอาไปเล่นหุ้นชนิดยอมเสียจะหมดก็ช่าง แต่กลับได้กำไรมากจนรวย แต่มิจิโกะกลับไม่ยอมแต่งงานด้วย เขาก็ไม่ยอมแพ้ยังไปมาหาสู่บ่อย ๆ จนซื้อที่ดินแถวสถานีรถไฟ 2 งานให้ครอบครัวโอชินเพราะที่ร้านโอชินทำเลไม่ดี ขาจรแทบไม่มีขายเท่าไหร่ก็ทรงตัวไม่มีทางขยายรวยได้ แต่ที่ตรงนั้นทำเลดีมาก ตอนแรกโอชินก็ปฏิเสธไม่รับ ต่อมาภายหลังมิจิโกะขอเช่าตกลงจะแต่งงานด้วยเขาเลยยกให้แทน ตอนนี้โอชินเลยยอมรับ แต่เขากลับตายลงข่าวในน.ส.พ.จากการโดนลูกหนี้ฆ่าอาจเพราะปล่อยเงินกู้คิดดอกเบี้ยโหด ญาติพี่น้องไม่รู้ใช่หรือไม่ใช่พากันมาอ้างแย่งมรดกกัน



ครอบครัวโอชินเลยย้ายไปอยู่ที่ดินใหม่ของเขาที่ยกให้และได้ฮิโตชิกลับมาช่วย หลังจากไปอยู่โตเกียวแล้วไม่ประสบความสำเร็จจนลำบากไปเกาะผู้หญิงกิน จนหญิงคนนั้นเบื่อหน่ายมาบอกพวกโอชินที่บ้านอยากให้เอาเขาออกมาจากที่อยู่เธอพร้อมให้ใช้หนี้ที่เขายืม แต่โอชินเด็ดขาดไม่สนใจรับผิดชอบให้ไม่ไปตาม แต่มิจิโกะไปตามกลับมา ฮิโตชิเลยสำนึกผิดขยันช่วยงานที่ร้านกว่าเดิม

ต่อมาโอชินรับยูริมาเป็นลูกจ้างเพราะมีชีวิตไม่ต่างจากตนนัก โดยไม่รู้ว่าภายหลังยูริและฮิโตชิแอบได้เสียกันตอนกลางคืน มีแต่มิจิโกะที่รู้ ตอนแรกไม่บอกโอชินจนฮิโตชิขอไปสัมมนาที่โตเกียวจึงบอกโอชิน โอชินก็ยินดีอยากได้ยูริเป็นสะไภ้ถ้าฮิโตชิบอก แต่พากันหารู้ไม่ว่าที่ฮิโตชิไปโตเกียวเพื่อไปหาคนรักอีกคนที่เป็นลูกคนรวย พ่อของเธออยากได้เขาเป็นเขยเพราะหวังในที่ดินร้านโอชินเพื่อขยายกิจการเสื้อผ้าสำเร็จรูปของโรงงานเขา เลยแนะนำให้ฮิโตชิชักชวนโอชินให้ทำการค้าแบบเซลย์เซอร์วิชใช้เครื่องคิดเงินเหมือนซูเปอร์มาเกตในปัจจจุบัน ตอนแรกโอชินก็ไม่เห็นด้วยนักเลยแอบไปสัมมนาที่โตเกียวถึงแม้เคนและอาจารย์ทำผมจะเสียชีวิตไปหมดแล้ว โอชินก็เห็นควรจะทำแต่เมื่อมารู้ว่าฮิโตชิจะขอแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนไม่ใช่ยู่ริก็ไม่เห็นด้วย ยิ่งจะให้ธุรกิจฝ่ายหญิงมาวุ่นวายจัดการแทนโอชินเหมือนจะยึดร้านเธอแล้วด้วย ส่วนยูริเมื่อรู้ก็ทำใจได้ในความต่ำต้อยของตนที่ไม่สามารถทำให้ฝันของฮิโตชิเป็นจริงได้ เลยหนีออกจากบ้านไปอยู่กับโนซุมิลูกชายของคาโย่ที่ขอโอชินไปเรียนทำเครื่องปั้นดินเผา เพราะชอบงานด้านนี้มากกว่าค้าขายที่โอชินหวังจะให้สานต่อกิจการร้านคานาย่าของครอบครัวคาโย่ แต่ก็ต้องยอมแพ้ให้ไปเรียนที่บ้านอาจารย์สอนเครื่องปั้นดินเผา

