บล็อกนี้ไม่มี VIP ค่ะ ทุก ๆ คนเป็น VIP อยู่แล้ว เมื่อคลิกเข้ามา
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
4 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
สับเละ! กรณี 'สิทธัตถะ เอมเมอรัล' จริยธรรมรายการโชว์..อยู่ไหน?

สับเละ! กรณี 'สิทธัตถะ เอมเมอรัล' จริยธรรมรายการโชว์..อยู่ไหน?

 


คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น


เป็นกระแสฮือฮาสนั่นโลกสังคมออนไลน์ สำหรับรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 3 หลังเปิดเทปแรกเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2556 ก็สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีผู้เข้าแข่งขันชื่อ "สิทธัตถะ เอมเมอรัล" อายุ 24 ปี ออกมาแสดงความสามารถร้องเพลงประกอบละครเปาบุ้นจิ้น โดยผู้เข้าแข่งขันคนดังกล่าว ไม่ทักทายผู้ชมและกรรมการ นอกจากนี้ยังพูดจาห้วนๆ ขาดคำลงท้ายว่า "ครับ" บวกกับการแสดงออกด้านพฤติกรรมที่ถูกมองว่า ไร้มารยาททางสังคม
       
        กรณีดังกล่าวได้จุดประเด็นร้อนถึงความไม่เหมาะสมของรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ซีซั่นนี้ ในการเลือกบุคคลมาออกอากาศ โดยถูกมองว่า สร้างดราม่าเพื่อเรียกเรตติ้ง รวมไปถึงพฤติกรรม มารยาท และอาการแสดงสีหน้าของคณะกรรมการ พิธีกรและคนดูในห้องออดิชั่นที่ไม่ให้เกียรติผู้เข้าแข่งขัน และที่โดนหนักสุด เห็นจะเป็นผู้เข้าแข่งขันรายนี้ที่ถูกโห่ประจานให้เสื่อมเสีย ทั้งเรื่องโชว์ และพฤติกรรมของเจ้าตัว
       
        "เอมเมอรัล" ชายผู้ตกเป็นเหยื่อ!
       
        เล่าย้อนกลับไปเผื่อว่าใครยังไม่ได้ดู หลังจากผู้เข้าแข่งขันนามว่า "สิทธัตถะ เอมเมอรัล" วัย 24 ปี (แค่ชื่อก็สร้างความแปลกใจแล้ว) เดินขึ้นมาบนเวที คณะกรรมการทั้ง 3 ท่าน (ภิญโญ รู้ธรรม, เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา และโจ จิรายุส) มีการสัมภาษณ์ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ คำพูดห้วนๆ ถามคำตอบคำ และไม่มีหางเสียง เบนซ์ พรชิตา หนึ่งในกรรมการจึงถามกลับไปว่า "แม่ไม่สอนให้พูดครับใช่ไหมจ้ะ" แต่ก็ถูกตอบกลับมาในทันทีจากผู้เข้าแข่งขันท่านนี้ว่า "พอดีที่บ้านไม่เคร่งเรื่องมารยาท เพราะเห็นว่าคุณธรรมสำคัญกว่า" กลายเป็นวลีฮิตเพียงชั่วข้ามคืน
       
        สำหรับเพลงที่ผู้เข้าแข่งขันท่านนี้นำมาแสดง เป็นเพลงประกอบละครเรื่อง "เปาบุ้นจิ้น" ซึ่งร้องแบบเพี้ยนๆ ทำให้ ภิญโญ รู้ธรรม และโจ จิรายุส ทนฟังไม่ได้ และกดปุ่มหยุดการแสดงทันที ส่วนเบนซ์ พรชิตายังให้แสดงต่อ หลังจากนั้นผู้เข้าแข่งขันท่านนี้ก็ได้ขอพักกินน้ำ ก่อนที่จะร้องเพลงต่อ จนคณะกรรมการชาย 2 ท่านทนไม่ไหว ต้องเดินออกจากห้องออดิชั่น เหลือก็แต่เพียงเบนซ์ที่ให้โอกาสแสดงจนจบพร้อมกับคอมเมนต์กลับแบบชุดใหญ่
       
