บล็อกนี้ไม่มี VIP ค่ะ ทุก ๆ คนเป็น VIP อยู่แล้ว เมื่อคลิกเข้ามา
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
8 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
“เคลลี่” ยัวะ! ฟ้องหมิ่นพ่อ “กรีน” เหตุโดนอีกฝ่ายส่ง จม.ข่มขู่เกือบปี

 

“เคลลี่” ยัวะ! ฟ้องหมิ่นพ่อ “กรีน” เหตุโดนอีกฝ่ายส่ง จม.ข่มขู่เกือบปี

 

 “เคลลี่” ฉุน! ควง “กรีน” แจงเหตุยื่นฟ้องหมิ่นพ่อ “กรีน” เพราะหมดความอดทนที่อีกฝ่ายส่ง จม.ข่มขู่มานาน 10 เดือน เจรจาแล้วแต่ก็ไม่ยอมหยุด จึงต้องปกป้องสิทธิ์ของตนเอง อุบตอบสาเหตุที่ทำให้บาดหมางกับพ่อแฟนสาว

 

ขอพูดครั้งเดียวที่ศาล 20 พ.ค.นี้

 

ด้านกรีนพ้อลำบากใจเพราะรักทั้งคู่ ตอบไม่ได้หากพ่อสั่งให้เลิกกัน หวังจะจบด้วยดี
       
       แปลกใจไปตามๆ กัน ที่อยู่ๆ ก็มีข่าวออกมาว่านักแสดงหนุ่ม “เคลลี่ ธนพัฒน์” ลุกขึ้นมายื่นฟ้องพ่อของนางเอก “กรีน อัษฏาภรณ์ สิริวัฒน์ธนกุล” แฟนสาวของตนเอง ทั้งนี้ยังได้มีสำเนาฟ้องคดีนี้หลุดออกมาเผยแพร่เป็นการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

 

โดยมีแหล่งข่าวระบุว่า การพิจารณาคดีจะมีขึ้นที่ศาลแขวงพระนครเหนือ วันที่ 20 พ.ค. 56 นี้ ท่ามกลางข่าวลือถึงชนวนเหตุของความบาดหมางครั้งนี้ที่ว่ากันว่า พ่อของกรีนไม่ชอบเคลลี่อย่างมาก

 

เพราะเห็นว่าอายุของทั้งคู่แตกต่างกันมาก โดยเคลลี่มีอายุ 43 ปี กรีนอายุ 24 ปี ห่างกันถึง 19 ปี ถึงขั้นกีดกันไม่ให้คบกับลูกสาว

 

นอกจากนี้ยังมีข่าวอีกว่าพ่อของนางเอกสาวได้ร่อนจดหมายร้องเรียน

 

ไปยังผู้จัดละครเรื่องที่หนุ่มเคลลี่เล่น รวมถึงส่งตรงถึงช่อง 7 ต้นสังกัดอีกด้วย
       
       ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันนี้(4 พ.ค.) “เคลลี่” ได้เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว พร้อม “กรีน” แฟนสาว โดยมี “นายสกุล พรมดี” ทนายความของเคลลี่ ในงาน 7 สีคอนเสิร์ต

 

ที่ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

 

ซึ่งทางด้านของสาวกรีนดูเครียดอย่างเห็นได้ชัด
       
       เคลลี่ : “อย่างแรกเลยนะครับเรื่องนี้น้องกรีนเขาเป็นกลางครับ ขอให้ผมเป็นฝ่ายตอบแล้วกัน ขอเป็นเรื่องคนระหว่าง 2 บุคคล อย่ามองในเรื่องสถานะสิ่งที่เป็นข่าวทางอินเตอร์เน็ตหรือที่ผ่านๆ มาลืมมันไปเลย เพราะมันไม่มีมูลความจริง แต่ถ้าถามผมว่ามีหมายศาลจริงไหม มีครับ แต่นอกจากนั้นข้อมูลที่ได้ผ่านมาไม่มีมูลความจริงเลย วันนี้ผมจะตอบให้น้อยที่สุด แต่ถ้าถามอะไรมา ผมตอบได้ผมจะตอบ ทางเราโปร่งใสอยู่แล้ว

 

ผมได้พาทนายมา เดี๋ยวผมจะให้เขาตอบนะ ถามได้เลย”
       
