ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2565
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
19 กุมภาพันธ์ 2565
 
All Blogs
 
อ๋องน้อย เจ้าสำราญ - บทที่ ๑๐ (YURI)

๑๐

 

“หยุนจือมาทานข้าวกันเถอะ ข้ารอเจ้าอยู่นะ”

มู่หรงเหลียนซิงเอ่ยปากชวน หลังสหายผู้นี้หายไปหลายชั่วยามเพื่อปรุงยา โดยเลือกที่จะนั่งรออีกฝ่ายโดยไม่รับประทานก่อน

“อืม” เยี่ยหยุนจือพยักหน้า ก่อนส่งขวดยาที่เพิ่งปรุงเสร็จให้คนตรงหน้า “ยาของเจ้า”

“ขอบคุณนะ” อ๋องน้อยยิ้มกว้างจนตาหยี รับขวดนั้นมาถือไว้ก่อนเก็บไว้ในอกเสื้ออย่างทะนุถนอม “รบกวนเจ้าแล้ว” เจ้าบ้านหันไปทางสาวใช้สองนาง “จัดสำรับเถอะ”

“เจ้าค่ะ”

“น้องซูเหิงหายไปไหน ข้าไม่เห็นมาตั้งหลายวันแล้ว”

“เขาไปหาตัวยานอกเมืองน่ะ” สตรีในชุดเขียวบอกเสียงเรียบ

“อ๋อ” อีกฝ่ายพยักหน้า ไม่กล้าซักไซ้อะไรมากมาย ไม่อยากล้ำเส้นจนเกินไป รินน้ำชาให้อย่างไม่ถือตัว แล้วเลื่อนไปวางตรงหน้า

เยี่ยหยุนจือยกถ้วยชาขึ้นจิบดับกระหาย ก่อนนึกอะไรขึ้นได้ จึงถามขึ้น “วันนี้วันที่สิบ เจ้าทานยารึยัง”

“ยา ยาอะไร” อ๋องน้อยถามอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายพูดเรื่องอะไร

แปลว่ายังไม่ได้ทานสินะ

ใบหน้าสวยงามที่เย็นชาเป็นปกติเปลี่ยนสี นัยน์ตาฉายแววแตกตื่น

“นี่ครบกำหนดสิบวันแล้ว รีบเชิญพ่อบ้านเฉินมาเร็ว” นางพูดเสียงดุดันกับจื่อยวนที่ยืนปรนนิบัติอยู่

“จะ เจ้าค่ะ” สาวใช้หน้าแฉล้มรีบรับคำ แล้ววิ่งออกไป

ไม่ทันไร มู่หรงเหลียนซิงพลันมีสีหน้าบิดเบี้ยวเจ็บปวด

“อ๊าก...”

“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เยี่ยหยุนจือถาม

“ข้า...เจ็บหน้าอกจัง” เหงื่อเม็ดใหญ่ซึมเต็มหน้าผาก ทั้งที่อากาศเย็นสบาย หลับตาแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวดที่แล่นไปยังส่วนทรวงอก หมดสิ้นพละกำลังไปเฉยๆ

แย่แล้ว!

สาวงามแสนเย็นชาลุกพรวด เกร็งลมปราณจี้สกัดจุดบนร่างของอ๋องน้อยสามแห่งทันที เพื่อไม่ให้พิษร้ายแล่นลามไปมากกว่านี้

ในฐานะหมอ นางรู้ว่ายาเม็ดน้ำค้างหยกเหมือนจะชะลอพิษคร่าวิญญาณได้อีกไม่นาน หากปรุงยาแก้พิษไม่ทัน อ๋องน้อยผู้นี้คงไม่พ้นชีวิตดับดิ้น

แม้เยี่ยหยุนจือจะเข้าถึงสัจธรรมที่ว่า มนุษย์ทุกคนไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า แม้แต่หมอเทวดาก็ไม่อาจอยู่เกินร้อยปี แต่ในชั่วพริบตาก็อดเศร้าใจไม่ได้

...นี่เป็นครั้งแรกที่นางไม่อยากเห็นใครตายต่อหน้าต่อตา

“ดีขึ้นไหม”

“ไม่ค่อยเจ็บแล้วล่ะ” ลมหายใจของมู่หรงเหลียนซิงเริ่มกลับมาเกือบเป็นปกติ ขยับเปลือกตามองสตรีตรงหน้า แล้วคลี่ยิ้มบางเบา “ถ้าไม่มีเจ้า ข้าคงแย่กว่านี้ ขอบคุณนะหยุนจือ”

