บล็อกนี้ไม่มี VIP ค่ะ ทุก ๆ คนเป็น VIP อยู่แล้ว เมื่อคลิกเข้ามา
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
30 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
เปิดเส้นทางเจ้าสัวนักรัก “บุญชัย เบญจรงคกุล” ว่าที่คู่หมั้นตั๊ก บงกช

เปิดเส้นทางเจ้าสัวนักรัก “บุญชัย เบญจรงคกุล” ว่าที่คู่หมั้นตั๊ก บงกช

ถือว่าเป็นข่าวชวนตะลึงของจริง

เมื่อ ตั๊ก-บงกช คงมาลัย ดารานักแสดงสุดเซ็กซี่

ได้ออกมาประกาศหมั้นหมายกับ บุญชัย เบญจรงคกุล

เจ้าสัวคนดังที่กุมธุรกิจนับหมื่นล้าน อดีตผู้บริหารดีแทค

รักฟ้าแลบหลังรู้จักมักคุ้นกันได้ไม่กี่เดือน

และยังเป็นรักครั้งที่หกของเจ้าสัวนักรักคนนี้อีกด้วย

 
       
       เส้นทางรัก เจ้าพ่อดีแทค
       
       นับว่าเป็นเรื่องช็อกวงการที่จู่ๆ ก็มีข่าวว่าตั๊ก-บงกช สาวทรงโตที่ชายหนุ่มหลายคนหมายปองกำลังจะสละโสดกับบุญชัย เบญจรงคกุล เจ้าสัวแห่งดีแทค วัย 58 ปี สุภาพบุรุษนักรักที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วถึงห้าครั้ง มีลูกถึงห้าคน ถึงแม้จะเคยกล่าวว่าเสียใจมากสำหรับเรื่องราวความรักที่ล้มเหลวครั้งล่าสุดกับอดีตนางเอกสาวสวย แก้ว-เบญจา บารมีย์ แต่สุดท้ายก็ทิ้งให้เป็นเพียงความทรงจำในวันวาน เพราะมาสะดุดรักครั้งใหม่กับสาวเซ็กซี่ ตั๊ก-บงกช ที่ดูรักครั้งนี้จะสดใสซาบซ่ากว่าเดิม
       
       นับนิ้วกันให้ดีแล้ว ถือได้ว่าตั๊ก-บงกช จะได้เข้ามาเป็นสะใภ้คนที่หกแห่งบ้านเบญจรงคกุล

ก่อนหน้านั้น บุญชัย เบญจรงคกุล ได้ผ่านการแต่งงานมาแล้วถึงห้าครั้ง

โดยมีลูกทั้งสิ้น 5 คน ผู้ชาย 3 คนและผู้หญิง 2 คน

ได้แก่ หนึ่ง-ศุภรัตน์ เป็นลูกที่เกิดจากคุณวาสนา,

เพชร-บุญญาภาณิ์ และ คิด-คณชัย เป็นลูกที่เกิดจากคุณวรรณา

ส่วนแก้ว-กัลยา และ เบ็น-เบญจามินเป็นลูกที่เกิดจากคุณเบญจมาศ

ส่วนภรรยาอีกสองคนที่เป็นดาราดังด้วยกันทั้งคู่

คือปู-สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์ และ เบญจา บารมีย์ ไม่มีลูกด้วยกัน 


       
       เรื่องของความรัก ภรรยาคนที่ดูเป็นที่รู้จักของประชาชนมากที่สุด

คงต้องยกให้ แก้ว-เบญจา บารมีย์ หรืออีกชื่อในฐานะอดีตนางเอกวงการบันเทิง “เบญจวรรณ ภูษณะพงษ์”

ที่บ่มเพาะต้นรักแบบแอบๆ กันมานานนับสิบปี

กว่าจะได้มีวันวิวาห์ของตนเองและเปลี่ยนนามสกุลเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านก็ได้ประกาศเลิกร้าง แต่งงานกันได้แค่สองปีเศษก็เป็นอันต้องแยกทางกันไป

โดยเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แก้ว-เบญจาหมดรัก หมดเยื่อใย

คือเรื่องของการที่เจ้าสัวไม่อยากหย่ากับภรรยาคนก่อน

ทำให้ยืดเยื้อ สร้างความบาดหมางกันและกันก่อนจะแต่งงานเสียอีก
       
       บุญชัย เบญจรงคกุล เคยให้สัมภาษณ์ถึงเหตุรักร้างระหว่างเขาและแก้ว-เบญจาไว้ว่า

เขาตัดสินใจหย่าช้าไป เพราะตอนนั้นเขาไม่ต้องการทำร้ายจิตใจผู้หญิงอีกคนในชีวิตเขา

คุณวรรณา เพราะอย่างน้อยๆ เธอก็เป็นแม่ของลูกถึง 2 คน

และการที่บุญชัยเกรงใจเพราะเมียที่ชื่อวรรณาคนนี้เป็นคนเลี้ยงลูกหนึ่ง-ศุภรัตน์

ซึ่งเกิดจากเมียอีกคน ตั้งแต่หนึ่งอายุเพียงขวบเดียวเท่านั้น
       
       สุดท้ายทั้งสองก็ได้แต่งงานกันสมใจหมาย ถึงแม้บรรดาลูกๆ และอดีตของเจ้าสัวไม่มีใครไปร่วมงานสักคน เมื่อวันฤกษ์ดี 15 มิถุนายน 2553 แต่ชีวิตรักสุดหวานหลังวิวาห์ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยหลักฐานที่แสดงว่าแก้ว-เบญจาสะบั้นรักเจ้าสัวแบบไร้เยื่อใยคือการหันไปคบหากับดาราหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน เต๊ะ-ศตวรรษ เศรษฐกรโดยเปิดเผย ถึงขนาดสามารถเข้านอกออกในบ้านแถมยังให้รถคันหรูที่เจ้าสัวซื้อให้ไปขับอีกต่างหาก รวมถึงภาพต่างๆ ที่หลุดออกมาได้เห็นกัน ทั้งที่เจ้าสัวพยายามทำทุกอย่างเพื่อประคับประคองชีวิตคู่ที่ร่วมกันมากว่าสิบปีแต่ก็ไปไม่รอดซึ่งว่ากันว่าภรรยาคนนี้ได้เงินและทรัพย์สินเงินทองจากเจ้าสัวไปมากขนาดว่าไม่ต้องทำอะไรก็อยู่สบายไปทั้งชาติ
       
       

 


 


       รักฟ้าแลบ ตั๊ก-บงกช
       
       ประกาศสละโสดครั้งนี้ถูกเผยแพร่เมื่อดาราสาวตั๊ก-บงกช ได้โพสต์ภาพหวานระหว่างตนเองกับบุญชัย ในอินสตาแกรม พร้อมระบุว่ากำลังจะเข้าพิธีหมั้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน และภาพเหล่านี้ถูกโพสต์เข้าสู่เว็บไซต์โซเชียลออนไลน์อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นประเด็นคำถามว่ารักฟ้าแลบครั้งนี้เหตุด้วยรักหรือเม็ดเงินกันแน่ อย่างไรก็ตาม การประกาศหมั้นครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องน่ายินดีส่งท้ายปีนี้ของวงการบันเทิง
       