       ทนาย : “ก็เขาส่งหนังสือมานะครับ เราก็ต้องป้องกันสิทธิ์ของเรา เขาส่งหนังสือมาเพื่อข่มขู่อะไรก็ไม่รู้ ทางคุณเคลลี่ก็ต้องมีทนายส่งหนังสือไปเหมือนกัน

 

ผมก็ส่งหนังสือบอกเขาไปแล้ว แต่เขาก็ไม่หยุด ผมก็ดำเนินการขั้นตอนตามกฎหมายนะครับ”
       
       เลี่ยงไม่ตอบตรงๆ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร
       เคลลี่ : “ผมอยากจะบอกว่าที่ผมทำไป เราได้มีการเจรจาแล้ว เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์มา 10 เดือนแล้วนะครับ ผมก็ไม่ได้อะไร มันเป็นเรื่องภายใน มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูด ผมกะว่าจะไปเคลียร์ แต่ตอนนี้ยังคุยกันไม่ได้ครับ ผมเข้าใจว่าน้องเขาบรรลุวุฒิภาวะแล้ว มันก็อาจจะมีเรื่องพ่อที่ไม่จริงบ้าง หรืออาจะมีเดี๋ยววันที่ 20 พฤษภาคมไปเจอกันที่ศาลครับ สาเหตุที่มันทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา อันนี้จริงๆ รายละเอียดมันเยอะมาก อย่างที่ทนายพูดไปแล้ว เอาอย่างนี้แล้วกันผมไม่อยากลึกซึ้งมาก แต่พอมีจดหมายจากทนายความ อาจมีข้อที่ไม่จริงบ้างมาข่มขู่ผม”
       
       ทนาย : “คือพอทางจดหมายมาบอกจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

คุณเคลลี่เขาก็จะปกป้องสิทธิ์เขาครับ ผมก็มีหนังสือไปคุยกับทนาย

 

แต่ทนายเขาไม่ยอมหยุด ก็เลยต้องไปเคลียร์กันที่ศาล เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ คือทางนั้นเขาให้ทนายจัดการ ผมก็ยังไม่ทราบทางไหนก็ไม่รู้ครับ”
       
       เคลลี่ : “ผมกับฝ่ายโน้นเคยคุยกันแล้ว แต่เขาไม่หยุด เรื่องนี้เหตุการณ์ก็สมควรครับ ประมาณเกือบ 10 เดือนแล้วครับ ก็มีหนังสือมาหลายฉบับ เรารับไว้

 

 แล้วก็ส่งไปหาผู้ใหญ่ด้วย แต่เราก็ไม่ตอบไม่อะไร ล่าสุดเราก็ตอบไปที่ทนายฝ่ายโน้น แต่เขาก็ไม่ยอมหยุดครับ ก็เลยจัดการที่ศาลดีกว่าจะได้ยุติ”
       
       ออกตัวขอยังไม่ตอบตอนนี้ว่าตนกับพ่อของแฟนสาวบาดหมางกันเรื่องอะไร บอก “กรีน” ก็ลำบากใจ
       เคลลี่ : “อันนี้ผมไม่ทราบ เดี๋ยวๆ บอกทีหลัง คืออย่างที่บอกเราต้องมีหลักฐาน ผมไม่อยากให้กรีนลำบากใจ ผมลำบากใจ น้องกรีนก็ลำบากใจ เพราะเขาเป็นคนกลาง เขาทุกข์ เสียใจ เขาก็หมดกำลังใจในการทำงานและการเรียน ผมจะอยู่เคียงข้างเขา ผมเข้าใจ อย่าเพิ่งไปตัดสินผมเข้าใจ กรีนเขาเป็นคนกลางนะ ผมว่าเขาลำบากใจที่มาวันนี้ ผมอยากมาบอกว่าขอให้เป็นเรื่องระหว่างผมกับฝ่ายโน้น ไม่เกี่ยวกับกรีน”
       
       แม้เรื่องจะถึงศาลแต่ไม่กลัวเรื่องยืดเยื้อเพราะโตๆ กันแล้ว อยากให้พ่อ “กรีน” หยุดมากกว่าอยากได้คำขอโทษ
       เคลลี่ : “ไม่ครับ ผมว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้วน่าจะเคลียร์ได้ อย่างที่บอก ผมไม่รู้เรื่องกฎหมาย ผมเลยต้องใช้ทนาย ผมพูดไว้เลย จริงๆ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทอง ขอร้องหยุดแล้วก็ขอโทษ มีจดหมายมาถึงช่อง7 ถ้าเขาหยุด ผมก็หยุด ถ้าตอนนี้เขาหยุดก็คือจบ ไม่ได้เกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองเลย คำขอโทษต้องการเป็นอันดับสอง จริงๆ คืออยากให้หยุดครับ”
       
       “ผมอยู่ในวงการมา 20 กว่าปีแล้ว กว่าจะสร้างชื่อเสียงผลงานออกมาไม่ใช่ง่ายๆ วันนึงมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องกฎหมาย ผมก็คิดว่าถ้าผมไม่มาปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง มันไม่จบ แต่ผมออกมาปกป้องตัวเอง เอาชื่อเสียงมาเสี่ยง มันก็เท่ากับเสียกับเสีย แต่ผมเป็นคนเชื่อในความดี ในความยุติธรรม ความถูกต้อง ผมเชื่อในความรัก เชื่อในพระเจ้า

 

ผมจึงต้องออกมาทำแบบนี้”
       
       ด้านสาว “กรีน” เผยลำบากใจมาก เพราะเป็นคนที่ตนรักทั้งคู่ บอกตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้คุยกับพ่อเลย วอนพ่อหยุดสักที
       กรีน : “ก็ยังไม่มีโอกาสคุยกับคุณพ่อ กรีนทำงาน เรียนอย่างเดียว

 

เลยไม่มีโอกาสได้คุย ลำบากใจไหม ลำบากใจมากค่ะ แต่ถ้าให้กรีนพูดกรีนอยากให้ทุกคนให้โอกาสกันและกันมากกว่า คือเรารักกันอยู่แล้ว อาจจะมีการสื่อสารที่ไม่เข้าใจเท่านั้นเอง ให้โอกาสกันและกัน ลองหันมาคุยกันน่าจะดีกว่า ขอร้องอย่าทำแบบนี้ หยุดที่จะทำแบบนี้สักที อย่างที่พี่เคลลี่บอกค่ะ ไม่ได้เข้าข่างใคร

 

แต่อยากให้โอกาสทั้งตัวพี่เคลลี่ กรีน และตัวเขาเองด้วย”
       
       ด้าน “เคลลี่” มั่นใจถึงมีปัญหากับพ่อ “กรีน” แต่คงไม่บั่นทอนความสัมพันธ์ ขณะที่กรีนตอบไม่ได้หากพ่อให้เลิกกัน
       เคลลี่ : “ผมว่าไม่น่ามีปัญหา จริงๆ ต้องการคุยเฉยๆ จะได้จบ มันคุยกันได้ ถ้าจะคุย มันไม่น่าจะเป็นอะไรที่เหนือบ่ากว่าแรง ยืนยันว่าเราต้องการให้หยุดสงสารกรีน แล้วก็ขอโทษไป แต่ละฝ่ายไม่รู้ว่ามีผลกระทบอะไรบ้าง

 

(แต่ถ้าพ่อกรีนบอกจะหยุด แต่เราต้องเลิกกัน?)

 

คือเรื่องนี้ผมได้คุยกับกรีนแล้วครับ กว่าคนเราสองคนจะมาเจอกัน รู้จักกัน รักกัน

 

ไม่ใช่เรื่องง่าย

 

อยู่ๆ ดีๆ จะมาให้เลิกคบ ผมว่ายิ่งลำบาก การที่คนสองคนจะเลิกกัน

 

ผมว่ามันเป็นสิทธิ์ของคนสองคนนั้น ไม่อย่างนั้นอาจจะเสียใจไปตลอดชีวิตก็ได้”
       
       กรีน : “อืม ให้มันเกิดขึ้นก่อนแล้ว กรีนจะตอบแล้วกันค่ะ ซึ่งตอนนี้อะไรให้เป็นปัจจุบันดีกว่าค่ะ ก็ยังไม่ได้คุยกับคุณแม่เหมือนกันค่ะ ก็ทำงานตลอด ละครก็ออนแอร์ มายาสีมุก

 

ไม่ได้รู้ข่าวจากครอบครัวด้วยซ้ำ รู้จากพี่ที่เขามาบอก ก็ตกใจค่ะ

 

จริงๆ อยากให้ปัญหามันจบเลย แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้ อยากให้จบลงด้วยดีทุกฝ่าย ไม่อยากให้ยืดเยื้อไปมากกว่านี้”
       
       บอกไม่รู้เหมือนกันว่าการออกมาให้สัมภาษณ์กับ “เคลลี่” แบบนี้

 

จะทำให้พ่อโมโหหรือไม่ ยืนยันรักครอบครัว แต่ถ้าคนจะมองอกตัญญูก็คงห้ามไม่ได้
       กรีน : “ก็ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นเหมือนกัน แต่ขอมาแล้วคนที่อยู่ใกล้พี่ๆนักข่าวก็คือกรีนกับพี่เคลลี่ที่จะออกมาพูดได้เท่านั้น ถามว่ารักไหม กรีนรักทั้งคู่ แต่ความจริงความถูกต้องก็ต้องอยู่ความถูกต้อง เราก็รักกันเหมือนเดิมนะคะ คือไม่ใช่ว่าเหตุการณ์แบบนี้แล้วเราจะไม่รักกัน แค่เป็นเรื่องเข้าใจผิดนิดเดียว อย่างที่บอกให้หันหน้ามาคุยกันเปิดใจกันจะดีมากกว่า นี่คือปัญหาของคนไทยหลายๆ คนที่ไม่ยอมคุยกันกรีนทำงานตลอดเวลาค่ะ กลับดึกตื่นเช้ามีภาระหลายอย่างที่ต้องทำ ไม่ใช่ไม่อยากคุย แต่ด้วยภาระก็ค่อนข้างจะหนักอยู่

 

(กลัวคนมองอกตัญญู?) จริงๆ ห้ามคนมองไม่ได้ค่ะ แต่กรีนรักครอบครัวรักพ่อรักแม่ กรีนพูดความจริง”
       
       ปัญหาบานปลาย แต่ “เคลลี่” ก็หวังว่าเรื่องราวจะจบด้วยดี
       เคลลี่ : “วันนี้ที่มาพูดเพราะข่าวในอินเตอร์เน็ต เพราะเราไม่รู้ว่าแหล่งข่าวมาจากไหนด้วย จะมีรายละเอียดมากกว่านี้ หลังจากที่เราได้ไปเจรจา 20 พฤษภาคมนี้

 

(กลัวมีผลกับการแต่งงานในอนาคตมั้ย?) คือผมเข้าใจนะ แต่ผมหวังว่าการที่เราได้ไปเจรจา แต่จะให้แต่งงานกันเลยมันไม่ใช่ครับ น้องเขายังเรียนอยู่ มันเป็นเรื่องของอนาคต อยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจกันจบลงด้วยดี”

พ่อนักแสดงสาว “กรีน อัษฏาพร” โพสต์คลิปหลังหนุ่ม “เคลลี่” ยื่นเรื่องฟ้อง บอกถ้าใครจะด่าลูกสาวให้มาด่าตนแทน ถามนักแสดงหนุ่มถ้ารักรอให้สาวกรีนเรียนจบได้หรือไม่?
       
       กลายเป็นเรื่องขึ้นมาจนได้ จากกรณีที่นักแสดงหนุ่ม “เคลลี่ ธนพัฒน์” พร้อมแฟนสาว “กรีน อัษฏาพร” ได้พากันไปยื่นเรื่องฟ้องนาย “ลิงค์ ฉัตรฎรัฐ สิริวัฒน์ธนกุล” ซึ่งเป็นบิดาของสาวกรีน โดยให้เหตุผลว่า ถูกอีกฝ่ายนั้นข่มขู่มานานหลายเดือน ขณะที่ตัวของสาวกรีนเองต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนั้น
       
       ล่าสุด ทางด้านของนายฉัตรฎรัฐ ซึ่งเป็นนักธุรกิจชื่อดังเจ้าของสงขลา อะควาเรียม ก็ได้โพสต์คลิปเพื่อเปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว โดยบอกว่า หากใครจะต่อว่าลูสาวตนก็ให้มาว่าตนแทนดีกว่า
       
