บล็อกนี้ไม่มี VIP ค่ะ ทุก ๆ คนเป็น VIP อยู่แล้ว เมื่อคลิกเข้ามา
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
ภาพหลุดเสพยา แค่ไหนถึงจะ ‘จับกุม’

ภาพหลุดเสพยา แค่ไหนถึงจะ ‘จับกุม’









ความที่เป็นเซเลบ ดาราหรือนักร้องดัง
ที่ถือเป็นบุคคลสาธารณะในวงสังคม
คงไม่แปลกเท่าไหร่
หากมีข่าวฉาวเกี่ยวพันกับสารเสพติดจะถูกจับจ้องกันเป็นพิเศษ
ก็อย่างที่ทราบกันดีว่ากฎหมายได้คาดโทษไว้อย่างชัดเจน
และสังคมไทยก็มีองค์กร
ที่ก่อตั้งขึ้นมาทำสงครามกับยาเสพติดอยู่ไม่น้อย
ฉะนั้นหากว่ากันตามกฎหมายแล้ว
ต้องบังคับใช้อย่างเท่าเทียมกันอย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม
หากข้องเกี่ยวกับยาเสพติด
ก็คงต้องมีพิจารณาดำเนินคดี (อย่างทันควัน!)

ไมใช่กับนักร้องดังใช้มาตรฐานหนึ่ง
กับชาวบ้านตาดำก็อีกมาตรฐานหนึ่ง

ถึงแม้จะมีหลากหลายหน่วยงานที่ดูแลด้านยาเสพติดโดยตรง
แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังขาดประสิทธิภาพในการทำงาน
ยกตัวอย่างกรณีศิลปินร๊อกชื่อดัง
ที่ถูกภรรยาเก่านำภาพขณะเสพยาพร้อมอุปกรณ์
ออกเผยแพร่บนโลกอินเทอร์เน็ต
ด้านเจ้าตัวก็ออกมารับผิด
ต่อพฤติกรรมการเสพยาทางเฟซบุ๊กด้วยตนเอง

ก็คงต้องกลับมาย้อนมองข้อกฎหมาย
ในเรื่องยาเสพติดกันต่อว่าพฤติกรรม
ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแค่ไหนที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย



กระแสวิพากษ์สู่บทลงทัณฑ์ทางสังคม
กระแสสังคมต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอึงมี่
โดยสร้างความคลางแคลงใจ
ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานแก่ประชาชนจำนวนไม่น้อย
เพราะหลังจากภาพหลุดสองถึงสามวัน
หน่วยงานผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับยาเสพติด
ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่มีกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.)
และกระทรวงยุติธรรม
ที่มีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)
ก็ไม่มีผู้รับผิดชอบออกมาปริปากถึงกรณีดังกล่าว
จนกระทั่งพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.
สั่งการให้ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส.
ตรวจสอบความผิดในข้อกฎหมาย
ก็มุ่งประเด็นความผิดเรื่องดังกล่าวไปที่ภรรยาผู้โพสภาพ
เพราะถือเป็นการแพร่ภาพในลักษณะชักจูงให้มีการเสพยาเสพติด
โดยไม่ได้กล่าวโทษผู้ที่สงสัยว่าจะเสพยาเสพติดเลย....
จนชาวบ้านด่ากันทั้งเมือง


ความคืบหน้าล่าสุด
พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร
รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)
เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า
จากภาพถ่ายของ เสก โลโซ หรือ เสกสรร ศุขพิมาย
ที่มีลักษณะคล้ายกำลังเสพยาเสพติดลงโพสต์ในเฟซบุ๊กภรรยา
รวมถึงเสก โลโซ ออกมาแถลงข่าวพร้อมกับยอมรับว่า
ได้เสพยาเสพติดจริง
ซึ่งเบื้องต้นทราบเพียงว่าเสก โลโซจัดแถลงข่าว
แต่ไม่ได้ติดตามรายละเอียดในเชิงลึกมากนัก
ในส่วนของการดำเนินคดีจะต้องมีการพิสูจน์ให้ได้ชัดเจนก่อนว่า
ปัจจุบัน เสก โลโซ ยังมีการเสพยาเสพติดอยู่อีกหรือไม่
โดยจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการตรวจหาสารเสพติด
แต่จะต้องได้รับความยินยอมสมัครใจจากเจ้าตัวด้วย


ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล
รองผู้บัญชาการกองปราบปราม (ผบก.ป.)
ออกมาให้สัมภาษณ์กล่าวถึงกรณีนี้ว่า
โดยส่วนตัวแล้วตนรู้จักกับ นายเสกสรร
เพราะมีผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นญาติกับ นายเสกสรร
และเคยได้ออกทำงานช่วยเหลือสังคมมาด้วยกัน
ซึ่งนายเสกสรร เป็นผู้มีจิตอาสา
โดยล่าสุด นายเสกสรร เพิ่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ในพื้นที่เขตสายไหม กับทางตำรวจกองบังคับการปราบปราม


แม้ร๊อคสตาร์ชื่อดังจะไม่ได้ถูกดำเนินคดีใด ๆ
ทั้งที่มีภาพในลักษณะการเสพยาเสพติด
แต่กรณีดังกล่าวก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก
ซึ่งตรงนี้ก็สั่นคลอนความเชื่อมั่นของภาคประชาชนเป็นอย่างมาก
ทั้งเรื่องการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
รวมทั้งตัวบทกฎหมาย


ศรัณยู ศมพวงภักดี พนักงานบริษัทเอกชน
ได้แสดงทัศนะถึงความไม่เห็นด้วยกับตำรวจ
ที่ไม่ได้ตั้งข้อหายาเสพติด กับนักร้องชื่อดังทั้งที่มีภาพให้เห็นเต็มตา


“เห็นกันชัดขนาดนั้น ผมว่าเสกก็น่าจะผิดบ้างนะ ภาพมันฟ้อง อย่างเวลาตัดสินคดีต่างๆ ก็ใช้ภาพเป็นหลักฐานประกอบ อย่างผู้ร้ายขโมยของก็ตัดสินด้วยภาพ เห็นหน้าชัดๆ อย่างกรณีนี้ก็เห็นหน้าชัดนะ เห็นชัดด้วยว่าเล่นยาอยู่ ผมว่ากฎหมายไทยมันอ่อนเกินไป ถ้าเราไม่จริงจังเด็ดขาด ปัญหายาเสพติดก็ไม่มีทางหมดไปหรอก ตำรวจน่าจะเอาเรื่องภาพเสก โลโซ มาจัดการมาตรฐานมันจะได้ตรงกัน”


