The Counselor's Story ตอนที่ 26 อืมมมม มหาลัยที่ออสมันสู้ของเมกากับอังกฤษได้ป่าวพี่
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไรครับ นึกไม่่ค่อยออกว่าจะเีขียนอะไรดี ผมว่า blogger หลาย ๆ ท่านก็คงเป็นเหมือนผมอ่ะนะ อิอิ เขียน ๆ ไปก็ชักจะตัน หมดเรื่องจะเม้าท์

ดังนั้นแล้ว วันนี้ผมก็เลยคิดว่า มาเม้าท์เด็กนักเรียนดีกว่า ฮี่ๆๆ

คือว่า ช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา (6-7 พ.ย.) มีงานนิทรรศการศึกษาต่อต่างประเทศ จัดโดยสำนักงานกพ. จัดที่พาราก้อนครับ ก็คนเยอะพอสมควร ผู้คนให้ความสนใจล้นหลาม

ออฟฟิศผมก็ไปร่วมออกบูธในงานนี้ด้วย ผมได้รับมอบหมายให้ไปประจำตำแหน่งทั้งสองวันเลย ก็สนุกดีครับ นาน ๆ ทีได้เปลี่ยนบรรยากาศไปเจอเด็ก ๆ เยอะ ๆ แบบนี้ก็วุ่นวายใช้ได้อยู่

ความที่บริษัทผมมีตลาดหลักอยู่ที่การศึกษาต่อประเทศออสเตรเลีย และบูธที่ไปออกครั้งนี้ก็ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล คือเป็น The University of Newcastle ที่ออสเตรเลียนะครับ อย่าไปสับสนกับ Newcastle University ที่อังกฤษนะครับ

ใช่แล้วครับ ผมกำลังจะบอกว่า น้อง ๆ ที่เข้ามาที่บูธสับสนกันเยอะมาก คิดว่าเป็นของที่อังกฤษ ก็น่าเสียดายครับ

คำถามนึงที่ผมได้รับบ่อยมากทั้งสองวันที่ผ่านมาก็คือ
"พี่ มหาลัยในออสเตรเลียทำไมมันเข้าง่ายจังเลย"
"แบบนี้เรียนง่ายด้วยรึเปล่า" และ
"มหาลัยที่ออสมันสู้ของเมกากับอังกฤษได้ป่าวพี่"

สองคำถามแรกตอบง่ายครับ มหาลัยของออสใช้ระบบ admission จริง ๆ คุณสมบัติถึง คุณก็มีสิทธิ์เข้าเรียน บางมหาวิทยาลัย เช่น ANU ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของออสเตรเลีย กำหนด GPA ขั้นต่ำสำหรับผู้สมัครเข้าเรียนปริญญาโทไว้ที่ 2.8

ฟังดูง่ายมั๊ยครับ แต่เชื่อผมเถอะ 2.8 ไม่พอครับ เพราะอะไร เพราะความที่เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของออสเตรเลีย และอันดับ 17 ของโลกในปี 2009 ดังนั้นแล้ว ทางมหาวิทยาลัยมีตัวเลือกอื่น ๆ ที่มี GPA 4.00 พ่วงเกียรตินิยมอันดับหนึ่งหรียญทองมากมายกองอยู่เต็มโต๊ะ ดังนั้นแล้ว ถ้าคิดว่าง่าย ก็เปลี่ยนความคิดได้ครับ

แต่สำหรับบางที่อย่าง CQU อันนี้เข้าง่ายจริง และมหาวิทยาลัยไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก(ในหมู่เด็กไทย) ก็คือโอเค ถ้าเรียนจบแล้วอยากจะำทำงานที่ออสหรือที่บ้านมีกิจการส่วนตัว ก็โอเคครับ คนออสเค้าไม่สนว่าเราจบที่ไหนมา เค้าสนแค่ว่า เราทำงานเป็นรึเปล่า ถ้าคิดจะกลับมาทำงานเมืองไทย ผมก็ไม่แนะนำ เพราะว่าประเทศนี้บูชาสถาับันและใบปริญญา ไม่ได้สนใจเรื่องความสามารถจริง ๆ ที่มี

สำหรับการเรียนของ CQU ง่ายด้วยรึเปล่าอันนี้ผมไม่ขอวิจารณ์ เพราะว่าไม่รู้ครับ

คำถามสุดท้ายที่ได้รับบ่อย ๆ ก็คือเรื่องของคุณภาพการศึกษาของออส แน่นอนครับ มหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนในออสเตรเลียเป็นมหาวิทยาลัย "ในกำกับของรัฐ" พูดง่าย ๆ ก็คือกระทรวงศึกษาของออสเตรเลียจะควบคุมคุณภาพของการศึกษาให้เป็นมาตรฐานตามที่รัฐบาลกำหนดครับ

มั่นใจได้ว่าประเภท จ่ายครบจบแน่ แบบบางประเทศนี่ไม่มีแน่นอน

ผมพอจะเข้าใจนะ ความที่การศึกษาประเทศออสเตรเลียเพิ่งเปิดตลาด(อย่างจริงจัง)มาได้ไม่น่าจะเกิน 30 ปี จัดเป็นตลาดใหม่ เทียบกับตลาดเก่าอย่าง อเมริกาที่คนไปกันมานานแล้ว หรืออังกฤษนี่ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะว่าเค้าเป็นตลาดการศึกษาต่อมาเป็นร้อยปีแล้ว

ดังนั้นแล้ว ถ้าจะมีคำถามเรื่องคุณภาพการศึกษาประเทศออสเตรเลีย ก็ไม่น่าแปลกใจ แต่ที่ผมเห็นในงานสองวันที่ผ่านมานี่ เป็นประเภทแบบว่า ตัวน้องเองก็ไม่ได้มีคุณภาพคับแก้วซักเท่าไหร่ แล้วคุณน้องจะมาสงสัยกับเรื่องคุณภาพการศึกษาของออสเตรเลียทำไม

ตัวอย่างเช่น น้องผู้ชายคนนึง เดินเข้ามา ก็ถามคำถามนี้เลย โดยประสบการณ์ ผมก็รู้ทันที ไอ้หมอนี่ "มาเพื่อจะกวนทีน"

ผมก็ตอบคำถามเค้าไปเรื่อย ๆ ตามสาขาที่เค้าสนใจ(รึเปล่า)ของเค้า พูดตรง ๆ ว่าผมรำคาญมาก คำก็ Harvard คำก็ Cambridge พูดหยั่งกะตัวเองเข้าสองแห่งนี้ได้สบาย ๆ ผมก็เลยถามกลับไปว่า
"GPA เป็นยังไงบ้างครับ"
"สามกว่า"
"สามกว่านี่สามกว่าเท่าไหร่ครับ มีทรานสคริปท์มาด้วย ขออนุญาติดูได้มั๊ยครับ"

เอามาดูเสร็จ "cum. GPA 3.06" หึหึ วะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ (หัวเราะในใจ)

ไอ้เราก็คิดว่าคุณน้องจะเก่งมาจากไหน กว่าจะได้มา 3.06 เรียนตั้งห้าปีครึ่ง ผมก็เลยพูดไปตรง ๆ เลยว่า "เกรดแค่นี้ไม่พอจะไปเข้ามหาลัยที่อเมริกาสองที่ที่ว่ามาหรอกนะครับ ฟันธง"

มาแรงแบบนี้ก็ต้องโดนแรงกลับไป หมั่นไส้ครับ ถ้ามีดีจะอวดก็เรื่องนึง นี่อะไร ไม่ได้เรื่อง

เรื่องนี้ก็จบลงตรงที่คุณน้องเดินออกจากบูธไปแบบเสียอาการ คงจะเสียความมั่นใจน่ะแหละครับ นั่งคุยกันครึ่งชั่วโมง เสียเวลาจริง ๆ

ย้ำคำเดิม เก่งไม่กลัว กลัวพวกขี้คุยครับ



Create Date : 12 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2553 23:55:02 น.
Counter : 820 Pageviews.

3 comments
  
เมืองไทยพวกคลั่งสถาบันมันก็เยอะนะครับ จบจากสถาบันธรรมดาแทบไม่สนเลยก็มี ถ้าเป็นที่จีน คนพวกนี้จะรู้จักแต่มหาลัยปักกิ่ง เชื่อขนมกินได้เลย ว่า ถ้าเราบอกว่าจบจาก ม.ชิงหัว คนพวกนั้นต้องถามแน่ว่า "ม.อะไรวะ"

คนเลื้อนๆ มันก็มีทุกที่แหละครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 16 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:40:59 น.
  
จากบล็อก
คนเกาหลีไม่ชอบคนญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งเพราะเรื่องอาณาเขตทางทะเล เท่าที่ได้ยินมา คนญี่ปุ่นเรียกทะเลส่วนนั้นว่า "ทะเลญี่ปุ่น" คนเกาหลีเรียกอีกชื่อ แล้วคนจีนล่ะ คนจีนเรียกทะเลญี่ปุ่น มีค้อนกันให้เห็นบ้างเมื่อพูดถึงเรื่องนี้
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:16:22 น.
  
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 29 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:39:16 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

The Queenslander
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



พฤศจิกายน 2553

 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog