space
space
space
<<
มิถุนายน 2563
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
space
space
28 มิถุนายน 2563
space
space
space

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 4/1 พลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม
 
 
 
ขุนช้าง ขุนแผน
เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน
ตอนที่  ๔/๑ พลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม
 

    กล่าวถึงโฉมเจ้าเณรแก้ว พอแสงทองส่องขอบฟ้า เฝ้าแต่คิดคะนึงถึงพิมพิลาไลย ล้างหน้าแล้ว รีบนุ่งสบงห่มผ้าเป็นที่เรียบร้อย สะพายบาตรออกเดินบิณฑบาต ไปตามตรอกซอกซอย จนกระทั่งเข้าสู่ตัวเมืองสุพรรณบุรี มินานถึงบ้านท่าพี่เลี้ยง เดินไปเมียงมองเรื่อยๆ เห็นโต๊ะม้านั่งตั้งอยู่แต่มิมีผู้ใด จึงหยุดยืนสำรวมนิ่งในที่นั้น

    เพลานั้นพิมอยู่ในห้องกับสายทองกำลังจัดแจงข้าวปลา ยังไม่มีพระสงฆ์องค์ใดมา พิมเปิดหน้าต่างดู เห็นเณรแก้วยืนสำรวมอยู่ ห่มผ้าดูเรียบร้อยสวยงาม สีผ้ากาสาวพัสตร์จับเนื้อมองดูประดุจพระจันทร์ส่องแสง ด้วยเดชพระเวทวิทยามนต์ เผอิญดลใจให้พิมเกิดใจปั่นป่วน ห่มผ้าคว้าขันข้าวอย่างรีบเร่ง ลงมาพร้อมกับสายทอง ครั้นเสียงเปิดประตูดังขึ้น พลายแก้วเงยหน้า พิมชม้ายตามองก็รู้ว่าเป็นเณรแก้ว เกิดอาการเอียงอาย รีบหลบกลับเข้าไปสะกิดสายทอง
    “น้องนี้เห็นหน้าเณรพลายแก้วรู้สึกละอายใจ ไม่อาจลงไปใส่บาตรได้”
 จากนั้นส่งขันข้าวให้สายทอง นางรับขันข้าวมา ยิ้มเล็กน้อย ส่วนพิมแอบเข้าข้างฝาอีกครั้ง เณรแก้วบริกรรมคาคา เป่ามหาละลวยลมประสมบันดาลให้พิมเสียวซ่าน ยืนยิ้มจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิดจะแล่นลงไปให้ได้  สายทองประคองขันข้าวบาตรพลางวางลง ยกมือไหว้  เณรแก้วยกบาตรลงจากบ่า กล่าวว่า

“อาตมา เดินบิณฑบาต ไทยทานบ้านอื่นมีมากเรียงราย ก็ไม่รับ รีบหมายมุ่งจำเพาะมาที่นี้ จนตะวันสาย เหตุก็เพราะการเทศน์เมื่อวานนี้ เจ้ากัณฑ์หนีอาตมาสำคัญว่าเคือง จะใคร่แจ้งเรื่องกับสีกา ทั้งจะใคร่สนทนาด้วยพี่นาง”

 สายทองยกของใส่บาตร แล้วกล่าวว่า

“พ้นเพลแล้วนิมนต์มาบ้านบ้าง เป็นไร”