เช่นเดียวกับ ฤทธิชัย ปริญญาณัฏฐ์ พนักงานบริษัทเอกชน
ก็แสดงความคิดเห็นว่าภาพที่เผยแพร่ออกมา
น่าจะใช้เป็นหลักฐานในคดีเสพยาเสพติดได้
แต่แปลกที่เจ้าหน้าที่กลับเบี่ยงไปประเด็นอื่น


“คนเสพไม่ผิด แต่คนเอารูปมาเผยแพร่ผิด มันเป็นไปได้ไง ถึงจะมีแค่รูปถ่าย แล้วว่าหลักฐานไม่เพียงพอ มันไม่ได้หรอก รูปมันฟ้องขนาดนั้น ถ้าฆ่าคน แล้วมีรูปยิงปืนอยู่ แล้วบอกว่าไม่ได้ฆ่า แค่รูปกำลังเหนี่ยวไกอยู่ มันก็ไม่ใช่แล้ว ยังไงภาพมันก็ฟ้องไปหมดแล้ว ว่าใครทำอะไรยังไง ต้องดำเนินคดี ไม่ก็ต้องสอบสวนให้แน่ชัด”


ดำเนินคดีได้..แต่ไม่ทำ!?
“โดยหลักการ สำนักงาน ป.ป.ส.(สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด) หรือตำรวจ ตำรวจท้องที่ ซึ่งมีหน้าที่จับกุมหรือปราบปรามยาเสพติดอยู่แล้ว ทันทีที่เห็นภาพเขาสามารถที่จะขอศาลออกหมายค้นได้ทันทีโดยหลักการทางกฎหมายข้อหนึ่งหากมีเหตุอันควรสงสัย ยิ่งกรณีนี้เมื่อมีภาพปรากฏมีภรรยามายืนยันในเฟซบุ๊กเช่นนี้ ก็ถือเป็นเหตุต้องสงสัย ซึ่งตำรวจต้องรีบออกหมายศาลแล้วบุกตรวจค้นทันที และตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย...แต่ตำรวจไม่ทำ”


ทนายผู้เชี่ยวชาญด้านคดียาเสพติดที่ขอสงวนนามจริง
อธิบายถึงการดำเนินการเบื้องต้น
ต่อกรณีปรากฏภาพหรือคลิปวีดีโอที่การเกี่ยวพันธ์กับยาเสพติด
แต่อย่างไรก็ตาม เพียงภาพที่ปรากฏนั้น
ไม่สามารถพิสูจน์ว่ามีสารเสพติดจริงหรือไม่
จึงส่งผลต่อรูปคดีที่อาจยุติลงง่ายๆ


“ความผิดต่อยาเสพติดกรณีที่มีภาพ
มันไม่เห็นว่าที่เขาทำมีสารเสพติดหรือไม่
คือพูดง่าย ๆ ว่า
มันอาจเป็นภาพที่ใช้เกี่ยวกับเครื่องมือ
โดยไม่มีสารเสพติดทางการสอบสวน
เป็นภาพที่พิสูจน์ไม่ได้ว่ามียาเสพติดหรือไม่
ซึ่งมันก็จะไม่สามารถฟ้องคดีนี้ได้
เพราะเวลาขึ้นศาล
มันต้องมีคำว่ายึดสารยาเสพติดได้เท่าไหร่”


ซึ่งในส่วนนี้ทนายความคนเดิมแสดงทัศนะเพิ่มเติมว่า
เป็นผลมาจากความล่าช้าของเจ้าหน้าที่
ซึ่งหากมีการบุกตรวจสอบอย่างทันท่วงที
และปรากฏหลักฐานก็อาจสามารถดำเนินคดี
แต่นี่ราวกับพยายามทำอย่างช้า ๆ ให้เรื่องนี้มันจบไป


ว่าไปแล้วตามโทษของคดีการเสพยาเสพติดนั้นค่อยข้างเบา
ยิ่งกระทำความผิดเป็นครั้งแรกจะไม่ถูกจำคุก
อาจจะเป็นโทษปรับ
ส่งไปบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ และบำเพ็ญประโยชน์ช่วยสังคม
ทั้งหมดทั้งมวล
ก็คงสะท้อนถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อยู่ไม่น้อย
หากถามว่ากฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินคดียาเสพติดของไทยนั้น
อ่อนเกินไปหรือเปล่า


“กฎหมายไทยในการปราบปรามยาเสพติดก็นำของต่างประเทศมา แต่คนของเขามีประสิทธิภาพมากกว่าคนของเรา ในต่างประเทศต้องดีกว่าไทยแน่นอนเพราะตำรวจเขาเงินเดือนสูงและตำรวจเขาคุยยาก คอรัปชันน้อยมาก แต่ไทยเราต้องเข้าใจว่าพอคนดังปุ๊บมันก็จะมีความเกรงใจ อีกอย่างหนึ่งถ้ามีเส้นทางก็พูดจากันได้


“ในแง่ปราบปรามยาเสพติดโดยตรง คงต้องฝากถึง ป.ป.ส. มีบุคลากรจำนวนมาก ก็ควรจะเป็นหูเป็นตา หากเกิดเหตุว่าผู้ใดเสพหรือมีครอบครอง ป.ป.ส. ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยไม่เลือกว่าบุคคลนั้นจะเป็นใคร หรือพูดไปในทำนองเป็นรูปที่จับไม่ได้ซึ่งมันไม่ถูก”



มองปัญหาอย่างบูรณาการ
อย่างไรก็ตาม
แม้จะหน่วยงานหลายแห่งที่ทำหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด
แต่สิ่งที่เผชิญอยู่ในปัจจุบันก็คือ
ปัญหาเรื่องยาเสพติดนั้น ถือประเด็นที่ใหญ่มาก
และอาจจะเกินกำลังของหน่วยงานราชการที่มีอยู่
เพราะถ้าลองแยกแยะให้ดีจะพบว่า
คดีส่วนหนึ่งเป็นการกระทำความผิดที่ไม่มีผู้เสียหาย
แม้จะมีความผิดทางอาญาก็ตาม


รศ.ดร.เดชา สังขวรรณ
ผู้อำนวยการ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาชญาวิทยาและกระบวนการยุติธรรม
และคณบดีสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิเคราะห์ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยราชการไทย
เกี่ยวกับปัญหายาเสพติดว่า
การที่มีหลายหน่วยงานเข้ามารับผิดชอบเรื่องเหล่านี้
มักจะส่งผลต่อเรื่องเอกภาพในการทำงานเป็นธรรมดา
เพราะหน่วยงานแต่ละแห่งก็จะมีภารกิจและวิสัยทัศน์ของตัวเอง
ซึ่งบางทีแนวคิดและการปฏิบัติงานก็อาจจะสอดคล้องกัน
แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่อาจจะเกิดความขัดแย้งได้เหมือนกัน
ซึ่งตรงนี้ก็จะนำมาสู่ผลกระทบ
ต่อการปฏิบัติหน้าที่และการแก้ไขปัญหาอย่างหลีกไม่ได้”


ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น เรื่องการเสพ
บางหน่วยงานก็อาจจะมองว่าเป็นความผิด
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องกฎหมาย
แต่ถ้าเกิดเรามีมุมมองว่าผู้เสพคือผู้ป่วย
เราก็จะไม่ถือว่าเขาเป็นผู้กระทำผิด
แต่เป็นผู้ที่ต้องรับการรักษา
ซึ่งเพียงแค่นี้ ก็สะท้อนได้อย่างดีแล้วว่า
มุมมองที่แตกต่างกันของ 2 องค์กร
ก็อาจจะนำมาสู่ปัญหาที่ตามมาได้เช่นกัน


"ทุกวันนี้ คนที่ทำผิดเขาจะไปกระทำที่ไหน เมื่อไหร่ การที่จะรู้เห็นมันยากเกินกว่าจะเข้าไปติดตาม การที่เราจะไปหวังพึ่งแต่การปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการเพียงอย่างเดียว คงไม่เพียงพอแน่นอน และคงต้องใช้มาตรการอื่น และใช้องค์กรสถาบันอื่นๆ มาประกอบด้วย และที่สำคัญสังคมและชุมชนน่าจะมีบทบาทมากกว่าการป้องกันและแก้ไขยาเสพติด"
..........


อย่างไรก็ตามถึงแม้พฤติกรรมการเสพบางรูปแบบ
อาจไม่ปรากฏความผิดอย่างชัดเจนในแง่กฎหมาย
แต่แน่ละว่า
การมีข่าวคราวของเหล่าไอดอลคนดัง
เข้ามาเกี่ยวพันกับคดียาเสพติดมาก ๆ เข้า
ก็อาจส่งผลต่อทัศนะคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในตัวพวกเขา
เกิดความรู้สึกเชื่อมั่นถือมั่นว่าพฤติกรรมเสพยา
(แล้วยืดอกรับ)
นั้นเท่เสียเต็มประดา


ด้านหน่วยงานผู้ดูแลทางด้านยาเสพติด
ก็คงจะต้องร่วมมือเร่งเดินหน้า 'ปราบปราม' อย่างบูรณากรเสียที
เพราะประชาชนกำลังจดจ้องการปฏิบัติงานของพวกท่าน
อย่างไม่ละสายตา
ท้ายที่สุดแล้วผิดหรือไม่ผิดก็รู้อยู่แก่ใจ



>>>>>>>>>>
……….
เรื่อง : ทีมข่าว CLICK (ผู้จัดการออนไลน์)
ภาพ : พงษ์ศักดิ์ ขวัญเนตร





http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000161507
“เสก” รับพี้ยา-ตีเมียเก่า บอก “จอหน์ เลนนอน” ยังเสพ เผยเหตุเสพเพราะเป็นอาร์ทติส แต่มั่นใจเสพแล้วเอาอยู่ วอนเด็กอย่าเลียนแบบและจะปรับปรุงตัว อ้างสนิท “ทักษิณ” และคนใหญ่คนโตอีกหลายคน “แหม่ม คัทลียา” ซวยโดนเสกเอาไปเปรียบเทียบว่าตนคงจะโกหกว่าเพิ่งจะรู้ว่าท้อง 5 เดือนไม่เป็นเพราะตนเองแมน จริงใจ ไม่โกหก

หลังจาก “เสก โลโซ” ตกเป็นข่าวอื้อฉาว ถูก “กานต์ วิภากร ศุขพิมาย” อดีตภรรยา โพสต์รูปเสกกำลังเสพยา อีกทั้งยังแฉว่าถูกนักร้องดังซ้อม หนำซ้ำยังทอดทิ้งลูกเมียที่อยู่กินกันมากว่า 20 ปี รวมไปถึงพฤติกรรมความเจ้าชู้ของเสกที่ไปพัวพันกับผู้หญิงอีกหลายคน จนเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ยาวนานติดต่อกันเป็นเวลาเกือบเดือน โดยที่เจ้าตัวเองก็หนีหน้าทำตัวเป็นขอมดำดินไม่ยอมออกมาเคลียร์ มีเพียงโพสต์ระบายเรื่องราวต่างๆ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของตนเองเท่านั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา เสก โลโซ ก็ได้ออกมาเปิดแถลงข่าวด้วยตนเอง ที่หมู่บ้านนันทวรรณ ย่านวัชรพล ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าตัว ท่ามกลางกองทัพนักข่าวที่ติดตามไปทำข่าวแทบทุกสำนัก โดยเสกได้ออกตัวว่าวันนี้จะเปิดโอกาสให้ถามได้ทุกเรื่อง

“วันนี้ผมรู้สึกตื่นเต้น มีเรื่องหลายเรื่องที่จะมาเล่าให้ฟัง ก่อนอื่นผมต้องบอกว่าทุกอย่างอยู่ในพื้นฐานของความรัก ความเมตตา ความสมานสามัคคีกัน ไม่คิดที่จะมาหาเรื่องหรือว่าก่อเรื่องอะไรเลย ผมเชื่อเหลือเกินว่าตั้งแต่ระยะเวลาที่ผมทะเลาะกับภรรยาผมและมีข่าวมีคราวขึ้นมานั้น ผมบอกจริงๆ เลยว่าผมไม่ได้นิ่งนอนใจ ถ้าใครติดตามในเฟซบุ๊กของผมก็จะรู้ดี”

“วันนี้ถามผมได้ทุกเรื่อง ผมจะตอบหมดทุกเรื่อง หากใครติดตามผมในเฟซบุ๊กจะรู้ดี นั่นคือช่องทางเดียวที่ผมได้พูดความจริง บอกตรงๆ พี่น้องนักข่าวเราก็เป็นพี่น้องกัน ผมคิดอย่างนี้เพราะผมอยู่ในวงการนี้มา 10 กว่าปีแล้วนะ ผมบอกเลยว่าหลายท่านก็เขียนข่าวที่ไม่ตรง ผมบอกตรงๆ ตัวผมเองไม่ค่อยได้อ่านข่าว แล้วก็ไม่ค่อยได้ดูทีวีเท่าไหร่ แต่จะมีเลขาฯ ผมมาบอก แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไร”

