ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
 
มกราคม 2565
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
25 มกราคม 2565
 
All Blogs
 
อ๋องน้อย เจ้าสำราญ - บทที่ ๓ (YURI)

 

“คุณชายระวัง!”

ซิงหุนร้องเตือน หลังมีลูกธนูหลายสิบดอกพุ่งตรงยังเจ้านายของตนจากบนกำแพงบ้านหลังหนึ่ง หลังออกจากหอสุขสันต์เพียงหนึ่งเค่อ อีกแค่สองซอยก็จะถึงจวนอ๋องน้อย

“ดูเขาไว้” เขาบอกเพื่อนร่วมรบ ปล่อยไหล่ของเฉียนซูเหิงให้จงหลินคอยดูแล เพื่อตรงไปปกป้องอ๋องน้อยที่อยู่ข้างหน้า

เยี่ยหยุนจือชักกระบี่อ่อนจากเอว สะบัดด้วยท่วงท่าสวยงามคล่องแคล่วเพียงสองสามที ลูกธนูที่พุ่งมาพลันร่วงหล่นดุจใบไม้ร่วง บ่งบอกว่านางมีวรยุทธที่ไม่สามัญ

ขณะที่มู่หรงเหลียนซิงหุบพัดในมือ เบี่ยงตัวหลบลูกศรที่เฉียดร่างไปได้อย่างหวุดหวิด

“โอ๊ย เกือบไป” อ๋องน้อยพูดเหมือนตกใจกลัวเสียเหลือเกิน ทว่ามุมปากยกยิ้มขึ้น หันหลังชนกับเยี่ยหยุนจือ

“ระวังด้วยแม่นางหยุนจือ”

ลูกธนูระลอกใหม่พุ่งมาอีก สตรีในคราบบุรุษปัดอาวุธที่พุ่งมาไป สายตาเหลือบมองมู่หรงเหลียนซิงที่ยืนหันหลังชนกัน ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายมีวรยุทธสูงส่งขนาดไหน

หลังลูกศรยิงมาอีกหลายระลอกจนหมด แต่ไม่อาจระคายผิวของอ๋องน้อยแม้สักแผล หัวหน้าชายชุดดำที่ปิดหน้าเหลือแต่ลูกตาจึงปรับแผนใหม่

“ฆ่ามัน!”

คนชุดดำห้าคนจึงปรากฎตัวถือดาบใหญ่ในมือ ย่างสามขุมอย่างหมายร้ายไปหามู่หรงเหลียนซิง

อ๋องน้อยยกพัดป้ดป้องดาบที่ฟันมาตรงหน้า พร้อมก้มหัวหลบดาบอีกเล่มที่มาจากด้านหลัง แต่ก่อนที่คนร้ายอีกคนจะจ่อฝังเข้าที่ไหล่มู่หรงเหลียนซิง กระบี่ของเยี่ยหยุนจือก็เข้ามาขวางไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิด

“ขอบคุณแม่นาง” อ๋องน้อยพูดเสียงกระหืดกระหอบ เหงื่อแตกซึมหน้าผาก

“หลบไป” นางบอกเสียงเย็น ก้าวไปยืนขวางหน้า เผชิญหน้าชายชุดดำสามคน หลังรู้แล้วว่ามู่หรงเหลียนซิงไม่ได้มีวรยุทธสูงส่งอันใด เยี่ยหยุนจือใช้เพียงไม่กี่กระบวนท่า ตวัดกระบี่สังหารคนร้ายไปได้หนึ่งคน

ซิงหุนเข้ามาช่วยขวางอาวุธแทนเจ้านาย ออกหมัดชกคนร้ายเต็มแรงกระเด็นถอยไป ก่อนหันไปหลบดาบของอีกคน

“ฝีมือของแม่นางเยี่ยมมาก” อ๋องน้อยเอ่ยชมขึ้น หลังเห็นหญิงสาวฟันแขนชายชุดดำได้

เยี่ยหยุนจือในคราบบัณฑิตไม่ได้ใส่ใจกับคำชมนั้น มือขวายังคงกวัดแกว่งกระบี่อ่อนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนถามออกไปว่า

“เจ้ามีศัตรูหรือไม่”

คนถูกถามหัวเราะเบาๆ แล้วตอบเสียงเย็น

“ทั้งเมืองหลวงข้ามีผู้คนเกลียดชังนับไม่ถ้วน”

เยี่ยม!

นางกลอกตาไปมา วงหน้าสวยสงบนิ่งไม่คิดซักไซ้ต่อ ทุ่มเทสมาธิไปยังการต่อสู้ หลังหัวหน้าชายชุดดำโดดเข้ามาร่วมวงต่อสู้ด้วยเป็นสองต่อหนึ่ง ฝีมือฝ่ายตรงข้ามคล่องแคล่วพลิกแพลง เยี่ยหยุนจือไม่กล้าประมาท ขยับมือร่ายรำเพลงกระบี่ด้วยกระบวนท่ารุนแรงหมายเผด็จศึก แผ่ไอสังหารออกมาโดยรอบ

จงหลินอยากโดดเข้ามาร่วมวงต่อสู้ด้วย แต่ติดที่ต้องคอยดูแลเฉียนซูเหิง จึงได้แต่กัดฟันยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่อยากเข้าไปเป็นตัวถ่วงของคนอื่น แม้จะช่วยอะไรไม่ได้ แต่องครักษ์หนุ่มก็กวาดตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวังภัย

ดูเหมือนเป้าหมายคนร้ายคือคุณชายจริงๆ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มู่หรงเหลียนซิงถูกหมายหัว อ๋องน้อยถูกลอบสังหารหลายครั้ง นับวันยิ่งถี่ขึ้นเรื่อยๆ

...นี่เป็นครั้งที่สี่ของเดือนนี้

สตรีนางนี้เป็นใครกันแน่ วรยุทธไม่ธรรมดาเลย

แม้จะเฝ้าดูไปหลายสิบกระบวนท่า แต่อ๋องน้อยยังเดาสำนักของเยี่ยหยุนจือไม่ออก

สถานการณ์การต่อสู้โดยรวม แม้จะโดนรุมสองต่อหนึ่งแต่หญิงสาวดูจะได้เปรียบเล็กน้อย ส่วนซิงหุนสู้ติดพันกับชายชุดดำห่างไปหลายก้าว ไม่อาจมาช่วยนางได้

มู่หรงเหลียนซิงยังคงไม่วางใจ เฝ้าดูการต่อสู้ของเยี่ยหยุนจืออย่างไม่กระพริบตา ฝีมือของหัวหน้าชายชุดดำเหนือกว่าลูกน้องหลายขั้น คิดจะเข้าไปช่วยนาง เขาเจียมตัวในฝีมือกาไก่ของตนเอง เกรงจะไปเป็นภาระให้นางเสียมากกว่า จึงเลือกที่จะยืนมองอยู่ห่างๆ

อีกมุมหนึ่งบนกำแพงมีชายชุดดำอีกคนซุ่มอยู่ เขาเคลื่อนไหวเงียบกริบค่อยๆ ง้างธนูใหญ่ในมือเล็งไปยังกลุ่มคนที่อยู่เบื้องล่าง ก่อนปล่อยลูกศรไปยังสตรีในคราบบุรุษ ที่กำลังร่ายรำกระบี่ต่อสู้อย่างดุเดือด

ฟิ้ว!

อ๋องน้อยที่เห็นการเคลื่อนไหวของลูกศรผ่านหางตา ขยับตัวอย่างเร็วพร้อมตะโกนไปว่า

“หยุนจือระวัง!”

มู่หรงเหลียนซิงวิ่งไป รีบใช้พัดในมือหมายปัดลูกศรนั้นให้พ้นจากทิศทางเดิม แต่กลายเป็นว่ามันแฉลบมาปักที่บริเวณเหนืออกของตนแทน

“โอ๊ย!”

อ๋องน้อยหลุดร้องอย่างเจ็บปวดออกมา ทรุดเข่าลงกับพื้น ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเป็นนิจเพลานี้กลับบิดเบี้ยว กัดฟันแน่นจนเห็นสันกราม

“ถึงเจ้าจะมีเก้าชีวิต แต่โดนพิษชนิดนี้เข้า ร้อยทั้งร้อยก็ตายเรียบ” มือสังหารบนกำแพงกล่าวกับตัวเองอย่างพอใจ ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเยี่ยหยุนจือตั้งแต่แรก ภารกิจของมันคือทำร้ายมู่หรงเหลียนซิง จากนั้นรีบเผ่นหายไปในเงามืด

“คุณชาย!” สององครักษ์ตะโกนออกมาพร้อมกัน แต่ไม่สามารถจะเข้าไปหาเจ้านายของตัวเองได้

เยี่ยหยุนจือได้ยินเสียงร้องของมู่หรงเหลียนซิง แววตาเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น สะบัดกระบี่อ่อนเร็วขึ้นหมายจบการต่อสู้โดยเร็ว ชายชุดดำที่เป็นลูกน้องล้มลง เหลือแค่ตัวหัวหน้าที่ทำท่าจะล่าถอย

“คิดจะหนีรึ!” นางตวาดเสียงเย็น ก่อนส่งกำลังภายในกระแทกใส่ดาบอีกฝ่ายจนหลุดมือ แล้วจ่อกระบี่อ่อนที่ลำคออีกฝ่าย “ใครบงการเจ้า”

ทว่านักฆ่าไม่ได้คิดจะรอดชีวิตกลับไปแต่แรก เพียงไม่ถึงอึดใจร่างของมันกระตุกแรง แล้วขาดใจตาย

เยี่ยหยุนจือยกนิ้วจ่อจมูก รู้ว่าคนร้ายตายด้วยยาพิษ ค้นหาบนศพนั้นไม่มีป้ายหรือสัญลักษณ์อะไร นอกจากรอยสักรูปงูสองตัวพันกันแบบเดียวกับที่ด้ามดาบ จึงไม่คิดใส่ใจอีก

นางรีบก้าวยาวๆ ไปหาอ๋องน้อยที่นอนหายใจรวยรินสลบไสลอยู่ในวงแขนของซิงหุน มีเลือดสีเข้มไหลทะลักที่มุมปาก ลูกศรปักอยู่เหนือบริเวณอกขวา นางพลันสังเกตเห็นโลหิตที่ไหลออกมาไม่ได้เป็นสีแดง จึงเบิกตากว้าง

“ห้ามดึง!” สตรีในชุดบัณฑิตรีบห้ามองครักษ์หนุ่ม ขณะที่มือหนากำลังจะดึงลูกศรนั้นออกเพื่อทำการรักษา

“ไม่ดึงแล้วจะทำแผลได้อย่างไร” ซิงหุนถามเสียงขุ่น

เยี่ยหยุนจือไม่คิดตอบ รีบสกัดจุดบนร่างคนเจ็บ เพื่อให้เลือดหมุนเวียนช้าลง ชะลอพิษไม่ให้เข้าสู่หัวใจเร็วนัก

“ศิษย์พี่ พี่เหลียนซิงเป็นอะไร” เฉียนซูเหิงที่เพิ่งสร่างเมาถาม

“ลูกศรมีพิษ”

“หา!” ศิษย์ผู้น้องอุทานออกมา

จงหลินหน้าเสีย

“เป็นพิษอะไรแม่นางทราบหรือไม่” ซิงหุนแตกตื่นรีบถามอย่างเร็ว กลัวคุณชายของตนจะเป็นอันตราย

“ข้ารู้จักพิษแค่ผิวเผินคงตอบไม่ได้” สตรีในคราบบุรุษบอก ดึงกระปุกขวดยาที่พกติดตัวออกมา “ยาเม็ดนี้น่าจะประทังไปได้หลายวัน อย่างน้อยก็ให้พวกเรามีเวลาหายาแก้พิษได้”

จงหลินกับซิงหุนสบสายตากัน ก่อนตัดสินใจป้อนยานั้นเข้าปากอ๋องน้อย

“พาคุณชายกลับจวนก่อน พ่อบ้านเฉินอาจจะมีวิธี” จงหลินเสนอขึ้น ก่อนหันมาทางหนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษ “ในฐานะที่ท่านเป็นสหายของคุณชาย ข้าขอเชิญพวกท่านพักที่จวนด้วย เพื่อปรึกษาหารือเรื่องรักษาคุณชาย”

