space
space
space
<<
กรกฏาคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
space
space
7 กรกฏาคม 2563
space
space
space

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 4/3 พลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม จบตอน

ขุนช้าง ขุนแผน
เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน
ตอนที่  ๔/๓ พลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม (จบตอน)

    
พลายแก้วยังออดอ้อนต่อไปว่า
“พิมเจ้าขออย่าตัดรอน ขออย่าโกรธ ลงโทษพี่ เจ้าอย่าน้อยใจไป พี่รักน้องด้วยความจริงใจ ไม่คิดหาญหักดอก ที่พลั้งมือฉวยชายสไบน้อง เพราะอาการกำเริบรักเกิดขึ้น งดโทษให้พี่เถิดหนาถือว่าเอาบุญ อย่ามีความขุ่นเคืองอันใดเลย อันอกเจ้างามเปล่งปลั่งดังเงินยวง ล่วงเกินบ้างอย่าน้อยใจ”
พลายแก้วกล่าวพลาง พร้อมกับค่อยๆประคองกอดพิมขึ้นบนตัก พิมแม้ว่าจะผลักดิ้นก็ดูเหมือนว่ายากจะหลุดได้ ต่อมาพิมรู้สึกว่าผ้าชายสไบกำลังจะถูกปลด รีบกำฉุดชายสไบไว้ พิมพิลาไลยก้มหน้าอยู่กับตัก น้ำตาคลอเบ้า เฝ้าวอนไหว้พลายแก้วว่า
“อนิจจาว่าแล้วหาฟังไม่ พี่จะฆ่าพิมเสียที่ไร่ฝ้ายนี้แล้วฤา รักน้องล่วงเกินในที่แจ้งเยี่ยงนี้ ไม่ถือว่ารักน้อง ถึงจะมิได้แต่งก็ควรจัดแจงให้น้องมีห้องหอบ้างตามสมควร แล้วฉันจะปรองดอง ไม่ขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น ตัวน้องนี้ยังมิเคยมือชาย จะล่วงเกินกลางวัน กลางแจ้งหาควรไม่ คิดดูให้ดีก่อนเป็นไร พี่กลับไปก่อนเถิด อดข้าวนะเจ้าชีวาวาย ไม่ตายดอกเพราะอดเสน่หา”
พลายแก้วจูบลูบผมแล้วมองหน้าพิม
“น้องเจ้าน่ารักนัก น้ำตาคลอเบ้าไปใย ไหว้วอนอ้อนวอนให้ปล่อย ดูแล้วน่าสงสารยิ่งนัก ยิ้มสักหน่อยเถิด ที่ทำไปเพราะรักดอก มิใคร่จะจากเจ้า พี่จะหอบเสน่หาลาไป ทิ้งความอาลัยที่สุดทรมานเสีย”
หยิบมือพิมมาประทับที่ทรวงกล่าวว่า
“แม่ดูดวงจิตของพี่ฟุ้งซ่านนัก เวลาค่ำแม่จงสังเกตการณ์ พี่จะไปที่บ้านหาเจ้า”
จากนั้นช้อนคางพิมขึ้นมาจูบชมเชยรำพันโลมลูบทั้งกาย ส่วนพิมยังคงนิ่งเงียบอยู่กับตักพลายแก้วเช่นเดิม
“พี่จะลาแล้วหันมาเถิดเจ้า”
ตะวันร่ำไร เสียงบ่าวไพร่ที่ไปเก็บฝ้าย พากันเดินร้องเพลงมา สายทองที่คอยระวังอยู่ต้นทาง เห็นพวกบ่าวพากันเดินมา จึงแกล้งทำเสียงเสียงร้องอึงว่า
“ไปได้แล้ว จวนเย็นแล้ว”
สองครั้งสองครา พิมได้ยินดังนั้นรีบไหว้พลายแก้วกล่าวว่า
“พวกบ่าวไพร่มาแล้ว รีบไปเถิด ก่อนที่พวกเขาจะเห็น อย่าฆ่าน้องทั้งเป็นเลย เอ็นดูน้องด้วยเถิดไปเสียให้เร็วไว”
พลายแก้วกอดพิมไว้กับตัก ด้วยความเสียดายเป็นเหตุมิใคร่คลายอ้อมกอด เสียงบ่าวไพร่ดังกระชั้นเข้ามา จึงผุดลุกขึ้นบังต้นไม้แล้วค่อยๆ หลบไป ส่วนพิมรีบลุกขึ้นพรวดเดินออกจากพุ่มไม้ยืนอย่างรวดเร็ว  
บ่าวไพร่เห็นพิมมีท่าทีรีบลุกขึ้นพรวดออกจากพุ่มไม้จ้ำอ้าวหนีไป รู้สึกแปลกประหลาดปนฉงนเล็กน้อย  สายทองเห็นพิมรีบเดินเข้ามาประชิด ยิ้มแย้มพูดคุยหยอกล้อ
“แม่พิมวันนี้เป็นกระไร หลังไหล่เลอะดินเต็มไปหมด”
พิมค้อนให้พี่เลี้ยง
“พี่ดีใจเกินไปหนา เสียงดังระวังบ่าวไพร่จะได้ยิน ข้ามิเป็นกระไรดอก”
สายทองได้ฟังก็นิ่งยิ้ม พิมค้อนนัยน์ตาเขียว ด้านหลังพวกบ่าวไพร่แบกฝ้ายตามมา ไม่นานทั้งหมดก็ถึงบ้านทั้งหมดรีบขึ้นเรือน เวลาจวนค่ำแล้ว พวกข้าทั้งหมดช่วยกันนำฝ้ายไปเก็บก็พลบค่ำ สายทองชวนน้องเข้าห้องนอน คุยกันกระซิกกระซี้หยอกล้อกับพิม
“เมื่อกลางวันเป็นเยี่ยงไรบ้าง แม่พิมบอกมาให้หมดเถิดหนา”
พิมค้อนแล้วพลิกตะแคงข้างจากนั้นเริ่มลงมือข่วนหยิกสายทอง
“เพราะพี่แนะนำพลายแก้วเห็นหน้าพูดจาคำสองคำ ก็กระโจนกอดปล้ำแกล้งให้ได้อาย แท้จริงแล้วเขาคิดจะปล้ำทำเล่น น้องใคร่ร้องขึ้นให้ไร่ฝ้ายถล่มทลาย น่าน้อยใจหนักหนา
ผ้าผ่อนถูกฉวยให้หลุดจากกายสองครั้งสองครา เยี่ยงนี้ตัวตายก็ยังดีกว่าเป็นคน ข้าแค้นใจนัก วันนี้คิดจะเอามีดกรีดพี่ให้ตายไป สมกับที่เป็นต้นเหตุให้ฉันได้อาย
แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าพี่สายทองเคยได้เลี้ยงดูมา จึงหักห้ามใจไว้ได้ ลางครั้งคิดจะบอกแม่ให้ได้รู้ จะได้ดูว่าพี่สายทองจะทำเยี่ยงไร เดชะบุญพวกข้ามาเสียก่อนมิเช่นนั้น คงถูกล่วงเกินอีก คำพูดของพี่มีแต่ให้ฉันได้น้อยใจ เสียแรงที่เลี้ยงน้องมา เพลานี้สิ้นรักน้องเสียแล้ว ก่อนกลับพลายแก้วยังสั่งซ้ำว่าคืนนี้จะมาหาอีก”
พูดจบพิมลุกขึ้นไปปิดประตูหน้าต่าง ลงลิ่มสลักอย่างแน่นหนา นำมีดมาถือไว้กล่าวว่า
“คืนนี้ถ้ามาแล้วหากพิมมิแทงด่าว่าอีพิมถ่อยได้เลย พี่ออกไปจากห้องนี้บัดเดี๋ยวนี้ วันนี้น้องจะคอยจนถึงรุ่งเช้าไม่หลับไม่นอน”
สายทองเห็นอาการโกรธเกรี้ยวของพิมจึงรีบปลอบว่า
“น้องพิมอย่าเพิ่งโกรธไปแค้นไปเลย ดูให้แน่ใจไปก่อน อันความเสน่หา ย่อมมีความร้อนแรงรุมเร้าใจ พลายแก้วยังหนุ่มกำดัดนัก จะหักห้ามใจคงทำมิได้ เกิดใจกำเริบเพราะยังมิเคยพบหญิง ความอายเพราะชายในครั้งนี้ของพิมยังน้อยนัก
แม่จงฟังคำของพี่ อันหญิงถึงจะมีความต้องการใจโลกีย์ ก็ยังหักห้ามใจอยู่บ้าง แต่ชายหาเป็นเช่นนั้นไม่ แม่อย่าด่วนคิดว่าเป็นสิ่งน่าอาย ความจริงก็คือความจริง สัญญาที่เคยให้ไว้ก็ยังอยู่ แม่พิมจงพิเคราะห็เถิดหนา
พลายแก้วเป็นชายบริสุทธิ์ผุดผ่อง เรื่องนี้ไม่มีข้อกังขา ส่วนแม่พิมก็เป็นสาวพรหมจารี ตั้งแต่เป็นสาวมายังไม่มีผู้ใดมาล่วงเกิน พึ่งได้เจอพลายแก้ว เรื่องแค่นี้ฤาจะมาหักหาญกัน โดนล่วงเกินสองคราเป็นสิ่งที่ไม่น่าปรารถนา เป็นมลทินที่เกาะกินใจ ถึงเจ้าจะไปได้ผู้อื่นอีก
ถ้าไปพบคนเก่าเจ้าจะหน้าไปไว้ไหน ตราบาปจะติดตัวไปจนตาย ขอแม่อย่าได้วู่วาม หยุดความวิตกกังวลไว้ก่อน อดนอนพรุ่งนี้จะตื่นสาย แม่ท่านจะเกิดความสงสัยได้ พลายแก้วมิมาดอก นอนเถิดน้องพี่จะไปนอนเช่นกัน”
กล่าวจบสายทองก็กลับไปห้องนอนเข้านอนหลับไป ส่วนพิมยิ่งคิด ยิ่งตรอมใจ ยิ่งคิดถึงพลายแก้ว ได้แต่นอนตรึกตรองไป
“พี่ลืมพิมแล้วฤา หรือเคืองน้องแล้ว จึงทิ้งให้อยู่แต่ผู้เดียว ไม่รักน้องก็แต่แรกอย่าทำเป็นรัก ทำให้มัวหมองแล้วเมินไม่มาหา คำสัญญาว่าจะมาถึงห้องนอนของพิมพี่ลืมแล้วฤา นี่ก็ยามหนึ่งแล้วพ่อแก้วเอ๋ย พี่ยังมิมา”
พิมนอนคิดไปเรื่อย กระทั่งพระจันทร์ดับแสงก็หลับไป ส่วนพลายแก้วไปถึงวัดเพลาค่ำหาบวชไม่ คอยดูฤกษ์ดูยาม ประมาณสองยามปลาย ดวงเดือนส่องแสงระยับ เพ่งมองเห็นสิ่งที่หมายเด่นชัด จัดแจงแต่งตัวพิเคราะห์ดูดวงดาวอีกครา คำนวณดูด้วยความชำนาญ เป็นที่แน่ใจก็เกิดความฮึกหาญ
ย่างก้าวไปตามทิศทางที่คำนวณไว้ ไม่นานก็มาถึงบ้านพิมพิลาไทย เสกข้าวสารหว่านไปรอบๆ สะกดคนในบ้านให้หลับสนิท สะเดาะกลอน บานที่ปิดก็เปิดในทันที จึงกลิ้งครก เหยียบยืนขึ้นบนเรือน เดินด้วยฝีเท้าแผ่วเบา เห็นที่หมายก็ตรงไป เข้าไปในห้องอย่างฉับพลัน
อัจกลับ(โคมอย่างหนึ่งทำด้วยทองเหลือง) ส่องแสงสว่าง ภายในห้องมีสิ่งของมากมายทั้งโตกพาน เซี่ยนขัน โต๊ะเครื่องแป้งจำหลักลายดูสวยงาม คันฉ่อง เครื่องทอง ตั้งไว้ พานหมากเครื่องนากมีมากมาย ม่านสายปักไหมาถมทองฝีมือของพิม เป็นเรื่องศิลป์สุริยา ตอนพานางข้ามน้ำ แล้วพลัดกัน พลายแก้วรำพึงในใจว่า
“น้องเจ้ากระไรเลยฉลาดนัก ฝีมือหาใครเทียบ”
พลายแก้วบรรจงรูดม่านย่องเข้ามา เปิดมุ้งเห็นพิมนอนหลับสนิท ดูเหมือนยิ้มรับเล็กน้อย ทำให้พลายแก้วอดคิดไม่ได้ว่า
“พิมเจ้างามนักยิ้มรับให้พี่รีบมาร่วมหมอน”
สุดที่พลายแก้วจะหักใจได้ จึงก้มบรรจงจูบรับขวัญ ครั้นทอดตาดูอีกครั้ง เห็นเหมือนพิมค้อนให้เล็กน้อย คอคางบาง เล็บยาวขาวขัดดูงามสม เข้าประคองพิมขึ้นมา จากนั้นคลายสะกด ให้พิมตื่น
“เจ้าอย่าแหนงแคลงใจว่าพี่ลวง แต่จงตื่นขึ้นเถิดรา”

 
พิมครั้นตื่นขึ้น พลิกกายมองชำเลืองมา เห็นหน้าพลายแก้ว ในใจคิดพรั่นหวั่นใจชม้ายค้อน
“ดูสิ กลอนขัดอยู่ก็เข้ามาได้ การลอบเข้าเรือนเป็นความรักฤา ข่มแหงไม่เกรงใจตั้งแต่กลางไร่จนกระทั่งถึงเรือน มันน่าอายแค้นใจนัก รบเร้าให้ขอต่อแม่ก็มิใส่ใจ มีแต่หยอกกันให้ฉันเป็นราคี พูดกลบเกลื่อนเป็นอย่างอื่น ที่ไร่ฝ้ายปล้ำทำให้อาย ใยฝ้ายติดคันไปทั้งตัว มือหนัก ยึดยื้อ ทั้งหยาบ ทั้งโดนหยาม เสียตัวอยู่ที่บ้าน ไม่ตายก็คงหลังลายเป็นแน่แท้ เยี่ยงนี้มิขอรับ เชิญถอยไปเถิดฉันไม่ใยดี”
“ยอดรักของพลายแก้ว พี่มาแล้ว ขออย่าได้ขับไล่เลย พี่มาครานี้ไม่อาลัยชีวิต เจ้าอย่าได้กล่าวอันใดเลย พี่ผิดพี่ก็มาลุแก่โทษ จงอย่าถือว่าหยาบหยามคลายความโกรธเถิด พี่ชมโฉมเจ้าด้วยใจรัก น้องเจ้าดิ้นนัก
 กายของพี่ล้วนแต่มีรอยเล็บเพราะการหยิกข่วน พี่มาด้วยความที่รักน้อง กลัวจะมัวหมอง ผ้าผืนใดตะเข็บขาด แจ้งมาเถิดพี่จะชุนเย็บให้ ขอดูมือเจ้าหน่อย เจ็บมากกว่าแขนพี่หรือเปล่า”
จากนั้นพลายแก้วจับจูบลูบไล้ เย้า หยอก พิมค้อนกล่าวว่า
“ผู้ใดให้ถาม ถึงเจ็บมือก็มิได้เชิญผู้ใด จะดูแผลน้องไปทำไม ใครเจ็บก็รักษาเอาเอง มาจับมือถือแขนเอาง่ายๆ ไม่เกรงใจทำเหมือนผัวเมีย ที่นี่เรือนมิใช่ไร่ฝ้าย ข้ามิกลัวดอก ถึงเยี่ยงไรก็มีเพื่อนบ้านเป็นพยาน ไปให้พ้น มิเช่นนั้นฉันจะร้อง”
พลายแก้วออดอ้อนต่อไปว่า
“ไม่เมตตาก็ฆ่าพี่เสียเถิด กระทุ้งห้องร้อง เอามีดกรีดได้เลย อย่านึกว่าพลายแก้วจะกลัวตาย จะกอดพิมไม่ให้ห่างกาย ตามแต่พิมจะปราณี”
กอดกระชับกว่าเดิม กล่าวต่อไปว่า
“อย่าสะบัดไปเลยไม่พ้นมือพี่ดอก สองแก้มเจ้าเย้ายวนพี่นักขอจูบทีเถิด”
“เดี๋ยวจับ เดี๋ยวจูบ ทั้งลูบทั้งชม ทำเหมือนเป็นเชลย พูดยังไงก็ไม่ฟังกัน จะหยิกเยี่ยงไรก็ไม่เจ็บ ดูซิเล็บจะหักแล้ว”
“อย่าทำให้เล็บหักเลย ลงโทษพี่อย่างอื่นเถอะ ทำเล็บหักเหมือนไม่รักพี่จริง เล็บเจ้ามีค่ากว่าเงินทอง”
พลายแก้วยิ้มเข้าประชิดกว่าเดิม อุ้มพิมแนบไว้กับอกด้วยใจยินดี เอนประทับลงที่หมอน หน้าแนบหน้า  ทั้งสองกอดดิ้นไปมา เกิดมหาเมฆมืดพายุพัดกระหน่ำ ท่ามกลางสายฝน สะเทือนสะท้านทั้งสามภพ
ครานั้น พิมที่อยู่ในห้วงเสน่หา ขณะอยู่บนที่นอน พัดวี พลอดรัก กอดพลายแก้วมิยอมห่าง ซับเหงื่อให้ด้วยสไบ ละลายกระแจะจันทร์ทา  อ้อนวอนให้กินของหวานและหมากพลู บุหรี่ ซุบซิบสนทนา ลุ่มหลงอยู่ในรสกามา มิได้หลับมิได้นอน
ในท่ามกลางพระจันทร์ส่องแสง ดวงดาวอับแสงลง เสียงไก่ขันแว่วมา ผสมกับเสียงนกร้อง เป็นระยะ ไม่นานพระอาทิตย์เริ่มส่องแสง พลายแก้วได้สติคิดจะกล่าวลาด้วยคำหวาน แต่ก็มิอาจกล่าวได้โดยง่าย
“พี่จะลาจากพิม รู้สึกเหมือนใจจะขาดรอนๆ แก้วตาคอยอยู่เกิด พอพลบค่ำ พี่จะกลับมาอย่างแน่นอน“
พิมพิลาไลย สะอื้นออดอ้อนอ่อนระทวยในอ้อมกอดพลายแก้ว
“พ่อมาให้พิมนี้ตรอมใจ ก็สาสมแล้วที่พิมเป็นคนโฉดชั่ว เช้าค่ำคงได้จมอยู่ในความเศร้าโศก อีกนานเท่าใด มิมีผู้ใดรู้ได้ พิมรักพี่ พี่รักพิม แต่พี่มาหักหาญน้ำใจ รักแล้วจาก ทำให้ต้องทรมาน ต่อแต่นี้จะปรึกษากับใครได้
ความทรมานเหมือนนอนในกองไฟ พี่อยู่ไหนจะรับรู้ได้ พี่อยู่วัดพิมคงไปหาไม่ได้ ค่ำแล้วขอให้พี่จงกลับมา ให้ได้เห็นหน้าทุกคืนพอชื่นใจ”
พลายแก้วปลอบแล้วลูบประโลม
“พี่รักเจ้าจะมิให้ห่างไกลอย่าห่วงเลย ไก่ขันแล้ว จำใจจากไกล อย่าเสียใจพี่จะมาหาทุกคืน พอพลบค่ำจะมาหาถึงห้องให้หายคิดถึง พี่คงต้องปีนกลับไปแล้ว เจ้ายืนส่งแค่พอพ้นเรือนก็พอ”
พลายแก้วปลอบพลางโอบอุ้ม ฟูมฟายน้ำตานอง ถึงประตูเรือนที่มีแสงเทียนเรือนราง เหมือนความระทมจะมากขึ้นตามแสงเทียนที่เรือนราง แสงสีทองส่องท้องฟ้าแล้ว แต่พลายแก้วมิอาจจากนางได้ทรุดนั่งพะว้าพะวังด้วยอาลัยอาวรณ์ ประโลมลูบจูบเสมือนว่าชื่นชมยังไม่อิ่มใจ สุดท้ายก็ตัดใจได้
“ปิดประตูเถิดเจ้าอย่าเศร้าโศกไปเลย”
จากนั้นพลายแก้วรีบลุกขึ้น ในขณะที่ไฟสวาทยังคุกกรุ่นในใจมิหาย ยิ่งเหลียวหลังมองพิมยิ่งเกิดความอาลัยเหมือนจะขาดใจ พิมปิดประตูด้วยสีหน้าละห้อย พลายแก้วแข็งใจเดินออกจากบ้าน ถึงวัดหลบท่านสมภาร นมัสการชีต้นให้บวชทันที

จบตอนที่ ๔



Create Date : 07 กรกฎาคม 2563
Last Update : 7 กรกฎาคม 2563 9:38:10 น. 1 comments
Counter : 161 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse


 
0000 Book Blog ดู Blog
มาส่งโหวตจ้า ช่วงตอนนี้เหมือนนิยายประโลมโลกไปหน่อยจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 10 กรกฎาคม 2563 เวลา:15:49:31 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

0000
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add 0000's blog to your web]
space
space
space
space
space