“มีอยู่วันนึงผมมีโอกาสได้เล่นคอนเสิร์ตที่อำนาจเจริญ เลขาฯ ผมชื่อว่าน้องอ้อมซึ่งก็เป็นแฟนกันด้วย เขาบอกว่าผมหนีไปประเทศลาว แล้วแม่ผมก็ไม่สบายอย่างหนัก ผมก็รู้สึกอะไรกัน มาเขียนอะไรแบบนั้น ผมก็ไม่ได้จะต่อว่าต่อขาน ผมมีความรู้สึกว่าทุกท่านที่นี้มีความรับผิดชอบในประเทศไทยเหมือนกัน ผมเองก็รับผิดชอบประเทศไทย รับผิดชอบตรงไหน ผมเองก็เป็นสื่อมวลชนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการเสนอข่าว การทำอะไรต่างๆ นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและความเป็นจริง เพราะฉะนั้นเวลาที่ผมเขียนเพลงต่างๆ นาๆ บอกตรงๆ 70-80 เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องจริง วันนี้ก็เลยอยากจะมาแถลงข่าวเพื่อให้ทุกคนได้เคลียร์กัน”

“หนึ่งก็คือ ไอ้ภาพที่เห็นวันนั้นเป็นภาพที่ผมไปอยู่ที่โรงแรมแมริออท ผมพาภรรยาไปเที่ยว ตัวผมเองไม่ทราบเลยว่าภรรยาผมไปทำการอย่างนั้นคือถ่ายรูป ถ้าผมรู้ผมไม่มีทางให้ถ่ายรูปแน่นอน ผมยอมรับว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ตอนนี้ผมก็ได้รับปรับปรุง เมื่อวานนี้ผมก็ได้ให้เลขาฯ ผมแจ้งไปทางกองปราบปรามว่าผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง และผมจะแก้ไขให้ดีขึ้นด้วยสัตย์ของลูกผู้ชาย จะไปทำการทุกอย่างไม่ว่าสื่อไหน สถานที่ไหนอยากให้ผมได้รับใช้ผมยินดี”

“คงจะไปเป็นพรีเซ็นเตอร์รณรงค์ต้านยาเสพติด ผมจะบอกให้นะครับ การเป็นพรีเซ็นเตอร์รณรงค์ต้านยาเสพติดนั้นผมเคยเป็นอยู่ สมัยก่อนจัสเซย์โน ซึ่งตัวผมเองคงไม่ได้มีภาพลักษณ์ที่ดีอะไรขนาดนั้น ผมเป็นร็อกแอนด์โรล ผมทำอะไรที่ขัดต่อตัวผม โกหกตัวผมเองผมไม่ทำ ผมไม่โกหกตัวผมเองแน่นอน ที่จะเข้าไปผมจะเข้าไปบอกให้รู้ว่ายาเสพติดให้โทษเป็นอย่างไร และจะช่วยต่อต้านยาเสพติดอย่างไร แล้วที่ทำ ผมทำด้วยความสัตย์จริงไม่มีโกหก การที่ผมจะไปบอกสื่อว่าต่อต้านยาเสพติด แต่ผมยังสูบบุหรี่บนเวที กินเหล้าบนเวที ผมทำไม่เป็น ผมเป็นลูกผู้ชาย ผมโกหกไม่เป็น”

“ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ไม่ดีล้านเปอร์เซ็นต์ แล้วผมไม่มีเจตนาที่จะให้ทุกคนได้ทำตามอย่างผม ชีวิตคนเรานั้นมีทั้งดีและไม่ดี เอาแบบผมในทางที่ดี ถ้าอันไหนที่ผมไม่ดีอย่าไปเอาอย่างผมเป็นอันขาด ผมเป็นอาร์ติสท์ ที่แปลว่าศิลปิน ผมเป็นนักเขียน ผมใช้มันเพราะผมทำงานเพลง ผมใช้มันเพราะผมเอามันอยู่ เอามันอยู่ในที่นี้หมายถึงควบคุมมันได้ แต่คนส่วนใหญ่นั้นคอนโทรลไม่ได้ เกิดบ้าคลั่งหรืออะไรต่างๆ นานา แต่ผมบอกตรงๆ นะอย่าใช้มันเลยดีที่สุดเพราะคนที่ใช้มันแล้วเอามันอยู่คือคนที่มีจิตใจแบบผม ผมไม่สะทกสะท้านและผมไม่กลัวอะไร เพราะฉะนั้นผมเอามันอยู่แน่นอน แต่ผมจะบอกอย่างนี้ว่าต่อไปนี้ผมจะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ไม่บอกแล้วกันว่าในด้านอะไร แต่ผมจะขอรับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้ครับ”

ที่บอกว่าเป็นอาร์ติสท์แล้วยาเสพติดมันเกี่ยวข้องกับศิลปินยังไง?

“อันนี้เรื่องใหญ่ ผมขอกราบ สิ่งนึงที่ผมเป็นนั้น ล่าสุดที่ผมโพสต์ในเฟซบุ๊กถ้าทุกคนได้อ่าน ถ้าแปลภาษาอังกฤษออก ผมบอกว่า ผมจะบอกให้นะ ถ้าทุกคนรักผม ยอมรับผมในสิ่งที่ผมเป็น ผมก็จะเป็นในสิ่งนี้ แต่ผมจะทำมันให้ดีขึ้น แต่ถ้ายอมรับในสิ่งนี้ของผมไม่ได้ ผมก็จะไปอยู่ที่ลอนดอนประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นเหมือนบ้านที่สองของผม ถามผมว่าทำไมต้องใช้สิ่งนี้ จอห์น เลนนอน โอเอซิสหรือวงอะไรต่างๆ นานา ต่างก็ใช้สิ่งนี้ แต่ผมบอกและย้ำคำเดิมว่าอย่าไปทดลองเป็นอันขาดเพราะเป็นอันตราย เด็กๆ ไม่ควรทดลอง”

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะต้องทำการบำบัดหรือว่าไปเลิกยาหรือเปล่า? เจ้าตัวก็เผยว่า….

