บล็อกนี้ไม่มี VIP ค่ะ ทุก ๆ คนเป็น VIP อยู่แล้ว เมื่อคลิกเข้ามา
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
3 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
เปลือยใจ “แอน มรกต” เซ็กซ์บอมบ์อกสะบึม

เปลือยใจ “แอน มรกต” เซ็กซ์บอมบ์อกสะบึม












ถ้าพูดถึงดาราสาวเซ็กซ์บอมบ์
หรือเซ็กซี่สตาร์เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน
ชื่อต้น ๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัว
คงต้องมีชื่อของสาวทรงโต
ที่ถือว่าอึ๋มที่สุดในยุคนั้น
อย่าง “แอน มรกต มณีฉาย”
หรือชื่อจริง “กาญจนา ทูลฉลอง” รวมอยู่ด้วย
เนื่องจากเป็นสาวสวย
ที่มีครบสูตรของความเซ็กซี่
ผู้ชายเห็นเป็นต้องกลืนน้ำลายเอื๊อก
เหลียวหลังมองตามกันเป็นทิวแถว
โดยเฉพาะจุดเด่นเรื่องหน้าอกหน้าใจ
ที่ไซส์บิ๊กบึ้มใหญ่เกินตัว
ซึ่งนั่นกลายเป็นจุดขาย
และเป็นเอกลักษณ์ของมรกต
ที่เมื่อเอ่ยชื่อแล้วต้องนึกถึง




“แอน มรกต” โด่งดัง
ด้วยภาพลักษณ์ของดาราสาวเซ็กซี่
และเป็นนางแบบปฏิทินนู้ดที่ฮอตที่สุด
แม้จะมีดาราสาวคนอื่น
ที่โผล่ตามกันมาในแนวเซ็กซี่เหมือนกัน
อย่าง “ต๊อกแต๊ก ทัดทรวง มณีจันทร์”
และ “โยโกะ ทาคาโน่”
รวมไปถึง “อุ้ยอ้าย ชฎาธร แดงใส”
แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอต้องดร็อปลงไปเลย
แถมยังจะฮอตขึ้นเรื่อย ๆ
มีทั้งงานหนัง ละคร ร้องเพลง ถ่ายแบบ ออกมาอยู่ตลอด
แต่แล้วเมื่อ 5-6 ปีก่อน
จู่ ๆ “แอน มรกต” ก็หายหน้าไปจากวงการบันเทิง
บางกระแสก็ว่าเธอลาออกจากวงการบันเทิง
เพื่อหันหน้ามุ่งสู่การทำธุรกิจ
บางกระแสก็ว่าเพราะงานหดหมดยุค
เลยกลายเป็นดาราตกกระป๋องไปปริยาย





ล่าสุด เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา
เธอได้กลับมาปรากฏโฉมกับสื่ออีกครั้ง
และได้เดินสายเป็นแขกรับเชิญในรายการต่าง ๆ มากมาย
ซึ่งก็ได้รับความสนใจไม่น้อยทีเดียว
โดยที่ผ่านมาไม่ค่อยจะมีใครรู้หรือจดจำ
ถึงประวัติความเป็นมาของเธอสักเท่าไหร่
เพราะสิ่งที่จำได้อย่างติดตาและเป็นภาพลักษณ์ฝังใจ
ของประชาชนมาโดยตลอด
ก็คือ ภาพของสาวเซ็กซี่ นู้ด โป๊ เปลือยเท่านั้น
แต่ครั้งนี้เธอจะมาเปลือยใจชีวิตให้ฟังกัน
ที่กว่าจะเป็นเซ็กส์บอม
เกือบถูกตัดขาดจากครอบครัวมาแล้ว


“ครั้งแรกก่อนเข้าวงการ
แอนบังเอิญไปรู้จักกับช่างภาพผู้หญิงคนหนึ่ง
คือ พี่อุ้ง อัญมณี ศรีชาด
ตอนนั้นพี่อุ้งกำลังหานางแบบถ่ายปฏิทินอยู่
เขาเห็นรูปร่างแอนก็รู้สึกประทับใจ
เลยเข้ามาพูดคุย
แล้วก็ขอดูรูปร่างเลยแหละ (หัวเราะ)
ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าไม่อายเท่าไหร่
เพราะเป็นผู้หญิงด้วยกันก็เลยให้ดู
พอดูเสร็จพี่เขาก็ถามว่าสนใจไหม
อยากจะให้ถ่ายปฏิทินสีไอซีไอ
ซึ่งในปีนั้นพี่อุ้งถ่ายคนอื่นออกมาสวยมาก
เราเห็นก็รู้สึกว่าสวยจังเลย
ถ้าเราถ่ายก็คงจะสวยอย่างนี้นะ”


“คือ ใจจริง ๆ ก็อยากถ่ายนะ
แต่ติดนิดนึงตรงที่เป็นปฏิทิน
ที่ค่อนข้างเป็นปฏิทินนู้ดเปลือยช่วงบนค่ะ
ตอนนั้นก็คิดเป็นเดือนเลยกว่าจะตัดสินใจได้
พี่เขาก็มาเร่งเร้าตลอดเลยว่า
ตกลงยังไงจะถ่ายไม่ถ่าย
แอนก็ขอเวลาเขาคิดนิดนึง
เพราะว่ามันเปลือยเลยนะ
ถามว่าแรงไปไหม
เขาก็บอกว่ามันเป็นปฏิทินนู้ดมันก็ต้องนิดนึง
และเราก็ปรึกษาที่บ้านไม่ได้ด้วย
เพราะว่าพ่อแม่ค่อนข้างที่จะหัวโบราณ
และเขาก็ไม่ได้อยากให้เข้าวงการอยู่แล้ว
เขาอยากให้เรียนให้จบมากกว่า
ฉะนั้นถ้าปรึกษาก็ไม่มีโอกาสแน่ ๆ
ก็เลยไม่ได้ปรึกษาใคร
คิดเอง ตัดสินใจเองทั้งหมดเลย”