        "มีใครเคยชมว่าเสียงดีไหม..มันเป็นการแสดงที่น่าเบื่อ แย่มาก (เน้นเสียง) เบนซ์อยู่มา 3 ปี ไม่เคยเห็นโชว์อะไรที่มันดู..แย่ขนาดนี้มาก่อนเลย พี่โญ ไม่ให้ผ่าน พี่โจไม่ให้ผ่าน และเบนซ์ก็ไม่ให้ผ่าน ไม่ 3 ผ่านเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ" เป็นคำพูดของเบนซ์ พรชิตา หลังผู้เข้าแข่งขันท่านนี้แสดงความสามารถจบ
       
        การแสดงของชายท่านนี้ กลายเป็นเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกไซเบอร์ ซึ่งหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงทีมงานว่าปล่อยให้ออกอากาศมาได้อย่างไร หรือทางรายการเองต้องการสร้างกระแสเรียกเรตติ้งให้เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชมรายการ และสังคมจนลืมที่จะมองเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม เนื่องจากประเด็นหนึ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือการที่เด็กและเยาวชนอาจสนใจและนำไปสู่พฤติกรรมการลอกเลียนแบบได้
       
        ฉะครอบครัว! ควรหรือไม่ให้ลูกมาถูกด่า
       
        นอกจากการตั้งคำถามถึงทางรายการแล้ว อีกมุมที่หลายคนไม่เห็นด้วย ก็คือ กรณีแม่ และญาติที่รู้ทั้งรู้ว่าลูกชายมีพฤติกรรมชวนให้คนวิพากษ์วิจารณ์ แต่กลับให้ลูกเข้ามาประกวดในเวทีดังกล่าว
       
        ล่าสุดนักแสดงสาว "ทราย เจริญปุระ" ได้ออกมาตั้งคำถามพร้อมจวกทีมงานและผู้เข้าแข่งขันที่ใช่ชื่อ "เอมเมอรัล" แบบสับเละ พร้อมกับตั้งคำถามไปถึงครอบครัวของผู้เข้าแข่งขันว่าเหมาะสมหรือไม่ที่ผู้ปกครองพาลูกมาออกรายการ และแสดงออกต่อหน้าสื่อและคนดูจำนวนมากอย่างนี้ โดยนักแสดงสาวท่านนี้ ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Itr Charoenpura ไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า
       
        "โอเค อินทิราได้ชมโชว์อันลือลั่นของคุณเอมเมอรัลแล้ว มันประสบความสำเร็จมาก เพราะคนพูดถึงแน่นอน เรตติ้งมา ยอด View ในยูทิวบ์น่าจะเยอะ น้อง ๆ พุด เดชอุดม แต่เราไม่แน่ใจว่ามันสมควรแล้วเหรอ? (อันนี้พูดในกรณีไม่ได้เซตมาโชว์) เราเชื่อว่าคนเป็นผู้ปกครองของผู้ที่มีความต้องการพิเศษในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น (ซึ่งเราไม่รู้เรื่องทางการแพทย์หรอก แต่เราว่าเอมเมอรัลน่าจะมีปัญหาและความต้องการพิเศษที่ต่างจากค่าเฉลี่ยปกติแน่ ๆ) ย่อมอยากให้ลูกได้มีที่ทางในการแสดงออก
       
        แต่บางครั้งการแสดงออกต่อหน้าสื่อเยอะ ๆ และทั่วประเทศจนเค้ากลายเป็นสัญลักษณ์ของความอพิโธ่ อพิถังนี่มันดีตรงไหน เหมาะสมตรงไหนกันแน่? ถ้าคิดว่าแค่นี้คนไม่จำหรอก ก็ต้องนับว่าประมาทสื่อเกินไปมาก ไม่ได้คิดว่าจะต้องเอาคนไม่พร้อมเก็บไว้กับบ้าน แต่การมาแบบนี้กระแสมันแรงนะ รับมือไหวจริง ๆ เหรอ กับการเข้าไปอ่านคอมเมนต์ด่าและเหยียดหยามในยูทิวบ์..."
       
        อยู่ไหน..จริยธรรมรายการโชว์?
       
        ลึกลงไปต่อกรณีที่เกิดขึ้น ประเด็นใหญ่ที่ถูกจุดขึ้นมา เห็นทีจะหนีไม่พ้นเรื่อง จริยธรรมของรายการโชว์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันซึ่งถูกมองว่าขาดทักษะในการเข้าสังคม มาแสดง และยืนเป็นตัวตลกให้คณะกรรมการรุมวิพากษ์วิจารณ์ และผู้ชมคนดูก็นำไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อด้วยการละเลงคีย์บอร์ดกันสนุกมือ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
       
        "เหมาะสมแล้วหรือ ถ้าผู้เข้าแข่งขันท่านนี้มีความบกพร่องในการเข้าสังคมจริง แล้วปล่อยเข้ามาเพื่อให้คนเขาโห่ประจาน และย่ำยีแบบเสีย ๆ หาย ๆ" ไม่ระบุชื่อ
       
        "มันเป็นความไร้สำนึก ของคนทำรายการนี้ อยู่ๆ ไม่ใช่ใครจะขึ้นเวทีได้ทันที จะต้องผ่านการทดสอบ กรอง ก่อนจากทีมงานการที่ทีมงานให้ขึ้นเวที ต้องรู้อยู่แล้วว่าเป็นยังไง แต่ไม่คำนึงถึงความเหมาะสมตั้งใจปล่อยขึ้นมา เพื่อทำให้เป็นประเด็นวิจารณ์ในสังคมเพื่อเรียกกระแสแต่เป็นการทำร้ายคนอื่น ทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นคนไม่ปกติ ในที่สุด ความผิดทั้งหมด คือ ทีมงานรายการนี้ที่มักได้ฝ่ายเดียว รายการชนิดเดียวกันนี้ทั้งของ แขก ฝรั่ง ญี่ปุ่น เขาสร้างสรรค์ มีแต่ของไทยที่ไปซื้อรายการเขามาทำแล้ว แย่ที่สุด โลว์ (ตกต่ำ) ทั้งจิตใจและการกระทำ" มังกรดำ
       
        ทางด้าน สุภาพร โพธิ์แก้ว อาจารย์ประจำภาควิชาสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้ส่วนตัวจะยังไม่ได้ดูคลิปดังกล่าว แต่หลังจากที่ทีมข่าว ASTVผู้จัดการ Live เล่าให้ฟังคร่าว ๆ ถึงกรณีที่เกิดขึ้น เธอได้วิเคราะห์ให้เห็นในภาพรวมว่า ตามหลักของการทำรายการโชว์แล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ หากมองในเชิงธุรกิจ ก็คือ การสร้างกระแสให้ผู้ชมคนดูสนใจ เพราะยอดคนดูที่มีผลต่อเรตติ้ง และเม็ดเงินโฆษณา
       
        แต่ถ้าพูดในเชิงคุณธรรม จริยธรรม การใช้คน (ผู้เข้าแข่งขัน) มาเป็นหมากในการสร้างกระแสเรียกเรตติ้ง คือสิ่งที่ผู้ผลิตรายการต้องคิดให้รอบคอบ เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้ผู้เข้าแข่งขันบางรายเสื่อมเสียได้
       
        "รายการนี้ไม่ใช่รายการสด แต่มันเป็นรายการเทป คุณมีสิทธิ์พิจารณาและเลือกนำเสนอ แต่สำหรับผู้เข้าแข่งขันบางท่านที่เข้ามาเป็นหมากเดินเพื่อสร้างความนิยมในบางตอน หรือทำให้รายการถูกกล่าวถึง คำถามคือเวลาเราทำการตลาดแบบนี้ เอาคน เอามนุษย์ มาใช้เป็นเครื่องมือ มันก็เป็นคำถามเชิงจริยธรรมได้ เพราะบางทีให้เวทีแสดงได้ มีคนมากมายเดินทางมาออดิชั่น แต่สำหรับบางคนแล้ว ไม่ต้องตัดออกอากาศก็ได้ ถ้าออกไปแล้วเขาคนนั้นอาจจะถูกสังคมประนามได้ ซึ่งเราก็ต้องมองในกระบวนการความรับผิดชอบต่อการทำรายการด้วยว่า เราสร้างความนิยม หรือจุดสนใจได้แต่ไม่ควรลืมมองสิ่งที่จะตามมากับผู้เข้าแข่งขันคนนั้น ๆ ถ้าเป็นแบบนั้น มันก็ดูใจร้ายเกินไป" นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนให้ทัศนะ
       
        ส่วนในมุมของ ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการสื่อสารมวลชนอีกหนึ่งท่าน ได้เขียนบทความถึงกรณีดังกล่าวไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยตั้งชื่อว่า "ปัญหาจริยธรรมในรายการโชว์" โดยนักวิชาการท่านนี้ได้เขียนถึงสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ และตระหนักเท่าทัน ซึ่งทีมงานขอหยิบยกบางส่วนบางตอนมานำเสนอต่อ
       
