ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2565
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
5 กุมภาพันธ์ 2565
 
All Blogs
 
อ๋องน้อย เจ้าสำราญ - บทที่ ๖ (YURI)

 

“จับตัวนาง!”

เสียงของคุณหนูหนานกงตวาดสั่งคนในจวนของตน โมโหที่ชายฉกรรจ์สิบกว่าคนพ่ายแพ้หมดท่าให้กับหนึ่งสตรีรูปร่างบอบบางตรงหน้า หากเรื่องนี้แพร่ออกไปจวนแม่ทัพคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด

...นี่เป็นยิ่งกว่าการตบหน้าเสียอีก

“ขอรับ” หลายเสียงตอบรับแบบไม่มั่นใจนัก

หลังเห็นพรรคพวกของตนบุกเข้าไปโจมตีเยี่ยหยุนจือ แค่นางสะบัดกระบี่อ่อนหนึ่งครั้งชายทุกคนที่รุมล้อมล้วนกระเด็นออกมา หากอีกฝ่ายต้องการชีวิตจริง เกรงว่าพวกมันคงแดดิ้นไปแล้ว ในใจคิดกริ่งเกรงในวรยุทธของสตรีตรงหน้าไม่น้อย

ทว่าคำสั่งของคุณหนูใครก็ฝ่าฝืนไม่ได้ พวกมันจึงได้แต่ล้อมอยู่รอบตัวสตรีผู้นั้นแบบห่างๆ คิดฉวยโอกาสโจมตีจากด้านหลัง หมาหมู่เป็นยุทธวิธีที่ต่ำทรามชั่วช้า แต่จนใจที่พวกมันคิดได้แต่วิธีนี้เท่านั้น

“ข้าไม่ได้ต้องการทำร้ายพวกเจ้า” เสียงหวานใสของผู้บุกรุกบ่งบอกเจตนาชัดเจน ยังคงระแวดระวังอย่างเต็มที่ หลังปลายอาวุธนับสิบเล็งมายังตน

“แต่สิ่งที่เจ้าทำเจตนาทำร้ายตระกูลหนานกง” หนานกงอวี้พูดสวนทันควัน

“ข้าไม่ปรารถนาทำเช่นนั้น ที่ข้ามาถอนหมั้น เพราะข้าไม่คู่ควรกับคุณชายหนานกงต่างหาก” เยี่ยหยุนจืออธิบายเสียงราบเรียบ ขณะเบี่ยงตัวหลบกระบี่ที่พุ่งมาด้านหลัง ก่อนกระแทกฝ่ามือใส่หน้าอกศัตรูกระเด็นไปไกล ใบหน้างดงามสงบนิ่ง ลมปราณของนางยังคงปลอดโปร่ง ใช้พลังยังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ

“ข้าไม่เชื่อ!” คุณหนูหนานกงกระชากเสียง ชี้นิ้วสั่งคนในจวน “พวกเจ้ามัวชักช้าอะไรอยู่ จับมันให้ข้าเร็ว ใครจับนางได้ข้ามีรางวัลให้สิบตำลึง”

พอได้ยินว่าได้เงินก้อนโตเป็นรางวัล ความกระตือรือร้นของเหล่าชายฉกรรจ์ก็ลุกโหมกว่าเดิม

เป็นสตรีที่หัวดื้อเหลือเกิน

สตรีในชุดเขียวคิดเบื่อหน่าย รู้ว่าการโต้เถียงกับอีกฝ่ายไม่ใช่เรื่องฉลาด จึงคิดหาทางปลีกตัวออกจากที่แห่งนี้โดยเร็ว หลังเห็นคนของฝ่ายตรงข้ามมาสมทบเพิ่มอีกยี่สิบกว่าคน

โชคดีมากที่นางให้เฉียนซูเหิงหลบหนีออกไปก่อน มิฉะนั้นสถานการณ์คงยากลำบากกว่านี้ หลังฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมคิดปล่อยให้หนึ่งสตรีที่มาหยามถึงบ้านหลุดรอดไปง่ายๆ การปะทะดุเดือดจึงเริ่มต้นขึ้น

...ถึงจะมีวรยุทธสูงส่ง แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ

ผ่านไปสองเค่อ เยี่ยหยุนจือต้องเม้มปากแน่น หลังโดนดาบหนึ่งแทงจากด้านหลังเฉียดต้นแขนซ้ายไป เลือดสีสดไหลลงพื้นหลายหยด บาดแผลยังไม่ถือว่าร้ายแรง แค่ทำให้นางเคลื่อนไหวช้าเพราะพะวงกับอาการบาดเจ็บ

หญิงสาวไม่คิดถอดใจยอมแพ้ ยังคงตีสีหน้านิ่งเฉยไว้ได้เป็นอย่างดี เร่งกระบี่อ่อนในมือเร็วขึ้น เพื่อหาทางตีฝ่าออกไป

“เกิดอะไรขึ้น!”

เสียงต่ำทุ้มดังกังวานมีอำนาจมาจากใครบางคน เสียงนี้สะกดให้คนในจวนรีบหยุดการต่อสู้ทันที แต่ยังคงยืนล้อมสตรีในชุดเขียวเอาไว้ห่างๆ

“พี่รอง” หนานกงอวี้เรียกบุรุษตรงหน้า ชี้นิ้วไปยังเยี่ยหยุนจือ แล้วพูดเหมือนฟ้อง “เป็นนางมาหาเรื่องก่อน”

หนานกงเหวยรูปร่างสูงใหญ่ เข็มแข็งห้าวหาญ บุคลิกองอาจสมเป็นทายาทของแม่ทัพใหญ่ ใบหน้าทรงสี่เหลี่ยม จัดว่าหล่อเหลาน่าหลงใหล ติดแต่ตรงที่ดูเย็นชาเกินไปสักหน่อย

เขาเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ จะมีสักกี่คนที่กล้าหาเรื่องน้องสาวของตนถึงจวนแบบนี้ จึงมองไปยังสตรีในชุดเขียวที่อยู่ห่างหลายสิบก้าว แล้วก็ต้องชะงักหลังได้ยลโฉมหน้าอีกฝ่ายที่สวยสะคราญสะดุดตา งดงามชดช้อยชวนให้หลงใหล หัวใจเขาพลันเต้นแรงขึ้นแบบไร้เหตุผล พอเห็นรอยเลือดที่ต้นแขนของนาง ก็อดคิดไม่ได้ว่าน้องสาวของตนทำเกินไป

ใช้ผู้ชายยี่สิบกว่าคนรุมทำร้ายสตรีนางหนึ่ง ช่างน่าอดสูนัก

“พวกเจ้าถอยไปให้หมด” คุณชายหนานกงสั่งเหล่าคนรับใช้

เหล่าชายฉกรรจ์รีบหลบไปยืนข้างๆ ไม่กล้าขัดขืนคำสั่งคุณชายหนานกง จึงทำเป็นหลบสายตาไม่พอใจของคุณหนูหนานกง

หนานกงเหวยมองไปยังสตรีในชุดเขียวที่ลดกระบี่อ่อนลงข้างตัว “เจ้ามีธุระอันใด”

“ข้ามาที่นี่เพื่อขอถอนหมั้นกับคุณชายหนานกง” เยี่ยหยุนจือไม่คิดอ้อมค้อม

ถอนหมั้น!

คุณชายขมวดคิ้วหนา ไม่คิดว่าสตรีนางนี้จะเป็นคู่หมั้นของตนที่ผู้ใหญ่สองฝ่ายได้เตรียมไว้ให้เมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่เขายังไม่ลืมตาออกมาดูโลกด้วยซ้ำ พี่ชายคนโตของเขาออกเรือนไปแล้ว ดังนั้นภาระนี้จึงตกเป็นของเขาแบบไม่อาจปฏิเสธได้

“เจ้ามีเหตุผลอะไรถึงจะถอนหมั้น” อดถามไม่ได้ รู้สึกเหมือนโดนหยามเกียรติ ทั้งที่ตนจัดว่าเพียบพร้อมทั้งฐานะ ชื่อเสียง หน้าตา หรือแม้สติปัญญาก็ไม่ด้อยกว่าบุรุษใดในใต้หล้า

...ยกเว้นแค่เหล่าองค์ชายบางองค์เท่านั้น

หญิงสาวจ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์ “ท่านคือคุณชายหนานกงเหวย”

“ใช่ข้าเอง เจ้าคงเป็นแม่นางเยี่ย เยี่ยหยุนจือ”

ในที่สุดก็เจอตัวเสียที

หญิงสาวคิดโล่งใจที่ได้มีโอกาสสนทนากับอีกฝ่ายซึ่งหน้า ดูแล้วเขาน่าจะคุยง่ายกว่าน้องสาว

“เหตุผลคือข้าไม่คู่ควรกับท่าน พวกเราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เป็นอะไรที่ไม่ต่างจากคนแปลกหน้า จึงไม่ควรฝืนใจใช้ชีวิตร่วมกัน ข้าเชื่อว่าด้วยคุณสมบัติของท่านสามารถมีสตรีที่ดีกว่าข้า ข้าไม่อยากให้ท่านเสียเวลา” สตรีในชุดเขียวให้เหตุผลด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลไพเราะ

เป็นเหตุผลที่แปลกพิกล

คุณชายหนานกงไม่ถึงกับเข้าใจเหตุผลของนางนัก

“แล้วเจ้าไม่ห่วงชื่อเสียงของตระกูล กับชื่อเสียงของตัวเจ้าเองบ้างรึ”

สำหรับหนานกงเหวย ชื่อเสียงกับหน้าตาของตระกูลนับเป็นเรื่องสำคัญที่แบกอยู่บนไหล่ของเขามาตั้งแต่เกิด ส่วนความสุขหรือเรื่องของตนเองนั้นมาทีหลัง

การถอนหมั้นก็ไม่ต่างจากการเป็นสตรีม่าย ชื่อเสียงย่อยยับ ยากจะหาบุรุษใดเหลียวแลจริงจัง

“ข้าหาได้ใส่ใจไม่” เยี่ยหยุนจือตอบด้วยท่าทางผ่อนคลาย

คำตอบของนางเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าผู้คนในจวนแม่ทัพ ช่างขัดกับจารีตประเพณีของแคว้นอย่างมาก พร้อมส่งสายตาดูแคลนออกมาแบบไม่ปิดบัง

อะไรของนาง!

หนานกงเหวยขมวดคิ้วหนา คิดหาเหตุผลอื่น

“หรือเจ้ามีบุรุษในดวงใจแล้ว ถึงมาขอถอนหมั้นข้า” ชายหนุ่มถามเสียงเย็นเยือก ในใจกรุ่นโกรธขึ้น รู้สึกเหมือนตนเองเป็นคนด้อยคุณค่าในสายตาของอีกฝ่าย

มันเป็นใครกัน!

คุณชายหนานกงเผลอกำหมัดข้างตัวแน่น นัยน์ตาเปล่งเพลิงร้อนแรงอยู่ในนั้น

ข้ามีซะที่ไหน!

เยี่ยหยุนจือทำหน้าสับสนที่เขาเปลี่ยนทีท่าขุ่นเคือง ไม่เข้าใจว่าตนพูดอะไรผิด ตลอดเวลาหลายปีที่อยู่สำนักเมฆาคราม หญิงสาวหมกมุ่นกับการฝึกวรยุทธและการปรุงยา แม้จะมีศิษย์ร่วมสำนักเป็นผู้ชายหลายคน แต่ไม่เคยคิดจะใส่ใจใครในเชิงชู้สาว

“ข้า...”

“หยุนจือจะชอบผู้ใด เกี่ยวอะไรกับคุณชายหนานกง” น้ำเสียงยียวนอันเป็นเอกลักษณ์ของอ๋องน้อยดังแว่วมาจากประตูใหญ่

ทุกคนในจวนแม่ทัพหันขวับไปมองต้นเสียง สีหน้าเคร่งขรึมหนักกว่าเก่า

...ในจวนแห่งนี้ไม่มีใครอยากต้อนรับมู่หรงเหลียนซิง

มีเพียงเยี่ยหยุนจือผู้เดียวที่รู้สึกโล่งใจ นึกเดาว่าเฉียนซูเหิงคงไปตามอีกฝ่ายมาช่วยตน

“เจ้ามาทำไม!” หนานกงอวี้ตะคอกใส่คู่กัดอย่างไม่เกรงใจ

อ๋องน้อยมองคุณหนูหนานกงแวบหนึ่ง ก่อนหันไปพูดกับพี่ชายของนางเสียงนุ่ม ในมือขยับพัดด้วยท่าทีเบาสบาย “ขออภัยที่ข้ามารบกวนกะทันหัน”

หนานกงเหวยมองแขกด้วยสายตานิ่งๆ

“อ๋องน้อยมาเยือนจวน ขออภัยที่ต้อนรับบกพร่อง” ถ้อยคำสุภาพแต่น้ำเสียงเย็นชายิ่ง

เขาไม่คิดจะญาติดีกับอีกฝ่าย แต่ก็ไม่อาจเสียมารยาทอันพึงมีได้ อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็มีศักดิ์สูงกว่าตน แถมยังมีผู้ติดตามมาด้วยจำนวนไม่น้อย ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้มีเรื่องบานปลายใหญ่โต เพราะอาจจะกระทบกับชื่อเสียงของตระกูลแม่ทัพได้

“เกรงใจไปแล้ว” มู่หรงเหลียนซิงหัวเราะเบาๆ มองไปยังสตรีในชุดเขียว คิดโล่งใจไปหลายส่วนที่เห็นอีกฝ่ายปลอดภัย แต่พอเห็นนางมีบาดแผลที่ต้นแขน จึงหรี่ตาลงเล็กน้อย ส่ายหน้าแล้วเดาะลิ้น

“จุ๊ๆ คิดไม่ถึงว่าจวนแม่ทัพจะต้อนรับแขกรุนแรงเช่นนี้ ข้าควรฟ้องร้องเรียกค่าทำขวัญแทนหยุนจือ...สักหมื่นตำลึงน่าจะดี”

ฉึก!

เพียงประโยคเดียวทำเอาหัวใจคนในจวนแม่ทัพสะเทือน และเสียหน้ามากมาย

ขณะที่ซิงหุนและผู้ติดตามของอ๋องน้อยเผยรอยยิ้ม ฝีปากของเจ้านายร้ายกาจจนยากจะหาผู้ต่อกรด้วยได้

ค่าทำขวัญข้าแพงขนาดนั้นเชียว

เยี่ยหยุนจือยิ้มในหน้า ไม่คิดว่าเพื่อนใหม่จะพูดจาปกป้องตนเกินเหตุ ประกอบกับอยากรู้ว่ามู่หรงเหลียนซิงจะมีลูกไม้อะไร จึงเลือกที่จะนิ่งฟังเงียบๆ

“เจ้า!”

คุณหนูหนานกงโมโหจนขวัญออกหู รู้สึกเหมือนโดนขู่กรรโชกทรัพย์ถึงบ้าน เงินหนึ่งหมื่นตำลึงไม่ใช่น้อย สูงกว่าค่าดูแลจวนแม่ทัพหนึ่งปีเสียอีก

บ้านข้าไม่ได้มีเหมืองทองคำนะ

“ข้าทำไม” มู่หรงเหลียนซิงถามเสียงเย็นเยือก จ้องใบหน้าอีกฝ่ายเขม็ง เมื่อยืนเปรียบเทียบกันอ๋องน้อยสูงกว่านางหลายชุ่น สูงเกือบเท่ากับหนานกงเหวย เพียงแต่มีรูปร่างบอบบางกว่า

“เจ้ามันขี้ขลาดขี้แพ้ ชอบฉวยโอกาส ไร้ความสามารถ ไม่มีสมอง ถ้าไม่มีตำแหน่งอ๋องน้อย เจ้ามันก็แค่ไอ้กระจอก” หนานกงอวี้ต่อว่าอีกฝ่ายเป็นชุดเท่าที่จะคิดออก

ปากจัดเหลือเกิน ถ้าไม่รู้ข้าจะคิดว่าเจ้าเป็นแม่ค้าในตลาด

คนในชุดสูงศักดิ์กลอกตาไปมา หุบพัดในมือชี้มายังตัวเอง “ข้าเนี่ยนะกระจอก”

“ใช่ เจ้าสู้พี่ข้าไม่ได้สักอย่าง ไม่เรียกว่ากระจอกจะให้เรียกว่าอะไร”

อ๋องน้อยแค่นหัวเราะเบาๆ เบนสายตามายังหนานกงเหวย

“ข้าได้ข่าวว่าคุณชายจะเข้าสอบใหญ่ที่สถานศึกษาในสัปดาห์หน้าด้วย จริงหรือไม่”

เขาทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้เรื่องนี้เร็วขนาดนี้ “ใช่”

การสอบของสถานศึกษาครั้งนี้ สำคัญสำหรับลูกหลานขุนนางที่อยากทำงานรับใช้ราชสำนัก ไม่ต่างจากจอหงวน หากสอบได้คะแนนดีจะมีโอกาสได้เป็นขุนนางระดับล่าง อันเป็นนโยบายส่งเสริมคนเก่งของอัครเสนาบดี

“ข้าก็ต้องสอบเช่นกัน อย่างนั้นคุณชายสนใจจะพนันกับข้ารึเปล่า” อ๋องน้อยคลี่พัดในมืออย่างใจเย็น

หนานกงเหวยขมวดคิ้วหนาเข้าหากัน “พนันอะไร”

“พนันว่าการสอบครั้งนี้ ใครจะได้คะแนนสูงกว่ากัน”

แทบทันทีที่มู่หรงเหลียนซิงพูดจบประโยค เสียงหัวเราะจากฝ่ายคนของจวนแม่ทัพก็ดังก้อง

ขณะที่ฝ่ายซิงหุนกับผู้ติดตามหน้าเสีย ทั้งเมืองหลวงมีใครบ้างไม่รู้ว่า อ๋องน้อยสอบได้อันดับบ๊วยหรือรองบ๊วยมาตลอดหลายปี

แม้ที่ผ่านมา คุณชายรองหนานกงเหวยจะไม่เคยศึกษาสำนักเดียวกับอ๋องน้อย แต่เป็นไปได้มากว่าเขาจะเหนือกว่าโดยเฉพาะในเรื่องตำรา

เจ้าต้องเสียสติไปแล้วแน่

“ไม่ต้องสอบก็รู้ว่าเจ้าต้องเป็นฝ่ายแพ้แน่” หนานกงอวี้กล่าวสบประมาท ยกมุมปากอย่างมั่นใจว่าพี่ชายของนางต้องเป็นผู้ชนะแน่นอน อ๋องน้อยผู้นี้ไม่มีความรู้โดดเด่นด้านวิชาการ การสอบนี้มีหลายหัวข้อ เชี่ยวชาญแค่ขี่ม้ากับยิงศรไม่พอที่จะสอบได้คะแนนสูง

“มันก็ไม่แน่” มู่หรงเหลียนซิงยิ้มน้อยๆ ไม่ได้มีสีหน้ากังวลแม้แต่น้อย ก่อนหันไปทางหนานกงเหวย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนท้าทาย “หรือคุณชายหนานกงจะใจเสาะ ไม่กล้ารับคำท้าของข้า”

ข้าเนี่ยนะใจเสาะ!

นัยน์ตาของชายหนุ่มเปล่งประกายเจิดจ้า ไม่บ่อยที่จะมีใครกล้ามาเอ่ยปากลบเหลี่ยมกันแบบนี้ซึ่งหน้า สำหรับคุณชายหนานกงศักดิ์ศรีสำคัญยิ่งกว่าชีวิตเสียอีก

“ข้าเหมือนคนขี้ขลาดแบบนั้นหรือ” เขาย้อนถามเสียงเรียบ

อ๋องน้อยหัวเราะร่วนออกมา เหมือนไม่รับรู้ถึงสายตาคมกริบและเย็นกระด้างของคู่สนทนา

“ท่านย่อมไม่เหมือน” มู่หรงเหลียนซิงบอก “แข่งกันเฉยๆ คงไม่สนุก ถ้าอย่างไรพวกเราควรจะมีเดิมพันกันด้วย...ดีไหม”

“เดิมพันด้วยอะไร”

“ถ้าท่านชนะ ข้าจะยกม้าเหงื่อโลหิตให้ท่านหนึ่งตัว” เอ่ยข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธออกมา

ทว่าอีกฝ่ายไม่หลงกลง่ายๆ

เสนอรางวัลสูงเช่นนี้ น่าจะมีอะไรแอบแฝง

ชายหนุ่มรู้ดีว่าม้าเหงื่อโลหิตที่มาจากชายแดน เป็นอาชาที่หาได้ยากยิ่ง ฝีเท้าฉกาจ ล้ำค่าควรเมือง ทั้งอาณาจักรมีไม่ถึงยี่สิบตัว

“แล้วถ้าอ๋องน้อยเป็นฝ่ายชนะ” หนานกงเหวยย้อนถามบ้าง อยากรู้ว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์อันใดกันแน่

มู่หรงเหลียนซิงมองไปยังเยี่ยหยุนจือที่มองตนอยู่ก่อน จึงยกยิ้มให้นาง แล้วหันกลับมาตอบเขา

“ก็ไม่ยาก แค่ท่านต้องยอมรับคำขอถอนหมั้นของหยุนจือ”

OoXoO

อ๋องน้อยเริ่มแสดงความปกป้องหยุนจือออกนอกหน้าเกินไปนะ ต้องมาลุ้นกันต่อว่าคุณชายหนานกงจะว่าอย่างไร? เรื่องนี้มีให้ลุ้นกันตลอดค่ะ แบบว่าไรท์เขียนเอาสนุกจริงๆ 

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์ ทุกหัวใจ ทุกการติดตาม และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับการโดเนทค่ะ ไรท์ชอบอันสุดท้ายเป็นพิเศษ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2565
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2565 13:32:59 น. 0 comments
Counter : 871 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.