โอชินก็ไปปรึกษากับโคตะเวลามีปัญหาเรื่องค้าขายเสมอ เพราะภายหลังจากโคตะหันหลังจากการเมืองหันมาทำธุรกิจจนประสบผลสำเร็จแทน และครั้งนี้ขอให้โคตะช่วยค้ำประกันจะกู้เงินธนาคารเอาที่ดินนี้เข้าแบงค์เพื่อจะเอาเงินมาปรับปรุงร้านให้เป็นแบบเซลย์เซอร์วิช โดยไม่ต้องพึ่งเงินของพ่อแฟนฮิโตชิเพราะไม่อยากให้เขามาเจ้ากี้เจ้าการทำร้านของเธอ ระหว่างนี้ก็มีปัญหาขัดแย้งกันมาตลอดจนฮิโตชิแต่งงาน ด้วยความที่เจ้าสาวเป็นลูกคุณหนูเมื่อมาเป็นสะไภ้ร้านโอชิน แต่ก็ไม่ยอมช่วยงานที่ร้าน เพราะฮิโตชิเข้าข้าง แม้แต่งานบ้านกว่าจะยอมทำอาหารก็หนีกลับบ้านเวลางอนก็มี ทั้งต่อปากต่อคำเถียงและลุกหนีดื้อ ๆเวลาที่โอชินสั่งสอน ทั้งเรื่องเงิน


ต่อมาร้านใหม่ก็สร้างเสร็จ กิจการซูเปอร์มาเกตขายดีมากเพราะขายราคาถูก จนพวกร้านแถวนั้นรวมตัวกันมาต่อว่าแต่โอชินไม่ก็ยอมอ่อนข้อให้ ยังยืนยันจะขายถูกเหมือนเดิม มีขโมยแอบหยิบขโมยของทั้งผู้ใหญ่และเด็กฮิโตชิเอาเรื่องเด็กถึงโรงเรียนจนโดนไล่ออกจากโรงเรียน พ่อแม่เด็กเลยมาต่อว่าแต่ก็โดนตอกกลับว่าไม่สั่งสอนลูก

ความเห็นแก่ได้ของฮิโตชิจะให้เทอิแต่งงานกับเพื่อนของตนทัจจึโนริที่มาช่วยร้าน เพื่อที่เขาจะได้ทุ่มเทช่วยงานที่ร้านไม่ไปไหน แต่โอชินไม่เห็นด้วยเพราะนึกถึงสมัยค่าโย่โดนบังคับแต่งงาน และเทอิก็ไม่ยอมเพราะแอบมีคนรักที่มหาลัย
ถึงร้านจะขายดีแต่กำไรไม่มากยังมีภาระที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินที่กู้จากธนาคารมา โอชินก็ยังต้องลำบากขายปลาหั่นปลาปลาและลำบากเพิ่มทำอาหารสำเร็จรูปขาย เทอิเห็นความลำบากของโอชินลูกสึกละอายใจที่ต้องไปเรียนหนังสือและเที่ยวเตร่กับแฟน ยิ่งมาโดนแฟนไถเงินเที่ยวเลยตัดสินใจกลับบ้านไม่ยอมไปเรียนต่อเพื่อจะมาช่วยงานที่ร้าน โอชินเลยจำยอมให้เทอิลาออกมาช่วยร้าน อีกทั้งตอนนี้เทอิยังยินดียอมจะแต่งงานกับทัจจึโนริด้วย ซึ่งตอนนี้โอชินก็ยินดีเพราะเทอิเต็มใจแต่งและเพื่อนฮิโตชินิสัยดีขยันรักโอชินเหมือนแม่อีกทั้งมีใจชอบเทอิด้วยถึงแม้ตอนแรกไม่ยอมเพราะเกรงใจ

