space
space
space
<<
กรกฏาคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
space
space
1 กรกฏาคม 2563
space
space
space

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 4/2 พลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม


ตอนที่  ๔/๒ พลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม (ต่อ)
เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน
ขุนช้าง ขุนแผน

    พิมพิลาไลยทำสีหน้าเหมือนไม่เชื่อกล่าวว่า
    “น่าขันจริงพี่ อย่าพูดมากไปน้องยอมก็ได้ ฉันไม่น่าขัดเลย ฟ้องให้แม่ตีน่าจะดีกว่า พี่ได้สินบนมากี่ชั่ง จึงได้มาทั้งขู่ ทั้งปลอบเยี่ยงนี้ น่าเชื่อได้ฤาที่ว่าเณรดี ไปได้คำมั่นจากที่ใดมาถึงได้เชื่อหัวปักหัวปำ เจ้ากู สบถหรือว่าไม่ทิ้งฉัน ถึงได้รับปากมาเจรจา
ถ้าเบื้องหน้าเจ็บช้ำระกำใจ เพราะเสียตัวด้วยเกรงจะเคืองข้อง ลองคิดดูแล้วไม่น่าจะได้เป็นจริงดังที่กล่าว ขืนเชื่อคำเณรพลายคงได้อายคน ยิ่งคิดยิ่งหวาดวิตก ถ้าเขามิจริงใจดังถ้อยคำ ฉันจะทำอะไรพี่สายทองได้”
สายทองยิ้มเล็กน้อยกล่าวปลอบว่า

    “โอ้แม่พิมของพี่เอ๋ย อย่ากลัวไปเลย ไม่เป็นเช่นเจ้าคิดแน่ อย่าวิตกกังวลไปเลย เจ้าสายใจสุดที่รักของสายทอง ถ้าไม่ดีหรือพี่จะชักพา ให้แก้วตาเสียตัวต้องมัวหมอง
แต่เพราะเห็นสมกันเป็นเนื้อคู่กันดอก จะเปรียบยศก็มีคนนับถือ จะเปรียบทรัพย์ก็เสมอกัน เมื่อนำมาใส่ตาชั่งแล้ว ดูสมกันเสมอกัน ควรสมคู่กันทุกสิ่ง มองดูรูปของทั้งสองก็น่ารัก ดังพระอาทิตย์กับพระจันทร์

ถ้าได้เป็นคู่กันนับเป็นบุญของสายทอง จะนั่งชมนอนชมทุกค่ำคืน ให้เจ้าทั้งสองอยู่บนเตียงทอง ยามร้อนจะพัดวี
ห้องหอของพิม พี่จะตกแต่งเอง จัดฟูกหมอนเรียบร้อยดี อีกทั้งมีฉากพับตั้ง มุ้งแพร ระบายทอง มีพู่ห้อยพวงย้อย  กระโถนพานหมากตั้งไว้เรียงราย โถแป้งฝาโถยอดปริกประดับพลอย คันฉ่องกระจกอันงดงาม
จะนั่งพึ่งบุญแม่พิม กิน นอน อย่างสบายใจ เจ้าอย่ารวนเร ไปเลยเจ้าทั้งสองควรคู่อยู่แล้ว น้องจงปรองดอง อย่ามีสิ่งต้องพะวงสงสัยอันใดเลย สายทองนี้จะเป็นรองเกือกไป ให้สัญญาแม่พิมได้

ถ้าหากเณรแก้ว แววไว ไม่คงสัตย์ กลับกลายไปในภายหน้า ไม่ต้องเรียกว่าพี่ จงตีด่าส่งไปเป็นคนครัว ให้ตักน้ำตำข้าวทุกเช้าเย็น ใช้งานให้หนัก เพราะชักนำไปในทางเสียหาย รุ่งเช้าเณรแก้วมาบิณฑบาต น้องพิมลงไปใส่กับพี่ จะได้คุยกันให้แจ้ง เพลาไปไร่จะได้พบกัน”

    พิมเมื่อได้คุยสายทองสักพัก จิตใจเกิดรับรักอย่างแม่นมั่น หลังจากนี้ไปเป็นที่ทราบของคนทั้งบ้านว่าพิมเปลี่ยนไป ไม่สุงสิงกับผู้ใด บางครั้งก็บอกว่าพักงานไว้ก่อน สายทองกล่าวตัดบทว่า
    “ดึกแล้วนอนเถิดแก้วตา พี่จะกอด สัพยอกเย้าให้เจ้านอน”
    แล้วสายทองก็กล่าวออกชื่อเณรแก้วเป็นเชิงหยอกเย้า จนกระทั่งหลับไปรุ่งเช้า เณรแก้วจิตนึกถึงแต่พิมห่วงพะวงว่าจะสาย รีบลุกขยับกายมาที่หน้าต่าง ล้างหน้า นุ่งสบง ห่อดองแล้วรีบย่างลงบันได ถึงบ้านพิมโดยมิทันช้า สำรวมกิริยาให้ผ่องใส ยืนนิ่งใจหวังให้พิมลงมาโดยเร็ว

    นางพิมกับสายทองอยู่ในห้องจัดแจงของที่จะใส่บาตรทั้งข้าวปลา บุหรี่หมากพลูครบครัน กลัวแม่จะเห็นจึงเอาซ่อนเสียใต้ขัน นางมีความรู้สึกว่าพลายแก้วมาช้ากว่าทุกวัน ครั้นเปิดหน้าต่างเห็นเณรแก้วรีบหลบไปสะกิดสายทอง พูดยิ้มแย้มกระซี้กระซิก
    “ดูเณรแก้วช่างสำรวมราวกับเจ้าขรัว ข้าไม่ไปไหว้ละกลัว”

    สายทองเตือนน้องให้ลงไป นางพิมประคองขันแอบหลังบังวุ่นพัลวัน ค่อยๆ ก้าวลงบันไดไป ครั้นถึงทรุดนั่งวางขันข้าวลงแล้วไหว้ มิอาจแลดูหน้าเณรแก้วได้ได้แต่นั่งก้มหน้า ขันข้าวเจียนจะคว่ำปนเปบุหรี่หมากพลู รู้สึกประหวั่นใจ จึงก้มหน้ากลับขึ้นบันได ใจนึกสะทกสะท้านอยู่ ครั้นถึงหอนั่งแอบบังประตู สายทองเหลียวดูมิเห็นผู้ใด จึงกระซิบเณรแก้วว่า

    “หลังเพลอย่าบ่ายนัก ฉันจะพาพิมน้องรักออกไปไร่ เณรแก้วรีบกลับไปวัดแล้วมาไวๆ  ไหนเล่าเงินทองเอามา”
    ตอนท้ายสายทองกล่าวพร้อมกับแบมือ เณรแก้วยิ้มแล้วตอบว่า
    “ไม่ลืมคำดอก งานที่ไร่ฝ้ายสำเร็จแล้วจะแทนคุณ เณรแก้วจะมิให้พี่ไปตะโกนที่กุฎีให้วุ่นดอก ข้าบวชเรียนก็เพื่อจะเอาบุญ มั่นคงอยู่ในศีล วางใจเถิดหนาจะขอลาก่อน จะกลับไปย้อนไปที่ไร่ก่อนบ่าย”

    สายทองมองค้อนตามเณรแก้วที่กลับไปวัดป่าเลไลย พิมพิลาไลยกับสายทองรีบกินข้าวปลาจนอิ่มหนำสำราญใจ จากนั้นพิมเข้าไปหามารดากล่าวว่า
    “วันนี้ลูกจะไปที่ไร่เหนือ ได้ยินว่าฝ้ายที่นั่นเสียหายหนักหนา ลูกจะไปให้กับตาเพราะไม่ใคร่เชื่อใจข้าทั้งหลาย ลางทีมีการลักจำแนกแจกจ่าย ลูกเห็นมานานแล้ว จะว่าขานก็ไม่ถนัด”
    ศรีประจันครั้นได้ฟัง ด่าก่นถึงโคตร โวยวายเสียงดัง จากนั้นกล่าวกับแม่พิมน้ำเสียงรีบเร่งระรัว

    “พวกนี้ทำกับกูเกินไป ไวๆ แม่พิมรีบไปดู จับตีพวกมันด้วยตะบองให้พวกมันร้องเป็นอ้ายเจ๊กขายหมู ในฐานที่พวกมันทั้งลักทั้งกินนินทากู”
พิมพิลาไลยได้ฟังแม่ทั้งด่าโวยงวาย เรียกข้าเสียงดังสับสน ข้าหลายคนแบกกระบุงวิ่งลงบันไดกันวุ่นวาย พิมและสายทองรีบเร่งออกจากเรือน ไม่นานก็ถึงไร่ฝ้าย หลังจากทั้งสองนั่งที่พุ่มใหญ่พุ่มหนึ่งจึงกล่าวว่า

    “พวกมึงไปเถิดพวกกูจะอยู่ที่นี่ ตั้งใจทำงานให้ดีๆ บ่ายสี่โมงจึงกลับมา”
พวกข้าทาสทั้งหลายฟังนายว่าดังนั้น พากันฉวยกระบุงพอไกลจากสายตาของนาย ก็พากันร้องเพลงพลาง เก็บฝ้ายพลาง
ส่วนเณรแก้ว หลังเพลแล้วหลีกเลี่ยงลงมาข้างล่าง ถือห่อผ้าเดินลัดเลาะ ย่องเข้ามาทางวิหาร ครั้นถึงนิมนต์ชีต้นมีว่า
    “ฉันหนีเจ้าคุณมาได้ ชีต้นเมตตาสึกให้ฉันเถิด กลับมาเมตตาบวชใหม่ให้ฉันเถิดหนา”
ชีต้นกล่าวว่า

    “ตามใจเถิดหวา ขากลับหาหมากบุหรี่ฝากกูก็พอ”
เณรแก้วกราบไหว้รีบลาสึก เปลี่ยนผ้าเป็นอย่างคฤหัสถ์ เสร็จแล้วรีบไปในทันที ไม่นานก็บรรลุถึงไร่ฝ้าย แอบที่พุ่มฝ้ายมองสอดส่องไปมา พบนางสายทองผู้เป็นพี่รีบยิ้มทักทาย
    “มาอยู่ที่นี่นานแล้วฤาพี่นาง”
สายทองเหลือบเห็นพลายแก้วสึกแล้วยืนอยู่ไม่ห่างนัก จึงยิ้มแล้วตอบไปว่า
    “มาคอยตั้งแต่เพลากินข้าวเช้าแล้ว คอยอยู่ ชะเง้อมองแล้ว มองเล่า นานนักมิเห็นผู้ใดมา คิดว่าจะมิมาแน่แล้ว ถ้ามาช้ากว่านี้คงจะแคล้วไม่พบกันเป็นแน่”

     ทันใดนั้นมีเสียงแกรกแหวกไม้ดังขึ้น สายทองรีบเร่งว่า
“เหมือนมาคนมา จะอยู่ตรงนี้มิได้ ไปซ่อนที่พุ่มต้นกระทุ่มนั้นเถิด ข้าจะรีบพาพิมมาคุยด้วย”
สายทองกล่าวจบก็เร้นกายหายไป พลายแก้วรีบตรงไปที่พุ่มกระทุ่มตามคำของสายทองพอเข้าใกล้พุ่มไม้ มองเห็นพิมนั่งร้อยดอกไม้ มองดูแล้วงดงาม น่ารักเป็นหนักหนา ดูประหนึ่งนางฟ้ามาฟ้อนให้ชมตรงหน้า

ในขณะคิดจะทักทาย จิตเกิดประหวั่นพรั่นพรึง ขยับปากจะกล่าวคำใดก็เกิดความประหม่าใจ ต้องพยายามเอาความรักที่กำเริบอยู่ในอก ที่มีพลุ่งพล่านมากกว่า มาสะกดความประหวั่นพรั่นพรึง จากนั้นค่อยๆ กระถดตัวย่างเยื้องเข้าไปนั่งใกล้ๆ ยิ้มเยื้อนทักทายพิมพิลาไลย หญิงสาวสะดุ้ง ตกใจ ตัวแข็งเขินขวย พลายแก้วกล่าวทักทายว่า
“มาจากบ้านนานแล้วฤา โอ้แม่ต้องเหนื่อยยากลำบากออกมาเก็บฝ้าย ทั้งที่มีบ่าวสะพรั่งทั้งหญิงชาย เสียดายผิวนวลมิควรต้องเผือดเพราะแดดลม ช่างอุตส่าห์เสียนี่กระไร

พี่ติดตามมาด้วยความรักน้อง สายทองบอกบ้างฤาไม่ ตั้งแต่วันเทศนา ความคิดถึงมีมิได้เว้น ยามนอนตาตื่นทั้งสี่ยามเกิดโรคเศร้าโศกเดียวดาย เป็นดังไฟสุมอยู่ตลอดเพลา พิมแม่สบายดีอยู่หรือประการใด”
พิมพิลาไลยได้ฟังคำพลายแก้วเกิดอาการตกประหม่าอกพรั่นหวั่นไหว ขวยเขิน ด้วยสาวเจ้ามิเคยพูดเจรจา มิตอบคำสนทนา ประการใด ได้แต่กระถดกายให้ห่างออกไป หันหน้าออกชม้ายมองพลายแก้วด้วยหางตา พลายแก้วจึงกล่าวต่อไปว่า
“โอ้แม่แก้วแววตาของพี่ ขัดเคืองสิ่งใดฤา แม่จึงไม่พูดคำใดเลย หรือเจ้าคนงามลืมไปแล้ว ขอให้คิดใคร่ครวญถึงเรื่องแต่เดิมมา เมื่อยังเป็นเด็กเล็กเคยเล่นอยู่ด้วยกัน คราวเล่นปลูกหอกับแม่พิม

พี่พาเจ้าหนีขุนช้าง ครั้นมันตามพบรบกับพี่พลั้งตีถูกน้องเจ้าร้องไห้ แก้วตาประหม่าพี่ไปใย จงปราศรัยกับพี่บ้างเถิด เสียแรงที่พี่หวัง ครั้นมาถึงใยจึงเป็นเช่นนี้ เจ้ากลัวไปใยใช่พี่จะตั้งใจมาหยามเจ้าให้ช้ำชอก เชื่อพี่เถิดหนาแม่พิม”
พิมพิลาไลยครั้นได้ฟังถ้อยคำ ที่พลายแก้วกล่าวรำพันถึงความหลังความจริงใจที่มีมา เหลียวดูหน้าพลายแก้ว ด้วยใจระลึกถึงความเป็นเพื่อนใกล้เรือนเคียง มาแต่ก่อน แม้แต่คำที่เคยเจรจาก็จำได้ คลายความประหวั่นใจ ค่อยๆ เงยหน้าเหลียวดูหน้าพลายแก้ว ตอบไปว่า

“ฉันลืมพี่จริงๆ เมื่อวันเทศน์สังเกตจึงรู้จัก ใช่ว่าเพราะเหตุชิงชังก็หาไม่ ครั้นจะทักก็มิได้กระทำ ด้วยตัวน้องนี้เป็นหญิงจึงมิกล้า เพราะเหตุเกรงผู้คนจะนินทา โกรธฉันนักฤา จึงพ้อเอาต่อหน้า นี่สึกออกมาทำไม ไปไหนมาจึงเดินตัดลัดป่ามาไร่น้อง ฤาบวชเรียนได้วิชาแล้ว พี่พลายแก้วจะสึกไปบ้านช่อง ฤาติดใจรักใคร่พี่สายทอง พี่ไปดูต้นกระท้อนต้นใหญ่เถิด”
พลายแก้วหลังจากได้คำของนางรีบกล่าวว่า
“พี่มาที่นี้ด้วยมีเรื่องสำคัญ สู้หลีกลี้หนีท่านสมภารครู ด้วยรู้ว่าแม่พิมจะออกมา ถึงเพลากลับไปหากได้ต้องโทษก็ไม่คิดกลัว

พี่จะเล่าเรื่องหนหลังให้เจ้าฟังหนา เพื่อแจ้งเรื่องที่มีอยู่ในใจด้วยความจริงใจที่มี ด้วยพี่นี้เกิดจิตเป็นกุศลอย่างปัจจุบันทันด่วน ใคร่คิดจะบวช มิอาจอยู่กับมารดาได้ จึงได้ลามารดาบวชอย่างเร่งรีบรวบรัดอื่น แม้ว่าระยะทางจากสุพรรณมายังที่นี้ ห่างไกลมิใช่น้อย สู้อุตส่าห์ลำบากรอนแรมแต่ผู้เดียวมา
ครั้นได้โอกาสพบแม่พิมก็ไม่ยิ้มไม่ทักทาย พี่นี้ยิ่งทุกข์โทมนัสมากกว่าเดิมหลายเท่า พบพี่สายทองจึงได้ช่องเจรจาให้คลายใจลงบ้าง พบพักตร์เจ้าเมื่อคราวใส่บาตร ยังขยาดมิอาจทักทาย
ได้พบกันวันนี้มิมีผู้ใด พี่นี้จะมอบไมตรีให้แม่พิมผู้นิ่มนวล ไม่คิดแกล้งหลอกลวง มีความจริงใจถึงแสนส่วน ขอเป็นคู่อยู่กับน้องนวลเจ้ามิมีวันจืดจาง”


พิมพิลาไลยได้ฟังคำพลายแก้วแม้ว่าจิตจะเคลิบเคลิ้มคล้อยตาม แต่ก็ยังแสร้งพูดตอบไปว่า
“อนิจจา ยังไปว่าผู้อื่น เป็นเพื่อนเล่นมาก่อนควรมีความเกรงใจกับบ้าง คิดจะผูกใจน้อง โดยการทำลายผู้อื่นไม่ดีงาม ครั้นน้องว่าจะให้รำคาญเสียเปล่าๆ อ้างความเป็นเพื่อนแล้วเชือนเป็นเจ้าชู้ มิรู้ว่าคิดไปได้เยี่ยงไร
น้องคิดว่าทักด้วยรักมาแต่ไหนแต่ไร จึงเพ้อไปด้วยความซื่อ ทำเยี่ยงนี้ไม่ถูกต้องนะพลายแก้ว ขอเป็นครั้งนี้เท่านั้น ต่อไปอย่าได้ทำเยี่ยงนี้อีก พี่อยู่นานไปแล้ว เดี๋ยวข้าไทจะกลับมา ข้าขอลาไปก่อน”

พิมพิลาไลยกล่าวกล่าวจบแล้ว ก็ขยับกายเตรียมจะลุกขึ้น พลายแก้วรีบขยับเข้าไปพลางกล่าวปลอบว่า
“พี่ทำอันใดผิดไปทำให้เจ้าไม่ชอบใจ ขอแก้ตัวคิดทำใหม่เถิด  เชิญนั่งลงก่อนอย่าเพ่อไป พี่ไม่แกล้งแต่งเรื่องมาแน่นอน ความรักของพี่หนักแน่นปานดังภูผา โอ..พระพรหม พระอินทร์ เทพเจ้าทั้งสิ้น ไม่มาช่วย พี่นี้คงม้วยมิหมายผู้ใดได้ เว้นแต่เจ้ายอดยาใจจะช่วยพลิกแพลงให้บรรเทาลง”
พิมพิลาไลยมีท่าทีอ่อนลง กล่าวว่า
“ช่างพูดเพราะในน้ำใจเหลือ ไม่รู้เช่นก็จะเชื่อด้วยลมลวง คำวอนให้อ่อนระทวยงวยงง เป็นคำที่ตรองดีแล้วฤา แต่แรกว่ารักเจียนตาย แม้ชีวาวายก็ไม่คลายรัก จึงบุกป่าฝ่าดง เพราะเหตุใจตรมตรอม ทุกวันเวลา

อันมนุษย์แสนสุดโลภเหลือ มิควรเชื่อที่กล่าวร่ำไป ดุจดังของกินต้องหาของเปรี้ยวหาเกลือมาปรุงรส ต้ม แกง ปิ้งจี่ สารพัดคาวหวาน เลือกกินมิให้ซ้ำ เพราะถ้าซ้ำอันใดนานไปก็เกิดความเบื่อหน่าย
คิดดูแต่เจ้าเท่านั้นยังมิอาจเคี้ยวกลืนกินสิ่งเดียวได้ ประเวณีเป็นที่กำเริบใจ แต่ใหม่ๆ ก็มุ่งมอบชีวิตให้กันและกัน อุปมาผ้านุ่งห่ม ซื้อมาใหม่ๆ ก็บอกว่าสวยงามถูกใจ ยามขัดสนผ้าก็ยังอยู่ประจำกาย
ครั้นได้ผ้าผืนใหม่เข้ามาผลัด ก็กลับกลายคลายความสนใจผ้าผืนเก่า ผลัดเปลี่ยนผ้าใหม่ตามใจ เปรียบเหมือนความรักที่เก่าก่อน เมื่อนานไปความเคยชินให้เกิดความเมินเฉย ไม่ถนถนอม แม้แต่การซักล้างก็ฟาดจนขาดวิ่น เป็นชิ้นถึงจะเย็บตะเข็บกลับคืน ก็ไม่เป็นเนื้อเดิมดังก่อน

เหมือนหญิงชายว่าจะตายด้วยกันได้ จะมีฤาจะไม่จางในวันข้างหน้า ลิ้นกับฟันอยู่ด้วยกัน ลางทีก็ต้องมีการกระทบกระทั่งกัน เหมือนตัวเจ้ามาเฝ้ารำพึงรำพันมากมาย พูดอ้อนวอนให้ผ่อนผัน
น้องก็คิดเอ็นดูพี่เจ้าอยู่บ้าง มิคิดหักหั่นอาลัยให้ต้องตายดอก พี่ควรไปสู่ขอต่อท่านผู้มารดา ถ้าหากท่านเมตตา ตามใจที่มุ่งหมาย น้องจะยอมพร้อมใจไม่ระแวง แม้นว่าชายอื่นมาเจรจา ถึงคุณแม่เอาแต่ใจมอบให้ครอบครอง น้องจะไม่ยินยอมให้ขืนใจ แม้ฆ่าฟันก็ไม่กลัว

ถ้าพี่ขอแล้วคุณแม่ให้ น้องจะดีใจยิ่งนัก พี่ทำเจ้าชู้เยี่ยงในเพลานี้น้องกลัว คนเขาจะติฉินนินทาเอาได้ พี่ติดตามมาถามด้วยความรัก เพลานี้คงแจ้งประจักษ์แล้วหนา ขออย่าได้อยู่ชักช้าเซ้าซี้มากความอีก
ลางทีบ่าวไพร่จะมาเห็น จะเป็นสิ่งด่างพร้อยในวันข้างหน้า วันใดพร้อมพ่อจงมาปรึกษาสู่ขอให้เหมาะให้ควร ตะวันบ่ายแล้วหนาพี่ไปวัดเถิด น้องจะกลับเรือนอย่ารีรอจวนค่ำจะน่ารำคาญ ขืนยังดื้อดึงต่อไปลางทีจะได้สร้างความอับอายให้กับผู้อื่น”

พิมพิลาไลยระบายความในใจพรั่งพรู เสียยืดยาว พลายแก้วรีบกล่าวต่อไปอีกว่า
“แก้วตาของพี่กระไรเลยด่วนขับไล่กันเสียง่ายๆ เยี่ยงนี้ พี่รักพิมปานจะขาดใจตาย วันนี้มีโอกาสได้พบน้อง กลับไปกว่าจะได้มาสู่ขอ ยังมิรู้ว่าจะสมหวังฤาไม่
ผิว่ามารดาเจ้ามิปรองดอง ยิ่งไกลน้องนานวันก็คงจืดจาง งามแม่จะลืมพี่ลงทุกวันเวลา ความห่างเหินก็จะมีมากขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป ถึงมีโอกาสได้เจอกันกลางทาง คงห่างเหินมิเหมือนก่อน
ถ้าเจ้าปลงใจว่ารักพี่จริงแท้แล้วขอรักนี้อย่ามีวันจืดจางลง พี่ขอฝากใจดวงนี้ให้เจ้าจงเมตตาสักคราเถิด
ซึ่งเจ้าเปรียบเทียบความคิดของมนุษย์ มีความโลภไม่สิ้นสุด เหมือนของกินเปลี่ยนผันไปไม่สิ้นสุด เป็นวิสัยทั่วไปของผู้คน กินสิ่งนี้บ้าง สิ่งนี้บ้าง ดุจความเสน่หาอันร้อนรน
เจ้าเปรียบความรักเหมือนผ้าเก่าพิรุธนัก ซักผ้าซ้ำเสียให้ขาดหาควรไม่ ถ้าเป็นผ้ายกทองสวยงามทำเช่นนี้น่าสุดแสนเสียดายของ  กว่าจะได้ผ้าสักผืนมานุ่งห่ม มิใช่เป็นสิ่งง่ายดาย
อนึ่งของแพงมีราคาถึงเก่าแล้ว ก็ควรบรรจงใส่ลงหีบถนอมไว้ เมื่อมีงานใหญ่จึงหยิบฉวยมาคลี่อบกลิ่นให้ฟุ้งจรุงใจ

ถึงผ้าอื่นผืนใหม่ได้มา นุ่งไปก็ไม่ดูดี เวลาจวนค่ำแล้ว พี่นี้มิขอขัดใจ ขอลานวลเจ้าทั้งที่อาลัยรักหนักหนา พี่ขอชมโชมโลมลูบจูบสไบห่มของเจ้าเพียงนิดเถิดหนา เจ้าอย่าเศร้าหมองใจไปเลย ผ้าสไบของเจ้าช่างงามนักเจ้ากรองเองฤาหรือซื้อหามาจากแห่งใด”
พิมพิลาไลยสะบัดปัดชายสไบห่มกล่าวว่า

“อย่ามาทำเป็นชมเลย ผ้านี้คุณแม่ให้ ทำเป็นชมแล้วถือโอกาสข่มเหง มิมีความเกรงใจ นี่กระไรเจ้าแก้วทำในสิ่งไม่ควร รักน้องควรทำในสิ่งที่เหมาะสม ในที่แจ้งบอกว่ารัก แล้วมาหักหาญน้ำใจกัน
เจ้าคงมิได้รักหวังแต่งดอกจึงแกล้งทำประจานเยี่ยงนี้ มาด่วนหักหาญน้ำใจ ให้น้องได้เสียใจถึงจะพอใจ เสียทีเจ้าก็แล้วไป เหมือนข้าวดิบจะหยิบเข้าใส่ปาก กินลำบากแล้วก็ไม่อร่อยดอก รีบปล่อยเร็วไว หากยังขืนทำเราคงต้องขาดกัน”

ตอนที่ ๔ ยังมีต่อ...



Create Date : 01 กรกฎาคม 2563
Last Update : 1 กรกฎาคม 2563 21:16:48 น. 2 comments
Counter : 187 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร


 
0000 Book Blog ดู Blog
จ่ายค่าอ่านหนังสือจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 2 กรกฎาคม 2563 เวลา:9:03:51 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: 0000 วันที่: 2 กรกฎาคม 2563 เวลา:9:43:14 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

0000
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add 0000's blog to your web]
space
space
space
space
space