ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2565
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
11 กุมภาพันธ์ 2565
 
All Blogs
 
อ๋องน้อย เจ้าสำราญ - บทที่ ๘ (YURI)

 

หลังทานอาหารค่ำเสร็จเป็นเวลาย่ำค่ำ เยี่ยหยุนจือกับศิษย์น้องขอตัว โดยกำชับให้อ๋องน้อยไปพักผ่อน ซึ่งอีกฝ่ายพยักหน้ารับคำ สองศิษย์ร่วมสำนักเดินตามทางไปยังเรือนรับรองที่อยู่ด้านหลัง ก้าวผ่านพุ่มไม้ดอกหลากหลายพันธุ์ที่เรียงรายสวยงามในสวน มีกลิ่นหอมโชยมาเป็นระยะ

“ศิษย์พี่ได้เจอกับคุณชายหนานกงแล้วคิดอย่างไร” เฉียนซูเหิงเปรยถามขึ้น

“ไม่คิดอะไร” นางตอบเสียงเรียบ

“ท่านยังคิดจะถอนหมั้น”

“ใช่” เยี่ยหยุนจือตอบแบบไม่เสียเวลาคิด

หนานกงเหวยแม้จะมีใบหน้าหล่อเหลาคมสัน องอาจทระนง ผึ่งผายห้าวหาญสมกับเป็นลูกชายคนรองของแม่ทัพใหญ่ แต่นั่นก็มิได้ทำให้นางหวั่นไหว มองว่าเขามีอุปนิสัยเย็นชาไม่ต่างจากตน

...อย่าว่าแต่ต้องเป็นคู่ชีวิตเลย แค่เป็นสหายก็คบหายากยิ่งแล้ว

“เขาไม่ดีรึ”

สตรีชุดเขียวชะงักฝีเท้า เอียงคอมองหน้าชายหนุ่มที่อ่อนวัยกว่าตนสองปีเศษ “เจ้าถามอะไรแปลกๆ ข้าเพิ่งเจอเขา ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาดีหรือไม่ดี”

ข้าไม่น่าถามอะไรโง่ๆ

เฉียนซูเหิงคิดตำหนิตัวเองในใจ

“แต่ไม่ว่าเขาจะดีหรือไม่ ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า” นางกล่าวต่อแบบไม่ใส่ใจ

ข้าว่าท่านใจแข็งเกือบจะเท่าอาจารย์ไปทุกทีแล้ว

ชายหนุ่มคิดเปรียบเทียบในใจ เยี่ยหยุนจือผู้นี้แม้จะเป็นศิษย์อันดับสามของอาจารย์เจ้าสำนัก แต่ฝีมือกลับโดดเด่นเสียยิ่งกว่าศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่รอง นางเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าสำนักคนต่อไปที่สุด แต่สตรีนางนี้ถ่อมตัวยิ่ง ไม่คิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นใดๆ ทำให้เขาลุ้นนางไม่ขึ้น

ถ้าไม่ใช่เพราะบิดาเพิ่งส่งจดหมายแจ้งเรื่องการหมั้นหมายกับคุณชายหนานกงเหวยมา เยี่ยหยุนจือคงไม่ลงจากเขาแน่ ด้วยความเป็นห่วงชายหนุ่มจึงอาสาติดตามมาด้วย และถือโอกาสเปิดหูเปิดตาท่องโลกภายนอกไปในตัว พร้อมรับคำสั่งอาจารย์ให้หาตัวยาสำคัญกลับไปด้วย

“มันก็จริง” เขาพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง

เยี่ยหยุนจือไม่คิดสนใจอีกฝ่าย เงยหน้ามองพระจันทร์เต็มดวงที่ลอยเด่นขึ้นเหนือขอบกำแพงจวน จึงหยุดชื่นชมความงดงามด้วยท่าทางผ่อนคลาย

“พระจันทร์คืนนี้งดงามจริงๆ คล้ายกับที่สำนักเลยนะ”