“เอาเป็นว่าผมจะแก้ไขด้วยตัวผมเอง และอยู่ในการควบคุมดูแลของทางราชการหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายของผมที่เขามาดูแล ผมขออนุญาตกล่าวนามของท่านพันตำรวจเอก ประสพโชค พร้อมมูล ซึ่งเป็นรองผู้บัญชาการกองปราบ ผมเชื่อว่าหลายท่านเป็นห่วงเป็นใยในตัวผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่ชายผมที่ท่านไม่ได้มาดูแลผม ผมขออนุญาตกล่าวนามท่านพี่ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ผมต้องกราบขอบคุณพี่มาก ผมเชื่อเหลือเกินว่าพี่ก็ยังติดตามผมอยู่ นั่นก็คือพี่ทักษิณ ชินวัตร ผมขออนุญาตกล่าวนามพี่ด้วยนะครับ”

“ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไร ผมเป็นชายชาติทหาร ผมทำผิดผมยอมรับผิดและผมยินดีที่จะแก้ไข...เอาอย่างนี้ดีกว่านะครับ ผมสามารถแลกด้วยชีวิตเพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันดีขึ้น ประเทศนี้ดีขึ้นโดยพื้นฐานของความรัก ความเมตตาและความสงบสุข ทุกท่านคงได้เห็นผมแล้วไม่ว่าจะออกไปทำงานช่วยประชาชน แจกของอะไรต่างๆ ลูกน้องของผมก็ขนไปกันหมด บ้านผมน้ำท่วมผมก็ไปแจกของแจกอะไรกันไป และผมทำอย่างนี้มาตั้งแต่ผมเริ่มเข้าวงการใหม่ๆ”

เจ้าตัวเผยรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึงขึ้นร้องไห้

“ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้สึกเสียใจ หรือไม่รู้สึกผิด ผมรู้สึกเสียใจ ผมเป็นลูกผู้ชาย ผมร้องไห้อยู่ ผมกลัวว่าน้องๆ จะไปเลียนแบบเอาเป็นแบบอย่าง แต่ที่ผมแคร์ความรู้สึกมากที่สุดนั่นก็คือลูกของผมทั้ง 3 คน น้องเสือ น้องกวาง แล้วก็น้องลอนดอน ภรรยาผมนั่นคงจะเป็นอีกเรื่องนึง รวมไปถึงคุณแม่ผมด้วย ตอนนี้ท่านก็ได้ย้ายมาอยู่กับผมแล้ว นั่นก็เป็นการคอนเฟิร์มว่าแม่ของผมไม่สบายไม่เป็นความจริง และสิ่งที่ผมได้มา ผมจะบอกให้สิ่งที่ทำให้ผมแข็งแรงคือแม่ของผมเพราะท่านเป็นคนที่จิตใจแข็งแรงมาก”

“เรื่องนี้มีหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมได้บอกไปแล้วว่าอย่ามาเกี่ยวข้องกับครอบครัวกู เพราะว่ากูรักของกูนะจะบอกให้ ผมจริงใจ ผมเป็นนักเลง ผมเป็นนักร้อง ผมเป็นนักรักหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมจริงใจกับทุกคน ผมถือว่าทุกคนเป็นพี่น้องกันหมด ผมทำได้หมดเพื่อทุกคน เรื่องของครอบครัวผม ผมจัดการได้ ชีวิตของคนสองคน ความรักระหว่างคนสองคน เอาเป็นว่าผมยอมรับผิดว่าที่ผ่านมาผมมีเมียมีสาวๆ มากมายต่างนาๆ แต่ผมโกหกไม่เป็น เวลาผมมีผมก็เล่าให้เมียผมฟังหมด ซึ่งเมียผมก็จับได้ ผมเป็นคนรักใครผมก็รักจริงนะ อันนี้ผมยอมรับผิดแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์”

เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างอดีตภรรยากับเสกเกิดขึ้นเพราะความเจ้าชู้?...“เอาเป็นว่าผมยอมรับผิดในเรื่องนั้น แต่ผมจะยอมเป็นสุภาพบุรุษบอกว่าผมรักเขา และผมยอมไม่กล่าวโทษโกรธแค้นอะไรเขา แม้กระทั้งที่เขาทำอย่างนั้นกับผม ผมถือว่าในช่วงที่เขาโมโหเขาก็ทำอย่างนั้นได้ เพราะฉะนั้นผมไม่ว่าอะไรเดี๋ยวผมจะเอาเขามาดูแลเอง”

ยอมรับกับกานต์อดีตภรรยามีการทำร้ายร่างกายกันจริง ถึงขั้นเลือดตกยางออกมาแล้ว

“มีอยู่แล้ว เอาอย่างนี้ ตอบแล้วเลิกถามเลยนะ แม้กระทั่งเขาเอาแก้วที่บาดมาข่วนผมเลือดอาบไหลเต็มตัวก็ยังเคยมี แต่อันนี้ผมไม่ได้บอกใคร ผมมีพยานนะ ไม่ว่าจะเป็นพี่จอร์จ พี่หนุ่ย อำพล ลำพูน พี่บิลลี่ โอแกน อยู่ด้วยกันหมด จะบอกให้ ฉะนั้นเลิกถามผมเรื่องนี้ ผมยอมรับว่ามีทำครับ ผมก็ต้องมาปรับความเข้าใจกับเขาให้เขาเข้าใจ ให้เขาเชื่อมั่นว่าผมรักเขาและผมรักครอบครัวเขา แต่สิ่งนึงที่เขาต้องทำก็คือรักครอบครัวผมด้วย ต้องรักแม่ผมด้วย พอคุณมีเมียแล้วเมียไม่รักแม่คุณแล้วคุณจะรักมันลงเปล่าวะ เพราะฉะนั้นต้องรักแม่ผม ต้องรักครอบครัวผมให้เหมือนกับที่ผมรักและดูแลพี่น้องคุณเพราะนั่นคือชีวิต ถ้าคุณทำอย่างนั้นไม่ได้ เราก็ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน”

“จริงๆ แล้วที่ผมทำไม่ว่าจะเป็นการเซ็นใบหย่าหรือทำอะไรต่างๆ เพราะความต้องการของเขา ไม่เชื่อคุณลองไปถามเขตสายไหมหรือเขตไหนก็ได้ ผมไปทำอยู่ตั้ง 2-3 ที่สุดท้ายเขาก็ไม่ยอมหย่า ผมก็ยื้อเอาไว้ว่าอย่าไปหย่าเลย พ่อแม่เองเขาก็ไม่อยากให้ผมหย่า อยู่มาวันนึงเขาต้องการอีกแล้ว นี่ก็เป็นครั้งที่ 3 แล้วผมก็ต้องทำ เพื่อความต้องการของเขา ถามพี่บูลย์(ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม) ได้ก่อนจะหย่า ผมนอนอยู่ในห้องสัปหงก ตื่นขึ้นมาผมก็โทร.หาพี่บูลย์ว่าผมมีเรื่องใหญ่อยากจะปรึกษา พี่บูลย์ผมจะหย่า แกก็ตอบกลับว่าเดี๋ยวค่อยคุย ผมก็บอกว่าขอคุยกับพี่หน่อยได้มั้ย พี่บูลย์บอกว่าพี่กำลังจะบินกลับเดี๋ยวค่อยคุยกันเพราะว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ ก็ไม่เป็นไร”