       การพบกันครั้งแรกระหว่าง ตั๊ก-บงกช คงมาลัย และเจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุลนั้น ความรักครั้งนี้เกิดมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว หลังจากที่ตั๊กและคุณบุญชัยมีโอกาสได้เจอกันที่พิพิธภัณฑ์ของคุณบุญชัย นอกจากต้องตาแล้วยังต้องใจในเรื่องของธรรมะที่ทั้งสองต่างชอบเหมือนกัน โดยเฉพาะการนับถือหลวงพ่อสดที่ทั้งคู่ก็มีโอกาสไปด้วยกัน นอกจากนั้นเจ้าสัวก็ยังประทับใจในความกตัญญูของสาวตั๊กที่เป็นคนทำงานคอยดูแลหาเลี้ยงพ่อแม่ มีความขยันทุ่มเททำงานและเงินที่ได้ก็เก็บไว้ให้รักษาแม่ที่ป่วยอีกด้วย หลังจากต้นรักเบ่งบานได้ระยะหนึ่งทั้งสองจึงได้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
       
       สิ่งเชื่อมโยงระหว่างตั๊ก-บงกช และเจ้าพ่อดีแทคอีกสิ่งคือเรื่องของการโชว์ฝีมือในฐานะผู้ก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (Thai Contemporary Art Museum) หรือ MOCA BANGKOK ซึ่งเจ้าสัวบุญชัยก็ได้จับพู่กันวาดภาพสาวเซ็กซี่ในชุดบิกินีสีแดง โดยมีฉากหลังเป็นจานสี ที่เมื่อเพ่งดีๆ จะเห็นว่าหญิงในภาพนั้นคือดาราสาวตั๊ก-บงกช คงมาลัย นั่นเอง ซึ่งเมื่อสาวเจ้าทราบว่าเจ้าสัว และเหล่าศิลปินจะนำรายได้ ไปมอบให้ มูลนิธิพัฒนาเด็กและเยาวชน จึงเป็นผู้เคาะราคาเปิดประมูลด้วยตนเอง
       
       

       
       ภาพภายนอก บุญชัย เบญจรงคกุล ใครๆ ก็ต้องมองถึงฐานะของเขาเป็นลำดับแรก มหาเศรษฐีลำดับต้นๆ ของเมืองไทย เป็นเจ้าของกิจการมากมาย มีเงินนับหมื่นล้านบาท แต่อีกฐานะหนึ่งเจ้าสัวคืออีกคนที่เป็นเบื้องหลังในการมอบสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมด้วย ซึ่งเจ้าสัวบุญชัยเคยกล่าวว่า “เขาเป็นคนรวยที่ตื่นขึ้นมาในวันหนึ่งแล้ว ได้คิดย้อนหลัง คิดทบทวนถึงความสบายตอนที่เราตื่นขึ้นมา ในห้องแอร์เย็นๆ เตียงสบายๆ ในบ้านสวยๆ ของเหล่านี้มันมาได้อย่างไร?” ซึ่งไม่แปลกใจเลยที่เจ้าสัวผู้ล้มลุกคลุกคลานด้วยตนเอง ผ่านความยากลำบากกว่าจะรวยล้นฟ้าในตอนนี้จะคิดและเข้าใจใช้ชีวิตในแบบคนธรรมดา และต้องการคืนสิ่งดีๆ กลับสู่สังคม
       
       อย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย หรือ MOCA หอแสดงภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บริเวณถนนวิภาวดี เจ้าสัวก็ควักทุนสร้างด้วยตนเองเป็นเงินกว่าสองพันล้านบาท รวมถึงของสะสมภายในก็ไม่ใช่มีแต่เพียงของฟุ่มเฟือย ราคาแพง มีมูลค่าเป็นตัวเลขเพียงอย่างเดียว หากแต่ของสะสมบางชิ้น ภาพศิลปะ มีมูลค่า คุณค่าทางจิตใจไม่แพ้กัน ผลงานของอาจารย์ศิลปะชื่อดัง ถวัลย์ ดัชนี ก็มีอยู่หลายชิ้นจนเรียกได้ว่าเจ้าสัวบุญชัย มีภาพงานศิลปะของอาจารย์ถวัลย์ในครอบครองมากที่สุดในโลก
       