สายทองระงับความกังวลไว้ในใจ จากนั้นกลับขึ้นเรือน เณรแก้วเดินออกจากรั้วบ้าน จากนั้นแอบรั้วด้วยปรารถนาจะเห็นพิมพิลาไลย ฝ่ายพิมโผล่หน้าออกมามองไปนอกรั้วเห็นเณรแก้ว เณรกอดบาตรแนบชิดกับตัวเป็นปริศนา นางพิมยิ้มเอียงอายหลบเข้าบ้าน เณรแก้วกลับจากบิณฑบาตเฝ้าคิดถึงแต่พิมพิลาไลย ยิ่งห่างไกลจากบ้านนางยิ่งเกิดอารมณ์คิดถึงพลุ่งพล่าน ยิ่งคิดยิ่งเดินเหลียวหน้า เหลียวหลัง
เอะใจ คิดได้ว่าหากชักช้าสายทองจะคอย จึงรีบกลับมายังวัดป่าเลไลย์ ยกบาตรไปถวายพระอาจารย์ คลานกลับมารีบเปลื้องจีวรออก จากนั้นตั้งใจปรนนิบัติมิให้ขัดใจพระอาจารย์ ครั้นฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว พักผ่อนตามสมควร
ครานั้นนางพิมเกิดใจไหวหวั่นปั่นป่วน เห็นสายทองใส่บาตร รู้สึกว่าชักช้าทำอ้อยอิ่ง ทำให้พิมกระวนกระวายใจ พอเห็นสายทองมารีบเรียกเข้าไปในห้องนอน อ้อนวอนถามด้วยความสงสัย

“เหตุใดพี่จึงใส่บาตรช้านาน ด้วยเหตุประการใด พิมเห็นคุยกับเณรพลาย พี่พูดคุยเรื่องกระไร”

 “มิมีสิ่งใดดอก ไปกินข้าวเสีย ตะวันสายแล้ว จะได้ไปปั่นฝ้าย ตอนบ่ายพี่จะพาไปอาบน้ำ”

“ฉันไม่ยินดีจะกินข้าว ถ้าพี่ไม่บอกจะเซ้าซี้ให้ถึงยามค่ำ น้องเห็นพี่ยืนคุยยิ้มระรื่นตั้งนาน แต่พี่ยังอมพะนำไม่ยอมบอก ถ้าไม่มีกระไร พี่จะเดากระไรรู้เรื่องได้ ถ้ายังจริงใจต่อกันต้องบอก เจ้ากูมาตั้งไกล แต่มิมีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้ เอาเถอะถึงไม่บอกสักวันคงจะได้รู้”

จากนั้นพิมลุกไปด้วยสีหน้าไม่พอในใจ แยกออกไปต่างคนกินข้าว หลังจากกินข้าวเสร็จ หยิบไน (เครื่องปั่นด้ายด้วยมือ)เข้าไปในห้องปั่นด้าย ร่วมกับข้าไท จนกระทั่งบ่ายสองโมงก็เสร็จเรียบร้อย จัดเก็บเป็นที่เรียบร้อย  สายทองเรียกพิมพิลาไลย

“บ่ายแล้วไปอาบน้ำให้สบายเถอะ”

“ฉันไม่ไปดอก”

สายทองปลอบว่า

“ไปท่าน้ำเถอะพี่จะบอกกระไรให้”

“อย่ามาหลอกฉันว่าจะบอกกระไรเลย มีสิ่งใดเก็บไว้คนเดียวเถอะ”

“เพลานี้ร้อนนักน้องพิมอย่างอน ประชด ไม่ยอมไปอาบน้ำ เอาแต่โกรธ หาว่าเณรพลายเกี้ยวพี่”

“ไม่ไปดอกพี่ อย่ามาเซ้าซี้ พี่รีบไปเถอะอย่าชักช้าเสียเวลา”

สายทองจึงออกจากห้องไป บ่าวไพร่ทั้งหลายก็ติดตามไป รวมทั้ง อีไท อีพรม อีส้มแป้น อีแตน ต่างตามสายทองไปยังท่าน้ำ ลงเล่นอาบน้ำเป็นที่สนุกสนาน เล่นหา เล่นไล่ เป็นพัลวัน
ครานั้นเณรแก้ว เพลาตะวันบ่าย ในใจคิดถึงแต่พิมพิลาไลย ระลึกได้ถึงคำสำคัญที่ได้จากสายทอง รำพึงว่า

“ป่านนี้พิมคงจะลงท่าแล้ว จะรีบไปพบเจ้า”

คิดแล้วหยิบผ้าขึ้นมาห่ม ย่องลงบันไดมุ่งหน้าไปยังเมืองสุพรรณ ถึงบ้านพิมรีบตรงไปยังท่าน้ำ แอบซุ่มที่พุ่มไม้ได้ให้สัญลักษณ์ พวกข้าไททั้งหลายเห็นแล้วแต่ไม่เข้าใจ เห็นสายทองสีตัวอยู่ริมตลิ่ง จึงขว้างก้อนดินแล้วกระแอมพยักหน้า สายทองรีบย่องมาหาอย่างเร็วไว จากนั้นก็พาหลีกไปในที่ลับตาคน ครั้นถึงร่มต้นโศกใหญ่ ซึ่งมีเชิงซุ้มพุ่มรอบ เบื้องบนมีดอกบานห้อยระย้า เณรแก้วยิ้มแล้วกล่าวว่า

“ขออภัยเถิดอย่าว่าข้าหักหาญน้ำใจ กล่าวในสิ่งที่ไม่ควร แต่เณรน้องนี้ ต้องทนทุกข์ทรมานมาหลายวัน ยากที่จะลดความร้อนรนได้ การได้มาพบพี่ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่สุดในชีวิต อันเณรน้องเหมือนกระต่ายหมายชมจันทร์ เป็นดินหรือจะขึ้นไปชมได้ ได้แต่ตรอมใจจนผ่ายผอมไป ด้วยเราสองห่างไกลกันเกินไป
โชคดีที่ได้องค์อินทร์มาช่วย  ให้ได้ชมกระต่ายดังประสงค์  พระอินทร์อุปมาเหมือนพี่สายทอง  พิมน้องเหมือนกระต่ายในดวงจันทร์ เณรน้องมาพึ่งพิง หวังว่าพี่ไม่ทิ้งธุระน้อง คงเป็นสองกระต่ายชมสวรรค์ จะขอบคุณในความกรุณา ไปจนสิ้นชีวาวาย ที่พี่ช่วยให้ได้สมหวัง คลายจากความทุกข์โศก เหมือนรักษาชีวิตจากความตาย น้องนี้จะจำจนชีวาวาย ไม่กลับคำ จะอุปถัมภ์ตั้งแต่เพลานี้จนพี่สายทองสิ้นลมหายใจ ฉันกล่าวสิ่งใดไว้ขอให้พี่จำว่ามิมีกลับคำแน่นอน”

สายทองเมินหน้า กล่าวว่า

“ไม่อยากฟัง พ่อแก้วอย่ามาทำให้ฉันต้องหลังลาย เป็นแม่สื่อแม่ชักเช่นนี้มิเคยทำ หมายเชยชมกระต่ายเห็นจะชวดแล้วน้องเณร ผู้เป็นเจ้านายนั้นร้ายกาจ ถ้าพลั้งพลาดขึ้นมา เพราะไปเว้าวอน แต่หล่อนไม่โอนเอนตาม คงจะโดนด่าและหลังลาย
ส่วนเณรพลายก็หลบหน้าไป พ่อเณรไม่ควรทำให้ฉันต้องลำบาก ทำเยี่ยงนี้เหมือนจะฆ่ากัน อย่าได้มาแกล้งกัน ฉันมิใช่คนสำหรับไหว้วานของพ่อเณร อย่าทำให้ต้องเดือดร้อน ถ้าต้องทำเยี่ยงนี้ขอตายดีกว่า โปรดเมตตาเถิดอย่าได้ทำให้ต้องอาย  
เอาคำเปรียบดังกระต่ายมาอ้างว่า พิมน้องเหมือนกระต่ายบนสวรรค์ กล่าวอ้างสารพัน ไม่เคยเห็นว่ากระต่ายบนดวงจันทร์จะมีสองตัว ถ้าพระอินทร์สามารถทำให้กระต่ายผู้โดดเดี่ยวหายโศกได้ พระอินทร์จะถูกประณาม ให้หมองมัว คิดไปแล้วรู้สึกกลัวอย่างยิ่ง
เณรแก้วอย่าเจรจาอันใดอีกเลย เนื้อมิได้กิน หนังมิได้รองนั่ง กระดูกแขวนคอ เจ้าได้พิมก็ยิ้มเยาะ ผู้ที่ถูกตำหนิให้ได้อายเป็นสายทอง เหมือนตีงูมิได้แกงกิน แต่เป็นกา เหยี่ยว เฉี่ยวบินเอาไปแทน แต่นี้ไปพ่ออย่าได้คะนึงปอง มิใช่สิ่งจะสำเร็จได้ง่ายๆ”