เจ้าตัวเผยถึงจะมีข่าวฉาวระดับประเทศแต่ก็ยังมีงานต่อเนื่อง พร้อมกับลาก “แหม่ม คัทลียา” มาเปรียบเทียบว่าตนคงจะโกหกว่าเพิ่งจะรู้ว่าท้อง 5 เดือนไม่เป็นเพราะตนเองแมนจริงใจไม่โกหก

“ผมมีแฟนคลับอยู่ตลอดเวลา ผมมีงานคอนเสิร์ตอยู่ตลอดเวลา เพราะผมเชื่อว่าประชาชนเขาเข้าใจผม เขารักผมถึงแม้ว่าผมจะผิด เอาอย่างนี้น้องแหม่ม คัทลียา เขาเป็นเพื่อนผม เป็นน้องที่รู้จักกัน เป็นเพื่อนที่รู้จักกันกับศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าสมมติว่าเขาบอกว่าเป็นแบบนี้แล้วมาออก เพิ่งรู้ว่าท้องได้ 5 เดือน กูทำไม่เป็นหรอกไอ้เหี้ยจะบอกให้ เข้าใจมั้ยว่าผมเป็นคนจริงๆ เข้าใจมั้ยว่าผมโกหกไม่เป็น อันนี้ขอโทษด้วยที่พูดถึงน้องแหม่มเรื่องนั้น ผมหมายถึงว่าผมเป็นคนจริงๆ และผมก็มีงานตลอดเวลา เพราะประชาชนเข้าใจว่าผมไม่โกหกเขาอยู่แล้ว ผมยอมรับและผมจะแก้ไข มันก็เป็นเช่นนั้นเอง”





http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000161838
“แกรมมี่” ตัดหาง “เสก” พ้นสภาพศิลปินในสังกัดเหตุเสพยา จัดการสั่งเก็บอัลบั้ม บอกส่วนที่วางแผงไปแล้วถ้าใครเจอก็เก็บเอาไปบริจาคด้วยแล้วกัน ยันไม่เคยดักฟังโทรศัพท์ สวนอีกฝ่ายคิดไปเองหรือเปล่า พร้อมลั่นไม่เคยเอาเปรียบ หลังเสกยกประเด็นทำเงินให้บริษัทเป็นพันล้านขึ้นมาพูด

กลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว สำหรับกรณีของ “เสก โลโซ” หลังเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าตัวได้เปิดบ้านแถลงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ถูก “กานต์ วิภากร ศุขพิมาย” อดีตภรรยาโพสต์ภาพขณะกำลังพี้ยาผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมแฉซ้ำว่าถูกนักร้องดังทำร้ายร่างกาย แถมยังทอดทิ้งลูกเมีย มีนิสัยเจ้าชู้ฯ จนตกเป็นข่าวฉาวโฉ่ไปทั้งวงการ

ทั้งนี้ ในรายละเอียดของการแถลงข่าวนั้น นอกจากนักร้องดังจะยอมรับถึงการกระทำต่างๆ ทั้งในเรื่องของสิ่งเสพติด เรื่องความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนอื่นที่มิใช่ภรรยาตนเองแล้ว เจ้าตัวยังได้พาดพิงไปถึงต้นสังกัดอย่าง “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” ด้วยว่ารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่อีกฝ่ายนั้นมีการส่งคนมาตามประกบ รวมถึงดักฟังโทรศัพท์

โดยนักร้องดังยังได้เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนทำรายได้ให้กับค่ายเพลงค่ายนี้กว่า 1,000 ล้านบาท จึงอยากจะให้ทางแกรมมี่เข้ามาชี้แจงและเจรจาว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร เนื่องจากตนก็เป็นหนี้บุญคุณทางแกรมมี่ที่ทำให้มีชื่อเสียงขึ้นมา เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ตนต้องแฉว่าที่ผ่านมาแกรมมี่ทำอะไรกับตน หรือว่ามีวิธีการทำมาหากินอย่างไรบ้าง?

ล่าสุดวันนี้(20 ธ.ค.) “กริช ทอมมัส” กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจเพลง ได้ตั้งโต๊ะแถลงโต้กลับขึ้นที่ตึกแกรมมี่ ชั้น21 พร้อมประกาศยกเลิกสัญญาการเป็นนักร้องของเสกมีผลนับตั้งแต่วันนี้

“ประเด็นมันอยู่ที่เสพหรือไม่เสพ ถ้ามีหลักฐานโอเคว่าเสพ เราย้ำมาตลอด กติกาเรามี เราทำตรงนี้มา 28 ปีจะย่างเข้าปีที่ 29 แล้ว กฎกติกาเดียวตลอดอยู่แล้ว ถ้าเสพมีหลักฐานยืนยัน ก่อนหน้านี้มันมีแค่ภาพ เราจะไปตัดสินเขาเลยมันก็ไม่ได้ เป็นอะไรที่พูดลำบากมันพูดลำบาก มันเหมือนคนหยิบของมาถ่ายรูปเล่นกับเพื่อน เราจะบอกว่าเสพหรือไม่ล่ะ ตอนนี้โดยวาจาตัวเขาก็ยืนยันแล้ว”

“ก็เป็นไปตามกติกาที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ เราตั้งอยู่ในหลักของเมตตาธรรม ถ้าเราไม่มีหลักฐาน เจ้าตัวไม่ยืนยันเราก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อคืนนี้เจ้าตัวออกมายืนยันแล้วก็เป็นไปตามกติกาที่เราวางไว้คือยุติสัญญา จบ เสกเขาไม่ใช่ศิลปินของค่ายแกรมมี่แล้ว เรื่องนี้คงไม่ต้องไปคุยกันเพราะมันเข้าข่ายอยู่แล้ว เราก็ว่าไปตามกฎกติกาที่มีอยู่ ไม่ต้องคุยไม่ต้องมาเคลียร์อะไรกันแล้ว เพราะนี้มันเข้าข่ายอยู่แล้ว ก็ว่าไปตามกฎกติกา ถ้าเจ้าตัวยืนยันว่าเสพ เราก็ต้องเลิก ตามหลักเขาจะต้องเป็นคนเข้ามาที่ตึกถ้าเขาต้องการคำปรึกษาเขาก็คงจะติดต่อเขามา ซึ่งเราก็มีให้คำปรึกษาเดียวก็คือให้เขาปรับตัว เขาเองยังเหลือสัญญากับเรา 3 ปี”

“ที่เขาแถลงผมก็ได้เห็นอยู่ สำหรับเราก็ไม่ได้เป็นใหญ่โตอะไรมาก แต่สำหรับเขาคงเรื่องใหญ่อยู่เรื่องนี้เราก็ไม่อยากให้เกิด เมื่อเกิดแล้วก็ต้องรับผล ก็เลิกตามสภาวะการเป็นศิลปินแกรมมี่โดยสิ้นเชิง สำหรับงานเพลงของเขาที่เพิ่งจะออกมา(ชุดล่าสุด Love Song) เรากำลังพิจารณาอยู่ว่าถ้าเก็บไว้ก็จะเก็บ ถ้าเก็บไม่ไหวก็คงต้องปล่อยไป เราก็จะหยุดโปรโมทใครเจอก็ช่วยเก็บมาด้วยแล้วกันจะเอาไปบริจาค คอนเสิร์ตของเขาเราส่งคืนหมดแล้ว ถ้าเจ้าภาพอยากจ้างก็ว่ากันเองถ้าเจ้าภาพอยากจ้างก็ว่ากันไป ความเสียหายในส่วนนี้มันก็หลายสิบล้านอยู่ แต่เป็นเงินของเสกหมดนะ”

“แล้วก็ยังมีเพลงที่ทำค้างอยู่ชุดนึง ทำเสร็จแล้วทั้ง 12 เพลง ก็โยนทิ้งเลยแล้วกัน ความเสียหายหลายล้านอยู่ ไม่เป็นไรโยนทิ้งได้ ส่วนเรื่องลิขสิทธิ์เพลงก็เป็นไปตามข้อตกลงที่มีอยู่ เสกตกลงอะไรกับเราไว้เราก็ว่าไปตามข้อตกลงที่มีอยู่ บังเอิญเสกเป็นคนแต่งเพลงด้วย โปรดิวซ์เอง เรียบเรียง อัดเสียงเอง ก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะเอาไปร้องและแสดงได้ เขาพึงได้ตามข้อตกลง ก็ยังได้อยู่แต่สิทธิ์อื่นเราก็ยังดูแลอยู่ ถ้ามีคนเอาเพลงของเสกไปคัฟเวอร์เราก็ต้องส่งส่วนแบ่งไปให้ผู้แต่ง”

“ที่เขามาอ้างทำงานให้เรามากกว่าพันล้าน คือบริษัทเราอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก่อนจะมีเสก ไปดูย้อนหลังได้ว่า ถ้ารายได้ขนาดนั้นเราคงรวยกว่านี้เยอะเลย เราทำงานร่วมกันมันไม่มีบุญคุณต่อกันหรอก ก็จัดสรรไปตามสิทธิ์พึงมีพึงได้ของแต่ละคนอยู่แล้ว ที่มันตกลงกันยังไง เพราะฉะนั้นเราคงไม่มาพูดเรื่องบุญคุณว่าใครทำให้แกรมมี่รวย พูดไปมันก็ไม่จบหรอก”

บอกงงเสกจะแฉอะไรแกรมมี่เพราะไม่มีอะไรให้แฉ ลั่นไม่ซีเรียส ยันทางบริษัทไม่มีความขัดแย้งกับอีกฝ่าย

“แฉอะไรวะ ก็ยังงงๆ อยู่นะ เราจะมีอะไรให้แฉ ไม่รู้เลย เราก็ทำถูกต้องตามทำนองครองธรรมทุกประการ มันคอมมอนเซนส์นะ เราจะทำไปเพื่ออะไร เราก็คงไม่โต้ตอบอะไร คงไม่มีใครไปทำอย่างนั้นมั้ง เราเป็นองค์การค้าขายธุรกิจ ไม่ใช่องค์การสืบราชการลับ ใครจะไปติดตามดักฟังโทรศัพท์เขานั่นคงเป็นเรื่องที่เขาคิดมั้ง เราไม่ว่าง ไม่ซีเรียสว่าไปเถอะ เขาก็ไม่ได้ระบุนี่ว่าเราเป็นฝ่ายไปจองล้างจองผลาญอะไร”

“เราไม่มีการขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์ อย่างที่บอกบริษัทเราไม่เคยทวงบุญคุณใครเลย แต่มักจะโดนศิลปินทวง เรื่องนี้ถ้าจะกระทบกับภาพลักษณ์ของเราก็ไม่เป็นไร เรายอมรับได้”

“ทางเราคงไม่คิดจะฟ้องหรือไปทำอะไรเขา เพราะเขาก็ไม่ได้มาด่าอะไรเรานี่ ถ้าบอกแกรมมี่โกง อันนี้คงเข้าข่ายแล้ว เราเห็นใจเขานะ ที่เราพูดตรงนี้ไม่ได้โกรธอะไรเขาเลย ในสภาพอย่างนี้เราก็ต้องให้กำลังใจเขาเห็นใจเขา ให้เขาปรับปรุงตัว เราก็ไม่คงซ้ำเติมเขา สภาพความเครียดต่างๆ คงจะให้เขาดูแลตัวเองดีกว่า เขาเลือกอย่างนี้ก็อย่าไปซ้ำเติม ก็ให้เขามีสติดีขึ้น ก็เข้าใจความตึงเครียดในชีวิตเขานะ เราพยายามจะสนุก แต่บนความเครียดมันสนุกไม่ได้หรอก กับป.ป.ส.(สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด) แจ้งไปแล้ว คงได้ข้อมูลเดียวกัน เป็นหน้าที่ของเขาโดยตรงอยู่แล้ว ว่าไปตามกฎกติกาสังคม”

เผยก่อนหน้านี้ก็เคยเตือนเสกมาตลอดเรื่องการเสพยา ส่วนที่อีกฝ่ายอ้างว่าเป็นศิลปินเลยต้องใช้ยา บอสแกรมมี่บอกตนอยู่วงการนี้มา 30 ปีไม่เห็นต้องใช้เลย