       อีกสิ่งที่คุณบุญชัย เบญจรงคกุล ให้ความสนใจมาโดยตลอดคือการพัฒนาคน พัฒนาการศึกษา ทั้งในองค์กรที่ตัวเองบริหารอยู่ และในสังคม อย่างโครงการสำนึกรักบ้านเกิดที่หวังว่า “การสร้างคน” จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ
       
       ส่วนเรื่องนิสัยส่วนตัวของเจ้าสัว จากธุรกิจที่สร้างมาและฝ่าฟันอุปสรรคมาตลอดหลายปีแสดงให้เห็นว่าเจ้าสัวเป็นคนขยัน อดทน สะท้อนภาพความเป็นคนสู้ชีวิตได้อย่างดี หัวใจที่รักในงานศิลปะก็แสดงว่าถึงแม้ภายนอกจะแข็งแกร่งแต่จิตใจไม่แข็งกระด้าง นอกจากนั้นเจ้าสัวยังเป็นที่ประทับใจของใครหลายๆ คนในความสุภาพ ไม่ถือตัว เป็นกันเอง อย่างว่าที่แม่ยาย ธนาภา ชีพนุรักษ์ มารดาของตั๊ก-บงกช ก็ยังเอ่ยปากชม
       
       “เขาเป็นสุภาพบุรุษ เป็นคนติดดิน ไม่ได้ชอบเพราะว่าเขาเป็นคนรวย มีคนรวยมาชอบลูกสาวตนหลายคนมาก แต่ก็ไม่เหมือนคนนี้ เขาเป็นคนมีมารยาท ไม่ได้เสแสร้ง มีความเป็นธรรมชาติ”
       
       ถึงแม้ความรักของเจ้าสัวนักรักคราวที่แล้วมาอาจจะดูล้มเหลวเป็นท่า ต้องเลิกร้างลาไกล แต่กับรักครั้งใหม่คนที่หกกับสาวสวยทรงเสน่ห์ ประสบการณ์น่าจะสอนให้เจ้าสัวนักรักคนนี้ครองคู่ได้นานสมใจ
       

 


 


       มาดนักธุรกิจ “สุภาพบุรุษ” นักรัก 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

เจ้าสัว บุญชัย เบญจรงคกุล

ภาพวาดฝีมือเจ้าสัว

อดีตรักร้าง แก้ว-เบญจา

แก้ว-เบญจา และ ปู-สรารัตน์ อดีตภรรยา

ใช้นามสกุล “เบญจรงคกุล” อยู่แค่ปีเศษๆ กลับไปเป็น “แก้ว” เบญจา บารมีย์ เหมือนเดิม พร้อมๆ กับข่าวซุบซิบที่โรยตัวผ่านคอลัมนิสต์ของสำนักหัวเขียวถึง 2 ครั้งในช่วง 10 วัน … อย่า “งง” ถ้าจะเป็นข่าวบันเทิง เพราะ แก้ว เบญจาผู้นี้คืออดีตนางเอกในชื่อเดิม “เบญจวรรณ ภูษณะพงษ์” ซึ่งปัจจุบันคือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการของค่ายเพลง “บีบี. เรคคอร์ด” ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เธอผู้นี้ … ก่อนแต่งงานกับเจ้าสัวบุญชัยเมื่อปี 2553 เคยตกเป็นข่าวกับ “ต๊ะ” ศตวรรษ เศรษฐกรมาแล้ว
       
       บุญชัย เบญจรงคกุล อดีตเจ้าพ่อโทรคมนาคม Dtac ผู้ร่ำรวยอันดับ 15 ของประเทศไทยจากทรัพย์สิน 13,500 ล้านบาท (การจัดโดย นิตยสารฟอร์บส) ปัจจุบันหันมาทำมูลนิธิ “รักบ้านเกิด” ทั้งยังเป็นนายทุนผู้วางเงินก้อนแรกให้กับนิตยสารบันเทิงชั้นแนวหน้าแห่งหนึ่ง
       