“อืม” นางขานรับเสียงต่ำ เริ่มคิดถึงสำนักเมฆาครามหลังจากมาหลายวัน

เพียงไม่ถึงอึดใจ เฉียนซูเหิงก็ทำลายความเงียบอีกครั้ง

“ท่านคิดจะช่วยติวหนังสือให้พี่เหลียนซิงจริงรึ”

“ทำไมล่ะ”

“ข้าแค่แปลกใจ ปกติท่านไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น”

“เขาต้องเดือดร้อนเพราะออกรับแทนข้า เขาไม่จำเป็นต้องช่วยข้าด้วยซ้ำ ข้าไม่ควรนิ่งดูดาย”

“ข้าเข้าใจ” ศิษย์น้องถอนใจ ก่อนพูดต่อเสียงเบาลงกว่าเดิม “ข้าได้ข่าวว่าพี่เหลียนซิงเลี้ยงสตรีไว้จำนวนไม่น้อย”

เยี่ยหยุนจือถอนใจเบาๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมคืนนี้เขาถึงได้พูดจาไร้สาระมากมายในเรื่องของผู้อื่น

“นั่นมันเรื่องของเขา” นางตอบเสียงดุๆ ก่อนย้อนถาม “แล้วธุระที่เจ้ารับปากอาจารย์ จัดการเรียบร้อยหรือยัง”

แย่แล้ว

ชายหนุ่มเบะปากน้อยๆ

“ยังเลย พรุ่งนี้ข้าจะไปลองหาอีกที” เขาตอบรัวเร็ว ก่อนขอตัวอย่างไว ก่อนที่จะโดนนางบ่น “ข้าง่วงแล้ว ราตรีสวัสดิ์นะศิษย์พี่”

“อืม” สตรีชุดเขียวซ่อนยิ้มในหน้า มองศิษย์น้องที่เผ่นแนบไปยังเรือนพักที่อยู่คนละทางกับเรือนพักของตน

ป้ายเรือน ‘จันทร์กระจ่าง’ เป็นเรือนรับรองที่ตั้งอยู่กลางสวนดอกไม้สวยงามกลิ่นหอมอบอวล มีเครื่องเรือนครบครันไม่มากไม่น้อย การตกแต่งเรียบง่าย บรรยากาศเงียบสงบ ไม่ต่างจากเรือนพักของตนตอนอยู่ที่สำนัก อดคิดไม่ได้ว่าเจ้าของจวนแห่งนี้ช่างรู้ใจนางเสียจริง

พอหวนคิดไปถึงมู่หรงเหลียนซิง นางอดฉงนฉงายหลายอย่างไม่ได้ แม้อ๋องน้อยผู้นี้จะกะล่อนปลิ้นปล้อน แต่ก็มีน้ำใจดี ไม่เลวร้ายเหมือนกับคำร่ำลือสักเท่าใด

ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าเจ้าจะมีความสามารถขนาดไหน ถึงได้กล้าไปท้าพนันกับหนานกงเหวยเช่นนั้น

 

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังทานโจ๊กที่จื่อยวนทำเสร็จ อ๋องน้อยพาแขกสาวไปยังห้องหนังสือ แล้วต้องเบิกตากว้าง ชี้นิ้วไปยังหนังสือหลายกองที่วางเรียงเป็นตับบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่

“นี่มันอะไรกัน!”

“ตำราที่คุณชายต้องท่องเตรียมสอบ พ่อบ้านเฉินให้คนมาวางไว้เมื่อตอนรุ่งสางเจ้าค่ะ” หงซิ่วเป็นผู้ตอบ

นางเป็นผู้นำข่าวนี้ไปบอกเฉินอี้เมื่อวานเย็น ชายสูงวัยทำหน้าดีใจมากที่คุณชายจะอ่านหนังสือสอบจริงจัง จึงเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพเพื่อประหยัดเวลาไม่ต้องค้นหา

“เยอะขนาดนี้เชียว” อ๋องน้อยกลืนน้ำลายแห้งผากลงลำคอ

ปกติมู่หรงเหลียนซิงแทบไม่เคยอ่านหนังสือหนังหาเตรียมสอบ อย่างเก่งก็เปิดผ่านตารอบเดียว สอบเสร็จก็สั่งคนรับใช้ให้รีบเก็บไม่เคยคิดจะทบทวน ตำราส่วนใหญ่จึงดูใหม่เอี่ยมไร้รอยยับย่น

ท่านสนใจอ่านซะที่ไหน

สาวใช้อาวุโสส่ายหัว หันไปทางเยี่ยหยุนจือที่หยิบหนังสือเล่มบนสุดมาพลิกอ่าน “รบกวนแม่นางหยุนจือด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะไปเตรียมของว่างและน้ำชามาให้”

“อืม” เจ้าของชื่อพยักหน้าน้อยๆ ก่อนหันไปทางอ๋องน้อย ชูตำราสีเข้มในมือขึ้น “เริ่มจากเล่มนี้ก็แล้วกัน”

กฎหมายเลยรึ!

“ยะ ยังไงก็ได้”

“เจ้านั่งลง ข้าจะอ่านให้ฟังหนึ่งรอบ แล้วจะถาม ถ้าเจ้าตอบไม่ได้ ข้าจะทำโทษเจ้า”

“ทำโทษแบบไหน” คนฟังเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ด้วยมีฐานะสูงส่งเป็นถึงอ๋องน้อย จึงไม่เคยมีใครลงโทษตนมาก่อน ยกเว้นฮ่องเต้หรือท่านน้ากุ้ยเฟย ส่วนใหญ่ก็คุกเข่าสำนึกผิดหนึ่งชั่วยาม ไม่ก็คัดลายมือห้าร้อยจบ

เยี่ยหยุนจือจ้องหน้าอีกฝ่าย ด้วยสายตายากจะอ่านออก

“ข้าจะดีดนิ้วเจ้า”

มู่หรงเหลียนซิงทำตาปริบๆ กับบทลงโทษที่ดูเรียบง่าย แต่หากโดนดีดเข้าหลายครั้งคงเจ็บนิ้วไม่น้อย แถมนางยังมีวรยุทธ หากไม่ออมมือมีหวังนิ้วของตนต้องบวมแน่

โหดร้ายไปนะ!

“ข้าทำเพราะหวังดีต่อเจ้านะ ข้าไม่อยากให้เจ้าเสียม้า เสียชื่อ ...เพราะข้า” น้ำเสียงของเยี่ยหยุนจืออ่อนลงหลายส่วน

เจ้าของจวนเข้าใจความปรารถนาดีของอีกฝ่าย จึงคลี่ยิ้มอ่อน

“ก็ได้ เจ้าเริ่มเลย”

 

“อ๊าก...”

เสียงร้องโหยหวนดังออกมาจากห้องหนังสือ เหล่าองครักษ์กับสาวใช้หลายคนที่อยู่ด้านนอกต่างมองหน้ากัน แต่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไปด้านในห้องนั้น ทั้งที่รู้ว่าเสียงคล้ายเป็ดเทศนั้นคือเสียงอ๋องน้อยผู้เป็นนายของตน

“จะไหวไหมเนี่ย” จื่อยวนกล่าวอย่างวิตก หลังได้ยินเสียงร้องหลายครั้งในรอบหนึ่งชั่วยาม แต่ละครั้งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ จนอดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้ นางโดนอ๋องน้อยไล่ออกมา ในห้องนั้นจึงมีแค่หงซิ่วคอยรับใช้

เห็นเงียบๆ ไม่คิดว่าแม่นางหยุนจือจะใจร้ายถึงขนาดนี้ ข้าละสงสารคุณชายเหลือเกิน

“ไม่ไหวก็ต้องไหว” พ่อบ้านเฉินถอนใจเบาๆ รู้สึกผิดที่ตามใจเจ้านายจนเหลิง ครั้งนี้ต้องทำใจแข็ง เพื่ออนาคตของอ๋องน้อยเอง “เจ้ารีบไปเตรียมสำรับกลางวันไว้เถอะ ข้าเชื่อว่าตอนออกมาคุณชายต้องหิวมากแน่”

“เจ้าค่ะ”

เฉินอี้มองสาวใช้เดินไปห้องครัว ก่อนมองไปยังประตูห้องหนังสือ แล้วใครบางคนมาคุกเข่าด้านหลัง

“ท่านพ่อบ้าน” หนึ่งในองครักษ์เงาพูดเสียงแผ่ว

“มีอะไร” เขาถามโดยไม่หันไปมอง

“ในสวนด้านหลังมีผู้แฝงตัวเข้ามาขอรับ หนึ่งในนั้นเป็นคนสนิทของคุณชายตระกูลหนานกง”

หืม!

ชายสูงวัยคิดแปลกใจที่ฝ่ายตรงข้ามบุกมากลางวันแสกๆ แม้ที่จวนแห่งนี้จะมีผู้คนไม่มาก แต่คนสวนคนรับใช้ชายทุกคนล้วนแล้วแต่มีวรยุทธไม่ธรรมดา การคุ้มกันจัดว่าแน่นหนา ยุงสักตัวยังยากจะเล็ดรอดเข้ามา นับประสาอะไรกับคน

“กี่คน”

“สองคน จะให้ไล่ไปไหมขอรับ”

พ่อบ้านเฉินเดาว่า ตระกูลหนานกงส่งคนมาเพื่อสอดแนมเรื่องแม่นางหยุนจือ คู่หมั้นของคุณชายจวนแม่ทัพ เขาเองแปลกใจมากหลังรู้ว่า อ๋องน้อยออกหน้าไปยุ่งเรื่องนี้

ปกติเรื่องการหมั้นหมายของผู้ใหญ่ นับเป็นเรื่องที่ไม่ควรก้าวก่ายอย่างมาก

เขารู้จักอุปนิสัยใจคอของอ๋องน้อยดีที่สุด จึงไม่คิดลงมือหนักเกินกว่าเหตุ ประกอบกับเยี่ยหยุนจือมีพระคุณช่วยชีวิตคุณชายของตนไว้ จึงยิ่งต้องต้อนรับในฐานะแขกพิเศษ

คุณชายยอมผิดใจกับตระกูลหนานกง แสดงว่าให้ความสำคัญกับแม่นางหยุนจือไม่น้อย

“ดูอยู่ห่างๆ อย่าให้ก่อเรื่องก็พอ”

“แล้วถ้าก่อเรื่องล่ะขอรับ”

นัยน์ตาของชายสูงวัยเย็นเยียบ

“ลงมือได้เลย”

“รับทราบ” พริบตานั้นองครักษ์เงาหายตัวไปจากตรงนั้นอย่างไร้ร่องรอย

เฉินอี้โบกมือเรียกคนรับใช้อีกคนมาหา

“ตัวยาที่ให้หา ได้ครบหรือยัง”

“ขาดอีกสองตัวยาขอรับ ตอนนี้กำลังส่งคนไปหาร้านยาที่อยู่เมืองใกล้ๆ” ชายคนนั้นตอบอย่างนอบน้อม

“สั่งให้เร่งมือหาหน่อย แพงเท่าไหร่ก็สู้ราคา ข้าต้องการให้ได้ภายในสามวัน”

“ขอรับ” ชายผู้นั้นค้อมหัว แล้วจากไปทันที

เฮ้อ!

พ่อบ้านเฉินถอนใจยาว ขมวดคิ้วหนา สีหน้าหนักใจ หลังหาสมุนไพรที่เยี่ยหยุนจือบอกไว้ไม่ได้ นางได้เขียนใบสั่งยาให้เขา โดยบอกว่าสูตรยานี้แม้ไม่ใช่ยาวิเศษล้ำค่า แต่จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บของอ๋องน้อยได้

ยามนี้อะไรที่ทำได้ เฉินอี้ก็พร้อมจะทำอย่างเต็มที่ เพื่อยื้อชีวิตของมู่หรงเหลียนซิงไว้ให้ได้

ไม่มีทางเลือก คงต้องเขียนจดหมายแจ้งท่านอ๋องกับพระชายา เผื่อว่าท่านอ๋องจะมีวิธีที่ดีกว่า

ชายสูงวัยก้าวยาวๆ ไปยังเรือนพักของตน

 

“อา หยุนจือ เบาๆ หน่อยสิ ข้าเจ็บ” เสียงครวญครางของเจ้าของจวนดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ

“เจ้าก็อดทนหน่อยสิ” เสียงแม่นางในชุดเขียวพูดตอบโต้

“โอ๊ย! หยุนจือ เจ้าอย่ารีบร้อนนัก ข้ายังไม่พร้อม”

เสียงสนทนาของมู่หรงเหลียนซิงกับเยี่ยหยุนจือ ดังไปถึงหูชายสองคนที่ดักฟังบนหลังคา

บุรุษทั้งสองหันสบตากัน ใบหน้าร้อนผ่าว ในใจคิดประหวัดไปว่า หนึ่งหญิงหนึ่งชายนี้กำลังทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงกลางวันแสกๆ ทั้งยังส่งเสียงดังไปทั่วจวน ช่างไม่อายฟ้าดินเสียเลย

คนทั้งเมืองหลวงล้วนรู้ว่า มู่หรงเหลียนซิงมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ขนาดไหนในเรื่องบ้าผู้หญิง...โจรราคะชัดๆ

นางยังนับเป็นคู่หมั้นของคุณชาย แต่มีพฤติกรรมสวมเขาแบบนี้ น่าฆ่าทิ้งเสียจริง บัดซบที่สุด!

ชายอายุน้อยกว่าอยากกำจัดหญิงแพศยาเสียเหลือเกิน เพื่อรักษาชื่อเสียงให้คุณชายของตน

แต่ชายอายุมากกว่าที่มาด้วยส่ายหน้า ประเมินว่าวรยุทธของพวกตนสู้เยี่ยหยุนจือไม่ได้ จึงส่งสัญญาณมือให้ถอย

คนอายุน้อยคิดเสียดาย ก่อนพยักหน้า แล้วล่าถอยไป

เหล่าองครักษ์เงาที่ซุ่มอยู่มองตาม จนสองคนนั้นหายพ้นจวน จึงแยกย้ายไปทำงานอื่นต่อ

 

เยี่ยหยุนจือติวหนังสือมู่หรงเหลียนซิงต่อไปอย่างตั้งใจ หงซิ่วคอยรับใช้ในห้องด้วย นางรู้สึกเจ็บนิ้วแทนเจ้านายหลังเห็นมันบวมขึ้นมาก แต่ไม่กล้าพูดอะไร คิดแต่ว่าคงต้องเตรียมยาทาให้ในคืนนี้

หลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ สตรีชุดเขียวชวนท่องหนังสือต่อโดยไม่หยุดพัก นางทำเป็นไม่เห็นเจ้าของจวนที่ทำหน้าเหมือนจะขาดใจ

เจ้าโหดร้ายกับข้ามากไปรึเปล่าหยุนจือ...เจ็บจัง!

มู่หรงเหลียนซิงคิดรำพึงรำพันกับตัวเอง มองนิ้วเรียวของตนที่ยามนี้บวมเป่ง เจ็บจนแทบงอไม่ได้

“เริ่มเลยนะ ต่อไปเป็นวิชาการปกครอง” สตรีชุดเขียวเอ่ยขึ้น

“อา...ได้” อ๋องน้อยได้แต่ยอมรับชะตากรรมของตน

สาวใช้อาวุโสสังเกตเห็นว่า เจ้านายของตนตั้งใจมากขึ้น ตอบผิดน้อยลงเรื่อยๆ

ถ้าตอบได้แบบนี้ คุณชายน่าจะมีโอกาสสอบได้คะแนนสูง

OoXoO

สองบุรุษที่แอบมาสืบเรื่องหยุนจือเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว คิดว่าสองคนมีอะไรอย่างว่ากัน ความวุ่นวายก็หนักหนาขึ้นเรื่อยๆ ไรท์กำลังมีความสุขกับการกลั่นแกล้งอ๋องน้อย 5555

อ่านแล้วชอบอย่าลืมกดหัวใจ เขียนคอมเมนท์ หรืออุดหนุนนิยาย เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2565
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2565 19:25:28 น. 0 comments
Counter : 521 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.