“เจ้าอย่าเพิ่งโล่งใจไป อาการของเจ้ายังไม่หาย ข้าแค่หยุดมันไว้ได้ชั่วคราวเท่านั้น” น้ำเสียงเย็นเป็นเอกลักษณ์ตอบ

อ๋องน้อยเห็นแววตาวิตกของอีกฝ่าย จึงพูดปลอบใจออกมา

“เป็นตายฟ้าลิขิต จะกลัดกลุ้มใจไปไย”

คนฟังคิดหมั่นไส้ ทรุดตัวลงนั่งตามเดิม แล้วเปรยขึ้นว่า

“ข้าควรปล่อยให้เจ้าทรมานสักชั่วยามน่าจะดี”

อารมณ์ช่างแปรปรวนเสียจริงแม่นางผู้นี้

มู่หรงเหลียนซิงไม่เคยเจอสตรีนางใด ที่รับมือยากเย็นขนาดนี้มาก่อน จึงได้แต่ยิ้มสู้

“หยุนจือของข้า คงไม่ใจร้ายกับข้าหรอกใช่ไหม”

“ข้าไม่ใช่ของเจ้า” นางตวัดสายตาดุดันให้คนปากมาก

“อา ข้าพูดผิดไป ต้องลงโทษ” อ๋องน้อยรีบยกมือตบปากตัวเองสองครั้ง ทำทีเป็นสำนึกผิด

เจ้านี่มันกลิ้งกลอกเสียจริง

สตรีในชุดเขียวกลอกตาไปมา มองออกว่าตบนั้นไม่ได้แรงเลยสักนิด บี้มดยังแรงเสียกว่า

“คุณชาย แม่นางหยุนจือ” พ่อบ้านเฉินเข้ามาในห้องอาหาร เขารีบมาทันทีที่ได้ยินว่า แขกสาวต้องการพบตน “แม่นางมีธุระอันใดให้ข้าน้อยรับใช้”

“เมื่อกี้พิษในร่างของเขากำเริบ ท่านควรให้เขาทานยาได้แล้ว” สตรีนางนั้นเตือน

“จริงรึ” เฉินอี้ทำหน้าแตกตื่น ดึงขวดยาส่งให้อ๋องน้อย “นี่ขอรับ คุณชายรีบทานเถอะ”

“ยาอันใด” อีกฝ่ายถามอย่างสงสัย

“ยาวิเศษของแม่นางหยุนจือ”

พอได้ยินว่ายาของนาง มู่หรงเหลียนซิงก็ไม่ซักอะไร เปิดขวดกระเบื้องเทยาออกมาหนึ่งเม็ด โยนเข้าปาก ก่อนดื่มชาตามอย่างเร็ว ก่อนมองขวดยาในมือ “ข้าเก็บยาที่เหลือเองนะ”

เยี่ยหยุนจือพยักหน้าน้อยๆ

“ขอข้าจับชีพจรคุณชายหน่อย” พ่อบ้านเฉินยังไม่หายวิตก อีกฝ่ายยื่นข้อมือเรียวออกมาอย่างว่าง่าย ชายอาวุโสแตะข้อมืออย่างนุ่มนวล ตรวจไปอึดใจก็ขยับตัวออกห่าง แล้วกล่าวขึ้น “ดูเหมือนพิษจะยังควบคุมได้อีกระยะ”

“นับเป็นข่าวดี” อ๋องน้อยยิ้ม

“เสียดายที่ข้าไม่อาจปรุงยาเม็ดน้ำค้างหยกได้อีก” เยี่ยหยุนจือพูดขึ้นลอยๆ น้ำเสียงเย็นชาแฝงไปด้วยความเศร้าหลายส่วน

โอสถชนิดนี้ต้องใช้ตัวยาวิเศษหลายอย่าง แม้ที่นี่จะเป็นเมืองหลวงแต่ก็มิอาจหาได้ครบทุกอย่าง คราวก่อนกว่าจะปรุงยาชนิดนี้ได้สามเม็ด ต้องใช้เวลาเสาะแสวงหาอยู่หลายปี

“อย่าเพิ่งคุยเรื่องจริงจังเลย เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมดจะไม่อร่อย” เจ้าของจวนเปลี่ยนเรื่องสนทนา ไม่อยากให้เรื่องเป็นตายของตนเป็นภาระหนักอกผู้อื่น รู้ว่าหลายวันมานี้ทำให้ผู้คนในจวนต้องเดือดร้อนกับอาการบาดเจ็บของตนมากเกินไปแล้ว

ไม่ตายตอนนี้ ยังไงก็ต้องตายอยู่ดี บางทีการตายเร็วอาจเป็นโชคดีก็ได้

มู่หรงเหลียนซิงไม่วิตกกับความเป็นความตายของตนนัก สิบกว่าปีที่ผ่านมา ชีวิตของตนล้วนอยู่บนเส้นด้ายมาตลอด อายุเพียงเจ็ดปีก็ถูกส่งมายังเมืองหลวงในฐานะตัวประกัน เพื่อไม่ให้อ๋องมู่หรงผู้เป็นบิดาก่อกบฏต่อราชสำนัก

แม้ความเป็นอยู่จะสุขสบายราวกับองค์ชาย แต่ไหนเลยจะมีความสุขอบอุ่นเฉกเช่นอยู่กับครอบครัว หลายครั้งที่คิดอิจฉาชาวบ้านที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันพ่อแม่ลูก

“ไก่น้ำแดงนี่จื่อยวนทำได้อร่อยมาก เจ้าลองทานดู” อ๋องน้อยคีบไก่ใส่ชามข้าวตรงหน้าเยี่ยหยุนจือหนึ่งชิ้น บนโต๊ะมีกับข้าวห้าอย่างล้วนแล้วแต่เลิศรสยิ่ง อาทิ ผัดผักหน้าหนาว ซุปรากบัว น่องไก่ เนื้อแพะตุ๋น และไก่น้ำแดง

นางเข้าใจเจตนาของอีกฝ่าย จึงไม่คิดพูดอีก คีบอาหารเข้าปากแล้วเคี้ยวช้าๆ ด้วยกิริยาท่าทางสำรวมยิ่ง

“เป็นอย่างไร”

“อร่อย” สตรีที่มีวิชาแพทย์ตอบเสียงเรียบ

“ขอบคุณแม่นางหยุนจื่อ” จื่อยวนยิ้มกว้างที่ได้รับคำชม หลายวันที่ผ่านมา เริ่มคุ้นชินกับความเย็นชาประหนึ่งหิมะของนาง จึงไม่คิดเล็กคิดน้อย

“อร่อยก็ทานเยอะๆ” อ๋องน้อยคีบกับข้าวใส่ชามของนางสลับกับคีบเข้าปากตนเอง ก่อนนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันไปทางพ่อบ้าน “ซื่อถูเป็นอย่างไรบ้าง ข้าไม่ได้ไปหามันหลายวัน”

‘ซื่อถู’ ที่ถูกถามถึงคือม้าเหงื่อโลหิตตัวโปรด ที่อยู่ในคอกม้าหลังจวน มันถูกอ๋องน้อยเลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะ จึงไม่เชื่องกับผู้ใดนอกจากเจ้าของ

“ซื่อถูสบายดีขอรับ” เฉินอี้ตอบ

“วันสอบข้าจะใช้มันนะ”

หืม!

พ่อบ้านเฉินทำหน้าแปลกใจ

“ข้าไม่คิดอ่อนข้อให้หนานกงเหวยหรอก ข้าจะต้องชนะให้ได้” เจ้าของจวนพูดเจตนาออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ในทุกการสอบที่ผ่านมา อ๋องน้อยไม่เคยใช้ม้าวิเศษเลย ใช้แค่ม้าฝีเท้าดีระดับหนึ่งเท่านั้น

เอาจริงสินะ

เฉินอี้เข้าใจความคิดอีกฝ่าย “ขอรับ”

“ไว้พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปรู้จักซื่อถู เจ้าจะชอบมัน” อ๋องน้อยพูดกับสตรีที่นั่งทานอาหารร่วมโต๊ะ

“พรุ่งนี้ข้าให้พักแค่ช่วงเช้านะ บ่ายจะทบทวนตำราอีกรอบ ว่าเจ้าจดจำได้แค่ไหน” เยี่ยหยุนจือบอก

“ขอรับท่านอาจารย์” มู่หรงเหลียนซิงพูดหยอกอีกฝ่าย พลางได้รับสายตาดุดันตอบกลับมา แต่ก็มิได้สนใจ คีบกับข้าววางในชามอีกฝ่ายพร้อมยิ้มร่าเริง “เจ้าทานเยอะๆ”

สตรีผู้แสนเย็นชานั้นมองอีกฝ่าย “เจ้าใส่กับข้าวจนจะล้นชามข้าแล้ว”

“อ๋อ ขอโทษๆ” คนโดนว่าไม่ได้สำนึกแม้แต่น้อย ยังคงทำหน้าทะเล้นให้ ก่อนตักข้าวเข้าปาก ชำเลืองมองสหายร่วมโต๊ะอาหารเป็นระยะ

เกือบทุกคนในจวนยกยิ้มกับภาพอ๋องน้อยดูมีความสุข กับการปรากฏตัวของเยี่ยหยุนจือ มีเพียงพ่อบ้านเฉินที่มีสีหน้านิ่งขรึม แววตาฉายแวววิตก

หวังว่าข้าจะคิดมากไปเอง

 

เช้าวันสอบ มู่หรงเหลียนซิง เยี่ยหยุนจือ หงซิ่ว จื่อยวน และซิงหุนไปถึงสำนักศึกษาหลวงป้วยเอง อันใช้เป็นสนามสอบใหญ่ประจำทุกปี การสอบวันนี้มีผลตัดสินชะตาของหลายคน สำคัญไม่ต่างจากสอบคัดเลือกจอหงวนเลยทีเดียว

ในวันแรกจะเป็นการสอบข้อเขียน ช่วงเช้าทดสอบความจำ วิชาสุดท้ายในช่วงบ่ายจะเป็นข้อสอบปลายเปิด ให้ผู้สอบแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ส่วนในวันที่สองจะเป็นการสอบขี่ม้าและยิงธนู

ผู้สอบที่ทำคะแนนรวมได้สูงสุดสามอันดับแรก จะได้บรรจุเป็นขุนนางอันดับเจ็ด แปด และเก้า

“คนเยอะจริงๆ” อ๋องน้อยเปรยขึ้นในมือโบกพัดอย่างสบายอารมณ์

“คุณชายท่านทำท่าปลอดโปร่งเช่นนี้ได้อย่างไร คนพวกนั้นดูจริงจังกว่าท่านมาก” จื่อยวนร้อนใจ หลังเห็นเหล่าบุรุษส่วนใหญ่สนใจแต่ตำราในมือ ผิดกับอ๋องน้อยของตน

“เจ้าไม่ต้องห่วง เชื่อฝีมือข้าสิ” มู่หรงเหลียนซิงหุบพัดเคาะหัวสาวใช้ช่างพูดเบาๆ

“ข้าเจ็บนะคุณชาย” จื่อยวนเบ้ปากใส่เจ้านาย

หงซิ่วกับซิงหุนส่ายหน้า แต่ไม่พูดว่าอะไร

อ๋องน้อยหัวเราะขำกับความสำออยของนาง ก่อนหันไปกระซิบถามองครักษ์ของตน “เจ้าทำตามที่ข้าบอกแล้วใช่ไหม”

“ขอรับ” ซิงหุนตอบเบาๆ

เมื่อวานเย็นเขาไปลงเงินเดิมพันข้างเจ้านาย เป็นมูลค่าถึงห้าหมื่นตำลึงโดยกระจายลงไปหลายบ่อน อัตราต่อรองตอนนี้พุ่งสูงขึ้นไปอีกเป็นหนึ่งต่อสี่สิบ หลังชาวบ้านส่วนใหญ่ปักใจเชื่อว่า หนานกงเหวยจะต้องเป็นฝ่ายชนะ

ขณะที่เยี่ยหยุนจือกวาดตามองไปรอบๆ สำนักศึกษาหลวง นางมาเปิดหูเปิดตา ดูแล้วที่นี่ใหญ่โตโอ่อ่ากว่าสถานศึกษาในเมืองที่นางจากมาลิบลับ แต่แล้วสายตาของหญิงสาวไปสบเข้ากับบุรุษห้าวหาญ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น...คู่หมั้นหมาย มาพร้อมกับผู้ติดตามสามคน

ทำไมจ้องข้าแบบนั้น

คิดฉงนฉงายระคนแปลกใจ ที่เห็นอีกคนจ้องประหนึ่งอยากจะประหัตประหารตนให้แดดิ้น

“คิดว่าใครที่แท้ก็ชายโฉดหญิงชั่วนี่เอง” เสียงหนึ่งลอยแว่วมาเข้าหู กลุ่มของมู่หรงเหลียนซิงหันขวับมองต้นเสียง เป็นบ่าวรับใช้ของตระกูลหนานกง

คำพูดนั้นดังพอที่จะทำให้ผู้คนแถวนั้นหันมาสนใจ

ซิงหุนอดขุ่นเคืองใจไม่ได้ ชี้นิ้วไปยังผู้พูดที่ลอยหน้าลอยตาอวดดี จนอยากใช้กำลังห้ำหั่นให้ขาดสองท่อน

“เจ้าหมายถึงใคร!”

“ถ้าเจ้าอยากรู้ ข้าก็จะบอกให้” ชายรับใช้ยิ้มเจ้าเล่ห์

เขาคือชายคนอายุน้อยที่ไปแอบฟังยังจวนอ๋องน้อยวันนั้น คิดอยากให้มู่หรงเหลียนซิงต้องอับอายแก้แค้นแทนเจ้านายของตน ชี้นิ้วไปยังคนในอาภรณ์หรูหราสีเข้ม

“ข้าหมายถึงอ๋องน้อย กับแม่นางผู้นั้น นางยังเป็นคู่หมั้นของคุณชายข้า แต่กลับมีพฤติกรรมสวมเขา ไร้ยางอายสิ้นดี ไม่นับเป็นชายโฉดหญิงชั่วได้อย่างไร”

ทุกคนที่มากับอ๋องน้อยหน้าเปลี่ยนสี เว้นแต่เยี่ยหยุนจือที่ยังคงเก็บอาการได้อย่างดี กับมู่หรงเหลียนซิงที่ยิ้มกว้างราวกับได้เจอเรื่องขบขัน

“เจ้า!” ซิงหุนตวาดลั่นอย่างโกรธจัด ก่อนจะทันลงไม้ลงมือ พัดของอ๋องน้อยก็แตะไหล่ของเขา องครักษ์หนุ่มจึงหยุดกึก หันมองเจ้านาย “คุณชาย”

“ข้าจัดการเอง”

“ขอรับ” ซิงหุนยอมถอยโดยดี

มู่หรงเหลียนซิงก้าวเสนอหน้าออกไป โดยไม่แยแสสายตาของเหล่าผู้เข้าสอบที่มองมาอย่างสนใจ หลายคนไม่คิดจะท่องตำราต่อด้วยซ้ำ หลังมีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นตรงหน้า

เจ้าดูถูกข้าไม่เป็นไร แต่เจ้าดูถูกหยุนจือไม่ได้

อ๋องน้องส่งยิ้มร้ายกาจให้กับบ่าวของตระกูลหนานกงที่กล่าวล่วงเกินตน โบกพัดในมืออย่างใจเย็น

“เจ้ากล่าวหาลอยๆ ไร้หลักฐานพยานไม่ได้นะ คำพูดของเจ้าเมื่อกี้ ข้าสามารถส่งเจ้าให้เจ้าเมืองโบยห้าสิบไม้ฐานดูหมิ่นข้า ทุกท่านในที่นี้ล้วนเป็นพยานให้ข้าได้” คนในชุดหรูหราหันไปที่หนานกงเหวย แล้วถามขึ้น “ข้าพูดถูกใช่ไหมคุณชายหนานกง”

เจ้าของชื่อเงียบสนิท รู้ว่าอีกฝ่ายกล่าวไม่ผิด กฎหมายของแคว้นได้บัญญัติไว้เช่นนั้นจริง

คิดไม่ถึงว่าจะจดจำข้อกฎหมายได้ถึงขนาดนี้ ข้าประมาทเจ้าไปจริงๆ

ลูกน้องของหนานกงเหวยรีบแก้ตัวพัลวัน

“ข้าพูดความจริงนะ วันนั้นข้าไปที่จวนของเจ้า ได้ยินเจ้ามีสัมพันธ์...ลึกซึ้งกับนางกลางวันแสกๆ”

ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง!

มู่หรงเหลียนซิงปะติดปะต่อกับเรื่องที่พ่อบ้านเฉินรายงานว่ามีผู้บุกรุกจวนหลายวันก่อน

“เท่าที่ข้าจำได้ หลายวันนี้ข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาที่จวนข้าเลยนะ หรือเจ้าแอบบุกรุกจวนของข้า ช่างใจกล้านัก แบบนี้เจ้าต้องโดนข้อหาบุกรุกจวนข้าอีกกระทง” อ๋องน้อยหัวเราะเบาๆ หลังอีกฝ่ายเป็นผู้สารภาพออกมาเอง

ตะ ตายแน่!

บ่าวชายผู้นั้นหน้าซีดเผือดขยับปากจะแก้ตัว แต่ไม่ทันอีกคน

“คิดไม่ถึงว่าคนของคุณชายหนานกงเหวย จะมีนิสัยเป็นโจรลักเล็กขโมยน้อย ถ้าคุณชายอยากได้อะไรที่จวนข้า ก็บอกข้าตรงๆ ได้ ข้าไม่หวงของหรอก”

พูดจบมู่หรงเหลียนซิงหัวร่อลั่น พลอยทำให้หลายคนที่ได้ยินหลุดหัวเราะตามไปด้วย อ๋องน้อยพลิกลิ้นไม่กี่คำ ทำให้จวนของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่กลายเป็นรังโจรไปเสียแล้ว

หนานกงเหวยหน้าเสีย ขณะที่บ่าวไพร่ล้วนแล้วแต่ขุ่นเคืองยิ่ง ไม่คิดว่าเรื่องจะกลับตาลปัตรเช่นนี้ คุณชายหนานกงโมโหยิ่ง แต่ไม่กล้าผลีผลามใช้กำลังเข้าหักหาญ ได้แต่ก่นด่าในใจ

เจ้านี่มันร้ายยิ่งกว่าอสรพิษ

“วันนี้เจ้าต้องสอบแพ้คุณชายของข้าแน่ แต่อย่างไรเสียแม่นางผู้นั้น คุณชายก็ไม่มีทางแต่งนางเข้าจวนให้เป็นเสนียด” บ่าวอีกคนของตระกูลหนานกงทนไม่ไหว จึงตะโกนเหยียดหยามเยี่ยหยุนจือออกมาบ้าง

มู่หรงเหลียนซิงฟังแล้วขัดหูยิ่ง โมโหจนคิ้วกระตุก

คิดปะทะคารมกับข้า ชาติหน้าตอนบ่ายๆ เถอะ

“เป็นฮูหยินของคุณชายเจ้าวิเศษตรงไหน หยุนจือมีวรยุทธล้ำเลิศ พวกเจ้าทั้งจวนสู้นางยังไม่ได้ รอให้นางถอนหมั้นกับเขาก่อนเถอะ ข้ามู่หรงเหลียนซิงสาบานจะรับนางเป็นชายาเอกของข้า” อ๋องน้อยประกาศหนักแน่นออกมา

“หา!”

คำว่า ‘ชายาเอก’ ทำให้หลายคนตะลึง ไม่เว้นแม้แต่ผู้ติดตามของคนพูดเอง

“คุณ...” ซิงหุนขยับปากจะพูด แต่โดนหงซิ่วแตะแขนปรามไว้ เขาจึงได้แต่มีสีหน้ากลัดกลุ้ม

องค์หญิงจ้าวหลิงหลงที่เพิ่งมาถึงพร้อมกับองค์ชายสี่ ได้ยินเข้าถึงกับหัวใจแหลกสลาย ผ้าเช็ดหน้าไหมเนื้อดีในมือร่วงหล่นพื้น

เจ้าคิดจะแต่งกับนาง...แล้วข้าล่ะ

สตรีในชุดเขียวเหลียวมองอ๋องน้อยด้วยสีหน้างุนงง

ข้าไม่เคยรับปากเจ้าว่าจะแต่งงานด้วย...เจ้าถามข้ารึยัง

OoxoO

อ๋องน้อยของเราทำอะไรตามอำเภอใจอีกแล้ว พูดเองเออเองเสร็จ ต้องมาดูว่าหยุนจือจะตอบอย่างไร 5555 ช่วงสอบอาจกินเวลาหลายตอนนะคะใจเย็นๆ นิดนึง

ขอบคุณสำหรับทุกหัวใจ ทุกคอมเมนท์ และทุกการติดตาม ชอบก็ส่งกำลังใจให้ไรท์เยอะๆ ไรท์จะได้มีแรงปั่นไวๆ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2565
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2565 10:31:47 น. 0 comments
Counter : 599 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.