       ปูมหลัง “แก้ว เบญจา”
       ขณะที่ “แก้ว” เบญจา บารมีย์ นั้น ชื่อเดิมคือ เบญจวรรณ ภูษณะพงษ์ เคยเป็นนางเอกภาพยนตร์ เมื่อประมาณปี 2527 - 2528 มาก่อน ตอนนั้นเธออายุเพียง 14 ปีมาเล่นหนังเรื่อง “เปรียว” คู่กับ “จิ๊บรด.” วสุ แสงสิงแก้ว กำกับการแสดง บุญญรักษ์ นิลวงศ์ เรื่องที่สองคือ “หัวใจทะลุดิน” กำกับการแสดงโดย เชาว์ มีคุณสุต โดยเล่นคู่กับทูน หิรัญทรัพย์ และอีกเรื่องหนึ่งคือ “แพแตก” ในนามของ ชัยแอนด์ชา โปรดักชัน นำแสดงโดย สายัณห์ สัญญาและนันทิดา แก้วบัวสาย
       
       “แก้ว” เบญจา บารมีย์น่าจะสิ้นรักไปก่อนแต่งงานนานแล้ว แต่งานวิวาห์ที่เคยหมายมั่นจะจัดงานใหญ่ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล ต่อมาถูกปรับเป็นงานที่เชื้อเชิญเฉพาะคนสนิทชิดเชื้อกันจริงๆเพียงไม่กี่คน และไม่มีทั้งอดีตเมียและลูกรักของบุญชัยไปร่วมงานแม้แต่คนเดียว
       
       นอกจากงานแสดงภาพยนตร์เพียงไม่กี่เรื่องดังกล่าวแล้ว ยังเป็นนางแบบให้กับนิตยสารวัยรุ่นสมัยนั้น เช่น Hello จากนั้น “แก้ว” เบญจาบินไปเรียนต่อทางด้านเลขานุการที่ประเทศอังกฤษ
       
       กลับประเทศไทยก็ชักชวนเพื่อนๆในแวงวงดารา - นางแบบ และไฮโซ ร่วมกันเปิดร้านชื่อ Vega ที่หลังสวน ชื่อเสียงของ Vega เป็นที่รู้กันในหมู่นักการเมือง ไฮโซและนักเที่ยวยามค่ำคืนว่า เป็นแหล่งรวมสาวสวยระดับนางแบบ ทุกค่ำคืนแน่นขนัดไปด้วยหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ขี้เหงาจนสถานที่เล็กลงไปถนัดตา จนต่อมาต้องโยกย้ายมาเปิดที่สุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ในนาม “Vega Cafe Pub And Restaurant” ซึ่งเป็นร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาว ดูสบายตาแบบสะอาดสะอ้าน แบบสไตล์สบายๆ ผนังเป็นกระจกใสรอบร้าน นั่งมองผ่านห้องแอร์ได้อย่างสบายๆเหมือนนั่งอยู่ท่ามกลางสวนที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ หลากหลายพันธุ์
       
       เจ้าสัวบุญชัยชอบผู้หญิงคมคายมาแต่ไหนแต่ไร
       เมื่อ 16-17 ปีที่แล้ว เจ้าสัวเป็นลูกค้าคนหนึ่งซึ่งมานั่งประจำที่ร้าน Vega หลังสวน และต่อมา “แก้ว” เบญจาได้เปลี่ยนสถานภาพมาเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งของบุญชัย (ในจำนวน 5 คนคือ วาสนา, วรรณา, เบญจมาศ และภรรยาที่อยู่ในแวดวงบันเทิงได้แก่ สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์และเบญจา บารมีย์)
       จนเมื่อเจ้าสัวหันมาใฝ่ธรรมะมากขึ้นก็ขอให้ “แก้ว” เบญจาเลิกทำธุรกิจบาร์และเลี้ยงดูปูเสื่อเป็น “นกน้อยในกรงทอง” แก้วหันมาเปิดร้านดอกไม้เล็กๆไว้แก้เหงาแทน
       
