ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2565
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
31 กรกฏาคม 2565
 
All Blogs
 
อ๋องน้อย เจ้าสำราญ - บทที่ ๕๑ เล่ม ๒ (YURI)

๕๑

 

“ทำไมเจ้าถึงยึดสำนักเมฆาครามไม่ได้ ไหนเจ้าคุยเสียดิบดีว่า อีกไม่นานจะรวบรวมพรรคใหญ่ในแคว้นจ้าวได้ทั้งหมด”

เสียงเต็มไปด้วยอำนาจถามออกมาเรียบเย็น แต่ชวนให้คนได้ยินสั่นเทาแข้งขาอ่อน เจ้าของเสียงเป็นบุรุษร่างสูงใหญ่พี่ร่วมสาบานของมู่หรงเหลียนซิง...เจียหลุน

ถ้าข้าไม่พูดแบบนั้น ท่านจะจ้างข้ารึ

โจวโฉเฟยหัวหน้าพรรคซีเจาตัวสั่นน้อยๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น แม้เขาจะมีวรยุทธไม่สามัญ แต่เมื่ออยู่ตรงหน้าเจียหลุน เขาเป็นไม่ต่างจากเด็กน้อย

“ข้าน้อยตั้งใจทำภารกิจที่ท่านแม่ทัพบัญชามาอย่างเต็มที่ แต่เป็นเพราะอ๋องน้อยที่แซ่มู่หรงนั่นเข้ามาสอด ข้าก็เลยล้มเหลว...”

อ๋องน้อยรึ!

แม่ทัพแคว้นจิ้งหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาเคยได้ยินชื่อเสียงเน่าเหม็นของอ๋องน้อยผู้นั้น แต่เท่าที่รู้อีกฝ่ายไม่ได้มีวรยุทธล้ำเลิศ ทั้งยังอุปนิสัยเกกมะเหรกเกเร ไม่เคยทำเรื่องดีอันใด

เขาเกี่ยวข้องอะไรกับสำนักเมฆาคราม

เจียหลุนกลอกตาคิดอย่างไม่เข้าใจ

“ไปสืบเรื่องอ๋องน้อยมาให้ข้า” เขาหันไปสั่งลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านข้าง “ขอรับท่านแม่ทัพ”

แม่ทัพแคว้นจิ้งมองไปยังโจวโฉเฟย

“ส่วนเจ้าข้าจะให้งานใหม่ไปทำ หวังว่าเจ้าจะไม่ทำพลาดอีก ไม่เช่นนั้นคงรู้นะว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร...ออกไป” น้ำเสียงเย็นเยียบชนิดที่คนฟังโลหิตแทบจับตัวแข็ง

“ขะ ขอรับ” โจวโฉเฟยก้มหัวต่ำรับคำ แล้วรีบเผ่นไปโดยเร็ว

แม่ทัพร่างใหญ่ยกจอกเหล้าขึ้นจิบ นัยน์ตาคมกริบมีแววแจ่มใสขึ้น มุมปากยกขึ้นบางเบา

สุราแคว้นจ้าวรสชาติดีเช่นนี้ ยิ่งทำให้ข้าอยากยึดแคว้นแห่งนี้ให้จงได้

คนส่วนมากอยากเป็นฮ่องเต้ครองแคว้น อยากเป็นใหญ่เป็นโต อยากร่ำรวย บางคนกระหายอำนาจ อยากมีชื่อเสียงดังก้องทั่วหล้า

แต่เขาเจียหลุนอยากได้แคว้นจ้าว เพียงเพื่อจะมีสุราดีๆ ดื่มทุกวันก็เท่านั้นเอง

 

“ฮ่องเต้เรียกเจ้าไปพบด้วยเรื่องใด” หวางเยี่ยนหลีถามลูกคนโต หลังมู่หรงเหลียนซิงกลับมาถึงจวนในช่วงบ่ายภายในห้องโถงใหญ่ โดยมีหงซิ่วคอยอยู่รับใช้

ส่วนเยี่ยหยุนจือขอตัวไปดูอาการศิษย์น้องและเหล่าองครักษ์ที่บาดเจ็บที่เรือนด้านหลัง

“ถามเรื่องสำนักเมฆาครามกับโจรป่าขอรับ” อ๋องน้อยตอบหลังจิบน้ำชาแก้หนาวไปหนึ่งถ้วย

“เขาน่าจะรู้อยู่แล้ว” พระชายาพูดเสียงเรียบราบ หลังเจ้าชีวิตส่งองครักษ์ติดตามมู่หรงเหลียนซิงไปจำนวนหนึ่ง ด้วยสองเหตุผลคือคุ้มครองความปลอดภัยกับสอดส่องไม่ให้หลบหนี

“คงอยากรู้ว่าข้าชนะพวกมันได้อย่างไร”

มู่หรงเหลียนซิงเดาว่าเรื่องโจรป่านอกเมืองหลวงเป็นยิ่งกว่าหนามตำหัวใจของฮ่องเต้จ้าวหยวนอี้ หลังผ่านมาเป็นเดือน แต่การปราบโจรยังทำไม่สำเร็จ ยิ่งปล่อยเวลาผ่านไป ความเชื่อมั่นของประชาชนและขุนนางย่อมสั่นคลอน ผู้ปกครองไม่พ้นคำครหาว่าไร้ความสามารถ

“แล้วเขารู้หรือไม่ว่าเจ้ามีวรยุทธสูงขึ้น”

“ไม่น่าทราบ ท่านแม่อย่าได้เป็นห่วงเรื่องนี้”

อ๋องน้อยระวังตัวไม่แสดงความสามารถของตนต่อหน้าคนอื่น เว้นก็แต่ตอนบดลูกเต๋าเป็นผงอย่างลืมตัว เพื่อจะเอาชนะศิษย์พี่ใหญ่ของเยี่ยหยุนจือเท่านั้น เชื่อว่าองครักษ์เสื้อแพรพวกนั้นคงไม่สงสัยอะไร

“ระวังตัวหน่อยก็ดี” มารดาอดเป็นห่วงไม่ได้

“ขอรับ”

“หยุนจือลองชุดแต่งงานแล้ว นางงดงามมาก เจ้าก็ควรจะลองชุดด้วย เผื่อว่ามีอะไรต้องแก้ไข”

“ข้าชักอยากเห็นซะแล้วสิว่านางจะงามขนาดไหน” อ๋องน้อยยกมุมปากขึ้นน้อยๆ อารมณ์ดีขึ้นหลังคิดถึงสตรีในดวงใจ

“เจ้านี่ขี้เห่อเสียจริง”

หวางเยี่ยนหลีอดค่อนแคะอีกฝ่ายไม่ได้ หลังคนเป็นลูกดูหลงภรรยาเอามากๆ หากเยี่ยหยุนจือเป็นคนไม่ดีมีประสงค์ร้าย นางคงเป็นกังวลไม่น้อย และอาจขัดขวางไม่ให้การแต่งงานเกิดขึ้น ถึงจะเป็นพระราชโองการก็เถอะ

คนหน้าบากยิ้มอายๆ ไม่ว่าอันใด

ข้าไม่เห่อน้อยหรอกท่านแม่ ข้าเห่อมากต่างหาก อยากให้ถึงวันแต่งพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ...แค่ไม่เจอนางพักเดียว ข้าก็คิดถึงนางแล้ว

อ๋องน้อยถอนใจเบาๆ อย่างมีความสุข หัวใจลอยละล่องไปหาสตรีแสนเย็นชาผู้นั้น

“ข้าสั่งให้พ่อบ้านเฉินเพิ่มการคุ้มกันรอบจวนมากขึ้น ข้าไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นในช่วงนี้” พระชายาอ๋องเอ่ยอย่างรอบคอบ หลังเหลืออีกไม่ถึงห้าวันจะเป็นวันวิวาห์ของลูกคนโต

