space
space
space
 
พฤษภาคม 2563
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
26 พฤษภาคม 2563
space
space
space

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 1/1 กำเนิด ขุนช้าง ขุนแผน
ขุนช้าง ขุนแผน
ฉบับถอดควาาม


บทที่ 1/1 กำเนิดขุนช้าง ขุนแผน
    ในรัชสมัยสมเด็จพระพันวษา (สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พ.ศ 2034-พ.ศ 2072) แห่งกรุงศรีอยุธยา ในยุคสมัยนี้ อยู่ในช่วงเวลาเจริญรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยา มีอาณาเขตกว้างขวาง เมืองน้อยใหญ่ต่างเกรงกลัวในพระราชอำนาจ บ้านเมืองสงบร่มเย็น ข้าวปลาอาหาร อุดมสมบูรณ์ ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรม ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข

    กล่าวถึงเรื่องขุนช้างขุนแผน และวันทอง พ่อแม่เขาเหล่านั้น ล้วนเป็นข้าขอบขัณฑสีมาของสมเด็จพระพันวษานราสรรค์
    ขุนไกรพลพ่าย แห่งบ้านพลับ เป็นผู้ที่มีทรัพย์สินเงินทองน้อยใหญ่ ได้แต่งงานกับนางทองประศรี บ้านเดิมอยู่แถบวัดตะไกร จากนั้นทั้งคู่ รื้อเรือน ไปปลูกใหม่อยู่กินด้วยกันที่สุพรรณบุรี ขุนไกร รับราชการเป็นทหารอยุธยา ประจำอยู่เมืองสุพรรณ มีไพร่พลในบังคับบัญชามากถึง ๗๐๐ คน ขุนไกรเป็นทหารชาญชัยใจฉกรรจ์ องอาจ คงกระพันชาตรี เข้ารบที่ไหนไม่มีถอย ถึงแม้ว่าอริราชศัตรูจะมีมากเพียงใดก็ตาม เป็นที่รับรู้ไปทั่วทั้งกรมการเมืองสุพรรณ

    ขุนศรีวิชัย รับราชการเป็นนายกรมช้างกองนอก เป็นเศรษฐีใหญ่ของเมืองสุพรรณบุรีมีทรัพย์นับร้อย มีบ่าวไพร่น้อยใหญ่ มากหนักหนา แต่งงานกับนางเทพทองอยู่ท่าสิบเบี้ย เมืองสุพรรณ
    พันศรโยธา แต่งงานกับหญิงงามนามว่าศรีประจัน บ้านอยู่ท่าพี่เลี้ยง เมืองสุพรรณฯ ทั้งคู่มาจากตระกูลเศรษฐี นางศรีประจันมีน้องสาวชื่อ บัวประจัน มีนิสัยปากกล้ามีผัวชื่อนายโชคดง ซึ่งมีบ้านเดิมอยู่ปางเหี้ย ครั้นแต่งงานแล้ว ลุ่มหลงเมีย ไม่คิดถึงเผ่าพันธุ์เดิม ชอบที่จะขโมยควายชาวบ้าน
    ต่อไปจะกล่าวถึงกำเนิดของคนทั้งหลาย ขุนช้าง เมื่อจะเข้าสู่ครรภ์นั้น มีเจ้าผีแสนร้ายอยู่บนปลายไม้ กลางคืนชอบปั้นรูปเล่นหัวเราะคิกคัก ปั้นแล้วหยิกบีบบี้บ้าง ปั้นแล้วปั้นอีก เอานั่นใส่นี่ให้ครบครัน เป็นที่สนุกสนาน หยิกบ้างทำให้รูปปั้นมีหน้าตาแปลกประหลาด อัปลักษณ์บ้าง คืนหนึ่งผีปั้นกำลังปั้นรูปอยู่บนปลายไม้ ก็มีสัตว์นรกตนหนึ่ง ซึ่งอยู่รับกรรมในนรกทุกข์ทรมาน เป็นเวลาช้านาน ในที่สุดก็พ้นจากขุมนรก จุติจากเพศเปรตอสุรกาย วุ่นวายวิ่งหาทางแห่งความสุข คิดจะไปสวรรค์อยู่นั้น ก็ถูกผีขยันปั้น จับยัดลงในครรภ์

    ฝ่ายนางเทพทองคืนนั้น นอนหลับละเมอฝันไปว่า มีช้างพลายตายตัวพองหัวเน่ากลิ้งที่ตลิ่งชัน ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวนไปทั่ว มีนกตะกรุมหัวเหม่ง บินเตร่มาจากป่าใหญ่ อ้าปากคาบช้างเหม็นอืดตัวนั้น นำมาวางไว้ในหอกลางที่นางนอน ยิ่งไปกว่านั้นไม่ทราบว่าอะไรดลใจให้นางเรียกนกนั้น
“เชิญเจ้าขรัวหัวถกมานี่ก่อน”
จากนั้นนางได้คว้านกหัวล้าน และช้างตายอืดเน่าเหม็นนั้น นอนกอดอย่างสบายใจ
    ครั้นสะดุ้งตื่นขึ้นมาจึงรีบปลุกผัวทันที พร้อมกับอาเจียนตัวสั่นคลอน เพราะไม่อาจ อดกลั้นต่อกลิ่นอันเน่าเหม็นนั้นได้ ด้วยความรู้สึกว่าสิ่งเน่าเหม็นในฝันนั้น เป็นกลิ่นเหม็นสุดจะทนทานได้ ทั้งยังตามติดมาแม้ในเวลานี้ นางอาเจียนจนตัวสั่นคลอนสุดที่จะทนได้ อาเจียนเท่าไรก็ไม่หายเหม็น ในสุดต้องเรียกให้สามีช่วยนวด ทุบคอ

    “โฮก...ฮาก...พี่ข้าไหว้วานช่วยทุบคอหน่อย”
    ขุนศรีวิชัยตกใจลุกขึ้นมาเห็นเมียอาเจียน ลุกขึ้นลนลานทำตามที่เมียร้องขอ โดยได้ช่วยบีบนวดขยำก้านคอ จนกระทั่งนางค่อยหายอาเจียนบ้างแล้ว นางเทพทองได้เล่าความฝันนั้นให้ผัวฟัง
    ขุนศรีวิชัยฟังจบได้ทำนายฝันว่า
    “ออเจ้าจะมีครรภ์หาเป็นไรไม่ ลูกของเราจะเป็นชาย ส่วนนกตะกรุมคาบช้างใหญ่มา หมายถึงลูกของเรา จะบริบูรณ์พูนสวัสดิ์ มีเงินตรามากกว่าห้าเกวียน แต่ลูกเราจะทำให้ขายหน้า เพราะเกิดมาหัวล้าน”
    นางเทพทองฟังแล้วไม่รับพร ทั้งยังคงกุมท้องอาเจียนต่อไป นางจึงอาเจียนไป ด่าไปว่า
    “โคตรแม่มึงช่างให้มาอาเจียน อ้ายหัวล้านจะเลี้ยงไปไย”
    ฝ่ายนางทองประศรี ในขณะที่นอนกับสามีในเรือนใหญ่ นางฝันไปว่า ท้าวสหัสสนัยน์ ถือแหวนเพชรเม็ดใหญ่เหาะมา แล้วยื่นให้ นางรับแหงวนนั้นด้วยใจยินดีเหลือประมาณ แสงเพชรส่องวาบแปลบปลาบเข้าตา จึงตกผวาตื่นขึ้นมา รีบปลุกผัวในทันที
    “มีอะไรฤาออเจ้า”
    นางทองประศรีจึงเล่าเนื้อความตามที่นิมิตฝันให้ฟัง จากนั้นทั้งสองลุกขึ้นไปล้างหน้า นั่งกินหมากพลูเป็นที่สบายใจแล้ว ขุนไกรทำนายฝันว่า
    “น้องเจ้าฝันว่าได้แหวนวงวิเศษ ของพระอินทร์ สิ่งนี้เป็นมงคล จะมีครรภ์ได้ลูกเป็นชาย ประดุจทหารพระนารายณ์มาเกิด มีความกล้าหาญคงทน มีฤทธิ์เดชปราบทั่วทั้ง 3 โลก ซึ่งว่าเพชรรัศมีแสงกล้า ภายหน้าจะได้เป็นทหารใหญ่ มียศใหญ่โตถึงพระยา ร่วมพระทัยองค์เหนือหัว”
    นางทองประศรียกมือไหว้ สาธุรับคำทำนายของผัว จากนั้นทั้งสองกลับเข้านอนด้วยความสบายใจตลอดราตรี

กล่าวถึงนางศรีประจัน เที่ยงคืนนั้น นอนฝันว่าพระวิษณุกรรม เหาะมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า ถือแหวนมาสวมนิ้วของนาง จากนั้นก็เหาะกลับสถานพิมานมาศ นางนอนหลับแสนสนิท อย่างมีความสุขจนกระทั่งสว่าง ตื่นขึ้นยิ้มแย้มสดชื่นลุกขึ้นไปล้างหน้า จากนั้นเล่าความฝันให้ผัวฟังว่า
“ท่านขา เมื่อคืนนี้ข้าพเจ้าฝันว่า พระพิษณุกรรม์ ถือแหวนวงงามจับใจ เอามาส่งให้ไว้กับเรา แล้วกลับไปสถานพิมานฟ้า ฝันนั้นยังติดตาอยู่ เมียจะเกิดโรคร้ายใดฤาพ่อเจ้า ขอให้เมียได้รู้ว่าเป็นเยี่ยงไรหนา ”
พันศรโยธาฟังคำของเมียแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแก้ฝันว่า
    “ออเจ้าฝันนั้นหนา จะมีครรภ์ ได้แหวนประดับ หมายถึงจะได้ลูกหญิงมีรูปงาม ด้วยเป็นแหวนของพระพิษณุกรรม์ จะหาผู้ใดเปรียบเหมือนมิได้”
    นางศรีประจันหัวเราะรับพรว่า
“ขอให้เป็นดังพี่ว่าเถิด ถ้าฉันนี้ได้ลูกมาชมเชย จะไม่อุ้มลูกคนอื่นให้เขาว่าได้เลย”
ฝ่ายนางเทพทองเมื่อครรภ์โตขึ้นเรื่อยๆ ลุกนั่งด้วยความยากลำบาก เกิดแพ้ท้องอยากกินเหล้า เนื้อพล่าจนตัวสั่น เห็นเนื้อดิบแล้วน้ำลายไหลเหมือนดังผีกระสือ เหมือนตาหลวงเข้าสิง ร้องอ้อนผัวจะกินอย่างเดียว กินเท่าไรก็ไม่พอ ทั้งปลาไหล ไก่ กบ เต่า แย้ อึ่งนา กินเรียบไม่มีเหลือ อีกทั้งยังทำให้กลายเป็นคอทองแดงนักเลงดื่มสุรา มีกี่ไหก็ไม่เหลือ จนซื้อไม่ทัน

นางอุ้มท้องด้วยความ เจ็บปวด ยากลำบากนานถึงสิบเดือน ลูกในท้องก็ถีบหนักขึ้น พอใกล้ฤกษ์คลอดนางเจ็บหนัก ร้องเรียกพ่อแม่ เรียกหาผัว ร้องดังจนคนในบ้านตกใจวิ่งวุ่นกันทั้งบ้าน
เสียงร้องของนางเทพทอง ทำให้คนบ้านต้องวิ่งวุ่น ใครนึกอะไรได้ก็ทำกัน บ้างก็เสกข้าวสารหว่าน บ้างเอาเบี้ยเหน็บฝาเรือนจนเต็มไปหมด บ้างเร่งหมอตำแยให้รีบทำคลอด

“เร็ว ๆ หน่อยแม่หมออย่าช้านัก ระวังเด็กขวางตัวด้วยละ”
เสียงหนึ่งในกลุ่มผู้ช่วย ร้องเตือนด้วยความเป็นห่วง ท่ามกลางความโกลาหลของคนในบ้าน บ้างก็เข้ามาหนุนหลังนั่งเคียงข้างนางเทพทอง ช่วยปลอบให้กำลังใจ ขุนศรีวิชัยตัวสั่น เข้ามาปลอบเมีย เป่ากระหม่อมให้เพื่อให้นางคลายความกังวล

“มิเป็นไรแล้วออเจ้า พี่เป่ากระหม่อมให้แล้ว มิต้องกังวลประการใดๆ ทั้งนั้น”
หมอตำแย เข้าคร่อมท้อง นางเทพทองก็ข่มส่ง ข่มจนตัวสั่นก็ยังมิใคร่ลง ในที่สุดก็มีเสียงร้องว่า
“เด็กตั้งตัวตรงแล้วเบ่งเลย จะออกแล้วววๆๆ”
ยายคงโก้งโค้งขย่ม ช่วยอย่างเต็มที่ เมื่อเด็กออกมาได้ แกถึงกับล้มกลิ้งหัวทิ่มฝาเรือน พร้อมกับเสียงเด็กร้อง พอดีกับช้างเผือกเข้ามาถึงพระราชวังในวันนั้น ผู้เป็นแม่ลืมตาดูลูกพลิกไปพลิกมาเห็นว่า น่าเกลียดน่าชังนัก หัวล้านเลี่ยนเหมือนนกตะกรุม ที่ฝันถึงเมื่อคราวตั้งครรภ์ จึงอดบ่นมิได้

“ทุด ลูกบัดสีเหมือนกับผีปั้น หน้าตาอัปลักษณ์ มิหนำซ้ำยังหัวล้าน โคตรอ้ายหมาขี้เรื้ื่อนเปื้อน เสียแรงที่อุ้มมา เลี้ยงไว้ไปไย มีแต่จะอายเขา หัวของมันไปเหมือนโคตรข้างไหนกัน”
นางเทพทองด่าบ่นจนเหนื่อยอ่อน จากนั้นก็เข้านอนไฟ ส่วนลูกชายมีแม่นม และข้าทาสหญิงชายคอยดูแล อาบน้ำป้อนข้าวป้อนน้ำ ไกวเปลเห่ช้า ทุกวันเวลา

ครอบครัวมีฐานะดีขึ้นกว่าเดิมเงินทองไหลมาเทมา ข้าทาส บริวาร มีมากมาย ด้วยบุญของลูกอ่อนได้สร้างไว้ ถึงแม้ว่าแม่จะเกลียดชัง แต่ความมั่งคั่งหาใครเสมอมิได้ ปู่ย่าตายายพลอยสบายใจ ตั้งชื่อหลานไว้เป็นมงคล ว่า
“หลานรักของข้า ขอให้ชื่อว่า ขุนช้าง"

ขุนช้าง ขุนแผนตอนที่ 1 ยังมีต่อ




Create Date : 26 พฤษภาคม 2563
Last Update : 3 กรกฎาคม 2563 7:55:25 น. 1 comments
Counter : 302 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร


 
0000 Book Blog ดู Blog
หมวดนี้ดีกว่าจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 23 มิถุนายน 2563 เวลา:9:04:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

0000
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add 0000's blog to your web]
space
space
space
space
space