เขาบาดเจ็บเพื่อช่วยข้า ข้าไม่อาจแล้งน้ำใจ

เยี่ยหยุนจือคิดเช่นนั้น

ศิษย์พี่ศิษย์น้องสบตากัน แล้วพยักหน้า

 

“คุณชายเป็นอย่างไรบ้าง” ซิงหุนถามอย่างร้อนใจ ขณะที่พ่อบ้านเฉิน เฉินอี้กำลังตรวจชีพจรของคนเจ็บบนเตียงนอนภายในจวนอ๋องน้อย โดยมีสาวใช้อีกสองนางมาร่วมรับรู้ด้วย

“เจ้าอย่าเพิ่งกวนท่านพ่อบ้าน” จื่อยวน สาวใช้ที่อายุน้อยมีใบหน้าสวยงามไม่แพ้สาวงามในหอสุขสันต์ ดึงแขนเสื้อองครักษ์หนุ่มมาสอบถามห่างจากตรงนั้น “คุณชายบาดเจ็บได้อย่างไร”

“ตอนจะกลับจวนพวกเราโดนซุ่มโจมตี ข้าผิดที่คุ้มครองอ๋องน้อยไม่ได้” ซิงหุนก้มหน้าต่ำอย่างละอายใจ ที่ตนบกพร่องต่อหน้าที่

“ข้าก็ผิดที่ประมาท” จงหลินพูดเสียงอ่อน

“ไม่ได้เรื่องสักคน” จื่อยวนต่อว่าบุรุษทั้งคู่ที่อาวุโสกว่าตนหลายปีอย่างไม่ไว้หน้า ทั้งที่ตนไร้ซึ่งวรยุทธ มีดีแค่ทำอาหาร ขับร้องกับฝีมือดนตรีเท่านั้นที่พอจะโอ้อวดเชิดหน้าชูตาได้

สองผู้ชายตัวโตไม่กล้าเถียง ในจวนนี้นอกจากพ่อบ้าน หงซิ่ว จื่อยวนนับว่าน่ากลัวที่สุดแล้ว

“นี่ไม่ใช่เวลามาพูดจาไร้สาระ” หงซิ่วสาวใช้อีกคนที่อายุมากกว่าในจำนวนสี่คนพูดตำหนิ ในจวนนี้นางมีความสุขุมรอบคอบและวรยุทธไม่สามัญ องครักษ์ในจวนที่ว่าเก่งกาจโดนนางสยบแทบเท้ามาแล้วทั้งนั้น “ตอนนี้พวกเราควรหาทางรักษาคุณชายก่อน อย่างอื่นค่อยว่าทีหลัง”

ทั้งสามพยักหน้า ยอมสงบปากคำลง

“แล้วสองท่านนี้” จื่อยวนเพิ่งเห็นแขกสองคน จึงกระซิบถามซิงหุน

“เป็นสหายของคุณชายรู้จักกันวันนี้ เมื่อกี้ท่านนี้เพิ่งช่วยพวกเราปกป้องคุณชายด้วย”

“ขอโทษที่พวกข้าเสียมารยาท” หงซิ่วพูดอย่างนอบน้อม ย่อตัวให้เล็กน้อย มองทั้งสองเป็นผู้มีพระคุณ

“ไม่ต้องเกรงใจ” เฉียนซูเหิงตอบอย่างเกร็งๆ “ข้าเฉียนซูเหิง แล้วนี่ศิษย์พี่ข้าหยุนจือ”

“คารวะคุณชายทั้งสอง” จื่อยวนย่อตัวเล็กน้อย

หงซิ่วมีสายตาแหลมคม เพ่งมองศิษย์พี่ของเขาที่มีใบหน้าคมสันเกินบุรุษ มองออกว่าอีกฝ่ายเป็นสตรี แต่เลือกที่จะไม่พูดอันใด เมื่อเห็นพ่อบ้านเฉินลุกจากเก้าอี้ ก็ตรงรี่ไปหาเขา “อาการคุณชายเป็นอย่างไรบ้าง”

คนอื่นหันมองไปทางพ่อบ้านวัยสี่สิบปลาย ที่มีผมขาวแซมประปรายด้านข้างจอนทั้งสอง เขาเป็นผู้อาวุโสที่สุดในจวนแห่งนี้ ที่ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องเกรงใจ

เฉินอี้ส่ายหน้า ทอดถอนใจเบาๆ

“พิษชนิดนี้ร้ายกาจมาก คิดไม่ถึงว่าจะมาปรากฎที่เมืองหลวงได้”

“พิษอะไร มีทางแก้ไหม” จื่อยวนถามรัวเป็นชุด ร้อนใจเป็นห่วงอ๋องน้อยมาก

“พิษคร่าวิญญาณ เป็นพิษที่ร้ายแรงมากมาจากแคว้นฉงเย่ว”

สองศิษย์ร่วมสำนักหันสบตากันแวบหนึ่ง เยี่ยหยุนจือส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามไม่ให้เฉียนซูเหิงพูด เขาพยักหน้าเล็กน้อย แล้วหันไปฟังชายอาวุโสต่อ

“ยาแก้ล่ะท่านพ่อบ้าน” จงหลินถามบ้าง

ชายสูงวัยถอนใจเบาๆ

“ในจวนแห่งนี้มีทุกอย่าง ยกเว้นหญ้าไส้ขาด กับบัวหิมะ”

“ของสองสิ่งนี้มีที่ไหน หน้าตามันเป็นอย่างไรบอกข้ามา ข้าจะขี่ม้าเร็วไปหามันเอง” ซิงหุนอาสาแข็งขัน พร้อมจะขึ้นเขาลงห้วยเพื่อเจ้านายของตน

“กว่าเจ้าจะเอามันกลับมา เกรงว่าคุณชายคงรอไม่ไหว” เฉินอี้ตอบเสียงแผ่ว เดินทางไปกลับจากฉงเย่วใช้ม้าเร็วก็กินเวลาเกือบเดือน ยังไม่รู้ว่าจะหาตัวยาชนิดนี้ได้รึเปล่าอีกต่างหาก

ทั้งสี่เงียบกริบ ใบหน้าซีดขาว แตกตื่นกับข่าวร้ายนั้น

“มันต้องมีวิธีสิ” จื่อยวนเม้มปาก กำหมัดข้างตัวแน่น ไม่คิดยอมแพ้ง่ายๆ

“พรุ่งเช้าไปเชิญหมอทั้งเมืองมาตรวจคุณชายดีไหม” ซิงหุนเสนอขึ้น

“ไม่ได้!” พ่อบ้านเฉินรีบห้ามทันควัน

หากหมอมาตรวจ ความลับเรื่องมู่หรงเหลียนซิงเป็นผู้หญิงจะถูกแพร่งพรายออกไป ตระกูลมู่หรงคงไม่พ้นโทษหลอกลวงเบื้องสูงประหารเจ็ดชั่วโคตร

“ขอโทษข้าลืมไป” องครักษ์หนุ่มก้มหน้า หลังเสนอความคิดโง่เขลาออกไป

“ศิษย์พี่” เฉียนซูเหิงกระซิบเรียกสตรีในคราบบัณฑิต กระตุกแขนเสื้อเยี่ยหยุนจือ พร้อมทำหน้าอ้อนวอนไม่ต่างจากสมัยเด็ก

เยี่ยหยุนจือทำหน้าลำบากใจ นิ่งคิดไปชั่วดีดนิ้ว ก็ตัดสินใจได้

“ข้าไม่มียาแก้พิษ แต่ข้ามีโอสถวิเศษที่จะยืดชีวิตของเขาไว้ได้สักพัก”

ทุกคนภายในห้องนั้นหันมองมาคนพูดเป็นตาเดียว

“จริงรึ!”

OoXoO

อ๋องน้อยแย่แน่ เรื่องวุ่นๆ จะทยอยมาเรื่อยๆ แต่คนดื้อรั้นอย่างมู่หรงเหลียนซิงไม่นอนรอความตายเฉยๆ แน่ ต้องมาดูกันว่าเยี่ยหยุนจือจะช่วยได้แค่ไหน ความหวานจะมาแบบค่อยเป็นค่อยไปค่ะ   

ขอบคุณทุกหัวใจ ทุกคอมเมนท์ และทุกการติดตามนะคะ ชอบไม่ชอบก็บอกไรท์นะคะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 25 มกราคม 2565
Last Update : 25 มกราคม 2565 15:09:25 น. 0 comments
Counter : 575 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.