        "รายการนี้ ถ่ายทำตามคัมภีร์ การผลิตตามลิขสิทธิ์ที่ซื้อจากฝรั่งมา มีการดัดแปลงโปรดักชั่นในบางส่วนบ้าง เช่น พิธีกร หรือ กลยุทธ์การตลาดโฆษณา แต่โดยรวม ต้องถ่ายทำตามตำราอ้างอิงหรือนายฝรั่งอ้างอิง ซึ่งเป็นคนขายแฟรนไชส์รายการนี้ให้ เป็นที่แน่ชัดว่า ในอเมริกา การเลือกปฏิบัติหรืออคติ หรือการทำให้คนแข่งขันดูเป็นตัวตลกนั้น ยอมรับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ก็เป็นที่รับรู้ว่า การแสดงใดๆ เป็นความยินยอม เต็มใจ ของผู้แสดง ผู้เข้าประกวดแข่งขันเองทั้งสิ้น จะไปฟ้องร้องบริษัทในภายหลังมิได้
       
        ดังนั้นก่อนการผลิต จึงต้องมีการเซ็นสัญญา เพื่อป้องกันความผิดพลาด หรือ การเปิดโปง เปิดเผยข้อมูลการผลิต แต่ถึงอย่างไรก็ตามจริยธรรมในการผลิตกับความยินยอมในทางกฎหมายถูกเชื่อมด้วยผลประโยชน์ของรายการ ผ่านการตอบแทนด้วยค่าจ้างและกำไรโฆษณา การละเมิดสิทธิ ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของผู้แข่งขัน และผู้ดู ผู้ชม จึงถูกชดเชยได้ด้วยเิงิน! อย่างในกรณีรายการไทยแลนด์สก็อททาเลนต์ จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่า ไม่จำเป็นต้องมีจริยธรรมวิชาชีพสื่อสารมวลชนในการผลิต"
       
        นอกจากนั้น ยังกล่าวต่อไปอีกว่า คนที่ถูกละเมิดสิทธิ ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ มากที่สุด คือ ผู้เข้าแข่งขัน (บางราย) แต่เป็นกฎ กติกา ปกติของสังคม ที่สาธารณะล้วนแสดงความรู้สึกได้ ชอบ ไม่ชอบ ผ่าน ไม่ผ่าน กลายเป็นวัฒนธรรมผู้ดู ผู้ชม ที่มีสิทธิในการแสดงออกความเห็นส่วนตัวเต็มที่คนแข่ง ต้องยอมรับการถูกละเมิดจากรายการ จากกรรมการ จากคนดูในห้องส่ง และจากสาธารณะสังคม
       
        "เรากำลังอยู่ในวัฒนธรรมที่การค้าขายสิทธิ ศักดิ์ศรี และคุณค่าในตัวเอง สินค้าทางวัฒนธรรมสื่อนี้ กำลังเป็นที่ขายดี ขายได้ ขายดัง คุณเก่ง มีคนเคารพนับถือ คุณแย่ มีคนก่อนด่า คุณน่าสงสาร มีคนเห็นใจ แต่ที่แน่ๆ สื่อ ได้ประโยชน์และกำลังค้ากำไรเกินควร ทั้งจากคนแข่ง สปอนเซอร์ และคนดู"
       
        อย่างไรก็ดี นักวิชาการท่านนี้ ได้พูดถึงการกำกับดูแล ควบคุมเนื้อหารายการ โดยมุ่งไปที่กสทช. ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแล และลงโทษได้ หากพิจารณาว่าเป็นการผิดกฎหมายในเนื้อหาที่ปรากฏ "วรรคทอง คือ เสื่อมเสียศีลธรรมอันดี ในมาตรา 37" ซึ่งใช้ได้เดียวกับกรณีเปลือยนมวาดรูป
       
        "ประเด็นคือปรับน้อยเกินไปไม่คุ้มกับกำไรที่รายการได้ เฉพาะค่าโฆษณาต่อตอนก็หลายล้านบาทไปแล้ว วิธีการ และทางเลือกสำหรับกสทช. คือ สั่งระงับ แบน และยกเลิกออกอากาศในตอนที่เหลือ แม้จะดูว่ากสทช. มีสิทธิทำได้ แต่ กสทช.ไทยคงไม่บ้าจี้ตามนี้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง
       
        สำหรับคนดู ที่ยังชื่นชอบกับความบันเทิงจอมปลอม ฉาบฉวย ก็ดูกันต่อไป สำหรับคนดู ที่อาจจะมีสติ ก็พิจารณาด้วยปัญญา สำหรับคนดู ที่อยู่ตรงกลางๆ ก็ดูเอาบันเทิง รู้เท่าทัน และไม่ต้องสนับสนุนสินค้าโฆษณา ที่สนับสนุนรายการที่มีปัญญาจริยธรรมในการผลิต ที่สุด ก็แล้วแต่ทางเลือกของคุณในระบบเสรีสื่อ"
       
        นี่คือบางส่วนบางตอน ที่นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนท่านนี้ชี้แจงไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวต่อกรณีไทยแลนก็อตทาเลนต์ตอนล่าสุดที่เป็นกระแสอยู่ในโลกออนไลน์ตอนนี้
       
        เชื่อมโยงกับคำให้สัมภาษณ์ของ ดร.เสรี วงษ์มณฑา ในฐานะนักสื่อสารมวลชนชื่อดัง ที่เคยแสดงทัศนะต่อรายการทีวีไทยอย่างไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ผ่านสื่อฉบับหนึ่ง หลังเกิดกรณีสาวเปลือยอกละเลงสีวาดภาพบนเวทีดังกล่าว ซึ่งพอจะสะท้อนให้เห็นภาพคล้าย ๆ กันว่า เข้าข่ายรู้อยู่แก่ใจ แต่ยังเลือกที่จะนำเสนอ เพราะความแรง ปรารถนาเรตติ้ง ชนะชัยทางการตลาด ความสำเร็จทางธุรกิจ โดยมององค์กรเป็นแค่องค์กรธุรกิจอย่างเดียว แต่กลับลืมที่จะมององค์กรอีกส่วนที่เป็นด้านสังคม
       
        "ส่วนตัวอยากยกตัวอย่างรายการที่เคยทำตอนหนึ่ง ไม่ขอกล่าวชื่อรายการ เป็นเรื่องเกี่ยวกับนางงาม พี่เอาแม่นางงามมาสัมภาษณ์ พอสัมภาษณ์เสร็จ ทิ้งเทปเลย ไม่เอาออกรายการ ถ้าเอาตอนนั้นออกทีวี เธอจะเสียหาย เพราะแม่นางงามให้สัมภาษณ์ว่า "ลูกสาวไม่ชอบเมืองไทย เพราะการเป็นนักศึกษาในเมืองไทยต้องแต่งเครื่องแบบ ลูกสาวชอบแต่งตัวสวยๆ จึงไม่อยากอยู่เมืองไทย" ส่วนอีกประโยคที่เธอเล่า "ตอนเด็กๆ ลูกเป็นคนขี้ขอ เวลาเห็นใครแต่งตัวสวยๆ เห็นเครื่องประดับสวยๆ เธอจะขอ" นั่งดูแล้วบอกว่า ไม่สามารถตัดต่อได้ นอกจากทิ้งเทปนี้ไปเลย ไม่อย่างนั้นนางงามคนนั้นเสีย" ดร.เสรียกตัวอย่างให้เห็นภาพถึงความรับผิดชอบของผู้ผลิตรายการต่อผู้ร่วมรายการ
       
        จิตแพทย์เดือด! จวกความอัปยศสื่อบางเจ้า
       
        มาดูในมุมของจิตแพทย์อย่าง นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล คุณหมอท่านนี้ได้เขียนให้ความเห็นถึงความอัปยศของวงการสื่อเมืองไทย (บางเจ้า) ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะตอนล่าสุดของรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ โดยจิตแพทย์ท่านนี้มองว่า การเอาคนที่ไม่ว่าจะป่วยทางจิตจริงหรือเตี๊ยมกันมาโดยไม่ได้เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเอามาล้อเลียนหรือพูดจาดูถูกเหยียดหยามเป็นเรื่องตลกขบขัน ถือเป็นเรื่องที่แย่มาก
       
        "รายนี้ผมมองด้วยคอมมอนเซนส์ก็พอจะรู้ว่าจิตไม่ปรกติ และคนที่ถูกคัดเลือกมาเป็นกรรมการรายการแบบนี้ รวมถึงโปรดิวเซอร์ ควรจะรู้อะไรมากกว่านี้ หรือว่ารู้ แต่ยอมเอามนุษย์คนนึง (หรือตัวแทนคนป่วยทางจิต) มาเหยียบย่ำเพื่อความบันเทิงของรายการตัวเอง เพื่อเรตติ้งของรายการของตัวเอง ผมว่าเหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดในประเทศอื่นๆ ที่เจริญแล้ว คนเขาให้การยอมรับและให้เกียรติคนในสังคมมากกว่านี้ ไม่ว่าจะจิตปรกติหรือไม่ปรกติก็ตาม
       
