The Counselor's Story ตอนที่ 25 อิจฉา ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
วันนี้ขอเป็นตัวอิจฉาซักวันนึงครับ อิอิ เดี๋ยวจะบอกว่าอิจฉาเรื่องอะไร

เนื่องมาจากงานที่ผมทำครับ มันก็ต้องเจอกับนักเรียนหลายแบบ มาดีมั่ง มาไม่ค่อยดีมั่ง มาแปลก ๆ บ้างก็มี ช่วงนี้ที่ผมเจอบ่อย ๆ ก็คือนักเรียนประเภทรู้ตัวแล้วว่าจะเรียนอะไร โดยส่วนตัวผมก็ยินดีนะ แล้วมันทำให้งานของผมง่ายขึ้นด้วย แล้วก็เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่นักเรียนได้เลือกเรียนอะไรตามความต้องการของตัวเอง

ได้เรียนอะไรที่อยากเรียนนี่แหละครับ แฮปปี้สุด ๆ แล้ว

ปัญหาก็คือว่า นักเรียนกลุ่มนี้ บางคนก็โทรมาคุยกับผมหรือไม่ก็คุยเอ็มกับผม ปรับทุกข์ประมาณว่า ทำไมเรียนยากจัง รู้งี้ไม่เรียนดีกว่า เปลี่ยนไปเรียนอย่างอื่นได้มั๊ย ฯลฯ

หลังจากพยายามพูดตะล่อมให้ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ บางคนก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้สำเร็จ บางคนก็บอกศาลา กลับบ้านมือเปล่ามาอย่างน่าเสียดาย แต่ผมไม่ได้คิดแค่นั้นนะ

ผมมานึกย้อนเปรียบเทียบน้อง ๆ แต่ละคนที่ตัดสินใจล้มเลิกการเรียนกลางคัน คือผมเอามาเปรียบเทียบกับตัวเองน่ะครับ ตัวผมเอง ผมไม่เคยได้เรียนอะไรที่ตัวเองอยากเรียนเลย ถึงตอนหลังจะได้เรียนก็เหอะ แต่ก็ต้องสู้กันหลายยกกับพ่อผม ซึ่งเป็นประมาณคุณพ่อชาวจีนขนานแท้และดั้งเดิม หัวโบราณมาก ๆ

ลมหายใจเข้าออกของพ่อผมมีแต่ ศิลป์-คำนวน มีแ่ต่บริหารธุรกิจ มีแต่เศษรฐศาสตร์ อะไรเทือกนี้ทั้งนั้น เพราะว่าเค้าทำงานแบงค์อ่ะนะครับ เค้าก็จะคิดออกแต่เรื่องพวกนี้ แน่นอน พ่อผมก็เป็นคนขีดเส้นทางเดินให้ผมเรียบร้อย โดยไม่สนใจว่าผมจะมีความสามารถเดินตามเ้ส้นทางนี้ได้หรือไม่

สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือว่า สำหรับน้อง ๆ ที่ได้เรียนอะไรตามที่่หัวใจต้องการ โดยที่ พ่อ แม่ ผู้ปกครองให้อิสระในการเลือกเรียนหรือประกอบอาชีพอย่างเต็มที่

ขอให้รู้ไว้เลยว่าน้อง ๆ โชคดีที่สุดแล้วครับ ที่มีครอบครัวที่เข้าอกเข้าใจ ไม่บังคับให้ทำนู่นทำนี่

น้องคนนึงที่ผมรู้จัก เธอเติบโตขึ้นมาท่ามกลางพ่อ แม่ และพี่ชายที่น่ารัก อบอุ่น เอาอกเอาใจ และให้อิสระทางความคิดเต็มที่ ผมทำเรื่องส่งเธอไปเรียนที่ออสเตรเลีย แต่น้องเธอก็ยกเลิกกลางคัน ด้วยเหตุผลที่ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร เพราะเธอก็ไม่บอกผมให้ัชัดเจนด้วย

ผมก็เลยไม่ได้ซักต่อ ถ้าไม่สะดวกใจจะบอกผมก็ไม่ว่าอะไร ต่อมาเธอก็ตัดสินใจเรียนต่อป.โทในไทย ซึ่งเธอก็เก่งเหมือนกัน สอบติดมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ ในคณะที่เธออยากจะเรียน

เรียนมาได้เทอมนึง ท่ามกลางเสียงบ่นตลอดเวลาว่ายากอย่างนู้นอย่างนี้ ผมก็ได้แต่ให้กำลังใจไป ให้อดทนหน่อย เรียนป.โทมันไม่ง่าย แต่ก็ไม่น่าจะเกินความสามารถ ล่าสุดที่ผมรู้มาก็คือ คุณน้องทำท่าจะเลิกกลางคันอีกแล้ว

ก็เอาเถอะครับ ครั้งนี้ผมวางอุเบกขาดีกว่า ถ้าการเรียนอันนี้มันทำให้เธอเป็นทุกข์ จะพูดยังไงเธอก็คงไม่เต็มใจที่จะกลับไปเรียนอีกแน่ ตอนนี้ก็ได้แต่ดูต่อไปว่าเธอจะเอายังไงกับชีวิตของเธอ

มาถึงตรงนี้ขอย้ำอีกครั้งนะครับ น้อง ๆ คนไหนที่ได้รับอิสระภาพทางความคิดอย่างเต็มที่ อย่างน้องคนนี้ ขอให้รู้ไว้เลยครับว่าโชคดีสุด ๆ แล้ว จงใช้ความโชคดีและความได้เปรียบอันนี้ผลักดันชีวิตตัวเองให้ถึงที่สุดไปเลยครับ

วันนี้ขอสั้น ๆ แค่นี้ก็แล้วกัน น้อง ๆ คนไหนที่กำลังท้อกับการเรียน ขอให้หยุดคิดนิดนึง เราโดนบังคับให้เรียนรึเปล่า ถ้าเราเป็นคนตัดสินใจจะเรียนเอง ก็ขอให้คิดซะว่าอย่างน้อย ตัวเองก็โชคดีที่ได้ตัดสินใจเอง ไม่ใช่ใครมาตัดสินใจให้หรือบังคับให้ทำ

โชคดีทุกคนครับ



Create Date : 03 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2553 23:54:26 น.
Counter : 468 Pageviews.

3 comments
  
อ่านแล้วนึกถึงคนเรียนภาษาจีนนะครับ พอดีผมมันพวกชอบชกข้ามรุ่น หลายๆ คนถามผมว่า ทั้งที่อาจารย์แนะนำระดับชั้นที่ผมควรเรียนอยู่สองระดับคือ

ระดับพื้นฐาน 3.2 (初级三下) กับ ระดับกลาง 1 (中级一) ทำไมผมถึงเรลือกระดับกลาง 1 ควรเลือกระดับพื้นฐาน 3.2 มากกว่า หลายคนด่าว่าผมโง่ ที่ไปเลือกระดับกลาง 1 แต่รู้มั้ยครับทำไมผมถึงเลือกชกข้ามรุ่น

ผมกลัวที่สุดคือการหมดกำลังใจ ถ้ามันง่ายเกินไปผมจะขี้เกียจทันที และจะประมาทว่ามันง่าย ไม่ต้องตั้งใจก็ได้และสุดท้ายเราอาจไม่ได้อะไรเลย ความจริงจุดที่ทำให้ผมตัดสินใจเด็ดขาดในการชกข้ามรุ่นก็คืออาจารย์ครับ มีอาจารย์ท่านหนึ่งพูดว่า 要加点压力才行。(ต้องกดดันตัวเองหน่อยถึงจะดี) ซึ่งผมก็คิดอย่างนั้น

ป.ล.เจอภาษาวิบัติที่บล็อกผมพูดไม่ออกไปเลยใช่มั้ย ผมล่ะอึ้งสุดๆ ไปเลยเมื่อเค้าพูดคำนี้ออกมา ไม่นึกว่าจะได้ยินจากปากคนที่พูดภาษาจีนได้ค่อนข้างคล่อง
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:44:47 น.
  
สวัสดีครับ ผมอยากปรึกษา คุณพี่ Queenslander เหมือนกันครับ
ไม่ทราบจะสะดวกทาง msn ไหมครับ รบกวนด้วยนะครับ
ตอนนี้กำลังสับสนว่าจะเรียน วิศวะ ปโท หรือ ปเอก ดี ถ้าปเอก จะ qualified ไหม อะไรประมาณนี้่อะครับ
เมลล์ผม juneboyz at hotmail.com
ครับ รบกวนด้วยนะครับ
โดย: Juneboyz IP: 118.172.22.118 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:22:04 น.
  
มาเห็นด้วยกับบล็อคนี้
(ในที่สุดก็เมนท์ให้ละนะอิอิ)

เคยคิดหลายครั้งเห้นบ้านที่มีทุกอย่างพร้อม
แต่ลูกไม่อยากไปเรียนบ้าง ขี้เกียจบ้าง
เห็นแล้วเสียดายแทน เพราะเราอยากไป
ก็ต้องเก็บตั้งดิ้นรนแทบตาย
โดย: maneki^neko IP: 117.47.35.41 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:01:58 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

The Queenslander
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



พฤศจิกายน 2553

 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog