ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
 
มกราคม 2565
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
21 มกราคม 2565
 
All Blogs
 
อ๋องน้อย เจ้าสำราญ - บทที่ ๒ (YURI)

 

“ขอบคุณท่านอ๋องน้อยมาก นี่เป็นสินน้ำใจจากข้า”

แม่เล้าจางของหอสุขสันต์ประคองตั๋วเงินมูลค่าสองหมื่นห้าพันตำลึงให้กับอ๋องน้อยถึงห้อง หากไม่ได้ความช่วยเหลือจากคนผู้นี้ การประมูลสาวงามในคืนนี้คงไม่ได้กำไรมหาศาล หลังอีกฝ่ายส่งหน้าม้าหลายคนมาช่วยปั่นราคา

“เรื่องเล็กน้อยอย่าคิดมาก” มู่หรงเหลียนซิงยิ้ม รับตั๋วเงินนั้นส่งให้คนสนิทที่อยู่ด้านหลัง “เอาไปแบ่งให้พวกนั้นด้วย”

“ขอรับคุณชาย” จงหลินรับคำอย่างรู้งาน เขานับถือความใจกว้างใจถึงของเจ้านายมาก เอาใจใส่ลูกน้อง ใครที่ติดตามไม่มีอดอยากปากแห้ง

“ข้าจะเรียกสาวๆ มาปรนนิบัติสามคน พร้อมสุราชั้นดีกับแกล้ม คืนนี้จดลงบัญชีข้า” แม่เล้าบอกอย่างเอาใจ กำไรคืนนี้มากมายแค่เลี้ยงไม่กี่ร้อยตำลึง ถือว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

อ๋องน้อยหัวเราะเบาๆ

“งั้นข้าไม่เกรงใจ ข้าอยากฟังขับร้องแล้วก็พิณ”

“ได้เจ้าค่ะ ครั้งหน้าหอสุขสันต์คงต้องรบกวนท่านอ๋องน้อยอีก” หญิงวัยสามสิบปลายกล่าวอย่างนอบน้อม

การเป็นพันธมิตรกับมู่หรงเหลียนซิงย่อมดีกว่าตัวเลือกอื่น แม้อีกฝ่ายอายุยังน้อย ไร้ซึ่งอำนาจในมือ เป็นแค่อ๋องน้อยจากแดนไกล แต่ความเฉลียวฉลาดและความร้ายกาจนั้นยากจะรับมือ ด้วยความสนับสนุนของเขา ผลักดันให้หอสุขสันต์เล็กๆ ก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่เป็นหอคณิกาอันดับหนึ่งของเมืองหลวงภายในเวลาไม่กี่ปี

“อืม” คนฟังรับคำสั้นๆ มองเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

“ข้าน้อยไม่รบกวนท่านอ๋องน้อย” แม่เล้าย่อตัวทำความเคารพ ก่อนออกไปหาสาวๆ และเหล้ามาให้บริการแขกคนสำคัญ

“คุณชายแล้วแม่นางฟู่หลิง...” ซิงหุนถามเบาๆ หลังไม่มีคนอื่นอยู่ภายในห้อง คิดเป็นห่วงหญิงงามที่เพิ่งถูกจ้าวเฟยเทียนประมูลตัวไป องค์ชายห้าขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายเป็นที่สุด ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผา

“นางไม่เป็นไรหรอก” มู่หรงเหลียนซิงพูดอย่างไม่กังวล ยกมุมปากขึ้น ใช้นิ้วเรียวเขี่ยจอกเหล้าตรงหน้า “แต่องค์ชายห้าอาจจะลำบากหน่อย” พูดจบก็หัวเราะเบาๆ

องครักษ์สองคนมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ

ลำบากตรงไหนกัน

“พวกเจ้าโกงข้า ข้าไม่จ่าย!” เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากชั้นล่างของโถงรับแขกชั้นล่าง

“เกิดอะไรขึ้น” อ๋องน้อยถาม

จงหลินลุกมาชะโงกดูตรงระเบียงห้อง ขมวดคิ้วหนา ก่อนเดินกลับไปรายงานเจ้านาย

“บุรุษที่ข้าเห็นอยู่กับแม่นางหยุนจือ กำลังมีปัญหากับคนของหอสุขสันต์”

พอได้ยินคำว่าแม่นางหยุนจือ มู่หรงเหลียนซิงก็สนใจขึ้นทันที

“แล้วแม่นางหยุนจือ”

“ข้าไม่แน่ใจ เห็นอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย อาจจะใช่นางก็ได้”

อ๋องน้อยกลอกตาไปมา สะบัดพัดในมือแล้วยืนขึ้น

“พวกเราลงไปดูกัน”

“พวกเจ้าคิดจะดื่มกิน แล้วไม่จ่ายหรือไง” ชายรูปร่างสูงใหญ่หนึ่งในอันธพาลประจำของหอสุขสันต์ตวาดอย่างมีน้ำโห มีลูกน้องสี่คนที่ยืนรอคำสั่งอยู่ด้านหลัง

แขกหลายสิบคนพร้อมกับสาวๆ ขยับถอยห่างจากแถวนั้น ไม่อยากโดนลูกหลงไปด้วย

“ข้าไม่ได้จะไม่จ่าย แต่เหล้าหนึ่งกาของเจ้า ราคาตั้งยี่สิบตำลึงเชียวรึ แพงไปหรือเปล่า นี่มันปล้นกันชัดๆ” เฉียนซูเหิงกล่าวตามเหตุผล เขาเคยดื่มเหล้าแพงที่สุดก็แค่ห้าตำลึงเท่านั้น นั่นก็ถือว่าแพงมากแล้ว ห้าตำลึงแพงกว่าค่าห้องพักหนึ่งคืนเสียอีก จึงหันไปทางผู้ที่มาด้วยกัน “ใช่ไหมศิษย์พี่”

“อืม” เยี่ยหยุนจือในคราบบุรุษพยักหน้าน้อยๆ

“พวกเจ้ากินไปแล้ว เจ้าต้องจ่าย ไม่เช่นนั้นข้าจะส่งพวกเจ้าให้มือปราบ”

“ไว้ข้ามีแล้ว ข้ามาจ่ายได้ไหม” ชายหนุ่มต่อรอง

“ไม่ได้ ต้องจ่ายเดี๋ยวนี้”

ทั้งคู่มองหน้ากันด้วยความลำบากใจ หลังถุงเงินโดนมือดีที่ไหนไม่รู้ฉกไปในช่วงเย็น จึงเหลือเงินติดตัวไม่มาก หากรู้ตัวว่าถุงเงินหายไปพวกเขาคงไม่เข้ามาที่นี่แน่

“จับพวกมันไว้” หัวหน้าอันธพาลโบกมือสั่งลูกน้อง

“ขอรับ” ชายหน้าโหดสี่คนบีบมือจนดังกร๊อบ ก้าวเท้าไปหาสองคนผู้โชคร้ายทันที

“อย่าเข้ามานะ ข้าไม่อยากใช้กำลังกับพวกเจ้า” ชายหนุ่มร้องเตือนพลางถอยพลาง

แต่มีหรือที่ฝ่ายตรงข้ามจะสนใจ เหล่าอันธพาลย่างสามขุมไปยืนล้อมวงทั้งสองเอาไว้

“ช้าก่อน!”

อ๋องน้อยที่อยู่ตรงบันไดร้องห้าม เรียกความสนใจให้ทุกคนต้องหันมอง พร้อมเปิดทางให้อีกฝ่ายเดินเข้าไป

“ท่านอ๋องน้อย” หัวหน้าอันธพาลรีบประสานมือคารวะ รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นบุคคลสำคัญที่ไม่อาจแตะต้องได้

“พวกเขาเป็นเพื่อนข้า มีเรื่องอันใด”

คำว่า ‘เพื่อนข้า’ ทำให้คนฟังกลืนน้ำลายลงคอยากเย็น ไม่คิดว่าสองคนนั้นจะเป็นคนสำคัญ ได้แต่ก้มหน้าตอบเสียงอ่อย

“พวกเขาไม่ยอมจ่ายค่าสุรา”

“แค่นั้น”

“ขอรับ”

มู่หรงเหลียนซิงพยักหน้าให้กับจงหลิน

องครักษ์หนุ่มยื่นตั๋วเงินมูลค่าห้าสิบตำลึงให้หัวหน้าอันธพาล

“พอหรือไม่”

“พอขอรับ” หัวหน้าอันธพาลรับตั๋วเงิน พยักหน้าให้ลูกน้องเปิดทางให้บุรุษหน้ามนทั้งสอง ก้าวไปประสานมือคารวะต่อหน้าเฉียนซูเหิง “ขออภัยที่พวกข้าน้อยล่วงเกิน”

ศิษย์ผู้น้องของเยี่ยหยุนจืองงเล็กน้อย จำไม่ได้ว่ารู้จักผู้ชายที่ดูสง่างามผู้นี้ตอนไหน แต่ก็เล่นตามน้ำ จึงโบกมือไล่

“ไม่เป็นไรข้าไม่ถือสา”

พอหมดเรื่องทุกคนก็แยกย้ายไปสนใจกับเรื่องของตน พวกแขกก็กินดื่มหาความสุขต่อ ราวกับเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือ เชิญนั่งทางนี้เถอะ” เฉียนซูเหิงเดินไปคารวะผู้มีพระคุณ แล้วเชื้อเชิญอีกฝ่ายมานั่งร่วมโต๊ะ

อ๋องน้อยไม่ปฏิเสธ ทรุดตัวนั่งโดยมีสององครักษ์ยืนประกบด้านหลัง

“เรียกข้าว่าเหลียนซิงเถอะ” น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนชวนฟัง

“พี่เหลียนซิง ข้าเฉียนซูเหิง เรียกข้าซูเหิง” ชายหนุ่มแนะนำตัวหลังตนอ่อนอาวุโสกว่า ก่อนผายมือไปทางศิษย์พี่ของตน “นี่ศิษย์พี่ข้า พี่หยุนจือ...”

“พวกเราเคยเจอกันแล้วเมื่อตอนกลางวัน” อ๋องน้อยหลิ่วตาให้คู่สนทนา บอกเป็นนัยว่ารู้ความลับเรื่องศิษย์พี่ของเขาแล้ว

“อ๋อ ที่แท้ก็แบบนี้” เฉียนซูเหิงสบายใจที่ไม่ต้องโกหกอีกฝ่ายว่าศิษย์พี่เป็นอิสตรี

เยี่ยหยุนจือทรุดนั่งเก้าอี้ตามมารยาท ตามองมู่หรงเหลียนซิงด้วยสายตาแปลกๆ จ้องเขม็งยังรอยแผลกากบาทที่แก้มเขา จนอีกฝ่ายเงยหน้ามาสบสายตาเข้า

อ๋องน้อยกระพริบตาถี่ แล้วคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์

“หน้าข้ามีอะไรติดหรือ”

สตรีในคราบบุรุษรู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาท จึงเบนสายตามองไปทางอื่น

เย็นชาจริงๆ

มู่หรงเหลียนซิงคิดขำ แต่ไม่คิดยั่วโทสะอีกฝ่าย โบกมือเรียกเด็กรับใช้มาเพื่อสั่งอาหาร

“เอาสุรานารีแดงมาหนึ่งไห แล้วก็เอากับแกล้มที่แพงที่สุดมาห้าจาน”

“ขอรับ” เด็กรับใช้กุลีกุจอรับคำ

เฉียนซูเหิงตาลุก คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีฐานะไม่ธรรมดา ขณะที่เยี่ยหยุนจือชำเลืองมองอ๋องน้อยอย่างหวาดระแวง

“พวกเจ้าก็นั่งด้วย” มู่หรงเหลียงซิงบอกกับคนสนิท จงหลินกับซิงหุนจึงนั่งลง อ๋องน้อยคว้าจอกเหล้าที่คว่ำอยู่บนโต๊ะมารินเหล้าใส่ แล้วยกขึ้นต่อหน้าเพื่อนใหม่ทั้งสองคน “จอกนี้ดื่มเพื่อแสดงความยินดี ที่วันนี้พวกเราได้เป็นสหายกัน”

“ดื่ม” เฉียนซูเหิงยกจอกเหล้าของตน แล้วซดรวดเดียวหมด

“น้องซูเหิงคอแข็งจริงๆ” อ๋องน้อยยกนิ้วโป้งชื่นชม

ซิงหุนรีบรินเหล้าให้ทั้งสองอย่างรู้หน้าที่

“พี่เหลียนซิงก็ไม่เบา” อีกฝ่ายยกยอตอบบ้าง ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำเพราะพิษสุระ

เยี่ยหยุนจือส่ายหน้ากับความคออ่อนของศิษย์น้อง

“พอได้แล้วซูเหิง”

“ข้ายังไม่เมาสักหน่อย” น้ำเสียงของเฉียนซูเหิงเริ่มยานคาง

อ๋องน้อยอมยิ้มในหน้า ชำเลืองมองใบหน้าสวยเย็นชาด้านข้างของเยี่ยหยุนจือเป็นระยะ ปากก็พูดไปว่า

“อีกจอกน้องซูเหิง”

“ดื่ม” ชายหนุ่มกล่าวตอบ ยกจอกเหล้าจ่อปากกระดกรวดเดียว ประหนึ่งกำลังดื่มน้ำเปล่า มีสุราไหลทะลักข้างปาก เขารีบยกมือป้ายทิ้ง

“เยี่ยมมาก” มู่หรงเหลียนซิงกล่าวชม พอเหล้าถูกเติมก็ยกขึ้นอีกครั้ง “ดื่ม”

“ดื่ม” เฉียนซูเหิงรับคำอย่างว่าง่าย เสมือนหนึ่งรู้จักคุ้นเคยกับคนตรงหน้ามานาน

“พวกเจ้ามาเมืองหลวง มาเที่ยวหรือ ข้ารู้จักที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง ข้าพาไปได้นะ” อ๋องน้อยเริ่มตะล่อมถาม หลังเห็นอีกฝ่ายลำคอโยกคลอน

บุรุษตรงหน้าส่ายหัวไปมา

“ไม่ใช่ พวกเรามาธุระ อาจารย์ให้พวกเรามาหาตัวยา”

“ยาอะไรล่ะ เผื่อข้าจะช่วยหาอีกแรง ข้ารู้จักร้านขายยาดังในเมืองนี้หลายแห่ง”

“อ๋อ ไข่มุกกับโสมพัน-” ชายหนุ่มพูดไม่ทันจบประโยค ก็โดนเยี่ยหยุนจือพูดขัดขึ้นเสียก่อน

“ซูเหิง!” นางเรียกชื่อเป็นเชิงปราม ไม่ชอบที่เขาใสซื่อ เก็บความลับไม่อยู่ ใครถามก็พูดหมดเปลือก

ชายหนุ่มชะงัก หน้าเสียไป

คงเป็นเรื่องสำคัญมาก

อ๋องน้อยคิดเดาในใจ จึงโบกไม้โบกมือ

“ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ถือว่าข้าไม่ได้ถามก็แล้วกัน มาดื่มกันต่อดีกว่า”

“เชิญพี่เหลียนซิง จอกนี้ข้าขอคารวะ” เฉียนซูเหิงรีบพูดเอาใจอีกฝ่ายบ้าง เขามองว่าเป็นโชคดีที่ได้รู้จักสหายใจกว้างเช่นนี้

กลับไปข้าจะฟ้องอาจารย์ว่าเจ้าดื้อกับข้า

สตรีในคราบบุรุษคิดหงุดหงิด มองสองคนดื่มไปอีกหลายจอก จนศิษย์ผู้น้องนั่งคอพับคออ่อนลืมตาแทบไม่ขึ้น จึงดึงจอกเหล้าออกจากมือเฉียนซูเหิง

“พอเถอะเจ้าเมามากแล้ว” นางดุศิษย์น้อง ก่อนปรายตาดุไปยังอ๋องน้อยที่ดูไม่เมาสักนิด “เจ้าก็อย่าแกล้งเขา”

ปกติก็ว่างดงามแล้ว คิดไม่ถึงว่ายามโกรธ นางกลับงามเฉิดฉายกว่าเดิม

มู่หรงเหลียนซิงทำหน้าซื่อแสร้งไม่เข้าใจ

“ข้าแกล้งเขาตรงไหน”

“ข้าไม่พูดกับเจ้าแล้ว” เยี่ยหยุนจือตัดบทอย่างโกรธๆ ประคองร่างของศิษย์ผู้น้องขึ้นยืน เมื่อเทียบกันแล้วนางเตี้ยกว่าเขาหลายชุ่น ประกอบกับชายหนุ่มไม่ให้ความร่วมมือสักเท่าใด ทั้งสองจึงยืนโซไปเซมา “ยืนดีๆ สิซูเหิง”

นางไม่อยากที่จะทุบเขาให้สลบ เพื่อสะดวกในการแบกกลับไปที่พัก เพราะนั่นอาจดึงดูดสายตาผู้คนเกินไป

“จะกลับแล้วรึ” มู่หรงเหลียนซิงแสร้งถามทั้งที่รู้แก่ใจ

“ข้าไม่ควรอยู่ที่นี่นาน” นางตอบเสียงเย็น

“ก็จริง” อ๋องน้อยพยักหน้า หากใครรู้เข้าว่ามีสตรีมาเที่ยวหอคณิกาแพร่งพรายออกไป คงไม่แคล้วชื่อเสียงย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี “งั้นข้าไปส่ง”

“ไม่ต้อง” นางรีบปฏิเสธ ไม่อยากสนิทกับคนแปลกหน้า รู้สึกไม่ไว้วางใจอีกฝ่ายสักเท่าใด

แต่มู่หรงเหลียนซิงไม่คิดจะฟัง

“จงหลินช่วยประคองน้องซูเหิงที”

“ขอรับ” คนสนิทของอ๋องน้อยรับคำ ก้าวไปหาแม่นางในคราบบุรุษแล้วก้มหัวเล็กน้อย “ขออภัย” พูดจบจงหลินโอบไหล่ศิษย์น้องของนางไปประคองแทน

ใบหน้าสวยของเยี่ยหยุนจือเย็นชาขึ้น แต่ไม่ปริปากพูดอะไร

“ค่าเหล้ากับสุรามื้อนี้จดเข้าบัญชีข้า” มู่หรงเหลียนซิงบอกกับเด็กรับใช้ของหอสุขสันต์

“มิต้องขอรับ ท่านแม่ให้เรียนว่า มื้อนี้นางขอเป็นเจ้ามือ”

“งั้นก็ฝากขอบใจนางแทนข้าด้วย”

“ขอรับ”

“เชิญ” มู่หรงเหลียนซิงผายมือให้กับสตรีในคราบบุรุษ

เยี่ยหยุนจือตวัดตาดุใส่อ๋องน้อย เดินลิ่วออกจากหอสุขสันต์เป็นคนแรก

มู่หรงเหลียนซิงอมยิ้มกับตัวเอง โบกพัดในมือเดินตามนางด้วยท่าทางปลอดโปร่ง

สองคนสนิทประคองคนเมาตามอยู่เบื้องหลัง สบสายตากันแล้วคุยผ่านสายตา

วันนี้คุณชายดูแปลกๆ

OoXoO

ตกลงอ๋องน้อยไม่ได้แพ้องค์ชายห้า ใช่ไหมคะ...ไม่ขี้โกงเลย 5555 

วันเดียวอ๋องน้อยได้พบกับหยุนจือสองครั้ง คงเป็นเคราะห์ร้ายของนางยิ่ง ส่วนจะเป็นเพราะอะไรนั้น ต้องตามต่อตอนหน้าค่ะ   

ขอบคุณสำหรับทุกหัวใจ ทุกคอมเมนท์ และทุกการติดตามค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 21 มกราคม 2565
Last Update : 21 มกราคม 2565 16:37:09 น. 0 comments
Counter : 524 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.