...หากใครคิดจะมาก่อกวน ย่อมเลือกโอกาสช่วงนี้

“ขอบคุณท่านแม่” คนฟังเข้าใจความปรารถนาดีของอีกฝ่ายจึงไม่คิดปฏิเสธ

 

“ฮูหยิน ข้าเข้าไปได้หรือไม่” อ๋องน้อยแวะมายังเรือนจันทร์กระจ่างหลังเยี่ยหยุนจือไม่ได้ออกไปทานอาหารเย็นด้วย จึงแวะมาหานางทันทีหลังทานอาหารเสร็จ พร้อมกับนำขนมร้านอร่อยที่ซื้อจากตลาดมาฝากด้วย

“เข้ามาสิ” สตรีชุดเขียวตอบออกไป

“เจ้าทำอะไรอยู่” มู่หรงเหลียนซิงถามขึ้น หลังก้าวเข้ามาในเรือนเห็นอีกฝ่ายกำลังตำอะไรในครกยาสีขาว จึงสงสัยใคร่รู้

“ปรุงยาสมานแผล ปรุงเผื่อสำรองไว้” นางบอก หลังมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ก่อนหันกลับไปตั้งใจทำงานตรงหน้าต่อ

ปกติเยี่ยหยุนจือจะมียาติดตัวจำนวนหนึ่งไว้ใช้ยามจำเป็น แต่การช่วยรักษาศิษย์พี่ศิษย์น้องที่สำนักเมฆาคราม ยาที่มีอยู่จึงถูกใช้ไปเกือบทั้งหมด นางจึงรีบปรุงไว้ก่อน ไม่รู้ว่าเมื่อใดจำเป็นต้องใช้

...มียาสำรองย่อมดีกว่าไม่มี

“เจ้านี่ขยันจริงๆ”

ข้าเปล่าขยัน ข้าแค่ไม่อยากอยู่ว่างๆ ต่างหาก อยากลองปรุงยาใหม่ที่เพิ่งได้ตำรามาด้วย

หญิงสาวชุดเขียวคิดตอบในใจ

“เจ้ามีธุระอะไร”

“ไม่มีธุระ ข้ามาหาเจ้าไม่ได้รึ” คนสูงศักดิ์เบ้ปากแบบงอแงที่อีกฝ่ายพูดเหมือนพวกเราเป็นคนแปลกหน้า

พูดแค่นี้ต้องงอนด้วย!

“ข้าไม่ได้พูดแบบนั้น” นางรีบตอบ หลังปรายตามองอ๋องน้อยที่กลับกลายเป็นเด็กน้อยเอาแต่ใจ จึงกล่าวเสียงอ่อนลงหลายส่วน “เจ้ามีอะไรก็พูดมาสิ”

“เจ้าทานข้าวหรือยัง”

“ทานแล้ว”

จื่อยวนคอยดูแลนางเรื่องอาหารการกิน แทบไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง

“ข้าซื้อขนมมาฝาก เห็นคราวก่อนเจ้าชอบ” อีกฝ่ายเปิดฝาครอบถ้วยที่ถือติดมือมา เผยให้เห็นขนมกุ้ยช่ายน่าอร่อยในนั้น

เจ้านี่ช่างสังเกตจริง

เยี่ยหยุนจือยกมุมปากขึ้นน้อยๆ ไม่มีใครช่างเอาใจตนเท่ากับคนในชุดสีเข้มตรงหน้า น้อยครั้งที่นางจะบอกว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร แต่มู่หรงเหลียนซิงยังอุตส่าห์ล่วงรู้

“ขอบใจ” นางพูดตอบ ก่อนเอ่ยชวนคนตรงหน้า “เจ้าทานด้วยกันสิ ข้าทานคนเดียวไม่หมดหรอก”

“ได้” อ๋องน้อยวางถ้วยนั้นลงบนโต๊ะใกล้ๆ อีกฝ่าย “ข้าไปเอาตะเกียบก่อน”

หมอสาวมองอีกฝ่ายที่หยิบข้าวของในเรือนพักอย่างงงๆ ก่อนมานั่งเก้าอี้ว่างข้างกายนางแบบไม่ต้องเชื้อเชิญ

หญิงสาวโคลงศีรษะน้อยๆ แต่ไม่ว่าอะไร เริ่มชินกับการมีคนผู้นี้อยู่ใกล้ๆ ต่างจากตอนแรกที่คิดรำคาญอยู่บ้าง

ดูท่าชีวิตนี้ ข้าคงไม่สงบสุขสินะ

นางได้แต่ถอนใจเบาๆ

“ฮูหยินอ้าปาก” เสียงนุ่มทุ้มของมู่หรงเหลียนซิงบอก

พอสตรีชุดเขียวหันมองคนพูด กุ้ยช่ายขนาดพอดีคำจ่อเรียวปากสวยของนาง

หืม!

เยี่ยหยุนจือชะงักเล็กน้อย ก่อนอ้าปากโดยดี เคี้ยวช้าๆ ก่อนกลืนลงคอแบบไม่รีบเร่ง นางไม่ชินเลยจริงๆ ที่มีคนมาป้อนอาหารตนแบบนี้ การกระทำของมู่หรงเหลียนซิงกลับทำให้หัวใจสงบนิ่งมีความพองฟูอย่างแปลกๆ

“ถูกปากหรือไม่”

“อืม อร่อย” นางตอบหลังกลืนอาหารหมด

คำตอบแค่นั้นทำให้อ๋องน้อยยิ้มหน้าบาน ป้อนกุ้ยช่ายนางต่ออีกหลายคำ จนหมอสาวไม่เป็นอันทำงาน

“เจ้าก็ทานบ้างสิ” เยี่ยหยุนจือท้วง

“ได้”

มู่หรงเหลียนซิงใช้ตะเกียบคู่เดิมคีบกุ้ยช่ายเข้าปากของตน ไม่ต่างจากการจูบสตรีชุดเขียวทางอ้อม ขณะเคี้ยวก็จ้องใบหน้าสวยงามเย็นชาของเยี่ยหยุนจือไปด้วย แลบลิ้นตวัดเลียเรียวปากตัวเองช้าๆ ประหนึ่งว่าตนกำลังจุมพิตนางอยู่

ข้าอยากจูบเจ้าฮูหยิน

จะ เจ้า!

หมอสาวหน้าแดงร้อนขึ้นทันที เข้าใจสายตากลิ้งกลอกที่กำลังโลมเลียตนอยู่ พลันหลบสายตา แล้วถอนใจเบาๆ

“อย่ามองข้าแบบนั้น”

“แบบไหน”

“ข้าไม่ใช่ขนม”

“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่ขนม” มู่หรงเหลียนซิงตอบเสียงแหบพร่า “แต่ข้าอยากกินเจ้าจริงๆ นะฮูหยิน”

คำว่า ‘กิน’ ของอ๋องน้อยไม่ได้หมายถึงการกินจริงๆ แต่เป็นแค่การเปรียบเปรย

ทว่าอีกฝ่ายมีจิตใจบริสุทธิ์เกินกว่าจะเข้าใจความหมาย

พูดอะไรของเจ้า

นางหรี่ตาพร้อมทำหน้าสับสน ก่อนจุดไฟตะเกียงบนโต๊ะ หลังแสงแดดของอาทิตย์ค่อยๆ หายไปจากฟากฟ้า ขืนอ๋องน้อยยังอยู่ใกล้ๆ ตน คืนนี้คงปรุงยาไม่สำเร็จแน่ จึงเอ่ยปากขึ้น

“ข้าอิ่มแล้ว เจ้ากลับไปเถอะ ข้าจะปรุงยา”

“ข้ายังไม่อยากไป ข้ายังไม่หายคิดถึงเจ้าเลย”

“พวกเราอยู่ในจวนเดียวกัน ไม่ได้ไกลกันเลยนะ จะคิดถึงข้าทำไม” หมอสาวเอ่ยค้าน

“มันก็จริง แต่ข้าอยากอยู่ใกล้ๆ เจ้าเหมือนตอนพวกเราไปสำนักเมฆาครามมากกว่า”

หญิงสาวกระพริบตาถี่อย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการบอกอะไร

“พูดอะไร”

“ข้าค้างที่นี่กับเจ้าได้หรือไม่”

“มะ ไม่เหมาะ” นางรีบปฎิเสธอย่างเร็ว

หืม!

“ไม่เหมาะตรงไหน พวกเราอยู่ร่วมห้องกันมาตั้งหลายวันแล้วนี่” อีกฝ่ายไม่คิดยอมแพ้

หากไม่ได้นอนกอดฮูหยิน ข้าจะหลับลงได้อย่างไร

มู่หรงเหลียนซิงเสพติดการกอดสตรีนางนี้เสียแล้ว

เยี่ยหยุนจือทำหน้าลำบากใจ

“ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน”

เพราะตอนนั้นข้าไม่ได้รู้สึกแปลกๆ แบบนี้

หญิงสาวคิดต่อในใจ

นางเพิ่งอ่านหนังสือปกขาวสองเล่มที่มารดาของอีกฝ่ายนำมาให้จบ เป็นคู่มือหรรษาบนเตียง ซึ่งเป็นเรื่องลับเฉพาะของสตรีกับสตรี ซึ่งมีภาพวาดประกอบอธิบายละเอียด ไม่รู้ว่าหวางเยี่ยนหลีไปเสาะหามาจากไหน พลิกอ่านไปเยี่ยหยุนจือก็หน้าร้อนผะผ่าว เลือดลมสูบฉีด ช่องท้องปั่นป่วนมีอะไรวูบวาบ

ความรู้สึกแปลกๆ เสียยิ่งกว่าตอนอ่านตำราบุรุษสมปรารถนาที่สำนักเมฆาครามเสียอีก กลั้นใจพลิกอ่านลวกๆ จนจบ แล้วนั่งฟุ้งซ่านสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปพักใหญ่

พอสงบจิตใจได้ นางจึงมาปรุงยา หาเหตุไม่ไปร่วมโต๊ะกินข้าวเย็นด้วย ไม่อยากเจอหน้าอ๋องน้อย คิดไม่ถึงว่าเจ้าตัวป่วนจะโผล่หน้ามาก่อกวนกันถึงเรือนพัก เขย่าหัวใจให้หวั่นไหวไม่หยุด

“ไม่เหมือนกันอย่างไร” มู่หรงเหลียนซิงซักไซ้ด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

“ข้าไม่อยากให้เจ้าเสียชื่อ อีกไม่กี่วันพวกเราก็จะ...”

เรื่องที่ซิงหุนโผล่มาเห็นพวกเราจูบกอดกันแพร่ออกไปทั่ว พวกองครักษ์ที่ไปด้วย ทุกคนพากันเข้าใจผิดไปว่า ทั้งคู่ทำผิดประเพณีไปเรียบร้อยแล้ว

เรื่องแบบนี้ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไร ก็คงไม่มีใครเชื่อว่าพวกเรายังไม่ได้มีอะไรเกินเลย นอกจากกอดจูบ มู่หรงเหลียนซิงไม่คิดอธิบาย ดีเสียอีกจะได้ไม่มีใครมายุ่งกับเยี่ยหยุนจือของตน

“ใครจะพูดอย่างไรข้าไม่สนใจ ข้าสนใจแค่เจ้านะฮูหยิน”

เจ้าสนใจข้ามากเกินไปรึเปล่า!

สตรีชุดเขียวอึ้งงันพูดไม่ออก เม้มปากแน่นแทบเป็นเส้นตรง

“ข้า...”

คนในชุดสีเข้มสายตาจับจ้องไปยังหนังสือปกขาวสองเล่มที่คุ้นตา จึงเอื้อมมือคว้ามาพลิกเปิดดู แล้วคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

นี่มัน...

แย่แล้ว!

เยี่ยหยุนจือตาโตกว้าง แล้วโวยวายทันที ลุกมาหมายจะชิงหนังสือนั้นกลับคืน

“เอาคืนมา!”

อ๋องน้อยเบี่ยงตัวหลบไม่คิดคืนของนั้นให้หญิงสาว

“นี่มันหนังสือลับของข้า ไม่คิดว่าฮูหยินก็สนใจเรื่องแบบนี้ด้วย” น้ำเสียงหยอกยั่ว นัยน์ตาเป็นประกาย

เจ้าหมกมุ่นกับเรื่องแบบนี้สินะ มิน่าถึงรู้ดีจริง!

หมอสาวกลอกตาไปมา ปั้นหน้านิ่งแบบไม่เนียนนัก

“ข้าเปล่าสนใจ มารดาเจ้าเอามาให้ข้าอ่าน”

“ท่านแม่บอกเจ้าก็อ่านรึ” มู่หรงเหลียนซิงจ้องหน้างดงามผุดผาดเขม็งด้วยความอยากรู้คำตอบ คิดดีใจที่มารดาเข้ากับฮูหยินได้ดีเกินคาด

เป็นลูกสะใภ้ที่เชื่อฟังแม่สามีดีจริงๆ

“ข้า...” เยี่ยหยุนจือหน้าแดงเข้ม จู่ๆ คำพูดก็เหมือนจุกอยู่ที่ลำคอ

น่ารักเกินไปแล้ว...

“ข้าอยากกินเจ้าแบบในหนังสือพวกนี้” อ๋องน้อยตอบเสียงแหบพร่า พลางยื่นหนังสือสองเล่มคืนให้นางโดยดี

หมอสาวรับหนังสือไปถือไว้ เงยหน้าสบตาอีกฝ่ายที่จ้องหน้านางเขม็ง สายตาอ๋องน้อยหยาดเยิ้มกว่าปกติ จนนางหายใจลำบาก

ที่แท้แบบนี้เรียกว่ากิน!

พอคิดแบบนั้น ภาพวาบหวามในหนังสือก็ผุดขึ้นในสมอง ภาพคนหนึ่งก้มลงดูดหน้าอกหน้าใจอีกฝ่ายลอยเด่นขึ้น เยี่ยหยุนจือมีสีหน้ากระอักกระอ่วนกว่าเดิม

เขินงั้นรึ

มู่หรงเหลียนซิงสังเกตหน้าอีกฝ่ายขึ้นสี จึงยิ้มเข้าใจ

“ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้น จนกว่าพวกเราจะเข้าพิธี ข้าแค่อยากนอนกอด แล้วก็จูบเจ้าเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา...ได้หรือไม่”

นางเงยหน้าขึ้น แล้วหลุดถามอย่างลังเล

“แค่นั้นแน่นะ”

“อืม ข้าไม่ปดเจ้าแน่” คนหน้าบากตอบ แล้วแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองทันทีหลังเห็นสีหน้าโล่งอกของนาง

ข้าเปลี่ยนคำพูดตอนนี้ทันไหม!

OoXoO

อ๋องน้อยฯ เล่ม 2 ใกล้หมดราคาโปรโมชั่นแล้วนะคะ อยากได้ก็อย่าช้า ความสนุกกำลังรออยู่ค่ะ

ไรท์จะอัพเรื่องนี้ตอนหน้าอีกตอนนะคะ ถ้าชอบก็อุดหนุน e-book กันได้ที่ MEB

ส่วนเรื่องใหม่ยังร่างพล็อตอยู่ ไรท์ยังติดใจนิยายจีนโบราณ ขอต่ออีกเรื่องก็แล้วกัน 5555 

นาง ^^

OoXoO     




Create Date : 31 กรกฎาคม 2565
Last Update : 31 กรกฎาคม 2565 12:45:51 น. 0 comments
Counter : 453 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.