space
space
space
 
พฤษภาคม 2563
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
31 พฤษภาคม 2563
space
space
space

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 1/3 กำเนิด ขุนช้าง ขุนแผน จบตอน

ขุนช้าง ขุนแผน
ฉบับถอดควาาม
บทที่ 1 กำเนิดขุนช้าง ขุนแผน  ตอนที่ 1/3


พลายแก้วกับขุนช้าง ก็มีการออกไปเล่น กับพวกบ่าวข้าตามประสาเด็ก พอพบกับขุนช้างก็ชวนไปเล่นซื้อเหล้า
“ไปเล่นซื้อเหล้ากันเถอะ”
พลายแก้วกินเหล้าอึก ขุนช้างยกกรอกปากจนตัวสั่น กินกันจนเมามาย จนแทบลืมตาไม่ขึ้น แล้วเทเหล้าใส่ขันชวนกันเป็นเกลอ จึงเอามือพลายแก้วจุ่มลงขันเหล้าสาบานว่า
“เราทั้งสองจะซื่อสัตย์ต่อกันจนตาย ใครทรยศหักหลังขอให้เทพ เทวดาล้างผลาญชีวิตมัน ตายคอขาดด้วยดาบองครักษ์สี่หมู่ ขอให้พลัดพรากจากมารดาไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดห้าร้อยกัลป์”

จากนั้นเอานิ้วจุ่มเหล้าที่ขันมาขึ้นมาควั่นคอ พลายแก้วยกเหล้าดื่มอึกๆ จากนั้นขุนช้างก็กินตามดูเหมือนเมากันเต็มที่ พิมพิลาไลยเห็นอาการเมาของขุนช้างหัวเราะจนตัวงอกล่าวว่า
“สมน้ำหน้ามันอ้ายจัณฑาล”
จากนั้นพิมพิลาไลยก็ชวนมาเล่นหุงข้าวต้มแกง เด็กหญิงกวาดทรายทำเป็นรั้วบ้าน เริ่มเล่นทำบุญให้ทาน จากนั้นกล่าวว่า
“ไปนิมนต์สมภารมาเร็วๆ “
ขุนช้างแต่งเป็นสมภารมอญ ไม่ได้โกนหัว สวดมนต์เป็นการใหญ่ พลายแก้วแต่งเป็นสมภารไทย   จัดแจงแต่งของยกมาถวาย หลังจากเล่นสวดมนต์ฉันเสร็จแล้วพลายแก้วมีความคิดอุตริว่า
“เรามาเล่นเป็นผัวเมียกันเถิดหนา”
ขุนช้างกระโดดดีใจร้องว่า
“เห็นด้วย ข้าชอบๆ”
พิมร้อง
“อ้ายนอกคอก คนรูปชั่ว หัวถลอก กูหาเล่นด้วยไม่”
พลายแก้วจึงกล่าวออดอ้อนพิมว่า
“เล่นเถิดจะเป็นไรไป ให้ขุนช้างเป็นผัวของเจ้า ข้าจะทำเป็นย่องเข้าไปหา แย่งมาจากขุนช้าง”

จากนั้นทั้งสองเฝ้ารบเร้าเฝ้าชวนเล่น จนกระทั่งพิมใจอ่อน จากนั้นพากันไปหักใบไม้มาวางทำเป็นต่างเตียงนอน ส่วนพิมกวาดทรายทำเป็นเรือน พูนดินขึ้นเกลื่อนกล่นทำเป็นฟูกหมอน เสร็จแล้วพิมนอนลงกลางดิน ขุนช้างนอนเคียงข้างอย่างเร็วไว พลายแก้วรีบกระโดดเข้าแทรกตรงกลาง ชกขุนช้างเปรี้ยงเข้าที่หัวล้านเลี่ยน ขุนช้างทำเป็นหลับอยู่กับเตียง พอพิมที่นอนอยู่เคียงข้างหันมามอง ขุนช้างก็ลุกขึ้นงุ่นง่านร้องโวยวาย
“ช่วยด้วย ข้าโดนขโมยลักเมียจากห้อง”
เด็กที่อยู่ในละแวกนั้นเกรียวกราวขึ้นทันใด เด็กที่เป็นพวกขุนช้างลุกวิ่งไล่พลายแก้ว พอปะทะพวกของพลายแก้ว เกิดการถกเถียง ต่อยตีกัน จมูกคราก ปากแตก บ้างร้องไห้ไปหาพ่อแม่กันจ้าละหวั่น เดือดร้อนถึงผู้ใหญ่ต้องมาช่วยกันห้าม เมื่อเหตุการณ์กลับกลายเป็นเช่นนี้ พิมพิลาไลยจึงด่าว่า

“อ้ายตายโหง อ้ายหัวล้านมันจังไร กูมิอาจเล่นได้ต่อไปได้”
จากนั้นก็พาข้าทาสบริวารกลับบ้านไป หลังจากที่พิมไปแล้ว ขุนช้างรู้สึกตัวว่า หัวของตนเอง ฟกช้ำดำเขียว ก็ตกใจวิ่งร้องไห้กลับบ้าน ฝนไพลทาร้องโอดโอยเหมือนว่าจะสิ้นใจ

การที่เด็กเล่นอุตริเยี่ยงนี้ ท่านว่าเป็นเพราะเทวดาดลใจ การเล่นไม่ใช่สิ่งผิด แต่ถ้าทำผิดจากปากที่เคยกล่าวก็มีอันเป็นไป สิ่งนี้ท่านว่ามีกล่าวในตำราที่มีอยู่ในสุพรรณฯ
ต่อมาขุนศรีวิชัยเห็นพ้องกับเมียว่าลูกเจริญวัยแล้ว ปิดบังไว้เกรงจะมีความผิดติดตัว ควรที่จะเข้าเฝ้าถวายตัวต่อสมเด็จพระพันวษา ให้เป็นข้าพระบาท หลังจากปรึกษากันแล้ว ก็สั่งข้าไท ให้พาไปอาบน้ำ แต่งตัวทาขมิ้นทาแป้งแต่งตัว เอามุหน่าย (เครื่องหอมสำหรับใส่ผม) ทาทั่วศรีษะจนถึงท้ายทอย คล้องกำไลทองเต็มสองแขนที่นิ้วก้อยใส่แหวนเพชร นัยน์ตาลอย มองดูแล้วเหมือนลูกเสือปลา
จากนั้นวิ่งร่อยๆ ไปที่หอกลาง ให้จัดหาดอกไม้ธูปเทียนใส่พานตามแบบระเบียบประเพณีที่เคยจัดทำ รวมทั้งตระเตรียมเสบียงไว้เลี้ยงกันกลางทาง ช้างพลาย สำหรับการเดินทาง  สองพ่อลูกขึ้นนั่งสัปคับ
จากนั้นควาญช้างขับช้างออกจากบ้านรั้วใหญ่ เดินทางพร้อมกับบ่าวไพร่ที่งุ่มง่ามตามมา ผ่านทุ่งทิวไม้ ลำธาร จนกระทั่งถึงวัดธรรมารามก็หยุดพักปลงช้างไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำ เจ้าขุนช้างตัวเล็กกับบิดา ข้ามท่าเพื่อจะเข้าเมือง ชาวบ้านร้านตลาดครั้นเห็นขุนช้างก็ร้องบอกกันว่า
“เด็กอะไรน่าเวทนา หมั่นใส้  หัวล่อนกล้อนเป็นที่สุด ดูแล้วเหมือนโดนหลอก ลิง ค่างมาเกิดฤา ผีนอกคอกที่ไหนปั้นมา”

ผู้คนพากันหัวร่อ จนกระทั่งพ่อลูกหายลับเข้าไปในวัง พวกขุนนางที่รอเฝ้าอยู่ในวังเห็น ก็พากันหัวเราะราวจะบ้าคลั่ง ทำให้ขุนช้างน้อยพลอยประหม่าละล้าละลังทำอะไรไม่ถูก ต้องอยู่ชิดติดหลังบิดาตลอดเวลา
สมเด็จพระพันวษา เลิศสยบแสยงทุกแหล่งหล้า ทุกประเทศเขตขัณพสีมา ต่างอ่อนน้อม ถวายเครื่องราชบรรณาการ ขอขึ้นต่ออยุธยา ทุกเขตขัณฑ์ ประชาทั่วหน้าต่างก็มีความสุข
ประทับในพระที่นั่ง บัลลังรัตน์ พร้อมขนัดด้วยนางสนมกำนัล ทุกหน้าที่ต่างน้อมหมอบเฝ้า แต่ละนางควรที่จะให้ชวนชม ต่างหมอบคลานเข้าเฝ้าเป็นเหล่าไป เสียงดนตรี  ดังเรื่อยรี่ขับประสาน ให้เพลิดเพลินพระราชหฤทัย นางในต่างปฏิหน้าที่อย่างแข็งขัน  
ยามบ่ายสี่โมงเศษ ก่อนจะเสด็จไปที่พระลานหน้า พร้อมด้วยนางสนมลงสรงน้ำ ไขสุหร่าย (เครื่องโปรยน้ำ) น้ำซ่าเซ็น ทรงสุคนธ์จรุงกลิ่นหอมฟุ้ง ทรงภูษาดอกกินรี จับพระแสงนาคา พอจวนเย็น เสด็จหน้าพระลาน เสียงประโคมแตรสังข์ ฆ้อง กลอง ตำรวจ ข้าราชการ อภิวาทอัญชลี ทรงประทับเหนืออาสน์

ขุนศรีวิชัยผู้ภักดีและขุนช้าง รีบคลานเข้ามาวางธูปเทียนดอกไม้เข้าไปตั้งตรงพระพักตร์ ขุนช้างหมอบชิดกับบิดา ในใจกลัวแทบตาย
ครานั้นสมเด็จพระพันวษา ทอดพระเนตรเห็นดอกไม้ธูปเทียนที่ขุนศรีวิชัยและขุนช้างถวาย แย้มพระโอษฐ์ตรัสว่า
 
“ฮ้า เฮ้ยอ้ายขุนศรีวิชัย มึงพาลูกใครมาหวา หัวดูน่าสมเพชเวทนาเป็นลูกหลานของผู้ใด หรือว่าเป็นลูกหลานเครือญาติของมึง หัวก็ล้านจะเอามาให้กูฤา ถึงได้มีดอกไม้ธูปเทียนใส่พานมา”
ขุนศรีวิชัยจึงกราบทูลว่า
“ขอเดชะพระองค์จงกรุณา ชีวิตข้าพระองค์อยู่ใต้ธุลีพระบาท เป็นขุนช้างบุตรของข้าพระองค์พระเจ้าข้า ขอถวายไว้เป็นทหาร ด้วยเด็กคนนี้มีชะตาราศี มีลาภมาสู่ร่มโพธิสมภารของพระองค์ ตั้งแต่บุตรขุนช้างนี้เกิดมา เงินทองของดีต่างๆ ช้าง ม้า วัว ควาย มิพอจะได้ ก็ได้มา พระเจ้าข้า”
สมเด็จพระพันวษาฟังทูลทรงสรวลว่า

“เออหัวดูน่าเวทนาแต่ได้ลาภตามที่ว่าก็ชอบกล ตอนนี้ยังเด็กเล็กนัก ให้ไว้กับกูก็ไม่เป็นผล เอ็งจงเลี้ยงไว้ก่อนอย่าใจร้อน เมื่อเติบใหญ่จึงค่อยเอามาให้กู”
จากนั้นตรัสสั่งพนักงานจัดของพระราชทานมีเสื้อผ้า เป็นต้น พ่อลูกกราบลงสามครั้ง ด้วยความยินดีในพระกรุณา

จบตอนที่ 1




Create Date : 31 พฤษภาคม 2563
Last Update : 18 มิถุนายน 2563 18:38:38 น. 1 comments
Counter : 237 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร


 
0000 Book Blog ดู Blog
แวะมาอ่านเอาเรื่องค่ะ



โดย: หอมกร วันที่: 25 มิถุนายน 2563 เวลา:7:43:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

0000
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add 0000's blog to your web]
space
space
space
space
space