The Counselor's Story ตอนที่ 13 อะไรว้า บินไปแล้วก็ถีบหัวส่งเลย ไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี ถุยยยยย
ช่วงนี้ค่อนข้างวุ่น ๆ นิดนึง จากสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่นิ่ง คาดว่าอีกไม่เกิน 2 อาทิตย์ พวกพธม.คงออกมาอีกแน่นอน ถ้านายกไม่ถูกใจพวกเค้า

ก็ไม่รู้จะทำไง ปล่อยเค้าไปก็แล้วกัน ผมขี้เกียจตามเรื่องการเมืองแล้วล่ะ เซ็งห่าน

เข้าเรื่องของเราเลยนะครับ ที่ผมจั่วหัวไว้แบบนี้ก็เพราะว่าผมและพี่ ๆ น้อง ๆ counselor คนอื่น ๆ มักจะเจอกัน ถึงจะไม่บ่อยนัก แต่ก็พอทำให้อารมณ์บูดได้เล็กน้อยถึงปานกลาง ท้องใส้มีคลื่นเล็กน้อย ส่งผลให้เกิดอาการไม่สบายเป็นหย่อม ๆ

นักเรียนและผู้ปกครองหลายท่านมักจะยังเข้าใจผิดกับบทบาทและหน้าที่ของ agent อยู่ ว่าขอบข่ายหน้าที่ของเค้าอยู่ขนาดไหน ก่อนอ่านต่อไป ขอให้ทุก ๆ ท่านรับทราบว่า counselor เป็นคนธรรมดา ๆ นะครับ ไม่สามารถจัดการได้ทุกเรื่อง และแน่นอนว่าไม่สามารถตามใจท่าน ๆ ได้ทุกเรื่องเช่นกันครับ

หน้าที่ของ Educational counselor ที่ทำงานใน agent ต่าง ๆ มีอะไรบ้าง

1. ให้คำปรึกษาในการศึกษาต่อครับ เด็กบางคนโทรเข้ามา หรือเดินเข้ามาแบบว่า blank เลย ไม่มีความรู้หรืออะไรทั้งสิ้นเกี่ยวกับการเรียนต่อ บางคนอยากจะไปเรียนอะไรยังไม่รู้เลย counselor ก็จะมีหน้าที่ตรงนี้แหละครับ ทึ่จะช่วยชี้ทางให้ โดยพิจารณาจากภูมิหลังว่าน่าจะไปเรียนอะไร

เห็นมั๊ยครับ หน้าที่หลักอันแรกนี่ก็ไม่ใช่ง่ายแล้วนะ กว่าจะเค้นความจริงออกมาได้ เด็กบางก็เล่าความจริงไม่หมด หรือไม่ก็บิดเบือนซะเอง มันก็เป็นผลทำให้พวก counselor ให้คำแนะนำผิดพลาด พอผิดพลาดแล้วเป็นยังไง ธรรมชาติของคนไทยเลยครับ จะหาคนรับผิดชอบทันที ใครล่ะ หึหึ

2. ทำสมัคร หมายถึงดำเนินการสมัครเรียนให้ในนามของนักเรียนนะครับ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับอดีตนายก

3. ยื่นวีซ่า พวก agent ที่ทำธุรกิจนี้มานานแล้ว ส่วนใหญ่จะได้รับการแต่งตั้งจากสถานทูตให้ดำเนินการยื่นวีซ่าให้นักเรียนได้ เป็น evisa คือยื่นทางอินเทอร์เนทครับ สะดวกและไม่ยาก (แต่รายละเอียดเยอะชิบ)

4. จองที่พัก เอาเฉพาะอย่างเป็นทางการนะครับ พวก agent สามารถจองที่พักแบบ homestay หรือหอพักมหาวิทยาลัย หรือ Unilodge ให้ได้เท่านั้นครับ ถ้ามีบางที่บอกว่าสามารถจอง share house หรือบ้านเช่าแบบอื่น ๆ ให้ได้ นั่นคือ connection ส่วนตัวครับ ก็แล้วแต่ครับว่าจะยอมเสี่ยงหรือไม่

5. จองตั๋วเครื่องบิน (ถ้าต้องการ) ที่ผมใส่ในวงเล็บว่า ถ้าต้องการ ก็เพราะว่าการจองตั๋วเครื่องบินนั้น ทาง agent ไม่ได้เป็นคนกระทำการจองครับ ส่วนใหญ่ยังต้องประสานงานไปที่ agent ขายตั๋วเครื่องบินอีกทีนึง ดังนั้นแล้วราคาที่ได้ก็จะเป็นราคาปกตินะครับ

6. อบรมก่อนเดินทาง (pre-departure) ก็เป็นการมาพูดคุยกันก่อนที่จะออกเดินทางว่าประเทศที่เราจะไปเป็นยังไง อะไรควรทำหรือไม่ควรทำ แนะนำการใช้ชีวิต และอื่น ๆ จิปาถะ

หมดแล้วครับ หน้าที่ของ counselor พอน้อง ๆ บินไปแล้วก็คือส่งมอบความดูแลให้สถาบันแล้วครับ counselor ทำอะไรไม่ได้แล้วคราวนี้

ในอดีตชาตินานมาแล้ว counselor สามารถทำอะไรได้บ้างเหมือนกัน ในกรณีที่เกิดปัญหา แต่ก็ค่อนข้างจำกัด คือทำได้แค่รายงานว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กเรา เด็กเรามีปัญหาอย่างนู้นอย่างนี้ แต่ตอนหลัง ๆ มานี่ เด็กเรานี่แหละที่เป็นตัวปัญหา

เคยมีเคสตัวอย่างเคสนึง เด็กนักเรียน complaint มาว่า homestay ไม่ยอมทำอาหารให้ ทางเราก็ส่งเรื่องไปทางสถาบันว่าเเด็กเราร้องเรียนมานะว่าทางบ้านไม่ยอมทำอาหารให้ ทางสถาบันก็ตีเรื่องกลับมาว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะว่าบ้านหลังนี้ชื่อเสียงดี เด็กนักเรียนรุ่นก่อนหน้าไม่เคยมีใครมีปัญหา แต่ไม่เป็นไร ทางสถาบันจะช่วยดูให้ว่าเกิดอะไรขึ้น อีกสองวันต่อมาก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า เด็กเรานี่แหละสร้างปัญหา อยู่ยากกินยาก ไอ้นู่นก็ไม่เอา ไอ้นี่ก็ไม่ได้ ทำของที่อยากกินให้ก็บ่นว่าไมอร่อย ทาง homestay เค้าก็เลยยกครัวให้เลย ประมาณว่าอยากกินอะไรก็ทำเองเลยแล้วกัน เพราะว่าเอาใจไม่ถูกแล้ว เด็กเราก็เลยร้องเรียนมาว่าทางบ้านไม่ยอมทำอาหารให้

ปัญหาของน้องคนนี้ก็คือว่า เค้าถือว่าเค้าจ่ายเงินไปแล้ว ดังนั้นเค้าต้องการการบริการแบบโรงแรมเลย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ อยากจะบอกว่า น้องครับ น้องนอนโรงแรม น้องจ่ายคืนละ 120-150เหรียญ ซักผ้าก็ต้องจ่ายเพิ่ม อาหารก็ต้องจ่ายเพิ่ม แน่นอนว่าก็ต้องได้รับการบริการที่ดี แต่กับ homestay น้องจ่ายสัปดาห์ละ 200-220เหรียญ แล้วน้องได้ห้องนอนของตัวเอง อาหารสองมื้อต่อวันคือเช้า (ทำเอง) กับเย็น บางบ้านก็ใจดีซักรีดเสื้อผ้าให้ด้วย แต่ถึงจะไปเจอบ้านที่เค้าไม่ซักรีดให้ แต่เค้าก็มีเครื่องซักเครื่องอบให้ใช้ ไม่ใช่ว่าต้องมานั่งซักมือในกาละมังซะหน่อย

นี่แหละครับ ก็เป็นที่มาว่า เมื่อนักเรียนเกิดปัญหาที่ต่างแดนแล้วทำไม counselor ถึงทำอะไรไม่ได้เลย ก็เพราะเค้าถือว่าเราไม่ได้เห็นปัญหาว่าอะไรกันแน่ที่เกิดขึ้น และมันเกิดขึ้นชักจะเริ่มบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ

โดยเฉพาะกับพวกคุณหนูทั้งหลาย ที่เกิดมาไม่เคยทำอะไรเองเลย พวกนี้จะปัญหามากตั้งแต่ก่อนออกบินแล้วล่ะครับ แม้กระทั่งแบบฟอร์มวีซ่าก็ไม่ยอมกรอกเอง เชื่อมั๊ยครับ ลายเซ็นยังไม่ยอมเซ็นเลย น้องเอาแบบฟอร์มไปดองไว้เกือบเดือนนี่ไม่ทำอะไรเลยจริง ๆ

พวกนี้แหละครับที่สร้างชื่อเสียให้กับนักเรียนไทย ไปถึง หางานทำก็ทำแบบกินแรงชาวบ้าน คือประมาณว่าทำพอเป็นพิธี จะได้กลับมาคุยได้ว่าชั้นไปลำบากมานะ ต้องทำงาน อย่างนู้นอย่างนี้ ฟังแล้วจะอ้วก อย่างหนูเนี่ยนะจะทำงานล้างจาน แบบฟอร์มวีซ่ายังไม่ยอมกรอกเองเลย อยากย้ายบ้าน homestay ก็โทรมาให้พี่โทรไปบอกทางสถาบันว่าอยากย้าย ทั้ง ๆ ที่ทำเองง่ายและเร็วกว่าเยอะ เสียใจจ๊ะ ต้องทำด้วยตัวเองอยู่แล้ว พี่ทำให้ไม่ได้จริง ๆ

ท่องไว้เลยครับ มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น International Student Service ช่วยได้ เล่าปัญหาให้เค้าฟัง และขอให้เล่าความจริงทั้งหมด แล้วเค้าจะช่วยเราอย่างเต็มที่ครับ

ครั้งนี้ขอระบายแค่นี้ก็แล้วกันครับ ครั้งนี้ครั้งแรกนะเนี่ยที่เขียนไปแล้วเครียดแฮะ ตอนหน้าหาอะไรเบา ๆ มาดีกว่า เจอกันตอนหน้าครับ



Create Date : 04 ธันวาคม 2551
Last Update : 4 ธันวาคม 2551 9:15:50 น.
Counter : 539 Pageviews.

1 comments
  

เอ้า...เอานี่ไปอ่าน

Counselor เหมือนกัน อ่ะ ....
โดย: Jane (Masseffect ) วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:14:02:53 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

The Queenslander
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



ธันวาคม 2551

 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog