space
space
space
 
พฤษภาคม 2563
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
28 พฤษภาคม 2563
space
space
space

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 1/2 กำเนิด ขุนช้าง ขุนแผน
ขุนช้าง ขุนแผน
ฉบับถอดควาาม


บทที่ 1/2 กำเนิดขุนช้าง ขุนแผน

 

เพราะเมื่อตกฟากฤกษ์พารณ(ช้าง)  ของหลานชาย มีผู้เอาช้างเผือกมาถวายพระพันวษา อีกทั้งผู้เป็นแม่ยังฝันว่า นกตะกรุมคาบช้างมาจากป่า มาไว้ที่กลางเรือน จึงมีลักษณะหัวล้าน มีขนดกที่หน้าอกตั้งแต่เกิด

จากนั้นให้เอาเงินทอง ร้อยกรองใส่คอ กำไลข้อมือ มีมากมายจนล้นข้อมือ กำไลข้อเท้า ใส่จนเดินขากาง ที่เอวคาดสร้อยอ่อน ประดับด้วยกัลปังหาห้อยโตงเตงแกว่งไปมา ดูแล้วน่ารักน่าชัง นางเทพทองเห็นแล้วกล่าวว่า
“อ้ายยาจก เต้นเหมือนตลกโขน ซนอยู่ไม่นิ่งเหมือนลิงทโมน ผีที่ไหนไม่รู้ปั้นมา หน้าเหมือนค่าง บ้องแบ้วเหมือนแมวกินปลา ดูแล้วอุ้มไม่ลง”

นางเทพทอง แช่งด่าแช่งขุนช้างเป็นประจำ จนกระทั่งขุนช้างอายุได้สามขวบ ไปเดินเที่ยวเล่นเด็กทั่วไปเห็นแล้ว กลัวร้องจนตัวสั่น
“แม่ๆๆ ตัวอะไร แงๆๆๆ ดูมันอ้าปากยิงฟัน กลัวๆ แงๆๆ”
ผู้เป็นแม่จึงกล่าวว่า
“อย่าไปกลัวเลยลูก ที่เห็นคือขุนช้าง เป็นลูกของบ้านใหญ่ เขาเป็นเศรษฐีนะลูก มานี่อย่าไปขวางทางเขา”
ฝ่ายนางทองประศรีเมื่อตั้งครรภ์ ดูมีน้ำ มีนวลกว่าเดิม ผิวพรรณเปล่งปลั่งดังเอาทองมาทา ดวงหน้าดังจันทร์ในวันเพ็ญ แก้มสดใสประดุจปรางค์ทอง เต้านมเต่งตึงครัดเคร่ง นางตั้งใจจำศีลภาวนา ทำบุญสุญทานเป็นเนืองนิตย์  น้อมจิตขึ้นเหนือหัว ภาวนาบูชาด้วยดอกบัว จิตใจไม่ได้มีความวิตกกังวลใดๆ

เมื่อท้องโตใหญ่ได้สิบเดือน เริ่มเจ็บท้องเตือน ถึงเวลาจะคลอดลูก ลมกัมมัชวาตพัดกลับกลาย ลูกนั้นหันบ่ายศรีษะลงทวาร เนื่องจากเป็นท้องแรก นางจึงร้องวุ่นวาย ปู่ย่า ตา ยาย ญาติทั้งหลายโกลาหล หมอตำแยเข้าดูแลแก้ไข  พอถึงฤกษ์งามยามดี นางคลอดบุตรอย่างง่ายดาย เป็นลูกชาย พี่ ป้า น้า อามาช่วยกันดูแล ทั้งล้างทั้งเช็ด เสร็จแล้วก็ส่งให้แม่นม ตามตัวทาด้วยขมิ้น จากนั้นเอาใส่กระด้งให้นอนบนเบาะ ห่มผ้าให้ ปู่ย่า ตายาย ชมว่าเรือนผมน่ารักดังฝักบัว จากนั้นก็เอาใส่อู่แกว่งไกว ส่วนนางทองประศรีก็เข้าอยู่ไฟให้ร้อนทั่ว

ประมาณหนึ่งเดือนผ่านไป จากนั้นนางทองประศรี ออกจากอยู่ไฟ แต่งตัวลูกน้อยด้วยขมิ้น แป้ง ดูน่าเอ็นดูนัก พ่อแม่ ปรึกษาหารือ กับ ปู่ย่า ตา ยาย ว่า
“จะให้ชื่อหลานว่าอย่างไรปู่”
ฝ่ายตาที่เป็นหมอดู นั่งคิดคำนวณเลข เสร็จแล้วกล่าวว่า
“วันเดือนปีเกิดหลานชาย ตรงกับปีขาล วันอังคาร เดือนห้า ตกฟากสามชั้นฉาย กรุงจีนเอาแก้วอันแพรวพราย มาถวายพระเจ้ากรุงศรีอยุธยา ให้ใส่ที่ปลายยอดของเจดีย์ใหญ่ ของวัดพระยาไทย ดังนั้นควรให้ชื่อ พลายแก้วแววไว ก็แล้วกัน"
เสร็จแล้วก็ช่วยกันทำบายศรี เอาเงินทองของดีของมีค่า มีราคา มาผูกให้ กล้วย น้ำว้า แตงกวา ขนม ข้าวต้ม รวมทั้ง ดอกไม้ ธูป เทียน เอามาใส่บายศรี

จากนั้นให้หลานใส่เสมา (เครื่องประดับ หรือเครื่องรางสำหรับห้อยคอ)  ปะวะหล่ำ(เครื่องประดับสำหรับผูกข้อมือ มักทำเป็นลูกกลม หรือกลีบเหมือนลูกมะยม หรือเป็นเหลี่ยม) กำไลทองคำ บ้าหว่าทอง (เครื่องประดับข้อมือ) ผูกที่แขนทั้งสองข้าง สายเป็นกุดั่น (ทองแกมแก้ว) สวยงามนัก เอวคาดสร้อยอ่อนซ้อนดอกลอย ฝังด้วยพลอยมรกต สีสด ผูกลูกพริกเทศด้วยทองคำ กำไลตีนนากหลากตา

จากนั้นเชิญแขก และญาติทั้งหลายให้นั่งล้อมเป็นวง ยกบายศรีขึ้นโห่สามลา เวียนไปมาเอาฤกษ์เอาชัย จากนั้นตาจึงกล่าวสวดว่า
“ศรี ศรี วันนี้ฤกษ์ดีแล้ว ขวัญของพ่อพลายแก้วอย่าไปไหน ขวัญของพ่อจงมา อยู่กับเนื้อกับตัว มาชมช้าง ม้า ข้าทาส เงินทอง อย่าเที่ยวท่องไปในที่ไหนๆ มาชมแก้วแหวนเงินทอง ข้าวของเหลือหลายให้สบายใจ”

จากนั้นร่วมกันโห่สามที ดับไฟโบกควันเจิมหน้าให้ กล่าวต่อไปว่า

“ขอให้พ่อพลายแก้ว จงมีอายุหมื่นปี มีชัยชนะในทุกถิ่นที่ โชคดีทุกแห่งหน”
หลังจากทำขวัญพลายแก้วแล้ว ก็อยู่กับครอบครัวเป็นสุขสืบมา จนอายุได้ 5 ปี พูดได้คล่องแคล่วฉะฉานยิ่งนัก
ขอกล่าวถึงนางศรีประจัน ในขณะที่มีครรภ์ มีความสุขสบายใจยิ่งนัก จนกระทั่งครบสิบเดือน ก็เจ็บท้องสุดที่จะทนได้ ลุกขึ้นถีบยัน กลิ้งเกลือก พลิกไปมา ร้องลั่นเหมือนคนฟั่นเฟือน ดังลั่นทั้งเรือน ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อแม่ หมอตำแย แม่มด หมอผี พี่ป้า น้า อา ข้าทาสบริวาร ต่างก็มาพร้อมกันในทันที บางคนเอาเบี้ยขึ้นควงเหนือหัว ปากบ่นพึมพำ ฟังไม่รู้เรื่อง

“ออท้าวหาวเรอ เฮ่อๆ"
แล้วก็มีเสียงชัดเจนขึ้น ดังขึ้นว่า
“หากูทำไมอ้ายขุนโรง”
จากนั้นก็คว้าเหล้าขึ้นมาดื่มเหล้า เคี้ยวหมากจับๆ  ลุกขึ้นเต้นรำโหยงเหยง เป็นการใหญ่ บางครั้งทำท่าจะล้มหัวคะมำ เหมือนคนเมาเหล้าอย่างหนัก แล้วกล่าวอีกว่า
“ไม่ต้องตกใจไป พ่อหลวงมาช่วยคุ้มครองหาเป็นไรไม่”
ปู่ ย่า ตา ยาย ต่างก็สบายใจ กล่าวว่า
“ข้าไหว้ท่านพ่อหลวงได้โปรดช่วยด้วย”
“มึงอย่าร้อนใจไปฟังคำกู”
จากก็ลุกขึ้นถลกผ้าเต้นรำต่อ นางศรีประจันเจ็บท้องหนักขึ้นเรื่อยๆ ร้องไม่หยุด หมอตำแยเข้ากระโหย่ง ขย่ม เข้าล้อมช่วยกันเป็นพัลวัน พอถึงฤกษ์ยาม ผู้อ้างว่าเป็นพ่อหลวงก็กล่าวว่า

“คลอดแล้วหวา”
ปรากฏเด็กทารกนอนหงาย ตะกายร้องวาๆ เป็นเด็กหญิงหน้าตาน่าเอ็นดู จากนั้นเอามาอาบน้ำทาขมิ้น ให้กินนมเสร็จแล้วให้นอนในอู่ มีแม่นมข้าทาสบริวารเลี้ยงดู สุขสำราญ เด็กหญิงยิ่งโตยิ่งงาม เลี้ยงมาโดยไม่ให้สิ่งใดมากล้ำกราย พ่อแม่ก็รักดังแก้วตาดวงใจ ปู่ย่า ตาทวด มาทำขวัญ ด้วยแหวนทองสิ่งของมากมาย

จนกระทั่งอายุ 5 ขวบ งามพริ้งเพรายิ่งนัก ทรวดทรงอรชรอ้อนแอ้นประดุจสลักเหลา ไม่อาจหาหญิงใดเทียบได้ ผมสลวยสวยดำเงางาม จึงให้ชื่อว่า พิมพิลาไลย มีความสามารถทางเย็บปักถักร้อย รุ่นราวคราวเดียวกันไม่มีใครสู้ได้ เช้าเย็นเล่นเก็บดอกไม้ที่ข้างวัดเขาใหญ่เป็นประจำ

ตอนที่ 1 ยังมีต่อ




Create Date : 28 พฤษภาคม 2563
Last Update : 3 กรกฎาคม 2563 7:54:37 น. 0 comments
Counter : 320 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

0000
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add 0000's blog to your web]
space
space
space
space
space