ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
 
มกราคม 2565
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
19 มกราคม 2565
 
All Blogs
 
อ๋องน้อย เจ้าสำราญ - บทที่ ๑ (YURI)

 

“แม่นางหยุนจือพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมหยุนไหล ตอนบ่ายมีชายผู้หนึ่งไปหานาง เรียกนางว่าศิษย์พี่ ส่วนสนทนาอะไรกันนั้น ข้าไม่ได้ยิน”

จงหลินมารายงานอ๋องน้อยในช่วงค่ำที่หอสุขสันต์ อันเป็นหอคณิกาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ยามนี้มีลูกค้ามาแน่นขนัดด้วยเป็นวันเปิดตัวสาวงามที่เพิ่งมาใหม่ โดยใช้การประมูลสำหรับหนึ่งราตรีแรก

หอสุขสันต์เป็นเรือนไม้หลังใหญ่ ตั้งโดดเด่นอยู่ริมถนนที่พลุกพล่านที่สุดของเมืองหลวง อาคารมีทั้งหมดสามชั้น ชั้นล่างเป็นที่ต้อนรับมีโต๊ะหลายสิบตัวให้แขกนั่งดื่มเหล้าเคล้าคลอสาวงาม ชั้นบนแบ่งเป็นห้องบริการพิเศษสำหรับลูกค้ากระเป๋าหนัก ที่ต้องการพักค้างแรม

หญิงงามของหอแห่งนี้เชี่ยวชาญพิณ หมาก ภาพ และอักษร มีทั้งขายศิลป์และขายเรือนร่าง และแน่นอนว่าค่าตัวแต่ละนางแพงลิบ หากไม่ใช่เศรษฐีหรือขุนนางใหญ่ก็ยากจะจ่ายไหว ลูกค้าฐานะธรรมดามาได้เพียงแค่ชื่นชมเป็นอาหารตา ในใจคิดอิจฉาตาเขียวไม่อาจเชยชิม

อ๋องน้อยเป็นลูกค้าพิเศษจึงได้นั่งห้องชั้นสองที่มีระเบียง มองลงไปยังลานว่างกลางโถงชั้นล่าง ซึ่งใช้จัดงานเปิดตัวของสาวงามค่ำคืนนี้

แล้วนางมาทำอะไรที่เมืองหลวง

มู่หรงเหลียนซิงคิดสงสัย ขณะกระดกจอกเหล้าในมือขึ้นจิบ เดาได้เลาๆ ว่าแม่นางชุดเขียวผู้นั้นน่าจะเป็นจอมยุทธ์สาว

“นางไปไหนอีก”

“นางออกไปร้านยาด้วย ถามหาไข่มุกราตรีกับโสมพันปี” คนสนิทเล่า ขณะนั่งร่วมโต๊ะกับเจ้านายตรงระเบียงห้อง ขณะที่ซิงหุนทำหน้าที่เติมเหล้าให้อ๋องน้อย

มู่หรงเหลียนซิงไม่ถือตัวที่จะให้คนสนิทนั่งร่วมโต๊ะกับตน ด้วยมองทั้งสองเป็นเพื่อนเป็นพี่ชายที่โตมาด้วยกัน ต่างกับเจ้านายส่วนใหญ่ที่ถือยศถือศักดิ์แบ่งชั้นวรรณะ ราวกับบ่าวไพร่ไม่ใช่คน

ของแบบนั้นร้านยาทั่วไปมีที่ไหน

อ๋องน้อยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย กับความไร้เดียงสาของอีกฝ่ายที่คิดหาของวิเศษง่ายๆ ของบางอย่างล้ำค่าควรเมือง มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้ เดาว่าคงจะนำไปปรุงยา

“ให้คนตามต่อไป”

“ข้าให้ลูกน้องตามแล้วขอรับ” คนสนิทตอบอย่างรู้ใจ

“ดีมาก”

“เหลียนซิงเจ้าก็มาด้วย” เสียงแขกไม่ได้รับเชิญกล่าวจากระเบียงห้องติดกันเป็นเสียงองค์ชายสี่ จ้าวจิงเฉิงอันเกิดจากกุ้ยเฟยซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าสาวของอ๋องน้อย ทั้งคู่จึงเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

“คิดไม่ถึงว่าท่านพี่จะมาด้วย” อ๋องน้อยทำหน้าประหลาดใจ หันไปมองเขา ไม่บ่อยที่จะเห็นอีกฝ่ายมาสถานที่เริงรมย์แบบนี้ หลังเขาเป็นองค์ชายที่อยู่ในกรอบประเพณีดีงามเสมอ

“ข้าแค่มาเปิดหูเปิดตา ไม่ได้คิดจะร่วมสนุก เจ้าอย่าคิดหาเรื่องข้า” องค์ชายสี่รีบออกตัวก่อนจะโดนเข้าใจผิด

“ใครจะไปกล้าทำแบบนั้นกัน” ญาติผู้น้องเผยยิ้มชั่วร้าย “แล้วน้องชายท่านจะมารึเปล่า”

“เฟยเทียนเดี๋ยวก็คงมา” จ้าวจิงเฉิงหัวเราะเบาๆ อย่างรู้ทันว่าอีกฝ่ายหมายถึงใคร

องค์ชายห้าจ้าวเฟยเทียน เป็นคู่รักคู่แค้นกับมู่หรงเหลียนซิงในเกือบทุกเรื่อง คราวก่อนก็แย่งผู้หญิงกันที่นี่ โดยอ๋องน้อยเป็นฝ่ายชนะประมูล ทำให้องค์ชายห้าเสียหน้าไม่น้อย ด้วยอุปนิสัยอาฆาตของฝ่ายนั้น คาดว่าคืนนี้ต้องมาล้างอายแน่นอน

“ขอให้มาเถอะ” มู่หรงเหลียนซิงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

ญาติผู้พี่ส่ายหัว ก่อนเปลี่ยนเรื่องคุย

“ท่านแม่ถามถึงเจ้านะ ว่างๆ ก็ไปเยี่ยมท่านหน่อย” องค์ชายสี่บอกตามที่มารดาฝากความมา

“ถามถึงข้าหรือจะบ่นข้ากันแน่” อ๋องน้อยเดาได้ว่ากุ้ยเฟยต้องการพบด้วยเรื่องอะไร คงไม่พ้นบ่นเรื่องการเรียน กับนิสัยเกกมะเหรกเกเรของตน ครั้งสุดท้ายที่ไปหาโดนน้าสาวลงโทษให้นั่งคุกเข่าตั้งหนึ่งชั่วยาม

“เจ้าก็เป็นเสียแบบนี้” จ้าวจิงเฉิงขำเบาๆ อย่างเอ็นดู

“ข้าไม่เหมือนท่านนี่ท่านพี่ ท่านมีความประพฤติดีงามไปหมด” อีกฝ่ายพูดประชดออกมา ก่อนจิบเหล้าหมักตรงหน้า “สุราชั้นเลิศ”

จ้าวจิงเฉิงหล่อเหลา สุภาพอ่อนโยน เฉลียวฉลาดมีไหวพริบ คลับคล้ายกับกุ้ยเฟยหลายส่วน ขณะที่มู่หรงเหลียนซิงดูเป็นคนไม่เอาถ่าน เรียนหนังสือไม่เก่ง วันๆ ไม่ทำอะไรเที่ยวเกเรระรานคนไปทั่ว ชื่อเสียงเน่าเฟะ เสเพลใช้เงินเป็นเบี้ย มีดีบ้างที่หน้าตากับบรรดาศักดิ์อ๋องน้อยติดตัวมาเท่านั้น

องค์ชายสี่ยิ้มอ่อนไม่โต้เถียงด้วย มองไปยังลานกว้างชั้นล่าง พลันเหลือบไปเห็นน้องชายห้ากับลูกน้องสี่คนเข้ามาพอดี จึงพูดขึ้น

“เฟยเทียนมาแล้ว”

อ๋องน้อยกวาดตามองไปยังศัตรูคนสำคัญ เห็นแม่เล้ากำลังต้อนรับขับสู้เขาโดยจัดให้นั่งชั้นล่างด้านหน้าสุดติดกับเวที ราวกับเป็นแขกสำคัญ จึงหัวเราะหึในลำคอเบาๆ

จ้าวเฟยเทียนรู้สึกว่าใครจ้องมองอยู่ จึงเงยหน้าขึ้นสบสายตากับมู่หรงเหลียนซิงพอดี อ๋องน้อยยกจอกเหล้าชูขึ้นแทนคำทักทาย

องค์ชายห้ากลับเข้าใจว่าต้องการท้ารบ จึงยกจอกตรงหน้าขึ้น แล้วส่งสัญญาณมือปาดคอ

อ๋องน้อยแทบสำลักเหล้า แล้วบ่นออกมา “อะไรของเขา”

จ้าวจิงเฉิงหัวเราะร่วนกับการท้ารบของน้องทั้งคู่ “ข้าว่าพรุ่งนี้คงมีข่าวลือกระฉ่อนทั้งเมือง เรื่องพวกเจ้าปะทะกันคืนนี้แน่”

พูดกันไปเอง ข้าไม่เกี่ยวสักหน่อย

มู่หรงเหลียนซิงกลอกตาไปมา ทำเป็นไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น นั่งคีบกับแกล้มอย่างสบายอารมณ์

ขณะที่จงหลินถอนใจ ซิงหุนส่ายหน้า เดาว่าคืนนี้คงไม่พ้นมีปัญหาตามมาเป็นหางว่าวแน่

กลับไปพ่อบ้านเฉินต้องด่าพวกข้าอีกแน่ คุณชายนะคุณชาย จะขยันหาเรื่องไปไหน

 

มุมหนึ่งของหอสุขสันต์ เยี่ยหยุนจือในชุดบุรุษ ใบหน้าดูสวยหวานกว่าชายหนุ่มทั่วไป ดูเผินๆ คล้ายกับบัณฑิต มาพร้อมกับศิษย์ผู้น้องเลือกนั่งดื่มเหล้า รอชมการประมูลสาวงามที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

“ศิษย์พี่ที่นี่สุดยอดไปเลยนะ ข้าไม่เคยเห็นที่ไหนตกแต่งงดงามเหมือนที่นี่มาก่อน”

“ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ดีงาม เจ้าไม่ควรชอบที่แบบนี้” สตรีในชุดบุรุษเตือนศิษย์ผู้น้อง รู้สึกคิดผิดมากที่ให้อีกฝ่ายตามลงเขามาด้วย

“ไม่ดีตรงไหน” เขาไม่เข้าใจความหมาย แต่พออีกฝ่ายส่งสายตาดุมาให้ จึงปิดปากสนิท ทำเป็นเฉมองไปทางอื่น

เยี่ยหยุนจือทำหน้าเบื่อ ก่อนหันมองไปรอบๆ บ้าง แล้วต้องเผลอขมวดคิ้ว เมื่อได้เห็นผู้ชายที่มีรอยกากบาทเมื่อกลางวันนั่งจิบเหล้าอยู่บนระเบียงห้องชั้นสอง

เป็นเขาอีกแล้ว

“การประมูลสาวงามคนแรกของหอสุขสันต์ของค่ำคืนนี้ แม่นางเปาซื่อ ผู้เป็นเลิศในการวาดภาพ...” บุรุษที่ทำหน้าที่บนเวทีผายมือเชิญหญิงสาวคนแรกขึ้นมา เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าชายหนุ่มทั้งโสดและไม่โสดได้ไม่น้อย หลังได้ยลโฉมงามของสตรีนางนั้น “หอสุขสันต์ขอเปิดประมูลคืนแรกของแม่นางเปาซื่อ ด้วยราคาหนึ่งพันตำลึง”

“หนึ่งพันห้าร้อย”

“สองพัน”

“สามพัน”

“สี่พัน”

“ห้าพัน”

...

เสียงลูกค้าแย่งกันเสนอราคาจนไปถึงช่วงสุดท้าย ไม่มีใครกล้าแข่งกับราคาที่สูง ชายผู้นั้นจึงนับหนึ่งถึงสาม ก่อนปิดประมูลสาวงามคนแรกไปในราคาห้าพันตำลึง

ผ่านไปสองชั่วยาม สามสาวประมูลจบไปเหลือหญิงสาวคนสุดท้ายที่หลายคนรอชมอยู่

“ไม่เล่นเหรอ” จ้าวจิงเฉิงถามญาติผู้น้องที่นั่งใจเย็น ไม่เสนอราคาแข่งขันเลยสักครั้ง

“รอก่อน” มู่หรงเหลียนซิงคีบกับแกล้มเข้าปาก ด้วยท่วงท่าสบายๆ

“ต่อไปเป็นนางงามคนสุดท้ายของคืนนี้ แม่นางฟู่หลิง หญิงสาวอันดับหนึ่งจากเมืองชิงโจว นางเชี่ยวชาญเครื่องดนตรีหลายชิ้น ร้องเพลงไพเราะ ขับกาพย์กลอนไม่แพ้ใคร...” บุรุษคนเดิมสาธยายคุณสมบัติของหญิงสาวยาวเหยียด