“ก่อนหน้านี้ไม่ชัด แต่ก็คอยเตือนๆ ไว้ ก็เตือนกันตลอด เสียดายนะชีวิตคนมาจบแค่ตรงนี้ ก็แล้วแต่ถ้าเลือกจะเป็นอย่างนี้ ศิลปินไม่ต้องเสพยาหรอก ทำหรือเปล่ามันเรื่องของเขา เราก็เตือนเรื่องพวกยาเสพติด เรื่องภาพลักษณ์กับสังคม เราก็เลือกทำตามกฎแล้วกัน แต่ว่าเท่าที่ดูคนรุ่นใหม่ๆ ไม่น่าจะมีนะ เราไม่ใช่ผู้พิพากษา แต่ว่าถ้าทำเรื่องแบบนี้ทุกอย่างก็ต้องยุติ ผมเองก็อยู่ในวงการนี้มา 30 ปีแล้ว ผมไม่เห็นต้องใช้เลย เดี๋ยวนี้รุ่นใหม่ๆ ไม่มีแล้วหลายวงๆ รุ่นใหม่ๆ อย่างตูน(บอดี้สแลม) เวลาว่างเขาก็ออกกำลังกายตลอด เขามีสติ แบบรับได้ก็ไม่มีปัญหา อย่างพี่เบิร์ด(ธงไชย แมคอินไตย์) ก็ไม่เห็นใช้ยาเลย นอกจากยาสีฟันนะ แยกกันให้ออกแล้วกันว่าศิลปินไม่ต้องใช้ยา”

“กับศิลปินคนอื่นๆ ก็เตือนเขานั่นแหละ ก็บอกว่านี่คือผล เสียดายนะถ้าชีวิตต้องมาจบแค่นี้ เสกเองถ้าเขาต้องการคำปรึกษาจากบริษัทคงจะติดต่อเข้ามา คำปรึกษาเดียวที่จะให้คือไปรักษาตัว วันนั้นที่ไปบ้านเขาเพื่อจะตามมาคุยที่บริษัท เข้ามาคุยกันเถอะ มาปรึกษาหารือกันเถอะ ว่าจริงหรือไม่จริง จะได้ร่วมดำเนินการแก้ไข เมื่อเสกไม่มาเราก็ไม่ได้ว่าอะไร เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะเลือกทำอย่างนั้น”

“การจะกลับมาร่วมงานกันคงไม่แน่นอน ผมว่าถึงวันนั้นค่อยว่ากันดีกว่า ถ้าเขารักษาตัวหาย พิสูจน์ทราบได้ มันจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเรามองว่ามีประโยชน์ซึ่งกันและกันก็กลับมา ถ้าไม่มีประโยชน์ซึ่งกันและกัน ก็ไม่ต้องกลับมา ก็คุยกันได้อยู่แล้วเรื่องการค้า (อยากฝากอะไรถึงเสก?) ผมเองก็อยากให้น้องพ้นสภาวะนี้เร็วๆ แล้วกัน เอาใจช่วย”





Create Date : 21 ธันวาคม 2554
Last Update : 21 ธันวาคม 2554 9:15:00 น. 5 comments
Counter : 980 Pageviews.

 
สวัสดียามเช้าที่อากาศเย็นสบาย


โดย: kobnon วันที่: 21 ธันวาคม 2554 เวลา:10:26:27 น.  

 
อยู่ในความสนใจทีเดียวค่ะคุณวี
ขอแชร์ไปที่กลุ่มเรานะคะ
คิดถึงมากมาย จุ๊ฟๆๆ


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 21 ธันวาคม 2554 เวลา:11:24:46 น.  

 
ก็สองด้านนะ เสกเค้าก็มีสิทธิที่จะพูดในด้านที่คนอื่นไม่รู้ สื่อมักจะตีแผ่ด้านเดียว พอโต้กลับก็บอกว่าแรงไป

คุณแม่ดีขึ้นมากแล้วใช่ไหมคะ เชียร์อีกแรงใจคะ


โดย: gymstek วันที่: 21 ธันวาคม 2554 เวลา:14:24:38 น.  

 

2 สิ่งที่อุ้มเกลียดเป็นที่สุด
ก็คือ
ยาเสพติดและการพนัน
เพราะฉะนั้น.......


โดย: อุ้มสี วันที่: 21 ธันวาคม 2554 เวลา:21:38:39 น.  

 
ข่าวนี้ยาว อ่านเสียเมื่อยลูกกะตา แต่ลูก
ยายไม่เป็นไรนะ 555

เปิดมาดูภาพ เห็นข้อมือ
สวมมิโด้คู่แล้ว ยังไงไม่
รู้ ใช่แล้วหลายคนรวม
ทั้งผมด้วย เห็นคนสัก
อะไรติดตามผิว ยังคิดว่าเป็นแฟชั่นจาก "คุก"
คิดอย่างนั้นจริง ๆ ครับ
เพราะส่วนใหญ่ จะเห็น
พวกนี้สัก.

อีกอย่าง ผมเองก็เคย
ทำงาน ในผับ บาร์ นาน
หลายปี เห็นคนใส่แว่น
ตาดำ "ในตอนกลางคืน"
ผมเอง ไม่คิดว่า "เท่ห์"
อะไรหรอกครับ เพราะ
พวกนี้ "ม่านตาขยาย"
ไม่อาจจะรับแสงจ้า หรือ
แสงธรรมดาได้
ส่วนใหญ่ เวลาไปหาหมอตา เวลาจะตรวจจะ
หยอดยา ให้ขยายจะได้
ตรวจง่าย กับอีกอย่าง
ไม่พูดดีกว่า 555

ผมได้ดูข่าวแต่ไม่ได้
สังเกตว่า ใส่แว่นดำหรือ
เปล่า


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 24 ธันวาคม 2554 เวลา:15:32:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

โสดในซอย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]






e-mail ติดต่อโสดในซอย
singleinsoi@hotmail.com






Facebook โสดในซอย
http://www.facebook.com/profile.php?id=100002317657363





“เติมรักให้เต็มรุ้ง”
งานเขียนล่าสุดของ “โสดในซอย”

สั่งซื้อในบล็อก
พร้อมลายเซ็น
ราคารวมค่าส่ง 305 บาท
โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ
หมายเลขบัญชี 020-056941-6
ชื่อบัญชี มนชญา
โปรดโอนให้มีเศษสตางค์
เพื่อง่ายแก่การอ้างอิง
และแจ้งรายละเอียดการโอน
พร้อมทั้งชื่อ-ที่อยู่ที่จะให้จัดส่ง
ที่หลังไมค์ได้เลย
หรือตามร้านหนังสือค่ะ

ขอบคุณค่ะ





ความรักคะ ฉันมีเรื่องจะฟ้อง
ของ "โสดในซอย"
โดย สำนักพิมพ์ 'ษาริน
วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไปค่ะ
หรือสั่งซื้อในบล็อกได้เช่นกัน
ราคา 220 บาทรวมค่าส่งค่ะ








ขายหรือให้เช่า
ศุภาลัย ปาร์ค ติวานนท์
35 ตร.ม. ใกล้รถไฟฟ้าสถานีกระทรวงสาธารณสุข
ไลน์ aazz999




Friends' blogs
[Add โสดในซอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.