       ทรัพย์สมบัติที่เจ้าสัวประเคนให้ “แก้ว” เบญจาในฐานะ “นกน้อย” ร่วม 10 ปีเป็นจำนวนมากโขอยู่
       วันหมดรักของ “แก้ว” เบญจา
       
       “แก้ว” เบญจา บารมีย์หมดรักอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2552 ถึงขั้นจะเลิกและไม่คิดรีเทิร์นกับเจ้าสัว แต่ยังทำธุรกิจร่วมกัน “แก้ว” เบญจายังคงบริหารงานอยู่ที่ค่ายเพลงชื่อ “บีบี. เรคคอร์ด” (ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2552) โดยศิลปินส่วนหนึ่งมาจากการแนะนำของ “ตุ๊ก” เดือนเต็ม สาลิตุล
       
       ระหว่างนั้น มีภาพปรากฏในนิตยสารบันเทิงแนวปาปาราซซีถ่ายรูป “เต๊ะ” ศตวรรษ เศรษฐกร นั่งกินข้าวอย่างสนิทสนมกับ “แก้ว” เบญจา อยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
       
       เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องสนุกปากกันอยู่พักใหญ่ จนเจ้าสัวต้องออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการในนิตยสาร who? ฉบับวันที่ 16 มีนาคม 2010 พาดปก “เสียใจและเจ็บจากอดีตนางเอก...”แก้ว” เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล เปิดตัวลูกที่เพิ่งพบหน้ากันครั้งแรก”
       
       บุญชัย เบญจรงกุล กล่าวถึงเรื่อง “หมดรัก” ของ”แก้ว” เบญจาไว้ว่า เขาตัดสินใจหย่าช้าไป เพราะตอนนั้นเขาไม่ต้องการทำร้ายจิตใจผู้หญิงอีกคนในชีวิตเขา - วรรณา เพราะอย่างน้อยๆ เธอก็เป็นแม่ของลูกถึง 2 คน และการที่บุญชัยเกรงใจเพราะ เมียที่ชื่อวรรณาคนนี้เป็นคนเลี้ยงลูกหนึ่ง ศุภรัตน์ ซึ่งเกิดจากเมียอีกคน ตั้งแต่หนึ่งอายุเพียงขวบเดียวเท่านั้น
       
       หลังจากการให้สัมภาษณ์ในคราวนั้น เจ้าสัวและ “แก้ว” เบญจามีโอกาสได้เคลียร์กัน โดยแก้วเป็นฝ่ายยื่นเงื่อนไขว่า เจ้าสัวต้องยกย่องเธอต่อสังคมในฐานะ “สตรีหมายเลข 1” ในชีวิตครอบครัว ห้ามหลบซ่อนดังที่ผ่านมากว่า 10 ปี เจ้าสัวรับปาก ดังนั้น งานวิวาห์เพื่อเชิดชูสตรีหมายเลข 1 ก็เลยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2553 ซึ่งตรงกับวันพระ แรม 8 ค่ำเดือน 7 โดยจัดขึ้นที่บ้านและเรือนหอของ “แก้ว” เบญจา บารมีย์ที่ถนนพระราม 9 โดยจัดงานแต่งงานในตอนเช้าและจดทะเบียนสมรสในตอนบ่าย แขกที่เชื้อเชิญไม่มากแค่ 30 -40 คนเท่านั้น และเล่ากันว่า บรรดาลูกๆ และอดีตของเจ้าสัวไม่มีใครไปร่วมงานสักคน
       
       ฝ่ายชายอายุ 60ปีเศษ ขณะที่ฝ่ายหญิงอายุ 44 ปีแล้ว
       แต่งงานกับเจ้าสัว ใช้นามสกุล “เบญจรงคกุล” ได้เพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว เพียงปีเศษๆ ทว่าเรื่อง “สิ้นรัก” ก็ยังเป็นปมที่อยู่ในใจของ “แก้ว” เบญจาที่สลัดไม่หลุด !!
       ความลึกลับและไม่ค่อยปรากฏตัวที่ไหน อาจจะเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้หญิงคนนี้
       
