Bloggang.com : weblog for you and your gang

บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แต่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น

Group Blog

 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
5 กุมภาพันธ์ 2551

 
All Blogs

 

 

Joint Venture กับความหมายที่แอบแฝง

Joint Venture แยกออกมาจะได้คำว่า Joint คือการร่วมกัน ซึ่งอาจจะแปลว่า ข้อต่อ ก็ได้ แปลว่า ชุมนุม ก็ได้ และว่า ท่อนเนื้อ ก็ได้ด้วย ส่วน Venture แปลว่าการเสี่ยงภัย การเสี่ยง หรือ อาจจะแปลว่า กล้าได้กล้าเสีย อะไรทำนองนั้น ดังนั้น ถ้ามองจากรากศัพท์ เราจะเห็นความหมายที่ฝรั่งเขาให้ค่อนข้างลึกได้ ซึ่ง เขาจะมองว่า คุณกล้าที่จะเสี่ยงกับการร่วมกันหรือเปล่า หรือ การร่วมกันนั้นเป็นการเสี่ยงอย่างหนึ่ง แต่ความหมายแฝงของคำนี้ มันมีค่ามากกว่าการแปลตรงๆ

Joint แปลว่า ท่อนเนื้อ นั่นหมายถึง จะเอาท่อนเนื้อของคุณไปเสี่ยงหรือไม่ เหมือนกาคาบเนื้ออยู่ แต่เมื่อหมาป่าเยินยอ ก็อดที่จะกล่าวขอบคุณคำเยินยอเหล่านั้นได้ จึงต้องเสียเนื้อที่คาบอยู่นั่นไป หรือ อาจจะมองอีกมุม ในเชิงนิยายที่เอาก้อนเนื้อที่ได้มาใช้เพื่อทำให้ชีวิตตนเองรอดพ้นจากหายนะ ถ้าศึกษานิยาย หรือ นิทานฝรั่งมากๆ จะมองเห็นครับว่า คำว่าก้อนเนื้อของฝรั่งนั้น หมายถึงอะไรบ้าง และ ลักษณะไหนบ้าง ผมเองก็แค่ศึกษาแบบงูๆปลาๆ แต่ที่แน่ๆ มันต้องเกิดการเสี่ยงจากก้อนเนื้อนั้น แต่มุมมองของความเสี่ยงคือมุมมองใดเท่านั้นเองครับ

Joint แปลว่า ข้อต่อ ซึ่งมีความเสี่ยงสูง เพราะใช้งานมาก ต้องมีการยืดหยุ่น และ เป็นจุดอันตรายมากที่สุดด้วย เพราะ ถ้าเกิดมีแรงภายนอกมากระทำกับข้อต่อ นั่นหมายถึง การเคลื่อนไหวอย่างราบรื่นนั้น จะเกิดปัญหาทันที ทั้งนี้ แรงภายนอกอาจจะเกิดจาก คนอื่น หรือ มือที่สาม ที่เป็นตัวส่งแรงทำให้เกิดการแตกแยก หรือ ข้อต่อนี้หลุด ซึ่งก็เท่ากับเกิดความพิการขึ้นได้ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น คนอื่น หรือ บุคคลที่สาม ก็เป็นตัวอันตรายกับความสัมพันธ์แบบนี้เช่นกัน

ถ้า Joint แปลว่า ชุมนุน ดังนั้น การร่วมกันโดยมีความเสี่ยงอยู่ตรงกลาง จึงมีความหมายเช่นนั้นด้วย หมายถึง การที่เข้าร่วมกันนั้น ก็จะเป็นการกระจายความเสี่ยงระหว่างกัน รับความเสี่ยงร่วมกัน เพื่อทำให้ กลุ่มรอดพ้นจากวิกฤติ หรือ ต่างคนต่างได้รับผลประโยชน์ร่วมกันนั่นเอง

หลังจากรู้แล้วว่า ฝรั่งเขาคิดคำนี้ขึ้นนั้น มีหลายความหมาย ดังนั้น ก็ต้องมองดูความสัมพันธ์ระหว่างเรากับบริษัทฯ ที่ต้องการเข้ามาเป็น Joint Venture กับเราด้วยว่า เขาเข้ามาโดยมุ่งหวังอะไรกับเรา เขาคิดว่าเราเป็นก้อนเนื้อที่กาคาบไว้ แล้วต้องการก้อนเนื้อนั้น หรือว่า เราต้องการใช้ก้อนเนื้อนี้ในการก้าวไปหรือ รอดพ้นจากสภาวะปัจจุบัน เราต้องการความเสี่ยงมากหรือน้อยเพียงใด ถ้าไม่ร่วมกับเขาเราจะมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด หรือ เขาเข้ามาเพื่อต้องการให้ทั้งคู่รอดพ้นจากความเสี่ยงในอนาคต หรือ ได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องรู้ว่า คู่กรณีนั้น มาอย่างไร และเข้าใจเข้า เข้าใจสภาพการณ์ของเขา เข้าใจถึงมุมมองของเขาก่อน ที่จะตกลงอะไรไป

ดังนั้น ถ้ามีบริษัทฯ อื่น จะเข้ามาร่วมลงทุน เข้ามาเป็น Joint Venture ก็พึงระลึกไว้เสมอว่า เขากำลังคิดอย่างไร และ เรากำลังคิดอย่างไร มองบริบท หรือ สิ่งแวดล้อมของเราทั้งหมด และ บริบทหรือสิ่งแวดล้อมของเขาว่า บริษัทฯเขาต้องการอะไร ซึ่งต้องใช้ความคิดที่เป็นกลางไม่เข้าข้างตัวเอง ในการตัดสินใจว่า จะเดินในทิศทางใด และ วางกลยุทธ์ หรือ หา Solution จากสิ่งที่เราวางไว้หลายๆ ทางเพื่อเอาไปประกอบในการ ล่อถาม เขาว่า จริงๆ แล้ว เขามีมุมมองลึกๆอย่างไร เพื่อนำข้อมูลจริงจากเขามาตัดสินใจอีกครั้ง อย่าตัดสินใจภายในวันเดียวหรือครั้งเดียว เพราะ ถ้าเราสำคัญกับเขาจริงๆ เขาก็จะรอให้เราตัดสินใจได้ อย่าให้เขาบีบเราเรื่องเวลา เพราะ ถ้าเวลายิ่งน้อย การตัดสินใจที่ตัดสินใจลงไป ก็จะไม่ละเอียดถี่ถ้วน แต่การเตะถ่วงนานเกินไป ก็จะทำให้เสียโอกาสได้ ดังนั้น จึงต้องติดต่อกันอย่างพอสมควร เดินสายกลาง และ เลือกหนทางที่ดีที่สุด จากหนทางที่แย่ๆด้วยกันเหล่านั้นออกมาครับ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้ไปถึงไหน

แต่ถ้า บริษัทฯเราจะเข้าร่วมลงทุนกับใคร ก็ต้องแสดงความจริงใจให้เขาเห็นว่า เรามาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เราทั้งคู่จะได้ด้วยกันทั้งคู่ได้อย่างไร เขาจะดีขึ้นอย่างไร และ อนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ธุรกิจของเราได้ และ สามารถดึงเขามาเป็นคู่ธุรกิจกับเราได้ง่ายมากขึ้น

 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2551 10:40:02 น.

Counter : Pageviews.
2 comments

Add to Share/Save/Bookmark Share/Save/Bookmark Share/Save/Bookmark

 

-ขอบคุณครับ

 

โดย: ซาเบ้ง IP: 58.8.142.26 วันที่: 7 กันยายน 2551 เวลา:0:51:31 น.  

 

อยากเปิดกิจการขายอะไหล่รถยนต์ควรทำอย่างไรบ้างครับ

 

โดย: นิว IP: 124.120.69.224 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:16:21:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wbj

Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

การเปลี่ยนแปลง
เป็นเรื่องปกติของชีวิต


ผู้ชาย อารมณ์ดี เรียนรู้ชีวิตรอบด้าน
พูดตรงจนอาจจะไม่เข้าหูคน แต่ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ได้คิด
รับฟังหากมีเหตุผล เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะถูกเสมอไป
จริงใจ และ จริงจัง

ถ้าจะสอบถามอะไร
และรอได้ถึงเมษายน กรุณาติดต่อทางเมล์
ที่
wbjoong@จีเมล์ดอทคอม
หลังจากบวชกลับมาแล้วจะตอบเมล์ให้ครับ



ทำก็ต้องทำให้ดีกว่าดีที่สุด

ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย



บทความใหม่





ดวงปี 2008 / 2551


ดวงตามราศีเกิด 2551-2552



ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด










 
Friends' blogs
[Add wbj's blog to your weblog]
Links
 

MY VIP Friend

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.