“จากนั้น 1 เดือนผ่านไปพี่เขาก็มาขอคำตอบ
เราก็เลยตัดสินใจว่าก็ได้
แล้วก็เริ่มฝึกเดินแบบ
เริ่มทำจัดพร็อพ ปล่อยคิวนางแบบ
แต่ไม่ได้คิดนะว่าถ่ายแล้วจะต้องเข้าวงการ
คิดแค่ว่าถ่ายก็ถ่าย
คือตอนนั้นอยากได้เงิน
เพราะช่วงนั้นครอบครัวก็กำลังลำบากอยู่
คิดว่าถ้าเราถ่ายได้เงินก้อนก็ดีนะ
แต่ไม่ได้คิดว่าถ่ายแล้วจะต้องเข้าวงการ
คือถ่ายแล้วก็หายไปเลย
เราไม่ได้แคร์ตรงนั้น
ตอนนั้นก็แค่คิดว่า
ถ่ายแบบแค่ชิ้นเดียวไม่เป็นไรหรอก
พ่อแม่อยู่ไกลคงไม่เห็นหรอก
แต่ฟีดแบคที่ออกมาฮือฮามาก
ถ่ายไปแค่ไม่นานเอง”


“ก่อนที่ปฏิทินจะออกนักข่าวก็ให้ความสนใจมาก ๆ
แทบทุกเล่มจะต้องมีข่าวแอนขึ้นมา
เพราะในช่วงนั้นถ่ายแบบอายุ 18-19
ถือว่าอายุยังน้อย
แล้วรูปร่างบอกตรง ๆ ว่า
โดยเฉพาะทรวงอกมันใหญ่มาก
คือ มันเกินอายุ
มันใหญ่จนคิดว่าคนอายุแค่นั้นไม่น่าจะใหญ่ได้ขนาดนี้
พอออกมาสื่อมวลชนก็สนใจฮือฮามาก
ก็ลงข่าวทุกเล่มเลย
เราพอเห็นข่าวตัวเองก็ตกใจมาก
เพราะเป็นข่าวแบบข้ามวันข้ามคืนแค่แป๊บเดียว
เรากลายเป็นอีกอย่างนึงไปแล้ว
ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้คิดล่วงหน้าอย่างนี้”


“แต่ครั้งแรกที่พอข่าวออกไปพ่อแม่ก็ยังไม่ทราบนะคะ
เพราะพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด
และค่อนข้างจะเป็นที่ที่ไม่ค่อยพัฒนาเท่าไหร่
เพราะฉะนั้นข่าวทุกอย่างของหนังสือพิมพ์
อาจจะไม่ค่อยถึง
ก็เลยยังไม่ทราบข่าว
จนปฏิทินออกไปนานแล้ว
ก็มีผู้หวังดีเขียนจดหมาย
แล้วก็ส่งรูปไปให้พ่อแม่ดูที่บ้าน
เอารูปที่เหมือนตัดจากในหนังสือพิมพ์
แล้วก็เขียนจดหมายส่งไปที่บ้าน
เราก็โอ้โหใครหวังดีจังเลย
แล้วพ่อแม่ก็รู้สึกแย่มาก
ทั้งครอบครัวรับไม่ได้เลย
พ่อก็พูดไว้เลยว่าไม่ให้เข้าบ้าน”


“คือ ก่อนแอนจะถ่ายก็ดร็อปเรียนมาก่อน
เขาก็แปลกใจอยู่แล้วว่าแอนหายไปไหน
แอนไม่ได้ติดต่อทางบ้านเลย
ตัดสินใจดร็อปเอง
เพราะมันอาจจะมีผลกระทบกับชื่อเสียงของโรงเรียนด้วย
คือก่อนที่จะถ่ายแบบแอนก็ทำงานจัดเดินแบบ
ซึ่งมันจะเป็นช่วงกลางคืน
บางครั้งเราก็ช่วยจัดเสื้อผ้า
นางแบบเดินเสร็จแล้ว
เราก็ยังต้องอยู่เก็บของทำอะไรอีก
กว่าจะเสร็จก็ดึกมาก
บางทีก็นอนเพลินตื่นมาตอนเที่ยง
เราก็ไปเรียนไม่ทันบ้าง ไปสายบ้างเป็นประจำ
จนอาจารย์ต้องคอยเตือนว่าไม่ได้แล้วนะ
ถ้าเธอเป็นอย่างนี้จะโดนไล่ออก
ครูขอแนะนำให้เธอดร็อปก่อน
เราก็เลยตัดสินใจดร็อปเพื่อทำงานอย่างเดียวเลย”


เปิดซิงการแสดง
ด้วยฝีมือการกำกับของ “ฉลอง ภักดีวิจิตร”
ต่อด้วยละครรับบทเป็นเมียน้อย
ซ้ำยังติดเอดส์
ทำให้กระแสความโด่งดังยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นอีก


“แอนก็พยายามไปอธิบายให้พ่อกับแม่เข้าใจนะคะ
แต่ก็หลายปีกว่าเขาจะรับได้
เพราะแอนใช้การทำงานพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า
เราไม่ได้อยากที่จะถ่ายโป๊อย่างเดียวนะ
มันบังเอิญที่เราถ่ายแล้วมีคนสนใจ
แล้วก็มีงานต่อเนื่อง
แต่ตอนนั้นก็จะมีคุณทัดทรวง มณีจันทร์
แล้วก็มีคุณโยโกะ ทาคาโน่
ออกมาพร้อม ๆ ไล่เลี่ยกัน 3 คน
เพียงแต่ว่าของแอนมันจะฮือฮามาก่อน
แล้วพอดีกับที่คุณอาฉลอง
จะสร้างหนังเรื่อง มังกรเจ้าพระยา
พอคุณอาเห็นจากข่าวก็เรียกเข้าไปแคสติ้งว่าเป็นยังไง
แต่ช่วงนั้นก็มีไปหลายคนนะคะ
เหมือนคุณอาก็เลือก ๆ อยู่ว่าจะเลือกใครดี
และบังเอิญที่เราเข้ามา
และรูปร่างเรามันตรงกับคาแรคเตอร์ของในหนังพอดี”


“ตอนนั้นเล่นกับคุณไมเคิล หว่อง กับ พี่ทอม ดันดี
ก็เรียกว่า ฮือฮามาก ๆ
แต่ยอมรับว่าถ่ายหนังยาก
แล้วก็ถ่ายได้น้อย เพราะพิถีพิถันละเอียดมาก
แล้วมันเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับเรา
ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องมุมกล้องเรื่องอะไรต่าง ๆ
ก็เลยค่อนข้างที่จะยาก
ยอมรับเลยว่าเรื่องแรกเป็นอะไรที่แข็งมาก (หัวเราะ)
แต่โชคดีที่เจอผู้กำกับเก่ง ๆ
แล้วก็เจอพวกนักแสดงที่เล่นกับเราแล้ว
ทำให้เราเป็นธรรมชาติขึ้น
เสร็จแล้วหลังจากนั้นก็มีละครเข้ามา
แล้วก็มีค่ายเพลงติดต่อให้ไปออกเทป
แล้วก็มีพวกถ่ายแบบ ถ่ายคาราโอเกะต่าง ๆ
ถ่ายอัลบั้มภาพนู้ด
คือช่วงนั้นวิ่งงานวันละ 3-4 งานได้
ของแอนมีทั้งเดินสายออกรายการทีวี
แล้วก็ถ่ายหนังด้วย
แล้วช่วงกลางคืนก็มีรับงานโชว์ตัวอีก
วิ่งรอกเอง ขับรถเองเหนื่อยมาก”


“แต่ตอนที่ไปเล่นละคร เล่นหนัง
ยอมรับว่า ไม่มีโค้ชแอ็คติ้งเลย
เข้าไปใหม่ ๆ สด ๆ เรียกว่าไม่เป็นเลย
เวลาเราถ่ายภาพนิ่งก็จะรู้ว่ามุมกล้องต้องยังไง
แต่การที่จะต้องถ่ายภาพยนตร์หรือว่าละคร
ภาพทุกอย่างมันต้องหลายมุม
แล้วก็การจำบทด้วย
แอ็คติ้งต่าง ๆ การแสดงอารมณ์
ทุกอย่างมันจะต้องพร้อมสมูทด้วยกัน
ก็รู้สึกว่ายากมาก
แล้วก็ไม่มีคนแนะนำด้วย
คือส่วนใหญ่ที่แนะนำก็คือส่งบทมาให้เราอ่าน
เราก็จำบทถึงเวลาก็ไปซ้อมหน้ากล้องจะเป็นแบบนั้น
แต่ว่ายุคนี้ถือว่าโชคดีมาก
ที่มีโค้ชแอ็คติ้งก่อน
เขาได้มีการเตรียมตัว
มีการสอนการแสดงให้รู้ล่วงหน้าว่า
จะต้องทำยังไง อยู่หน้ากล้องต้องยังไง
ก็โชคดี”


“ส่วนละครเรื่องแรกของแอนก็เรื่อง ข้าวเปลือก
บทแรงมากเลย ตอนนั้นบทเป็นเมียน้อย
แล้วในบทนั้นก็จะติดโรคเอดส์ด้วย
พูดตรง ๆ ไม่อยากรับเลย
เพราะมีความรู้สึกว่าโรคเอดส์มันเป็นอะไรที่แรงมาก
แล้วภาพเราก็เซ็กซี่ที่คนจะมองอย่างนั้นอยู่แล้ว
คนก็เล็งเราอยู่ว่าถ่ายภาพเซ็กซี่
สไตล์เราเป็นอย่างนั้น
เขาก็คิดว่ามีโอกาสที่จะเป็นเมียน้อยหรือเปล่า
เป็นเด็กเสี่ยหรือเปล่า
เพราะว่าภาพพจน์มันสามารถทำให้เขามองแบบนั้นได้
แล้วในบทก็ต้องติดเอดส์อีก
ก็สองจิตสองใจว่าจะรับหรือไม่รับดี
ทีนี้ผู้ใหญ่ก็ไปคุยกับค่ายเทป
เพราะตอนนั้นแอนติดเซ็นสัญญากับค่ายเทปแล้ว
ผู้ใหญ่ทางช่องก็ขอมาบอกว่าขอเถอะ
แอนก็ไม่อยากเล่น
แต่ผู้ใหญ่ทางค่ายเทปกับผู้ใหญ่ทางช่องรู้จักกันดี
เขาก็ขอกัน เราก็เลยโอเคก็ได้ เพราะจำเป็น”


“พอเสร็จจากละครก็เป็นการออกเทปอัลบั้ม เปิดอก
เรียกว่าเราก็ได้ลองทุกอย่างในวงการบันเทิงล่ะ
แต่การออกเทปก็เป็นอะไรที่ยากมาก
คือจริง ๆ ดาราทุกคนเวลามีคนจ้างไปโชว์ตัว
ก็ต้องร้องเพลงอยู่แล้ว อย่างน้อยก็ต้องมี 4-5 เพลง
ซึ่งพอออกเทปกระแสก็ได้ระดับนึงนะคะ
เพียงแต่บางส่วนอาจจะติดภาพที่เราเคยถ่ายแบบไป
คนก็จะยังมองว่าเป็นนางแบบอยู่
คนก็เลยไม่ได้มองว่าเป็นนักร้อง
แต่มันก็ดีอย่างนึงที่เราได้เดินสายต่างจังหวัด
ได้ทัวร์คอนเสิร์ตตามที่ต่าง ๆ
มันทำให้เรามีประสบการณ์ในการขึ้นเวทีเยอะมาก”


“ตอนที่ออกเทปเราก็ยังเด็ก
แล้วความพร้อมเราก็ยังไม่ได้เต็มที่
คือเรายังไม่เก่งพอที่จะต้องออกเทปออกมาขนาดนั้น
วัยวุฒิยังไม่ถึง การเรียนรู้ประสบการณ์ยังไม่มี
แต่ถ้ามาในช่วงหลังที่เราออกงานบ่อยขึ้นเวทีบ่อย
มันทำให้เราได้วอร์มเสียง
เสียงเราก็แน่นขึ้น
แล้วมันก็สั่งสมประสบการณ์เยอะ
เพราะฉะนั้นเรื่องประสบการณ์แอนว่ามันสำคัญมาก
มันทำให้เราเก่งขึ้นบนหน้าเวที
ทำให้เราร้องเพลงได้ดีขึ้น เก่งขึ้น
เพราะว่าการที่เราได้ร้องทุกวัน
มันได้ฝึกซ้อมตัวเองไปในตัว
เราได้รู้ว่าจะต้องใช้เสียงยังไง”


สาวเซ็กซี่กับเสี่ยเป็นสิ่งที่หนีกันไม่พ้น
“แอน มรกต” ยอมรับเคยมีเสี่ยเข้ามาทาบทามขอเลี้ยงดู
แต่ก็หลบเลี่ยงได้ทุกครั้ง

“เรื่องเสี่ยมาทาบทามจริง ๆ ก็มีค่ะ
แต่โชคดีที่แอนมีผู้จัดการที่เก่ง
มันทำให้เราไม่ได้ระแคะระคายเรื่องพวกนี้เลย
ไม่ถึงเราเลย
เขาจะถึงแค่ผู้จัดการส่วนตัว
แต่มาช่วงหลังผู้จัดการก็มาเล่าให้เราฟังว่า
มีติดต่อเข้ามาจริง ๆ เป็นนามสกุลใหญ่เลย
บอกว่าชอบมาก ๆ อยากจะเลี้ยงดู
ก็พูดมาตรง ๆ เลยว่าจะให้รถให้บ้าน
ให้เงินเข้าบัญชีเป็น 10 ล้านเลย
แต่นี่คือผู้จัดการมาเล่าให้แอนฟัง
หลังจากผ่านไปแล้วนะคะ
เพราะเราก็ไม่ได้คิดจะถาม
ตอนนั้นงานเราก็เยอะด้วย
แล้วมันมีเรื่องอย่างอื่นให้คิดเยอะแยะ
เรื่องนี้มันกลายเป็นเรื่องเล็กนอกประเด็นของเรา
ที่จะต้องมานั่งนึกถึง
มองข้ามเรื่องว่าใครจะมาเลี้ยงดูไปเลย
ไม่ได้สนใจเลย”


“แต่ที่มาถึงตัวเลยก็มีค่ะ
มีอยู่ครั้งนึงเป็นนักการเมืองใหญ่
คือในช่วงนั้นแอนไปโชว์ตัวแล้วผู้จัดการไม่ได้ไปด้วย
แต่ให้พี่เลี้ยงไปแทน
พอโชว์ตัวเสร็จเราก็จะกลับขึ้นห้องพัก
ก็มีคนสนิทของนักการเมืองคนนั้น
มาสะกิดพี่เลี้ยงแอนเลยว่า
เดี๋ยวพอมรกตขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ
ให้ลงมาดริ๊งค์กับนายหน่อยนะ
พอขึ้นมาห้องพักแล้วพี่เลี้ยงถึงบอกว่าจะทำยังไงดี
แอนก็บอกว่าโทรไปคุยกับผู้จัดการเลยดีกว่า
ทีนี้คุยเสร็จผู้จัดการก็บอกว่าไม่ต้องสนใจ
ยกหูโทรศัพท์ออกเลย
ปิดห้องล็อกให้เรียบร้อย
ถ้าเกิดใครมาเคาะก็ไม่ต้องเปิด
ท่านนั้นก็โทรตามตลอดเราก็ไม่รับสาย
ทีนี้เขาก็มาเคาะที่ห้องจริง ๆ
เราก็แกล้งทำเป็นหลับไม่รู้เรื่อง
ทำมึนเฉยไม่สนใจ
ถามว่ากลัวอิทธิพลไหม
คือไม่ได้คิดมากกว่า
ไม่ได้คิดว่าใครใหญ่ขนาดไหน
ไม่ได้มองตรงนั้นมองข้ามไปแล้ว
คือเราเหนื่อย
เราง่วงอยากนอนมากกว่า”


“แล้วก็มีอยู่ช่วงนึงที่เราไม่ได้มีผู้จัดการส่วนตัว
ก็เลยต้องทำงานเอง
ก็จะมีเป็นพวกเอเย่นต์โทร.เข้ามาว่า
ผู้ใหญ่จะนัดทานข้าวด้วยได้ไหม
มีผู้ใหญ่ระดับเจ้าของห้างเลยนะ
อยากขอทานข้าวด้วย
แอนก็บอกว่าพูดตรง ๆ เลยนะว่า
แอนไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร
แอนไม่เคยเจอหน้า
คือคนเราถ้าไม่รู้จักกันจะให้ไปนั่งทานข้าว
มันก็วางตัวไม่ถูก
อีกอย่างนึงแอนก็ไม่รู้ว่าคำว่าทานข้าวของเขา
มันทานข้าวอย่างเดียวหรือว่ามันมีอย่างอื่นมากกว่านั้น
ซึ่งจริง ๆ แอนต้องการความชัดเจน
แอนชอบพูดอะไรตรง ๆ
เพราะฉะนั้นแอนบอกตรง ๆ ว่า
ให้แอนไปนั่งทานข้าว ไม่ไปดีกว่า
เพราะแอนเสียชื่อ”


“คือ ถ้าแอนไปนั่งทานข้าวที่ไหน
ทุกคนก็ต้องรู้จักแอน
ทุกคนจำหน้าแอนได้
แล้วถ้าเห็นแอนไปนั่งทานข้าวกับคนแปลกหน้า
มันก็ต้องเป็นข่าว
แล้วมันมีหลักฐานจะให้แอนปฏิเสธยังไงล่ะ
อีกอย่างนึงพูดตรง ๆ
คือ ภาพพจน์แอนไม่ได้สวยหรู ไม่ได้เป็นนางเอก
คนมองแอนด้วยภาพลบอยู่แล้ว
ฉะนั้นถ้าเกิดแอนวางตัวไม่ดี
คนก็จะยิ่งมองแอนเป็นคนไม่ดีเข้าไปใหญ่เลย
แอนก็เลยระวังตัวมาก
แอนก็เลยบอกว่าขอปฏิเสธดีกว่า
ขอไม่ยุ่งเรื่องนี้
แต่ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีเท่าไหร่แล้ว
เพราะว่าแอนห่างหายจากวงการไปนาน
เบอร์โทรศัพท์ก็เปลี่ยนด้วย”


ลั่นไม่เคยเสียใจกับสิ่งต่าง ๆ ที่ตัดสินใจทำมา
ไม่ว่าจะเป็นนางแบบนู้ด
เป็นสาวเซ็กซี่ที่มีภาพลักษณ์ถูกมองในด้านลบตลอด
ซึ่งถ้าหากให้ย้อนเวลากลับไป
“แอน มรกต” ก็ยังขอยืนยันทำสิ่งเหล่านั้นอยู่ดี


“ครั้งแรกที่เข้าวงการมาถ่ายแบบ
คือไม่ได้คิดอะไรเลย คิดว่าถ่ายแบบเสร็จก็จบ
ไม่ได้คิดว่าจะต้องเข้าวงการ
แต่พอเข้ามามันเหมือนไม่ใช่ชีวิตของเรา
มันค่อนข้างทำตัวลำบาก
วางตัวไม่ถูกเหมือนกันตอนแรก ๆ
แต่หลังจากนั้นก็คิดว่าไหน ๆ เราก็ก้าวเข้ามาตรงจุดนี้แล้ว
ก็อยากทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด
ก็คือพยายามวางตัวให้มันเหมาะสม
แต่เรามองว่าตัวตนของเราเป็นอย่างนี้
แต่ภาพที่ถ่ายออกไปมันเป็นภาพเซ็กซี่
แต่ในขณะที่เราไม่ได้ถ่ายภาพ
ไม่ได้แสดงภาพยนตร์หรืออะไรต่าง ๆ
เราก็เป็นตัวของเราเองให้มากที่สุด
แต่งตัวไปไหนก็ค่อนข้างจะรัดกุม
ยกเว้นว่าจะออกงานหรืออะไรต่าง ๆ
อย่างนั้นอาจจะมีเซ็กซี่บ้างเป็นเรื่องธรรมดา
เพราะว่าภาพพจน์เรามันเป็นอย่างนั้น”


“เวลาไปไหนส่วนตัวแอนจะแต่งตัวธรรมดาเลย
เรียบ ๆ
บางคนเจอแอนอาจจะทักด้วยซ้ำว่า
ผิดคาดมากๆ คิดว่า จะต้องแต่งตัวเซ็กซี่ตลอด
แต่พอมาเจอจริง ๆ
แอนแต่งตัวรัดกุมมาก
แต่งตัวเรียบร้อยด้วยซ้ำ
เขาก็จะมองภาพเราไปอีกแบบนึง
แอนก็บอกว่าจริง ๆ แล้ว
ตัวตนเราเป็นแบบนี้
แต่ภาพที่เห็นมันก็คืองานของเรา
แต่สมมติถ้าย้อนเวลากลับไปได้
ก็อยากจะเข้าวงการอยู่ดี
เพราะแอนคิดว่าการเข้าวงการไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดพลาด
มีคนถามแอนเยอะว่า
คิดว่าตัวเองผิดพลาดไหมที่ก้าวเข้ามาในวงการ
เสียใจไหม
ทำไมแอนต้องเสียใจล่ะ
ในเมื่อสิ่งที่แอนตัดสินใจไปแล้ว
แอนพยายามทำให้มันดีที่สุด”


“คือ ทุกอย่างมันมีทั้งแง่ลบแง่บวก
มันมีหลายแง่หลายมุมที่จะคิด
เพียงแต่ว่าในสิ่งที่เราตัดสินใจ
ทำไมจะต้องเสียใจในสิ่งที่ตัวเองทำไปแล้ว
ในสิ่งที่เราตัดสินใจไปแล้ว
มันไม่ใช่ข้อผิดพลาด เพียงแต่ว่าเราเลือกแบบนี้
คือคนจะมองแบบนี้มันก็ช่วยไม่ได้
แต่เป็นสิ่งที่เราเลือก
เพราะว่าวงการให้อะไรเราเยอะ
เพียงแต่คนอาจจะคิดว่าผิดพลาดหรือเปล่าที่ตัดสินใจเข้าวงการ
แอนว่าแอนไม่ได้ผิดพลาด
วงการให้อะไรแอนเยอะมาก
ให้ประสบการณ์ ให้ชื่อเสียง ให้ทุกอย่าง
ให้ความรู้ทำให้แอนได้รู้จักคนเยอะแยะ
ถ้าแอนเป็นนักศึกษาแล้วก็ทำงานในสาขาที่ตัวเองเรียน
ก็จะไม่ได้รู้จักคนในระดับนี้
แล้วก็อาจจะยังไม่สามารถซื้อบ้านได้
อาจจะยังไม่มีรถ
อาจจะยังไม่มีเงิน
อาจจะช่วยเหลือครอบครัวตัวเองไม่ได้
เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ข้อผิดพลาด
มันเป็นสิ่งที่เราเลือก
และเราควรภูมิใจในสิ่งที่เราเลือก”


มุ่งหน้าสู่การทำธุรกิจ ทั้งสปา ผับ บาร์
รวมถึงธุรกิจขายตรง
จนมาเป็นผลิตภัณฑ์ครีมนวดหน้าอก
ที่ทุ่มสุดตัวอยู่ในตอนนี้


“ตั้งแต่ถ่ายสีเดลต้าแล้วก็หายไป 5-6 ปี
มันก็มีหลายปัจจัยที่ให้คิดนะคะ
อันดับแรกเราก็มองว่าอายุมากขึ้น
นางแบบรุ่นใหม่มีเข้ามาเยอะมาก
ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะต้องอยู่ในจุดนี้ตลอดไป
คลื่นลูกใหม่มันก็มีเข้ามา
เพราะฉะนั้นเราก็อาจจะต้องทำใจตรงนี้นิดนึงว่า
วันนึงเราต้องห่างหายจากตรงนี้ วันนึงงานมันจะต้องน้อยลง
แล้วเราก็ไม่สามารถมานั่งถ่ายแบบเซ็กซี่อย่างนี้ได้ไปตลอดจนแก่
คงไม่มีใครอยากดู
เพราะฉะนั้นเราก็ต้องหันเหชีวิตของตัวเองว่า
เราอยากจะทำอะไรให้กับตัวเองบ้าง
อยากจะทำธุรกิจอะไรให้กับตัวเอง
ช่วงนั้นก็เลยออกไปหาประสบการณ์ต่าง ๆ เยอะมาก
เหมือนหาตัวเอง
เพราะไม่ทราบว่าตัวเองจะไปในทิศทางไหน
เพราะมันเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับเรา”


“อย่างงานในวงการเรารู้ เราทำมาเยอะแล้ว
พูดตรง ๆ ว่าเราถนัด
แต่ถ้างานอีกด้านนึงมันเป็นในเรื่องของธุรกิจ
มันเป็นอะไรที่ใหม่
เราเหมือนเด็กเพิ่งหัดเดิน
ซึ่งไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน
ช่วงเวลา 5-6 ปีก็เหมือนหาตัวตนของตัวเองว่า
เราจะทำอะไร อะไรที่มันเหมาะกับเรา
แล้วอะไรที่เราทำได้ คือเรามองว่าธุรกิจอันนี้อาจจะง่าย
แต่พอเข้าไปสัมผัสจริง ๆ มันไม่ได้ง่าย
เราก็ทดลองทำ ทดลองเข้าไปศึกษาดู
บวกกับช่วงจังหวะนั้นหลังจากที่ถ่ายแบบไปแล้ว
ก็มีช่วงนึงที่ไม่สบาย
ต้องมีผ่าตัด คือการที่เราไปฉีดยาบ่อย
แล้วมันมีโอกาสที่จะเป็นฝีหัวเข็มก็เลยต้องผ่าตัด
แล้วแอนผ่าตัดสองครั้งติดกัน
มันก็เลยมีความรู้สึกว่าขาดความมั่นใจ
ถ้าเราจะต้องมานั่งถ่ายแบบ
เพราะมันจะต้องมีรอยแผลผ่าตัดบ้างนิดหน่อย
เป็นเรื่องธรรมดา”


“พอขาดความมั่นใจตรงนั้น
ก็เลยรู้สึกว่าถ้าไม่มั่นใจไม่ชัวร์จริง ๆ
ก็ไม่อยากถ่าย
อีกอย่างก็คือเรื่องของการที่เราอยากจะทำธุรกิจ
ก็เป็นอีกปัจจัยนึง แต่ก็นานนะคะ
หลายปีเลยกว่าที่จะมาลงตัวเป็นธุรกิจตัวนี้
เพราะเราใช้เวลาศึกษาหลาย ๆ เรื่องหลาย ๆ อย่าง
จากครั้งแรกที่ออกมาก็หุ้นกับพี่สาว
ทำสปาอยู่ซอยสุขุมวิท 23
ชื่อร้าน Nirvana Spa ค่ะ
ตอนนี้ก็ยังเปิดอยู่
แต่ยอมรับว่าช่วงแรก ๆ มันเหนื่อยมาก
กับการที่เปิดอะไรใหม่ ๆ
คือการที่จะทำให้คนเดินเข้ามานวดในร้านเรา
แรก ๆ มันยังไม่มี มันก็เลยทำให้รู้สึกท้อ
รู้สึกว่าจะต้องทำยังไง
ก็ยอมรับว่าไปเปิดในถนนสุขุมวิทคู่แข่งเยอะมาก
เฉพาะในซอยเดียวกันมีสปาประมาณเกือบ 20 ร้าน
แล้วการที่เรามาเปิดทีหลัง
การที่จะทำให้มีลูกค้าเดินเข้ามาในร้านก็ค่อนข้างลำบาก
แล้วก็เหนื่อย
แต่ตอนนี้ก็อยู่ตัวแล้วค่ะ”


“พอหลังจากเปิดสปาเสร็จ
ก็มาเปิดผับกับเพื่อน
ก็มีคุณทัดทรวงด้วยนะคะ
มีคุณลูกตาล (ชโลมจิตร จันทร์เกตุ)
มีเพื่อนนอกวงการ
แล้วก็น้องสาวอีกคนนึง
กับหุ้นส่วนที่เป็นต่างชาติ
แต่เปิดได้ไม่กี่เดือนก็ไม่ไหว
เพราะว่าต้องใช้ทุนสูง
แล้วต้องมีทุนสำรองอย่างน้อยต้อง 6 เดือน
สำหรับการหมุนเวียนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
ทีนี้ค่าใช้จ่ายในร้านมันเยอะ
แล้วรายได้ที่เข้ามามันไม่บาลานซ์
ก็เลยทำให้อยู่ได้ไม่กี่เดือนก็ต้องปิดตัวไป
ทุกคนก็เจ็บตัวไปตาม ๆ กัน(หัวเราะ)
แต่ตรงนี้เราก็ถือเป็นบทเรียนนะคะ
เราซื้อประสบการณ์ก็ไม่เป็นไร”


“หลังจากนั้น ก็มีเพื่อนแนะนำ
คือ มีเพื่อนชวนให้ไปทำธุรกิจเกี่ยวกับพวกขายตรง
เราก็ลองเข้าไป
คือเราไม่รู้ว่าธุรกิจขายตรงเป็นยังไง
เราไม่รู้ไม่เคยสัมผัส ก็เข้าไปสัมผัสหลายปีทีเดียว
ก็ลองไปสัมผัสหลายบริษัทเพราะมีเยอะมาก
แล้วก็เข้าไปดูว่าโปรดักส์ของเขาเป็นยังไง
คือเรียกว่าคลุกคลีในตรงนั้นพอสมควรทีเดียว
ทำให้รู้จักกับเจ้าของบริษัทหลาย ๆ บริษัท
ก็ทำให้เรารู้จักในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
อาหารเสริมต่าง ๆ หรือว่าพวกครีมเครื่องสำอางต่าง ๆ
เรารู้จักจนสามารถเป็นผู้บรรยายสินค้าให้ได้ในระยะหนึ่ง
แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นผู้เชี่ยวชาญนะคะ
แต่หมายถึงมีสินค้าตัวหนึ่งเราก็จะเป็นผู้บรรยายขึ้นไปบนเวที
ก็ทำไประยะนึงเลย”


“แต่ในที่สุดก็มาลงตัวที่ครีมนวดหน้าอก
อันนี้แอนทำมาเป็น 2 แบรนด์นะคะ
อันนึงเป็นครีมนวดหน้าอกเอาไว้ขาย
ในช่องเคเบิ้ลโชคดี แชนแนล
ซึ่งแอนไปทำพิธีกรด้วยในช่วงเวลาว่าง ๆ
แล้วก็จะมีคนดูโทรเข้ามาสอบถามบ้าง
แล้วเขาก็จะโทรเข้ามาสั่งซื้อทางคอลเซ็นเตอร์
แล้วอีกแบรนด์นึงขายผ่านทางช่อง ASTV ก็เหมือนกัน
จะมีสปอตยิงไป
พอคนดูเห็นเขาก็จะโทรเข้ามาสั่ง
แต่ก็เป็นครีมที่ใช้สำหรับหน้าอกทั้ง 2 แบรนด์
แต่เราทำออกมาเป็น 2 ยี่ห้อ
เพราะว่าช่องทางการขายมันต่างกัน
คนละแบบกัน
แล้วแอนก็เป็นนางแบบเองเลย
พรีเซ้นท์เอง
นี่ก็คือความโชคดีที่เราได้ไปเจอพวกระบบขายตรง
แล้วก็เกี่ยวกับพวกเครื่องสำอางต่าง ๆ
ทำให้เราได้รู้จักคนในกลุ่มกว้าง
แล้วก็ทำให้เราได้รู้จักกับพวกเจ้าของโรงงาน ผู้ผลิตต่าง ๆ
ก็เลยทำให้เราได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสพวกนี้”


“เราก็เข้าไปคุยกับทางโรงงานว่า
เราอยากทำตรงนี้ ให้เขาวิจัยสูตรออกมาให้
พอวิจัยออกมาเราก็เอามาทดลองก่อน
ใช้กับตัวเราเองว่ามันได้ผลไหม
ถ้าเราใช้กับตัวเองได้ผล คนอื่นก็ต้องได้ผล
แต่ถ้าเราใช้กับตัวเองไม่ได้ผล คนอื่นก็ไม่ได้ผล
แล้วกว่าจะได้ผลแอนก็ทดลองมาหลายสูตร
หลายโรงงาน กว่าจะเจอโรงงานที่มันใช่จริง ๆ
คือใช้แล้วมันเห็นผลจริง ๆ
ไม่ใช่ใช้แล้วมานั่งสงสัยว่ามันได้ไม่ได้
คือแอนต้องการให้ของออกมามีคุณภาพจริง ๆ
ทำแล้วได้ผลเห็นผลจริง ๆ
ทำให้เราไม่เสียชื่อด้วย
ฉะนั้นเรื่องนี้สำคัญมาก
แอนก็ทดลองหลายบริษัท”


“แต่ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เรียกว่าเพิ่งเริ่มต้นเลยค่ะ
ไม่กี่เดือนนี้เอง แต่ฟีดแบคก็ถือว่า
ใช้ได้นะสำหรับช่องทางที่เราเพิ่งเปิด
เพราะมันยังไม่เปิดกว้าง ก็ต้องค่อย ๆ ทำไปค่ะ
เพราะตัวนี้ยังใหม่มาก
อีกอย่างนึงมันเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มผู้หญิง
ที่ต้องการดูแลรักษารูปร่างทรวงอกของตัวเอง
เพราะทรวงอกของผู้หญิงจำเป็นต้องมีการดูแล
แล้วการนวดเหมือนเป็นการออกกำลังกายให้ทรวงอกอย่างนึง
ทำให้เซลล์ของเราได้วอร์มได้ออกกำลังกาย
และครีมของเราเป็นครีมที่บำรุงทรวงอกโดยเฉพาะ
แล้วก็บำรุงผิวภายนอกด้วย”


“ก็จะมีอีลาสตินที่ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น
แล้วก็มีคอลลาเจนสำหรับผู้หญิงที่อายุเยอะแล้ว
ร่างกายก็จะไม่ค่อยสร้างคอลลาเจนออกมา
หรือว่าอาจจะสร้างน้อยลง ตรงนี้เราก็จะเข้าไปช่วยเสริมบำรุง
นอกนั้นก็จะมีพวกวิตามินอี วิตามินซีต่าง ๆ ดูแลผิวพรรณ
แล้วก็พวกกราวเครืออันนี้
ก็จะดูแลในส่วนของฮอร์โมนเพศหญิงที่อยู่ใต้ทรวงอก
ซึ่งถ้านวดเป็นประจำ
ก็จะทำให้หน้าอกกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และสามารถขยายทรวงอกให้ใหญ่ขึ้นได้
จากการที่บำรุงและนวดเป็นประจำ
ก็เหมือนกับการออกกำลังกาย”


ธุรกิจกำลังส่อแววรุ่ง
ในขณะที่หัวใจกลับอับเฉา
"แอน มรกต" บอกหัวใจยังว่างทั้ง 4 ห้อง
แต่ก็พร้อมเปิดใจรับ
และมีคนเข้ามาให้ศึกษาอยู่เรื่อย ๆ
ส่วนงานในวงการบันเทิงก็มีติดต่อเข้ามาอีกครั้ง

“ปกติเรื่องความรักของแอน
จะไม่ค่อยหวือหวาเท่าไหร่
จะเป็นอะไรที่เรียบ ๆ
แต่ก่อนก็อาจจะมีบ้างเล็กน้อย
ก่อนหน้านั้นเคยมีแฟนเป็นคนต่างชาติ
ก็จะไม่ค่อยฮือฮาเท่าไหร่
เพราะเป็นคนนอกวงการ
แต่ปัจจุบันก็ไม่ได้คบแล้ว
แต่ก็มีประเภทเข้ามาคบหาดูใจบ้างเรื่อย ๆ
เพียงแต่ไม่ได้มีอะไรหวือหวา
ก็ยังต้องเรียนรู้และดู ๆ กันไปก่อน
ก็เรียกว่ายังโสดแหละ
ก็เปิดใจค่ะ ดู ๆ ไปเรื่อย ๆ
บางคนอาจจะมองว่าอายุก็ไม่ได้น้อยแล้วนะ
ทำไมไม่รีบตัดสินใจ
แต่เพราะว่าอายุเราก็ไม่ได้น้อยแล้ว
เราถึงต้องคิดเยอะ ๆ
เพราะว่าถ้าเราเลือกผิดทาง
มันก็คงทำให้เราเสียเวลา
เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเลือกและฟันธง
ก็ขอดูให้ดีก่อน
ไม่ใช่ว่าเลือกไปแล้ว
แต่งงานไปแล้วก็มานั่งผิดพลาด
แล้วก็มานั่งเสียเวลาเหมือนเริ่มต้นใหม่อีก
แอนว่ามันแล้วแต่จังหวะเวลาด้วย
เรื่องนั้นถ้าเกิดจะมาเดี๋ยวมันก็มาเอง
ไม่ได้ซีเรียส”


“สำหรับงานในวงการช่วงหลัง ๆ นี้
ก็มีออกรายการบ้างค่ะ
เพราะว่าเราหายไปนานก็มีคนถามถึงเยอะว่า
ไม่เห็นถ่ายละคร ถ่ายหนัง ไม่เห็นออกรายการเลย
ก็เลยมีรายการติดต่อเข้ามาบ้าง
แต่ถามว่าคิดถึงวงการไหม
ก็มีคิดถึงบ้างนะคะ
เพราะว่าอย่างน้อยเราเคยทำงานอยู่ตรงนี้มาก่อน
อยู่กับมันมา 10 กว่าปี
มันก็เหมือนเป็นสิ่งหนึ่งในชีวิตของเรา
เพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่ได้ทำตรงนี้นาน ๆ
ก็ต้องมีคิดถึงเป็นธรรมดา
แต่ตอนนี้ก็มีติดต่อเข้ามาเป็นพวกหนังวีซีดีบ้าง
แล้วก็มีพวกถ่ายแบบ
แต่ยังไม่ได้ตกลงเพราะยังไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่า
ถ้าเราถ่ายไปแล้วจะขายได้ไหม
เพราะเราก็ไม่ใช่เด็กรุ่นใหม่ที่สดใส
อย่างเมื่อสมัยก่อนอาจจะมั่นใจในรูปร่างทรวดทรงตัวเอง
แต่ว่าพอเวลามันผ่านไปนาน
เพราะฉะนั้นก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่า
จะมีใครอยากดูเราหรือเปล่า”


“จริงๆ ส่วนใหญ่เราก็ถ่ายแบบมาหลายแนวนะคะ
แต่มันต้องดูว่าเขาเสนอมาแบบไหน
ถ้าเกิดเสนอมาแล้วเราดูแล้วว่า
มันไม่เหมือนที่เราเคยถ่าย
หรือคอนเซ็ปต์ของเขามีความแตกต่างก็คงน่าสนใจ
แต่ก็ต้องดูถึงความเหมาะสมของเราด้วยว่าปัจจุบันเป็นยังไง
เพราะรูปร่างของเรามันก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน
ก็ต้องดูความเหมาะสม จะให้มานั่งโป๊เยอะ ๆ มันก็ต้องดูด้วย
เพราะโป๊มากก็ไม่ไหว
คือคนที่เห็นภาพเราก็เห็นมาเยอะแล้ว
แอนก็กลัวว่าคนดูจะเบื่อเหมือนกัน
ก็อยากให้เสนอคอนเซ็ปต์อะไรที่ใหม่ๆ แปลกๆ ให้คนดูได้ดู
และได้เสพความแปลกใหม่บ้าง ไม่ใช่ว่าซ้ำซากจำเจ”



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ผู้จัดการ ค่ะ



Create Date : 03 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2553 9:18:18 น. 7 comments
Counter : 2523 Pageviews.

 

แวะมาอ่านก่อนนอนค่ะคุณวี


โดย: อุ้มสี วันที่: 3 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:22:56 น.  

 
เกือบลืมไปแล้วครับ หายเงียบจนเกือบลืม

สบายดีนะครับ


โดย: แมวหง่าว (chaiwatmsu ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2553 เวลา:1:19:03 น.  

 
ไม่เห็นหน้าเธอนานมากแล้ว..


โดย: ชายเอ ทุ่งรังสิต วันที่: 3 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:48:02 น.  

 
ไม่ได้ข่าวมานานมากเลยนะคะ
เป็นคนดังที่หน้าอกมโหฬารที่สุดจริงๆ
แถมหน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่ด้วยจิ อิอิ

เรือ่งราวยาวจัด
อ่านบ้าง ข้ามบ้าง เพื่อถนอมสายตาค่ะ
คุณวีสบายดีนะคะ คิดถึงค่ะ จุ๊ฟๆๆ


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 3 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:08:06 น.  

 
หายไปนาน อ่านเพลินเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ


โดย: ชมชล วันที่: 3 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:51:20 น.  

 

สวัสดีค่ะ..

ไม่ได้ทราบข่าวคราวมานานมากแล้วนะค่ะ

ขอบคุณที่นำมาให้อ่าน

อย่าลืมไปร่วมสนุกตอบคำถามที่บล็อคนะค่ะ

โชคดีนะค่ะ



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 3 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:18:33 น.  

 
เป็นนางแบบนู้ดยุคโน้นเนี่ยต้องใหญ่จริงๆ จำได้ว่าเค้าบอกอกมรกตตั้ง 39 นิ้วแน่ะ เดี๋ยวนี้อกขนาดนี้คงชิลล์ๆแล้วเพราะพึ่งมีดหมอกันทั้งนั้น เฮ้อ หนักใจแทนจัง แอบอิจฉานิดส์นึงด้วยค่ะ


โดย: noksamui วันที่: 15 มกราคม 2554 เวลา:10:16:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

โสดในซอย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]






e-mail ติดต่อโสดในซอย
singleinsoi@hotmail.com






Facebook โสดในซอย
http://www.facebook.com/profile.php?id=100002317657363





“เติมรักให้เต็มรุ้ง”
งานเขียนล่าสุดของ “โสดในซอย”

สั่งซื้อในบล็อก
พร้อมลายเซ็น
ราคารวมค่าส่ง 305 บาท
โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ
หมายเลขบัญชี 020-056941-6
ชื่อบัญชี มนชญา
โปรดโอนให้มีเศษสตางค์
เพื่อง่ายแก่การอ้างอิง
และแจ้งรายละเอียดการโอน
พร้อมทั้งชื่อ-ที่อยู่ที่จะให้จัดส่ง
ที่หลังไมค์ได้เลย
หรือตามร้านหนังสือค่ะ

ขอบคุณค่ะ





ความรักคะ ฉันมีเรื่องจะฟ้อง
ของ "โสดในซอย"
โดย สำนักพิมพ์ 'ษาริน
วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไปค่ะ
หรือสั่งซื้อในบล็อกได้เช่นกัน
ราคา 220 บาทรวมค่าส่งค่ะ








ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
ขายที่ดินใกล้ทะเลปราณบุรี (เขากะโหลก)
ประจวบคีรีขันธ์
โครงการ เค.เอ็ม เม้าท์เท้น บีช รีสอร์ท 1
มีสองแปลง (แปลงละ70 ตร.ว.)
โทร. 081 4827525


คลิกดูรายละเอียดที่ดิน




Friends' blogs
[Add โสดในซอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.