แม่นางผู้นั้นเดินมาปรากฏตัวบนเวที โดยมีผ้าบางสีขาวคลุมหน้า จึงเห็นแค่รางๆ ขัดใจแขกที่รอชมยิ่งนัก จึงได้รับเสียงโห่ไล่ออกมา แต่หญิงสาวก็ไม่ได้แสดงท่าทีลนลานอย่างใด

“หอสุขสันต์ขอเปิดประมูลค่ำคืนแรกของแม่นางฟู่หลิง ด้วยราคาหนึ่งหมื่นตำลึง” คนของหอคณิกาประกาศราคาเริ่มต้น

“หนึ่งหมื่นสองพัน”

“สองหมื่น” เสียงชายหนุ่มข้างกายองค์ชายห้าตะโกนสวนขึ้น

“ทางโน้นเริ่มแล้ว เจ้าว่าไง” จ้าวจิงเฉิงพูดกับญาติผู้น้อง

“อย่าใจร้อน” มู่หรงเหลียนซิงพูดยิ้ม

“สามหมื่น” เศรษฐีหวังที่นั่งชั้นล่างตะโกน

“สามหมื่นห้าพัน” ชายสูงวัยดูมีฐานะเสนอราคาบ้าง

องค์ชายห้านั่งกำหมัดข้างตัวแน่น ไม่คิดเลยว่าคืนนี้จะเจอกระดูกชิ้นโต เขาไม่ยอมหน้าแตกเป็นคำรบสอง การประมูลคืนนี้ต้องชนะเท่านั้น...แต่ไม่ทันอ้าปาก

“สี่หมื่น!” อ๋องน้อยตะโกนจากชั้นสอง เรียกเสียงฮือฮาดังขึ้นจากเหล่าแขกในหอสุขสันต์ เงินสี่หมื่นตำลึงสูงกว่าเงินภาษีทั้งปีของเมืองหลวงเชียวนะ

มู่หรง-เหลียน-ซิง

จ้าวเฟยเทียนกัดฟันกรอด ตวัดสายตามองคู่แข่งคนสำคัญที่ยิ้มเยาะจากชั้นสอง แพ้ใครแพ้ได้ แต่ไม่ใช่กับมู่หรงเหลียนซิง

“สี่หมื่นห้าพัน!” บุรุษข้างกายองค์ชายห้าบอก

“สี่หมื่นเจ็ดพัน!” เสียงจากชั้นบนตะโกนเป็นครั้งที่สอง

บ้าเอ๊ย!

องค์ชายห้าสบถในใจ ลุกยืนประกาศก้อง

“ห้าหมื่น!”

บุรุษผู้ทำหน้าที่จัดการอ้าปากค้างตาถลน ไม่คิดเลยว่างานนี้จะมีผู้ใจถึงเสนอราคามหาศาลสำหรับหญิงงามเพียงหนึ่งราตรี

“มีท่านใดให้ราคาสูงกว่านี้หรือไม่” เขากวาดตามองลูกค้ารอบๆ เมื่อไม่มีใครเสนอราคาต่อ จึงเริ่มนับหนึ่งถึงสาม ก่อนตีระฆังรัวๆ แล้วสรุป “สำหรับแม่นางฟู่หลิง ท่านผู้นี้ได้ประมูลไปในราคาห้าหมื่นตำลึง”

องค์ชายห้ายืนยืดอกอย่างผู้ชนะ ท่ามกลางเสียงปรบมือของแขกคนอื่น ส่งสายตาดูถูกไปยังคู่แข่งที่อยู่ชั้นสอง แล้วขยับปากพูดแบบไร้เสียง

“ข้า-ชนะ-เจ้า”

มู่หรงเหลียนซิงยกแก้วเหล้าขึ้น เหมือนร่วมยินดีกับชัยชนะของเขา

“ทำไมคราวนี้ยอมแพ้ง่ายๆ” จ้าวจิงเฉิงชะโงกหน้ามองญาติผู้น้อง

คนฟังเลือกที่จะยิ้มแทนคำตอบ

ใครว่าข้าแพ้

OoXoO

ตกลงอ๋องน้อยชนะตรงไหน? ...รออ่านต่อตอนหน้านะคะ

ขอบคุณทุกหัวใจ ทุกคอมเมนท์ และทุกกำลังใจค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 19 มกราคม 2565
Last Update : 19 มกราคม 2565 13:38:48 น. 0 comments
Counter : 480 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.