“อนิจจา พี่สายทองไม่เวทนา ทุกวันนี้ เณรน้องรักพี่มิได้เสื่อมคลาย พี่สายทองกลับทิ้งน้องเสียกลางทาง เด็ดปลี ยังเหลือเยื่อใย ได้มาพึ่งแล้วก็เผื่อไว้บ้าง ได้พิมเชยชมฤาจะทิ้งพี่ ก็เหมือนอย่างหว่านข้าวลงในดิน ถึงฟ้าฝนจะแห้งแล้ง อย่านึกว่าข้าวจะสูญเสียสิ้น ถึงแม้ว่าผู้หว่านจะมิได้กิน ก็ยังได้เป็นทานให้กับนกทั้งหลาย
ถ้าพี่มีคุณกับฉันเล่า คงจะไม่เสียเปล่า ฉันจะแทนคุณพี่ให้เสมอเทียมพิมในเพลาไม่นาน เงินทองของกินทั้งสิ้น จะแบ่งปัน ขอให้ช่วยพอได้พิม จะให้สินบนในทันที ไม่ให้ขาดแม้สักเฟื้อง ค่ำลงขอให้พี่ช่วยเจรจากับพิม ถึงเพลาบิณฑบาตน้องจะมาฟังข่าว”

“รักจริงหรือแกล้งหลอก กลัวแต่ว่าได้คนแล้วยังมิได้สินบน จะทวงก็ใช่ที่ ถ้าจริงจังดังที่พูด มายื่นหมูยื่นแมวกันไป ขอให้รักษาคำพูด พรุ่งนี้ขอให้มาฟังข่าว”


เณรแก้วรับคำแล้ว ก็ลากลับวัด สายทองก็กลับขึ้นบ้าน ข้าไททั้งหลายก็กลับตามมา ครั้นตะวันสิ้นแสง  พระจันทร์ฉายแสงกระจ่าง สายทองชวนพิมให้ชมจันทร์

“จันทร์เจ้านั้นงามนัก ผิวพรรณ ขาวผ่องดังเงินยวง ใยจึงหวงกระต่ายไว้ในวงจันทร์ เหตุใดจึงถูกขังอยู่ที่นั่น เป็นร้อยปีก็มิได้ไปไหน ตั้งแต่เห็นมามิรู้ว่านานกี่พันวัน ยิ่งดูพระจันทร์ก็ยิ่งพรั่นพรึง
เหมือนหนึ่งเราพี่น้องสองคน มิควรเป็นเหมือนกระต่ายในดวงจันทร์ ไร้คู่อยู่กับฟ้า พี่รักเจ้า เฝ้าฟูมฟักอุ้มประคอง จนน้องพิมจำเริญวัยเติบโต พี่นี้เป็นทั้งญาติ และทาส อนิจจาเกิดมาแต่มิมีลูกผัว เป็นการเสียที ที่ได้เกิดมา  เปรียบเหมือนหัวแหวนทองมิมีพลอยประดับ
พี่รักเจ้าจึงเฝ้าดูแล หากมิรักเจ้าคงจะได้ทิ้งหนีไปเป็นแน่ พี่ยอมเหนื่อยยากก็เพราะรักเอ็นดู เป็นห่วงด้วยยังมิมีเหย้าเรือน พี่จึงต้องเฝ้าดูแล และยอมตายได้เพื่อเจ้า
ผู้หลักผู้ใหญ่ก็แก่ชราทุกวัน เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง มิรู้จะล้มเมื่อใด พี่นี้ ร้อนอก ร้อนใจ ถ้าแม่ศรีประจันสิ้นเมื่อใด ทุกสิ่งคงได้กระจัดกระจายไป ชายหนุ่มทั้งหลายก็จะพากันดูถูก ว่าลูกไม่มีพ่อแม่ พี่คิดเรื่องนี้ทุกเช้าค่ำ รู้สึกหวั่นใจ
แต่ถ้าเจ้าได้คู่เมื่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ ได้เห็นลูกอยู่ดีมีสุข มั่งคั่งคงจะดี คนเรามิมีผู้ใดรู้ได้ว่าจะอยู่ได้อีกสักกี่ปี”

 พิมพิลาไลยครั้นได้ฟัง ไม่ยอมเสียชั้นเชิง ตอบโต้พี่เลี้ยงไปว่า

“น้องนี้มิเคยคิดเช่นพี่เลย ธรรมดาเกิดมาเป็นสตรี จะชั่วดีเยี่ยงไรก็คงจะมีคู่ มารดาย่อมช่วยเหลือประคับประคอง หมั้นหมายให้มีเหย้ามีเรือน
อนึ่งเราก็เป็นผู้ดี มีฐานะ แม่คงมิให้ได้อายผู้อื่น จะด่วนเร่งร้อนไปใย จะได้อายถึงมารดา ถ้าสิ้นบุญแม่ยังมิได้แต่ง จะเป็นเยี่ยงไรก็แล้วแต่วาสนา จะเร่งด่วนให้แม่ดุไม่เข้าที ใช่ว่าฉันนี้จะไร้ชายมาชอบพอ
ถ้าฉันไม่รวย ไม่สวย สู้ผู้ใดมิได้คงจะไม่มีผู้ใดมาสู่ขอ แต่ฉันทั้งสวย ทั้งรวย เยี่ยงนี้คงจะมิไร้ชายหมายปองแน่แท้ ขอทนอดเปรี้ยวไว้กินหวานจะดีกว่า มิควรชิงสุกก่อนห่าม ควรจะรักษาไว้ให้งาม พี่เป็นกระไร พูดคุยแต่เรื่องนี้ตลอดเพลา เหมือนว่าทุกข์ใจใหญ่หลวง อดข้าวสิถึงได้ตาย อดเสน่หาคงมิตายดอก มาชมจันทร์เล่นหวังจะสบายใจ พี่พูดกระไรให้ปั่นป่วน ถ้าคิดจะรักษาหน้าให้น้อง ก็อย่ามาพูดเรื่องนี้ให้ไม่พอใจอีก”

“ใครพูดกวนชวนแม่ให้มีผัว พี่พูดถึงตัวเองต่างหาก มิได้เป็นแม่สื่อแม่ชักใดๆ หรือว่าแต่ก่อน พี่ได้พูดว่ากระไรให้น้องได้คิดเช่นนั้น ง่วงแล้วก็ไปนอนเสียเถิด”

จากนั้นจูงมือพิมไปนอน สวมกอดแล้วพัดวี

“น้องพิมนอนเสียเถิด พี่จะกล่อมให้พิมนอน โอ้ว่าสงสารกุมารเอ๋ย เจ้าเที่ยวเตร็ดแตร่เร่ร่อน หมายฝากชีวิต อยู่ต่างเมืองเที่ยวเร่รอนมา อกหักด้วยความรักที่ไม่สมปรารถนา จึงหลีกเลี่ยงเข้าวัดวา บวชด้วยความทุกข์ระทมใจ
อนึ่งวัดกับบ้านก็ห่างไกล พอเห็นสีกาแล้วกลับไป แสนอาลัยระลึกถึงตลอดเพลา หลังเพลาเพลเณรน้อยมาที่หน้าท่าน้ำ มิมีใครสนทนาด้วย แต่เวียนมามิได้เหนื่อย เสียดายรูปซูบลงด้วยความรัก จะทนทุกข์ได้นานเพียงใด แม่พิมนอนนะแม่นอน โอละเห่พ่อเณรแก้ว หลับแล้วฤาสายทองจะนอนบ้าง กล่อมพลางพัดให้พิมพลาง กางกอดพิมยิ้มละไม นางพิมกล่าวว่า

“พี่สายทองกล่อมน้องยังเอาเณรมาใส่ให้ ลงไปใส่บาตรไม่ทันไร หลงใหลไปแล้วฤาพี่ เมื่อเช้าน้องถาม ว่ามิมีกระไร แต่เพลานี้กลับพูดถึงอย่างคล่องแคล่ว ไปอาบน้ำเห็นจะได้พบกัน  ไปล่องน้ำด้วยกันรึ จึงช้ากว่าทุกวัน พี่วุ่นวายเรื่องนี้ไม่หยุด ลางทีอาจนอนละเมอถึงเณรแก้ว กอดน้องให้ตกใจก็เป็นได้ ฟ้ามิทันสางคาดว่าจะต้องทำนายฝันอีกเป็นแน่ อย่านอนใกล้ไปเสียให้ไกลจากมุ้งน้อง”

สายทองฟังน้องทำหน้าขึงขัง กล่าวว่า

“เยี่ยงไร น้องมาเป็นเช่นนี้ได้ ความจริงแล้วพี่ได้พลั้งไป น้องมาพูดเย้ยกันว่าน่ารำคาญใจ ถึงไม่เล่าฉันก็ไม่ทุกข์โศก จะขอเล่าความจริงให้แม่พิมได้ฟัง ฉันไปอาบน้ำวันนี้เจอเจ้าเณรแก้ว มาแอบที่พุ่มต้นนมแมว พี่ไปพบก็เป็นเหตุบังเอิญ ตั้งแต่เพลาใส่บาตรรู้สึกประหลาดขัดตา พูดกับพี่แล้วก็ช้อนตาลอบชำเลือง แต่ปากยิ้มกริ่มกับสายทอง เป็นทำนองตามาดูที่ฉัน แต่ความสนใจอยู่ที่ผู้อื่น แม้แต่เพลาเทศน์เจ้ากูยังเล่นหูเล่นตา ถึงฉันเป็นผู้ใหญ่ เหลือบไปดูก็รู้สึกแปลกๆ
เณรแก้วกล่าวว่าสีกาไม่ทักทาย ด้วยเห็นว่าเป็นคนยากจน แม้เคยเป็นเพื่อนเล่นเมื่อยามเด็กมาด้วยกัน เพราะเหตุตกยากจึงได้จากสุพรรณไป กระไรก็ควรทักสักคำบ้าง ทุกวันนี้จนใจ บ้านก็ไกลห่างกัน
ถ้าไม่อยากพบคงไม่ซมซานมาถึงที่นี่ กาญจนบุรีก็มีวัดมากมาย อุตส่าห์มาด้วยความรัก รู้สึกน้อยใจ แม้แต่เพลาเทศนาสีกาก็ทำเป็นไม่รู้จัก สุดจะทนไหวจึงเข้ามาทัก ถึงแม้จะโดนปฏิเสธก็ตาม
แม่ศรีประจันก็รู้จักชอบพอกับแม่ทองประศรี รู้จักกันเป็นอย่างดี เยี่ยงไรเสียน้องก็ปราณีเณรแก้วผู้จนยากบ้างเถิด แม้นมิรับเรื่องรัก ขอให้ได้พบพูดคุยสักหน เมื่อวันเทศน์มีนิมิต ว่าเหาะไปในท้องฟ้า เด็ดดวงดาวมาชม กลืนกินตื่นขึ้นมารู้สึกว่าเหมือนยังอยู่ในปาก คิดว่ามีความหมายว่า จะสมใจ จึงได้ซานซมมา ด้วยปรารถนาจะใคร่รู้ว่าร้ายหรือดี จึงขอร้องให้ช่วยอ้อนวอนแม่พิม
เช้าตรู่จะมาฟังข่าว พี่ทั้งไล่ ทั้งขู่ไปหลายที ก็ยังเซ้าซี้เว้าวอนให้ช่วย พี่จนใจ ครั้นลองคิดดู ก็เห็นว่าถ้าเณรแก้วคิดจะหลอกลวงคงไม่ดั้นด้นมาจากกาญจนบุรีมาสุพรรณบุรีเป็นแน่แท้ เมื่อวันที่ฟังเทศน์ ก็ดลใจให้แม่พิมฝันเป็นนิมิตว่าจะได้เป็นคู่กันอย่างแม่นมั่น”

พิมพิลาไลย ครั้นได้ฟัง ก็มีใจโน้มเอียงตามที่สายทองกล่าว  ด้วยเคยได้สบตาเณรแก้ว เป็นเสมือนเหล็กเพชร มาตอกตรึงกายไว้ ถึงสายทองจะไม่พูดโน้มน้าวในเชิงรัก ก็มีใจคิดรักเป็นทุกเดิม ทุกเพลาวันยังค่ำเฝ้าคิดถึงแต่เณรพลายแก้ว พอสายทองมาพูดก็พึงใจในทันที แต่ด้วยมารยาทำเป็นไม่ยินดี ทำปันปึ่งข่มความยินดีไว้ข้างใน นิ่งเป็นครู่ใหญ่จึงได้กล่าวว่า

“ข้าขอบใจพี่สายทอง รักน้อง คอยดูแลน้องเป็นอย่างดี ป้องกันมิให้สิ่งใดมาแปดเปื้อน สั่งสอนทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่การเดิน นั่ง ยืน นอน คอยป้องกัน ยิ่งชีวิต แต่นี่เป็นกระไร จึงได้นำน้องไปประเคนให้เณรแก้ว มีสิ่งใดมาดลใจ หรือว่าไปรับคำใดๆ แล้วคบคิดกับเณรแก้ว แล้วมาวุ่นวายกับฉัน ใครจะเป็นไรก็ช่าง ใครจะพร่ำเพ้อก็ช่างเขา หากไม่รักนวลสงวนตัว จะโดนคนนินทาทั้งฉันและพี่ได้ คนจะเยาะหยันไปทั้งเมืองสุพรรณบุรี ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน พี่รักก็รักคนเดียวเถิด พิมจะช่วยปิดเรื่องทั้งหลายไว้ มิให้ผู้ใดรู้ได้ โปรดวางใจได้”

“อนิจจาแม่พิมมาว่าให้เจ็บใจ ไม่ควรมาเย้ยพี่ แม่เจ้าเอ๋ย เณรกับน้อง เปรียบดังทาสหรือจะเท่าเทียมไท ก็รู้อยู่ว่าเหมือนเกลือกับพิมเสน เณรไม่รู้ตัวก็ลงตะลุยเลน ทำให้โดนดูถูกว่าเป็นคนจน  สายทองเป็นเหมือนแหวนตะกั่ว จะประดับด้วยเพชรดูแล้วไม่สมกัน ตัวพี่นี้แสนอาภัพ ที่ร้อนรนก็เพราะรำคาญใจ ด้วยเห็นว่าน้องของตัวเศร้าใจ ทำให้ทนนิ่งเฉยไม่ได้ พี่มิมีสิ่งใดจะกล่าวแล้ว ต่อไปจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว  ลองคิดดูถึงความฝัน เจ้าจะได้ชมบัวทองก็เพราะพี่ ถ้าสายทองไม่ช่วยเหลือ ถ้าไม่หลั่งน้ำตาก็คอยดู ต่อไปเบื้องหน้ามีอันใดมาปรึกษากับพี่ จะไม่กล่าวสิ่งใดอีกเลย จะปล่อยทรมานกินน้ำตาต่างข้าว เยี่ยงไรเสียพี่ก็เคยอาบน้ำร้อนมาก่อน เลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็กจนเป็นสาว ถ้าพลาดมาคงจะได้เห็นกัน”

ตอนที่ ๔ ยังมีต่อ....



Create Date : 28 มิถุนายน 2563
Last Update : 28 มิถุนายน 2563 11:50:19 น. 1 comments
Counter : 197 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse


 
0000 Book Blog ดู Blog
นี่เขาเรียกบวชแล้วไม่ศึกษาหาความรู้
บวชตามประเพณีแท้ๆ เณรแก้วเอ๋ย



โดย: หอมกร วันที่: 28 มิถุนายน 2563 เวลา:19:21:20 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

0000
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add 0000's blog to your web]
space
space
space
space
space