       “ในโซเชียลมีเดียนี่ลูกสาวผมก็โดน ผมก็ต้องขอโทษประชาชนทุกคนที่ดูนะฮะ แล้วในสื่อโซเชียลมีเดียทั้งหมดนี่ ผมขอโทษแทนลูกสาวผม ยังไงให้ว่าในโซเชียลมีเดียทั้งหมดนี่ ถ้าจะว่าลูกสาวผมมาว่าผมแทนแล้วกันครับ ที่ผมต้องมาชี้แจงวันนี้ เป็นเพราะว่าลูกสาวผมก็ดี คุณเคลลี่ก็ดี สิ่งที่เขาทำกันทั้งสองคน ที่เขามักจะใช้ว่าสองคนมีความรักต่อกันนี่ มันเป็นความดีงามนะครับ ไม่ใช่ไม่ดีงาม แต่จำกัดความว่าสองคนรักกัน ก็ต้องมีครอบครัวด้วยครับ คุณก็มีครอบครัวของคุณ ผมก็มีครอบครัวของผมเหมือนกัน มั้งต้องลงรอยทั้งสองฝั่ง เพราะว่าชีวิตของคนเราถ้าเลือกที่จะอยู่กันสองคนในโลกนี้ แล้วผู้ใหญ่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย มันไม่น่าเป็นความรักที่สวยงามได้”
       
       “เล่าตั้งแต่เรื่องเลี้ยงดู เขาเป็นลูกสาวคนโตในบ้านผม ผมตีเขา ผมดูแลเขา ผมสอนเขาให้เขาเป็นคนดี แล้วก็อยู่ในกรอบตลอด เพื่อหวังว่าเขาเป็นพี่สาวคนโตที่จะดูแลน้องได้สอนน้องได้ เป็นกำลังใจให้แก่หม่าม้าเขาได้ สอนให้เขาเป็นคนดีครับ สุดท้ายผมผิดเองครับ ที่ไม่เคยให้เขาคบผู้ชายเลย เขาอยู่โรงเรียนผู้หญิงตลอด จนจบจนสอบมหาวิทยาลัยได้ เขาก็สอบเอนท์ แล้วไปติดเอเอฟเหมือนกัน ผมถึงถามเขาว่าตอนที่เขาสอบติดมหาวิทยาลัย แล้วก็ติดเอเอฟจะเลือกอะไร เขาก็เลือกเอเอฟทันทีเลย ป๊ายังไงหนูขอนะ ผมก็ถามเขาว่าแล้วการเรียนล่ะ เขาก็ขอดร็อปเอาไว้ก่อน ผมก็ต้องยอม ผมจะทะเลาะกับลูกก็ไม่ได้ ในเมื่อลูกเลือกทางนั้นเราก็ต้องให้ลูกไป นั่นก็เป็นสิ่งจริงที่มันเกิดขึ้น แล้วก็ 5 ปีที่ผ่านมานี่ ผมก็ต้องทำธุรกิจผมเหมือนกัน ผมก็ต้องมาดูแลที่อควาเรียม สงขลา เดินทางไปกลับตลอดเวลา กลายเป็นว่าเวลาผมดูแลลูกน้อยเกินไป แต่สิ่งที่ตอบโจทย์ได้ คือ ผมพยายามทำให้ดีที่สุดให้แก่ลูกสาวผม ผมรักลูกสาวผม”
       
       ยืนยันไม่เคยกีดกันหรือข่มขู่อีกฝ่าย
       
       “จนวันนึงจู่ๆ คุณเคลลี่เดินเข้ามาในบ้านผม คุณเคลลี่มาบอกป๊าครับผมขอจีบลูกสาวป๊าหน่อยนะครับ ผมไม่เคยกีดกันเลย ผมก็ยินดีครับ แต่ผมก็ขอนะคุณเคลลี่ ให้ลูกสาวผมเรียนหนังสือให้จบก่อนได้ไหมครับ เป็นลูกผู้ชายต้องอดทนนะ ผมยินดีนะ ลูกสาวผมรักใครผมรักด้วยนะฮะ อันนี้ผมยังยืนยันตลอดเวลาเลย ดังนั้น คุณเคลลี่คุณต้องอดทนสิครับ วันนี้คุณฟ้องผม ผมก็ยังงงๆ คุยกับเพื่อนฝูง ทุกคนที่รู้เรื่อง เอ๊ะ..ผมเป็นใคร เป็นพ่อประสาอะไรล่ะ เขาจีบลูกสาวคุณแล้วมาฟ้องผม ฟ้องพ่อของลูกสาวนี่ ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี เพราะจริงๆ เราพยายามบอกลูกกรีนว่า ลูกกรีนเรียนให้จบก่อน ลูกกรีนเชื่อเหอะ ป๊าให้เรียนให้จบก่อน ทุกอย่างที่ลูกกรีนจะเลือกป๊ายินดี ป๊าไม่เคยมากีดกันพวกหนูเลย ใช่ไหมฮะ”
       
       “แต่เอาล่ะที่เคลลี่บอกว่าต้องฟ้องผม เพราะ 10 เดือนที่แกต้องมาทนลำบากทนทุกข์ผมขมขู่ ผมพูดความจริงเลยนะครับ ผมไม่เคยข่มขู่คุณเคลลี่เลย แต่ทำไมผมต้องทำหนังสือไป เพราะหลังจากนั้น ที่คุณเข้ามาในบ้านผมแล้วนี่ ผมขอร้องให้คุณรักษากติกาในบ้านผม แล้วคุณทำไม่ได้ อยู่ๆ วันนึงแม่เขาจับได้ว่าคุณพาลูกสาวผมไปงานลอยกระทง แล้วส่งภาพมาในอีเมลงานของลูกกรีน แม่เขาจับได้ แม่เขามาบอกผมว่าอย่างนี้มันก็ผิดกติกากันแล้วนี่ ผมก็โทรศัพท์หาคุณเคลลี่ มาคุยกันหน่อยได้ไหมป๊าจะคุย แกก็บอกผมว่าป๊าเดี๋ยวผมขอจัดคิวละครก่อนนะ เดี๋ยวว่างเมื่อไหร่ผมคุยกับป๊ากับม้าแน่นอนเลย มาคุยกันสามฝ่าย จะได้อธิบายให้เข้าใจเลย”
       
       “เราก็เอ้อ..เขายังลูกผู้ชายอยู่ ปรากฏว่า วันนั้นผมลืมไป เขาไม่โทร.กลับมา จนแฟนผมถามว่าเคลลี่โทร.มาหรือยัง ผมก็นึกขึ้นได้ ผมก็โทร.กลับไปหาเคลลี่ทันที เคลลี่เขาตอบผมว่า ป๊าผมคุยกับลูกกรีนแล้ว ลูกกรีนบอกจะคุยกับป๊ากับหม่าม๊าเอง ผมก็เลยว่าเอ่อ คุณเคลลี่ คุณรับปากผมว่าจะมาคุยกันนะ ว่าเรื่องคืออะไร ให้มันกระจ่างกัน แต่คุณกลับให้ลูกสาวมาคุยกับผมแทน ผมก็เลยงงๆ ว่าจะใช่ลูกผู้ชายจริงหรือเปล่า มันชักจะเปลี่ยนจุดประสงค์ไป เอาล่ะผมก็รอ ไม่เป็นไร อย่างงั้นก็รอดูว่าจะเป็นยังไงต่อไป ยอมรับว่าตอนนั้นผมเครียด แล้วก็คุยกับลูกสาวบ้าง ก็อาจจะกดดันลูกกรีนว่าต้องเลิก ต้องอะไรต่างๆ ตอนนั้นผมกดดันลูกกรีนมาก ลูกกรีนก็โกรธผม”
       
       “แต่ขณะนั้นผมก็คิดว่าเราไปกดดันลูกสาวเรามากเกินไป เขาก็กำลังจะมีละครต่างๆ ขึ้นมา ซึ่งแม่เขาก็บอกให้ผมเพลาๆ มาหน่อยนึง เราก็ต้องยอมถอยมา จนมีข่าวเรื่องคลิปต่างๆ ที่เขาไปเที่ยวเมืองนอก ไปอะไรต่างๆ ซึ่งเราเองก็ยังรู้สึกว่า เขาคบกันแล้วบางทีมันก็ต้องยอมบ้าง แต่ตอนนี้มันเป็นเรื่องในโซเชียลมีเดีย ที่ทุกคนพูดถึง เราก็ต้องเรียกเคลลี่มาคุย ผมตามเขามาเป็นปีแล้วนะครับ ให้เขามาคุยกันดีกว่า อย่าเป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้เลย เพราะเป็นเรื่องเป็นราวมันไม่ดี”
       
       “โดยหนังสือที่ผมออกไปแต่ละฉบับนี่ ผมก็เรียนขอความร่วมมือคุณรัฐพงศ์ เคลลี่ ธนะพัฒน์ แต่ผมให้ทนายความทำ แต่โอเค มีสำนักทนายความผมก็ลบทิ้ง แล้วส่งขอให้มาพูดคุยกัน ส่งไปที่บ้านเขาก็แล้วไม่มีคนรับ โทร.หาเขาแล้วเขาก็ไม่รับ โทร.หาลูกสาวผมยิ่งไม่รับใหญ่ โกรธผม ผมก็รู้ว่าลูกสาวผมหลงเขาล่ะ เราก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว ลูกสาวเราหลงเขาล่ะ ก็ต้องตามมาสู้ความจริงให้ได้นะฮะ จนวันนี้ผมพยายามตามเขาก็ไม่ได้ ผมก็เลยต้องสื่อหนังสือไปถึงผู้ใหญ่ช่อง 7 ผมขออนุญาตท่านว่า ช่วยตามเคลลี่ศิลปินของท่านนี่ คุยกันได้ไหม ในฐานะครอบครัวกันคุยกันให้เข้าใจ ใช่ไหมครับ ช่อง 7 ก็เอื้อเฟื้อ ตามคุณเคลลี่มาคุยกับเราได้”
       
       “แต่การคุยกับคุณเคลลี่ไม่ใช่คุยกับตัวเรา เขาส่งหนังสือมาครับ โดยทนายความที่เขาขึ้นไปให้สัมภาษณ์ด้วยกัน ส่งมาวันที่ 20 ส.ค. ขอแจ้งให้หยุดกระทำการรบกวนสิทธิส่วนบุคคล เรียนคุณฉัตรฎรัฐ ก็คือ ผมว่ารบกวนสิทธิส่วนบุคคล เป็นเอกสาร ซึ่งพอผมได้รับเอกสารนี้เสร็จผมก็ทำใจ ก็ต้องไปคุยกับลูกกรีน แล้วลูกกรีนก็บอกว่า งั้นป๊ามาถึงขนาดนี้แล้ว หนูจะเลิกกับเขาตอนสิ้นปีที่ผ่านมา ผมก็เย็นใจหน่อย ว่ายังดีเขาจะเลิกกัน เราก็ว่ายังดี เราจะได้ไม่ต้องยุ่ง ที่ไหนได้ข้ามามาปีนี้ปี 56 เขาฟ้องผมเลย”
       
       “อ้อ...มีอันนึง อาจจะเป็นวันที่รับรางวัลกินรี ซึ่งผมลงมาจากสงขลามาเยี่ยมลูกสาว เพราะลูกสาวเขาได้ถ้วยรางวัลกินรี คุณเคลลี่เขาก็ได้ใช่ไหมฮะ ผมก็ไปรอยินดีกับลูกสาวผม ผมเจอคุณเคลลี่ในงาน กับผมเขายังไม่กล้าทักผม ไม่ไหว้ก็ไม่ว่ากัน แต่ทักกันนิดนึงก็ยังดี ไม่เขาหลบหน้า เดินหนีเลยฮะ ผมต้องไปกอดลูกสาวผมแล้วก็ยินดี แต่ตอนที่กอดลูกสาวเขาก็ตกใจกลัว บอกป๊ามาทำไม ผมบอกว่ามายินดีกับหนู น้องกรีนต้องสู้นะ น้องกรีนนะ ผมกอดเขาแค่นั้นเอง แล้วผมก็กลับเลย นั่นอาจจะเป็นสาเหตุนึงที่เขาโกรธผม ที่ผมมาเยี่ยมลูกสาว แล้วก็หาว่าผมไปเปิดเผยเอกสารลับ ซึ่งจริงๆ ผมไม่ได้สัมภาษณ์ให้ใครเลย”
       
       เชื่อลูกสาวตนเองรักอีกฝ่ายเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ ก่อนถามกลับนักแสดงหนุ่งรักลูกสาวตนเองแค่ไหน แล้วจะรออีกหนึ่งปีให้เรียนจบไม่ได้ก่อนหรือ?...“ทุกอย่างที่ผมทำนี่ผมทำเพราะรักลูกสาว เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมทำทุกวันนี้ผมอาจจะผิด ว่าเราอาจจะกดดันมากไป ให้ลูกสาวมองอีกมุมนึงในตัวผม ผมก็ต้องขอโทษ คือยังไงดีล่ะ ก็ต้องขอโทษลูกสาวเราด้วย ก็ขอแนะนำคุณเคลลี่ เรื่องฟ้องร้องนี่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดานะครับ”
       