เวลาผ่านไปจนร้านโอชินเติบโตเต็มที่จนเป็นรูปแบบบริษัท ฮิโตชิคิดการใหญ่จึงเริ่มขยายสาขา แต่โอชินไม่เห็นด้วยนัก เพราะต้องกู้เงินธนาคารร้านบ้านจะต้องเอาไปจำนองหมด กำไรใช่ว่าจะได้มากมาย กู้เงินมาทำทุนอาจจะพังหมด เธออยากให้เป็นแบบเติบโตค่อยเป็นค่อยไปไม่มีภาระเงินมากมากกว่า แม้แต่ฮาจิโกะก็เห็นด้วยกับฮิโตชิอยากให้โอชินปล่อยมือจากการค้าอยู่สบาย ๆให้ฮิโตชิบริหารมากกว่า ฮิโตชิจึงแอบเอาตราประทับโอชินเป็นประธานแอบอ้างไปยึดที่ดินของครัวครัวหนึ่งเป็นร้านขนมที่ทำเลดี แต่สามีของที่นั่นไม่สนใจทำงานมีแต่เล่นการพนันและเที่ยวเตร่จึงไปหลอกยึดที่เขา จนภรรยาเจ้าของที่นั้นมาอาละวาดกับโอชินความลับจึงแตก เพราะเธอคนนั้นเคยเป็นลูกค้าประจำเหมือนมีบุญคุณกับโอชิน เมื่อเอกสารจัดการหมดแล้วจึงจำเป็นต้องเอาที่และให้ฮิโตชิหาที่ใหม่ให้เขา ทางสามีเธอก็สำนึกผิดจะเลิกเล่นเที่ยวช่วยภรรยาทำงาน โอชินจึงต่อว่าฮิโตชิว่าที่ดินร้านนี้เป็นของเธอฮิโตชิอย่ายุ่งเพราะถ้าปล่อยให้ยุ่งหมดตัวแน่

จนถึงวันรวมครอบครัวโนซุมิและลูกก็มาร่วมด้วยแต่ยูริไม่มาเพราะไม่อยากเจอหน้าฮิโตชิ ทั้งที่ยูริกลายเป็นภรรยาโนซุมิแล้ว ด้วยความที่ยูริเอาใจใส่ดูแลโนซุมิและชอบศิลปะเครื่องปั้นดินเผาเหมือนกันจึงตกหลุมรักกัน ผลงานเครื่องปั้นดินเผาโนซุมิได้รางวัลชนะเลิศ โอชินเลยคิดจะลงทุนทำเตาเผาให้โนซุมิจะได้มีกิจการของตนเองแทนร้านคานาย่า ที่เป็นไปไม่ได้ที่จะรื้อฝื้นกิจการค้าข้าวให้โนซุมิทดแทนตระกูลคานาย่าที่เอ็นดูตนมา จึงจะลงทุนเตาเผาทดแทนที่โนซุมิสายเลือดคนเดียวที่เหลืออยู่ของตระกูลคานาย่ากับหันมาเอาดีทางด้านศิลปะมากกว่าการค้าเหมือนแม่คาโย่ของเขา แต่ฮิโตชิกับไม่เห็นด้วยเพราะจำเป็นเอาเงินมาลงทุนกิจการซูเปอร์มาเกตมากกว่า โอชินกับฮาจิโกะจึงต้องหาเงินวิธีอื่นคือเอาใบหุ้นรัฐบาลที่เคยซื้อสะสมไว้ไปเสนอขายให้กับโคตะโดยไม่ให้ฮิโตชิรู้ โคตะก็ช่วยซื้อไว้คิดว่าเพื่อช่วยลูกคาโย่ เตาเผาและสาขาร้านโอชินก็เสร็จพร้อมกันทำให้โอชินจ่ายเงินแทบหมดตัว

ฮาจิโกะยังช่วยดูแลทั้งบ้านโอชินและกิจการร้าน ทำให้มิจิโกะไม่ชอบใจนักเพราะถือว่าไม่ใช่สายเลือดโอชิน จึงไม่อยากให้อยู่กับตระกูลนี้นานเท่าไหร่นัก พ่อมิจิโกะจึงมาทำตัวเป็นพ่อสื่อเสนอเพื่อนตนที่เป็นพ่อหม้ายวัยเกษียรที่พอมีฐานะให้ฮาจิโกะแต่งงาน เพื่อเธอจะได้ไปจากครอบครัวนี้ โอชินไม่เห็นด้วยแต่ฮาจิโกะกลับสนใจ พออยู่กันสองคนโอชินจึงต่อว่าฮาจิโกะเพราะรักยิ่งกว่าลูกไม่อยากเสือกไสไล่ส่งให้ไปแต่งงานกับคนที่แต่งไปแล้วก็เหมือนไปเป็นคนใช้เขา อยากให้อยู่ด้วยตลอดไปไม่อยากให้ตัดสินใจแต่งเพราะเกรงใจจะอยู่บ้านนี้ ฮาจิโกะเลยตกลงอยู่เป็นโสดต่อไป




กิจการซูเปอร์มาเกตโอชินเจริญขึ้นมากจนขยายเป็นสี่สาขาแล้ว บางที่มีที่จอดรถจนชาวนาขับรถมาซื้อเยอะขึ้น เริ่มมีฐานะลูก ๆก็แยกย้ายไปอยู่บ้านต่างหากไม่ได้อยู่รวมกันเหมือนก่อน โนซุมิยังเช่าบ้านอยู่โอชินเลยสร้างบ้านใหม่ให้ แต่ยูริกลับไม่ได้อยู่บ้านใหม่ โดนรถชนตาย โอชินเลยเอาเค่ลูกชายโนซุมิไปเลี้ยงชั่วคราวก่อนเพราะยังเป็นเด็กอยู่ โนซุมิคงไม่มีเวลาดูแลเพราะพึ่งเริ่มทำงานได้เตาเผาใหม่ คนอื่นก็แนะนำให้โนซุมิควรแต่งงานใหม่จะได้มีคนช่วยดูแลเค่ เค่ติดฮาจิโกะมากโอชินจึงเสนอให้โนซุมิแต่งงานกับฮาจิโกะ แต่ทั้งสองคนต่างปฏิเสธเพราะโนซุมินับถือแบบพี่สาวและแม่พระที่ช่วยครอบครัวตนตลอดมา และตนจะไม่แต่งงานกับใครอีกแล้วเพราะรักยูริมาก ฮาจิโกะก็ให้เหตุผลรู้สึกแบบน้องชายเช่นกัน
พอโนซุมิมีคนงานผู้ชายเพิ่มขึ้นจึงได้เค่กลับมาอยู่กับพ่อคนงานช่วยเลี้ยงช่วยดูแล เค่เป็นเด็กที่ไม่มีใครประคบประหงม จะเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายแข็งแรง
ครอบครัวจะไปงานศพยูริแต่โอชินไม่ให้ฮิโตชิไปเพราะเรื่องอดีตที่เคยมีอะไรกันยูริคงตายไม่สุขแน่ถ้าฮิโตชิไป เลยโมโหพลั้งปากออกไปโดยไม่คิดทำให้มิจิโกะรู้ความลับนี้ เลยทำให้มิจิโกะระหองระแหงกับฮิโตชิเพิ่มขึ้น จากที่พักหลังมานี้ทะเลาะกันบ่อย จนฮิโตชิเอือมระอาไม่อยากอยู่บ้านหนีเที่ยวค้างที่อื่นก็บ่อย ยิ่งพอรู้เรื่องยูริมิจิโกะเลยหนีกลับบ้านแม่ก็ยุให้หย่าซะ โอชินเลยตามไปขอโทษขอให้กลับบ้าน แต่พ่อมิจิโกะเห็นด้วยกับโอชินเลยทะเลาะจนพลั้งตบหน้าเมียต่อหน้าโอชินแม่มิจิโกะจึงเลิกโวยวาย
ถึงกลับมามิจิโกะก็ไม่เคยจะมาช่วยงานร้าน โนซุมิก็เป็นห่วงฮิโตชิที่เวลาลำบากใจมักจะแสดงความเก่งกล้าเข้าข่ม แต่คราวนี้กับเซื่องซึมเพราะปัญหาเรื่องครอบครัว จนทาเคชิลูกชายโดนตำรวจจับเพราะแอบหนีเรียนไปเล่นปาจิงโกะ โอชินอุตส่าห์ไปช่วยปลอบที่บ้านกลับโดนมิจิโกะไม่ให้ยุ่งถือเป็นเรื่องครอบครัวตน แต่ฮิโตชิกลับเชิญเข้าบ้าน มิจิโกะก็ปรับทุกข์ต่อว่าสามีไม่ดีต่าง ๆ นา ๆกับลูกชาย แม้โอชินจะว่าไม่ควรพูด ทาเคชิจึงสารภาพว่าที่ตนทำผิดเพราะรู้สึกเซงที่แม่มาฝากความคาดหวังกับตนให้เรียนมากไปจัดแจงชีวิตจากการที่พ่อไม่เอาใจใส่ทำแต่งาน พอเจอกันก็มีแต่ทะเลาะเถียงกัน
ตั้งแต่นั้นมาเลยทำให้มิจิโกะและฮิโตชิเห็นปัญหากลับมาทำความเข้าใจเอาใจใส่กันมากขึ้น แม้แต่ฮิโตชิพูดคำหวานกับมิจิโกะ”พูดจาออดอ้อนให้เมียดีใจไม่ต้องลงทุนไม่ใช่เหรอ”

อยู่มาวันหนึ่งพี่ชายโอชินและพี่สะไภ้ก็มาเยี่ยมจากเห็นชื่อสาขาของครอบครัวโอชิน ตอนนี้พวกเขาเลิกทำนาขายที่ย้ายมาอยู่ในเมืองทำไร่แอปเปิลกับเชอรี่พากันสบายขึ้นมีรถปิคอัพชวนให้โอชินไปเที่ยวบ้าน
หลังจากครอบครัวฮิโตชิดีขึ้นแล้วเลยเสนอชวนให้โอชินมาอยู่ด้วยกับบ้านใหม่ที่กำลังจะสร้างขึ้นที่ชานเมือง จากการขายที่แถวชานเมืองมาเป็นทุนด้วยส่วนบ้านก็ใช้เงินบริษัทสร้างแต่ที่ดินเป็นของโอชิน เพื่อจะได้มาช่วยสั่งสอนลูก ๆตน จากที่ผ่านมาโอชินอยู่ฮาจิโกะสองคน โอชินอยากให้ฮาจิโกะมีอิสระชีวิตตัวเองบ้างไม่ต้องมาปรนนิบัติตนไปตลอดชีวิตเลยตกลงไปอยู่กับฮิโตชิ ส่วนเทอิอยากได้บ้านหลังเก่าของฮิโตชิแต่ฮิโตชิพูดดักไว้ก่อนว่าแม่คงไม่พอใจเทอิเลยไม่กล้าออกปากขอ
เมื่อจะไปอยู่กับลูกโอชินจึงสร้างความมั่นคงในชีวิตให้ฮาจิโกะ โดยให้ฮิโตชิช่วยเปิดร้านซื้อบ้านให้
ตอนแรกจะเป็นร้านบาร์ แต่ฮาจิโกะชอบงานถักจึงเปิดร้านไหมพรมที่ชั้นหนึ่งชั้นสองเป็นห้องนอน มีการอบรมถักด้วย ลงทุนมากแต่กำไรไม่เยอะแต่ฮิโตชิก็เต็มใจช่วย แม้ฮาจิโกะจะเอาเงินเก็บในธนาคารที่เธอได้เงินเดือนจากช่วยหน้าร้านมาให้ลุงทุนด้วย แต่ฮิโตชิก็ไม่ยอมเอาให้เก็บไว้ใช้เมื่อยามจำเป็นแก่เฒ่าก็ได้ ส่วนค่าซื้อบ้านให้ที่ใช้เงินบริษัทซื้อฮาจิโกะค่อยใช้หนี้ให้แล้วกัน ฮาจิโกะก็ยินดีถือว่า ถึงจะก้าวหน้าถ้าดิ้นรนใช้หนี้จะได้ดิ้นรนให้สำเร็จเสมอ
ถึงแม้มิจิโกะและทัจจึโนริไม่ค่อยจะเข้าใจ แต่ฮิโตชิและโนซุมิซาบซึ้งในน้ำใจที่ฮาจิโกะยอมขายวิญญาณขายตัวส่งเงินมาช่วยครอบครัวตนตอนลำบาก จึงถือเป็นการตอบแทนน้ำใจและจะช่วยตอบแทนตลอดไป และจะไม่ประจานบอกใครถึงเรื่องอดีตนี้ของฮาจิโกะ

ร้านไหมพรมฮาจิโกะ





โดย: เนเวอร์แลนด์ (เนเวอร์แลนด์ ) วันที่: 1 กันยายน 2554 เวลา:13:50:51 น.  

 
ถึงแม้เทอิจะอยากให้ไปอยู่บ้านตนเหมือนกันเพราะไม่ชอบที่มิจิโกะไม่ค่อยถูกกันกับโอชินนัก แต่โอชินอ้างว่าก็อยู่เฉย ๆไม่ยุ่งกันจะได้อยู่นานสงบนาน คนกันเองเกินไปไม่ดีทะเลาะกันง่ายเกรงใจลูกเขยมากว่าเกรงใจสะไภ้ เทอิก็ยังจับผิดมิจิโกะที่จัดแจงเองตามนิสัยเธอไม่ได้ขอความเห็นจากโอชิน สร้างบ้านเป็นสัดส่วนให้โอชินอยู่ต่างหากไม่ให้วุ่นวายบริเวณส่วนของเธอ ทานอาหารตามเวลาเธอกำหนดหรือให้คนใช้เอามาให้บ้าง
อยู่มาวันหนึ่งพี่สะไภ้หนีออกจากบ้าน มาปรับทุกข์กับโอชินที่โดนลูกสะไภ้และลูกชายไล่ออกจากบ้าน โอชินจึงจำใจให้อยู่ด้วย เหมือนเป็นเวรกรรมตามทันสมัยพี่สะไภ้บ่นว่าแม่ของโอชินไม่ให้อยู่บ้านใหม่ที่สร้างจากเงินโอชิน อยู่ไม่มีวี่แววจะไปที่อื่นจนพี่ชายโอชินมาตามกลับยังจะไม่อยากไป


วันเวลาผ่านไป...จนร้านทาโนะกุระของโอชินก็ขยายสาขาไปถึง 16 สาขา ด้วยการบริหารโดยฮิโตชิเป็นประธานบริษัท โอชินวางมือให้ลูกชายจึงเป็นมีตำแหน่งเป็นรองประธาน จนถึงวันฉลองครบครอบวันเกิด 86 ปีของโอชิน ลูกหลานทุกคนมารวมตัวกันกินเลี้ยงฉลองให้ และพร้อมกันนั้นฮิโตชิได้แจ้งบอกทุกคนจะทำสาขาที่ 17 อย่างใหญ่โตขึ้น จะสร้างเป็นตึกได้กวาดซื้อที่ดินแถวนั้นไว้แล้ว แต่ขาดอยู่ที่นึงเป็นของคุณโคตะที่ให้ลูกชายดูแล สร้างความไม่พอใจให้โอชินไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมากเหมือนเป็นการเนรคุณที่โคตะเคยช่วยเหลือ แต่ความเห็นแก่ได้ของฮิโตชิกับไม่ยอมให้แม่ ถือว่า...บุญคุณก็ส่วนบุญคุณการค้าก็ส่วนการค้า...ฮิโตชิจึงดันทุรังสร้างและเปิดสาขาที่ 17 จนเสร็จในวันแถลงข่าววันเปิดร้านโอชินก็ได้หนีออกจากบ้านถึงสองเดือนโดยมีเค่ตามไปหาและเดินทางไปด้วย

เมื่อโอชินกลับมาก็ถูกต่อว่าทั้งจากมิจิโกะเพราะทำให้ตนถูกมองว่าโอชินหนีไปเพราะทะเลาะกับมิจิโกะ ฮิโตชิก็ขอร้องให้โอชินไปพูดกับโคตะไม่ให้ลูกชายขายที่ให้ห้างสรรพสินค้า เพราะถ้าห้างสรรพสินค้าเปิดร้านทาโนกุระต้องเจ้งแน่ ๆ ไม่ใช่แค่สาขา 17 สาขาเดียว แต่จะเจ้งทุกสาขา เกิดจากการที่ระดมทุนไปลงทุนเยอะที่สาขา 17 หมดและยังกู้เงินธนาคารอีกโดยเอาบ้านสาขาทุกสาขาไปจำนอง ...คนเราประสบความยากจนเท่าไหร่ก็แสวงหาความสมบูรณ์เท่านั้นเหมือนม้าลากรถ...
แนวโน้มทางลูกชายโคตะจะช่วยห้างสรรพสินค้ามากกว่า โอชินบอกกับโคตะว่าตนยอมรับและทำใจได้แล้ว
...คนเราเมื่อทำใจได้แล้วจะรู้สึกหมดทุกข์หมดกังวลหมดกลัวก็ไม่ขาดทุน เวลายากจนขึ้นจะได้สำนึกบุญคุณคนอื่น....เมื่อโอชินกลับไปบ้านฮิโตชิเห็นว่าแม่ไปพูดไม่ได้ผลเลยไล่ให้แม่ไปอยู่กับลูกคนอื่น แต่โอชิน ๆไม่ยอมไป
ส่วนลูกสาวฮิโตชิคนโตก็โดนแฟนเลิกเพราะเริ่มรู้ว่าบ้านนี้ใกล้ล้มละลาย เจ้าหนี้ส่งสินค้าก็เร่งมาทวงกลัวเช็คเด้ง


ในที่สุดครอบครัวโคตะก็ขายที่ให้ห้างสรรพสินค้า ร้านทาโนะกุระก็เจ้งแทบล้มละลายถึงจะขายสาขา 17 ให้คนอื่นก็คงไม่มีคนซื้อเพราะทำอะไรไม่ได้ ...ใช้เงินคนอื่นมาลงทุนไม่ได้ใช้เงินตัวเอง... ร้านก็จำนองหมดแม้แต่บ้านก็จะโดนยึด
มิจิโกะเป็นคนเห็นแก่ได้เลยจะหย่ากับฮิโตชิโดยชวนลูกไปอยู่ด้วย ฮิโตชิก็ไม่รั้งไว้ ฮาจิโกะและโนซุมิเลยหอบโฉนดที่ดินบ้านตนเองทั้งสองที่ครอบครัวโอชินซื้อให้เอามาให้จะขายหรือจำนองก็ได้เพื่อจะได้ช่วยใช้หนี้ แต่ไม่มีใครยอมเอา เพราะยอมรับในความผิดพลาดแล้ว เหมือนเป็นเวรกรรมของฮิโตชิที่เคยบีบคั้นเอาที่คนอื่น...เมื่อทำคนอื่นเจ็บจึงมารู้สึกตัวเองเจ็บ...
เมื่อวิกฤตจึงหันหน้าคุยกันกลายเป็นจิตใจดีขึ้น แม้แต่มิจิโกะเมื่อโอชินให้ฮิโตชิไปง้อบอกให้ช่วยเป็นกำลังใจเริ่มต้นใหม่จึงไม่หย่ากัน ลูก ๆก็อาสาจะหางานทำ ลูกสะไภ้ปรับความเข้าใจขอโทษกับโอชินถึงเรื่องที่ผ่านมา กลายมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่นถึงแม้จะกำลังย้ายบ้าน ครอบครัวฮิโตชิจะไปเช่าบ้านอยู่ โอชินจะไปอยู่กับฮาจิโกะ
ระหว่างกำลังขนของจะย้ายบ้านโคตะมาหามาบอกข่าวดีว่าจะตกลงไหม คือ ห้างสรรพสินค้าสนใจจะซื้อร้านทาโนะกุระโดยรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมด เพราะตนรู้จักกับกรรมการห้างหลายคนที่เคยร่วมประท้วงด้วยกันสมัยก่อน ครอบครัวโอชินเลยตกลงถึงจะไม่ได้ทุนคืนแต่หนี้หมดก็ยอมดีกว่าหมดตัวยังเหลือสาขาอื่นให้ทำงานหาเงินได้
โคตะกับโอชินก็มีความสัมพันธ์ที่ดีดังเดิม คนอื่น ๆก็ตายกันไปหมดแล้ว ...ถึงไม่แต่งก็เป็นเพื่อนกันตลอดชีวิต...
จบด้วยภาพเป็นคนแก่สองคนโคตะ-โอชินยืนบนโขดหินริมทะเลเหมือนคู่รักปู่ย่าวัยชราที่มีความรักความสุข