       เหตุเกิดที่บ้านและเรือนหอในย่านพระราม 9
       ดังนั้น ... “แก้ว” เบญจา จึงตกเป็นข่าวซุบซิบอีกครั้ง เมื่อพา “เทรนเนอร์หนุ่ม” มาเล่นฟิตเนสที่บ้าน พร้อมๆกับบรรดาลูกๆของเจ้าสัวพากันไปไชโยโห่หิ้ว ส่งท้ายปีเถาะ ต้อนรับปีมะโรงด้วยกันที่ “หัวหิน” ด้วยการเปิดโรงแรมคืนละแสนฉลองชัย
       
       เรื่องสั่นสะเทือนอารมณ์แบบนี้ ถ้าบังเอิญเป็นเรื่องจริง คงไม่ใช่เรื่องรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของ “แก้ว” เบญจา อย่างแน่นอน นอกจากการสร้างเงื่อนไขเพื่อที่จะกลับไปใช้นามสกุลเดิมของตนเอง และใช้ชีวิตอย่างอิสรเสรีอย่างที่เธออยากจะเป็น … ทรัพย์สินที่มีอยู่ตอนนี้ นั่งนอนกินสบายๆไม่ต้องทำงานก็มีกินไปตลอดทั้งชาติ
       
       ลำดับข่าว ในคอลัมน์ “โสมชบา”
       ไทยรัฐ วันที่ 21 ธันวาคม 2552
       ต่อไปเป็นรายงานข่าวความรักรายวัน - - ถึงจะกลับมาทำงานร่วมกัน แต่เบญจา บารมีย์ (แก้ว) ก็ประกาศกับเพื่อนๆว่า (ยัง) ไม่คิดรีเทิร์นรักเก่าเจ้าสัว บุญชัย เบญจรงคกุล แม้ฝ่ายชายจะง้องอนขนาดว่า จะเลิกทุกอย่างและจะอยู่กับเธอคนเดียวไปจนวันตาย ก็(ยัง) ไม่ได้ผล !
       
       ไทยรัฐ วันที่ 17 มีนาคม 2553
       กำลังอกระทม เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล น้ำตาซึมเปิดใจใน who? ว่าหวังจะฝากผีฝากไข้ กับ แก้ว (เบญจา บารมีย์ หรือ เบญจวรรณ ภูษณะพงษ์) ในเมื่อฝ่ายหญิงหมดรักแล้ว ก็ต้องยอมเจ็บ แต่ขอร้องว่า ของที่ให้ “แก้ว” เท่านั้น ผู้ชายอื่นจะมายุ่งไม่ได้ ซึ่งฝ่ายหญิงก็ใจเด็ด คืนบ้าน รถปอร์เช่ แหวน และของใหญ่ๆ ก่อนย้ายออก เจ้าสัวจึงขาดรัก แต่ไม่ขาดทุน
       
       ไทยรัฐ วันที่ 4 มกราคม 2555
       เปิดศักราชใหม่ ก็มี ทอล์กออฟเดอะทาวน์ ให้เดาว่า มหาเศรษฐีคนไหนเอ่ยที่กำลังไล่เมียรักออกจากบ้าน ทั้งๆที่กว่าจะได้เธอมาแทบเลือดตากระเด็น ยอมแม้กระทั่งเขี่ยเมียเก่ากระเด็นให้คนด่าทั้งเมือง แต่ผลบุญที่ทำไปเป็นพันล้านคงพอมีจึงจับได้คาหนังคาเขาว่าเธอไม่เคยซื่อสัตย์ และเธอคงชะล่าใจว่า เอาอยู่ จึงให้เทรนเนอร์หนุ่มหล่อล่ำมาเล่นฟิตเนสที่บ้านเหมือนเคย เวลาสามีเผลอ - - คืนส่งท้ายปีเก่าที่ผ่านมา ลูกๆเมียเก่า เลยหลั่นล้า ไปเปิดโรงแรมคืนละแสน ฉลองกันเป็นพิเศษที่หัวหิน
       