        "ผมว่ามาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมและมาตรฐานความสามารถของทีมงานรายการนี้ต่ำมาก ระวังว่าวันหนึ่ง พวกคุณเกิดป่วยทางจิตขึ้นมาแล้วทำอะไรตลกขบขัน แล้วคนอื่นเขาไม่รู้ และเอาคุณไปด่าหรือประณามหยามเหยียดบ้าง จะรู้สึกอย่างไร เวรกรรมมันมีจริงนะจะบอกให้ อย่ามัวแต่หลงระเริงกับหน้าตาหรูๆ ชื่อเสียงโด่งดังในสังคมอย่างเดียว อะไรๆในโลกนี้ล้วนอนิจจังทั้งนั้น ผมมีคนไข้ที่เคยดูดีๆแบบพวกคุณไม่น้อยเลย"
       
        ท้ายที่สุดแล้ว ชายผู้เข้าแข่งขันวัย 24 ปีที่ตกเป็นข่าวจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างไร เหตุใดแม่และญาติถึงปล่อยให้ขึ้นมาบนเวทีแล้วให้คนไทยจำนวนนึงแสดงท่าทีตลกขบขัน รังเกียจเดียดฉันท์ได้ขนาดนั้น คงต้องช่วยกันหาคำตอบ และติดตามด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน
       
        แต่ที่แน่ ๆ ฝ่ายที่ต้องกลับมาทบทวนมากกว่าใครเพื่อน ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้ผลิตสื่อ (บางเจ้า) ที่ต้องกลับมาถามจริยธรรมและความรับผิดชอบของตนเองต่อผู้ร่วมรายการ เพราะนับวันยิ่งตกต่ำลงเรื่อย ๆ และหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เชื่อเถอะว่ารายการที่มีปัญหาจริยธรรมในการผลิตอาจจะอยู่ยากขึ้น เพราะคนดูฉลาด และรู้เท่าทันมากขึ้น
       
       ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ Live


http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000066730




Create Date : 04 มิถุนายน 2556
Last Update : 4 มิถุนายน 2556 11:15:49 น. 5 comments
Counter : 2298 Pageviews.

 
รายการนี้ผมก็ดูอยู่...เห็นนิดเดียวก็ รู้ว่า เขาหรือเธอ
คงไม่พร้อมในโลกปัจจุบัน

ยังคิดอยู่ว่า ตอนอัดรายการน่าจะมีการคัดกรองก่อน ว่าคนไหนน่า
จะให้เขาแสดงจนจบ แต่
ค่อยพิจารณานำ ออกอากาศหรือเปล่า..

เคยดูรายการหนึ่งจำไม่ได้ว่ารายการอะไรนะครับ..เห็นผู้ที่มาร้องเพลง ทำท่าทางแปลก ๆ ทำเป็นไม่สนใจ นักร้องที่มาเป็น
คนคัดกรอง..ก็คือนำเพลง
เขามาร้อง.. ผมดูแล้วรู้ว่า
ออกอากาศไปแล้ว ผล
กรรมจะตกแก่ผู้แสดงคนนั้นแล้วเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
เพราะอีคิวนั่นแหละ. และ
แล้วก็ถูกสับในโลกไอที
จริงด้วย.
แต่ สองคนนี้ต่างกันนะครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 4 มิถุนายน 2556 เวลา:20:31:42 น.  

 
เราควรเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ หรือบริการต่าง ที่เป็นสปอนเซอร์ให้รายการนี้ ===โดยเด็ดขาด===


โดย: avenger angel IP: 182.52.8.56 วันที่: 4 มิถุนายน 2556 เวลา:21:44:46 น.  

 

กด Like ให้เป็นคนที่ 1
ไม่ดูรายการนี้ค่ะ



โดย: อุ้มสี วันที่: 4 มิถุนายน 2556 เวลา:22:33:01 น.  