โดย: เนเวอร์แลนด์ (เนเวอร์แลนด์ ) วันที่: 1 กันยายน 2554 เวลา:13:53:37 น.  

เนเวอร์แลนด์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 90 คน [?]







แนะนำให้ชม

บัวหิมะ
บัวหิมะ
วิธีเลี้ยงบัวหิมะ
เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน
บั้งไฟพญานาคที่ไปดูมา
ติดอันดับTOP Page Views
อาหารและการดูแลสุขภาพ ผู้ป่วยมะเร็งและคนทั่วไป
เที่ยวขอนแก่น
Michael Jackson
คอนเสิร์ตบอย Peacemaker
คลิปเจ้าขุน
การกลับมาของX Japan

ท่องเที่ยว

UFOที่เคยเห็น
บั้งไฟพญานาคที่ไปดูมา
หาดใหญ่และปัตตานี
ไข่มุกอันดามัน
อะ พีพี
เกนติ้ง
กัวลาลัมเปอร์
หาลิงเข้าถ้ำทะเลภูเขาเลยจ้า นอนดูหมอกที่ปราจีนบุรี
เที่ยวปราจีนบุรีต่อ
เลยจะถึงไหมละนี่
พักค้างแรมที่เลย
เลยจนเกือบถึงลาว
ขุดกรุเขื่อนป่าสัก
บึงแก่นนคร ขอนแก่น
พระธาตุขามแก่น
เดินทางไปลพบุรี
กินข้าวอิงภูชัยภูมิ
ลาว เวียงจันทร์
ลาว2
ปิดทริปเที่ยวลาว
ล่องเรือเจ้าพระยา
รถไฟลอยฟ้า ฟ้า ไทย
รถไฟใต้ดินไทย
ทะเลน้ำจืดหาดวังโกขอนแก่น บ้านปราสาทโคราช
วังน้ำเขียวโคราช
ชอปปิ้งหนองคาย
ตัวเมืองขอนแก่น
น้ำผุดทับลาว ชัยภูมิ
สนามหลวง2
ไปดูงานศิลป
สายน้ำกับปลาที่ไปปล่อย
งานExpro
เขื่อนอุบลรัตน์
เที่ยวป่าวัดพรไพรวัลย์
ล่องแพอ่างเก็บน้ำห้วยไร่
ทะเลหมอกภูพานน้อย
วัดเจดีย์ชัยมงคล
ครั้งหนึ่งที่เคยโบกรถ
น้ำหนาว,เพชรบูรณ์
พระพุทธชินราช,พระธาตุลำปางหลวง
น้ำพุร้อน,วัดร่องขุ่น
มหาลัยแม่ฟ้าหลวง,น้ำตกก้างปลา
เวียงแก่น,ภูชี้ฟ้า
ดอยแม่สลอง
อุทยานฯขุนแจ
สวนโลกราชพฤกษ์
วัดเจดีย์7ยอด,วัดเจดีย์หลวง
ดอยสุเทพ,ทุ่งสแลงหลวง
โครงการครูบ้านนอก
วัดหลวงพ่อโตใหญ่ที่สุดในโลก
ที่พักปากช่อง
เลย-ลาว-ท่าลี่
ถึงระยองแล้วจ้า
ทะเลตอนเช้า
งานเที่ยวภาคใต้






foodietasteเนเวอร์แลนด์
 foodietasteเนเวอร์แลนด์

Friends' blogs
[Add เนเวอร์แลนด์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.