       ไทยรัฐ วันที่ 14 มกราคม 2555
       ส่วนเจ้าสัวเตียงหัก ที่ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าฝ่ายชายจะเลิกได้เพราะรักเธอหัวทิ่ม ปรากฏว่าครั้งนี้โงหัวขึ้นได้เพราะเพื่อนๆบอกว่าหย่าแล้ว ส่วนหญิงไม่เดือดร้อนเลย เพราะแค่ตอนฉลองแต่งงาน ได้เพชรทั้งหู แหวน แขวนคอไปหลายสิบล้าน ถ้านับที่สะสมไว้ระหว่างอยู่กันมา 16 ปีแห่งความหลัง ซักปีละ 30 ล้าน (ขั้นต่ำ) ยามนี้ ก็คงมีไม่น้อยกว่า 500 ล้าน จึงไม่ต้องห่วงว่าเธอจะกลับไปทำอาชีพ เอสคอร์ท ที่ลอนดอนอีก
       ............................................
       
       ที่มา นิตยสาร ASTV สุดสัปดาห์ ฉบับ 120 วันที่ 21 - 27 มกราคม 2555

Thailand Web Stat

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการ ค่ะ




Create Date : 30 ตุลาคม 2555
Last Update : 30 ตุลาคม 2555 12:30:23 น. 3 comments
Counter : 11357 Pageviews.

 
เข้ามาติดตามข่าว ขอบคุณมากครับ


โดย: หยอดให้กาก วันที่: 30 ตุลาคม 2555 เวลา:13:53:08 น.  

 
น่าอิจฉา และดีใจแทนท่านเจ้าสัวจริงๆครับ


โดย: highfly วันที่: 30 ตุลาคม 2555 เวลา:21:29:18 น.  

 
รักลูกแสนบริสุทธิ์รักแม่ของลูกต้องเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกของใจรักใหม่ๆในวันนี้แค่ขอฝากดูแลสังขารและสนองความต้องการทางธรรมชาติที่ยังมากล้นเพราะชีวิตสุขสบายเกินไป


โดย: กีกิ IP: 171.7.231.77 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2555 เวลา:19:37:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

โสดในซอย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]






e-mail ติดต่อโสดในซอย
singleinsoi@hotmail.com






Facebook โสดในซอย
http://www.facebook.com/profile.php?id=100002317657363





“เติมรักให้เต็มรุ้ง”
งานเขียนล่าสุดของ “โสดในซอย”

สั่งซื้อในบล็อก
พร้อมลายเซ็น
ราคารวมค่าส่ง 305 บาท
โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ
หมายเลขบัญชี 020-056941-6
ชื่อบัญชี มนชญา
โปรดโอนให้มีเศษสตางค์
เพื่อง่ายแก่การอ้างอิง
และแจ้งรายละเอียดการโอน
พร้อมทั้งชื่อ-ที่อยู่ที่จะให้จัดส่ง
ที่หลังไมค์ได้เลย
หรือตามร้านหนังสือค่ะ

ขอบคุณค่ะ





ความรักคะ ฉันมีเรื่องจะฟ้อง
ของ "โสดในซอย"
โดย สำนักพิมพ์ 'ษาริน
วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไปค่ะ
หรือสั่งซื้อในบล็อกได้เช่นกัน
ราคา 220 บาทรวมค่าส่งค่ะ








ขายหรือให้เช่า
ศุภาลัย ปาร์ค ติวานนท์
35 ตร.ม. ใกล้รถไฟฟ้าสถานีกระทรวงสาธารณสุข
ไลน์ aazz999




Friends' blogs
[Add โสดในซอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.