 
บางโชว์ก็ดีนะคะ
แต่กรณีของคุณคนนี้
ดูแล้วก็รู้สึกแปลกๆว่าจะโดนแน่แหละ
แต่ไม่คิดว่าบานปลายใหญ่โต

คุณเค้าไม่พร้อมจริงๆ รายการไม่น่าเอามาออกให้เป็นประเด็นสังคมเลย ><



โดย: lovereason วันที่: 4 มิถุนายน 2556 เวลา:23:23:55 น.  

 
นับวันยิ่งเสื่อมลงเรื่อยๆ สำหรับรายการนี้ ตั้งแต่ปีแรกแล้ว ที่กรรมการใช้ออดไม่เป็น กดเพื่อแกล้งให้หยุด พูดออกมาได้ ทั้งที่กฏก็ตั้งเอง ว่าใช้เพื่อหยุดถ้ากรรมการรับไม่ได้ (ไม่ใช่ใช้แกล้งเล่น ไอ้แบบนี้เด็กประถมดีๆ มันยังไม่ทำเลย) โอเคถ้าบอกว่าเป็นสิทธฺ์ของกรรมการจะแถแบบนั้นก็โอเค ผมจะได้เข้าใจไว้

ปีต่อมาจ้างคนเอานมวาดรูป ดีที่คนๆ นั้นไม่โดนคนกระทืบ

ปีนี้ฉาวสุดๆ กับกรณีนี้ประเด็นที่น่าสนใจคือ ถ้าเป็นว่ามันห่วยมากขนาดนั้นจำเป็นต้องเอามาออกด้วยหรือ? ออกเพื่ออะไร? และสังคมได้ประโยชน์อะไร?

ได้เหยียดหยามคน? ได้หรือได้เห็นจริยธรรมของบริษัทแห่งหนึ่ง?

กรณีนี้ทางบริษัทไม่ผิดกฏหมายหรอกครับ จะพูดอะไรพูโไปเถอะ แต่ในแง่ธรรมาภิบาล ต้องบอกว่าสอบตกไปเยอะ


ความจริงผมรู้สึกผิดหวังตั้งแต่ตอนแฟนพันธุ์แท้สมัยก่อนที่มีการแฉ (เซนต์เซย์ย่า) ว่าทีมงานล็อคตัวผู้ชนะ โดนการทำไฟดับ แล้วผู้แข่งขันที่ตอบผิดในครั้งแรกเปลี่ยนคำตอบ รวมไปถึงแฟนพันธุ์แท้กันดัม ที่ทางทีมงานเฉลยผิด ทำให้คนที่ตอบถูกกลายเป็นตอบผิด รวมไปถึงกรณีเกมทศกัณฐ์ก็เช่นกัน มาถึงตอนนี้ผมเริ่มจะเชื่อแล้วสิว่าข่าวลือที่ได้ยินมา น่าจะมีมูลความจริง

สุดท้าย ต้องถามว่า "รายการโชว์ความสะมารถ หรือมวยปล้ำ?" (แสดงรวดๆ)


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 7 มิถุนายน 2556 เวลา:22:22:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

โสดในซอย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]






e-mail ติดต่อโสดในซอย
singleinsoi@hotmail.com






Facebook โสดในซอย
http://www.facebook.com/profile.php?id=100002317657363





“เติมรักให้เต็มรุ้ง”
งานเขียนล่าสุดของ “โสดในซอย”

สั่งซื้อในบล็อก
พร้อมลายเซ็น
ราคารวมค่าส่ง 305 บาท
โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ
หมายเลขบัญชี 020-056941-6
ชื่อบัญชี มนชญา
โปรดโอนให้มีเศษสตางค์
เพื่อง่ายแก่การอ้างอิง
และแจ้งรายละเอียดการโอน
พร้อมทั้งชื่อ-ที่อยู่ที่จะให้จัดส่ง
ที่หลังไมค์ได้เลย
หรือตามร้านหนังสือค่ะ

ขอบคุณค่ะ





ความรักคะ ฉันมีเรื่องจะฟ้อง
ของ "โสดในซอย"
โดย สำนักพิมพ์ 'ษาริน
วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไปค่ะ
หรือสั่งซื้อในบล็อกได้เช่นกัน
ราคา 220 บาทรวมค่าส่งค่ะ








ขายหรือให้เช่า
ศุภาลัย ปาร์ค ติวานนท์
35 ตร.ม. ใกล้รถไฟฟ้าสถานีกระทรวงสาธารณสุข
ไลน์ aazz999




Friends' blogs
[Add โสดในซอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.