       “ถ้าคุณใช้วิธีฟ้องร้องอย่างนี้ ผมว่าคุณควรไปขอโทษพ่อแม่คุณ ไปกราบเท้าพ่อแม่คุณ ไปกราบเท้าอากงอาม่าคุณ คุณทำอย่างนี้ผู้ใหญ่เขาเดือดร้อน ทุกอย่างที่ผมมองดูนี่คุณฟ้องเท็จหมดอ่ะ ผมจะไปฟ้องกลับคุณทำไม มันไม่มีประโยชน์ สิ่งเดียวที่สำคัญนี่ ขอให้อยู่เป็นจริง ในโทรทัศน์ที่ทุกคนดูอยู่ แม้แต่กรีนกับเคลลี่สัมภาษณ์กัน ผมมองเห็น ผมก็รู้ว่าลูกสาวผมนี่ รักคุณร้อยเปอร์เซ็นต์คุณเคลลี่”
       
       “แต่ถามใจคุณว่าคุณรักลูกสาวผมร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยไหม ใช่ไหมครับ ถ้าคุณลูกผู้ชายพอ คุณรอสิครับอีกปีนึง อดทนให้กรีนเรียนหนังสือให้จบ อีกปีเดียวลูกผู้ชายต้องรอ ต้องอดทน แล้วอีกปีนึงจบแล้วลูกสาวผมยังเลือกคุณ ผมยินดีเลยนะคุณเคลลี่ ไม่จำเป็นต้องมาฟ้องร้องกันเลย แล้วผมไม่รู้จะฟ้องคุณทำไม ผมก็ไม่ได้อะไร แล้วคุณฟ้องผม คุณก็ไม่ได้อะไร เราทั้งสองครอบครัว มันก็เดือดร้อนทั้งหมด”
       
       “สิ่งที่เกิดขึ้นผมก็ไม่รู้จะพูดว่าคุณควรหยุด หรือผมหยุด แต่ที่ผมให้สัมภาษณ์วันนี้ ผมจำเป็นต้องปกป้องลูกสาวผม ผมขอโทษแฟนคลับ ขอโทษสื่อต่างๆ โซเชียลมีเดียทุกคนที่เขียนว่าลูกสาวผม ผมขอให้มาว่าผมแทนแล้วกันนะครับ แต่อย่าว่าผมเลยให้โอกาสลูกสาวผมนะฮะ ผมคงกล่าวเพียงแค่นี้ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ”

Thailand Web Stat

 

 

 

 

 



จาก ผู้จัดการ ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




Create Date : 08 พฤษภาคม 2556
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 8:12:36 น. 1 comments
Counter : 1233 Pageviews.

 

แวะมาเจิมอ่าน
และมากด Like เป็นคนที่ 1 ค่ะ



โดย: อุ้มสี วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 เวลา:10:51:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

โสดในซอย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]






e-mail ติดต่อโสดในซอย
singleinsoi@hotmail.com






Facebook โสดในซอย
http://www.facebook.com/profile.php?id=100002317657363





“เติมรักให้เต็มรุ้ง”
งานเขียนล่าสุดของ “โสดในซอย”

สั่งซื้อในบล็อก
พร้อมลายเซ็น
ราคารวมค่าส่ง 305 บาท
โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ
หมายเลขบัญชี 020-056941-6
ชื่อบัญชี มนชญา
โปรดโอนให้มีเศษสตางค์
เพื่อง่ายแก่การอ้างอิง
และแจ้งรายละเอียดการโอน
พร้อมทั้งชื่อ-ที่อยู่ที่จะให้จัดส่ง
ที่หลังไมค์ได้เลย
หรือตามร้านหนังสือค่ะ

ขอบคุณค่ะ





ความรักคะ ฉันมีเรื่องจะฟ้อง
ของ "โสดในซอย"
โดย สำนักพิมพ์ 'ษาริน
วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไปค่ะ
หรือสั่งซื้อในบล็อกได้เช่นกัน
ราคา 220 บาทรวมค่าส่งค่ะ








ขายหรือให้เช่า
ศุภาลัย ปาร์ค ติวานนท์
35 ตร.ม. ใกล้รถไฟฟ้าสถานีกระทรวงสาธารณสุข
ไลน์ aazz999




Friends' blogs
[Add โสดในซอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.