[Y]มาแชร์ประสบการณ์ความรักให้ฟังครับ 44

พอเราจอดรถกันเรียบร้อยแล้ว เราสองคนก็เดินเล่นในนี้เดินทุกซอกทุกมุมเลย

จนเริ่มรู้สึกหิวน้ำ ก็เลยไปเดินซื้อน้ำ

ผมสั่งคาปูชิโนปั่น หันไปถามเขาว่าจะกินอะไรแต่เขาส่ายหน้าปฏิเสธ

ผมจำไม่ได้ว่าร้านที่ไปสั่งน้ำร้านมันชื่อว่าอะไร

แต่ที่จำได้คือ เรายืนเถียงกันหน้าร้านจนผมคิดว่าพนักงาน2คนนั้นต้องรู้แน่ๆว่าเรามีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกันเพราะหน้าเธอออกมว๊ากกกกกกก!!!!!!

“ไม่เอา เอาแค่น้ำพอ กูไม่หิว”

ผมเป็นคนเปิดสงครามนี้ก่อนเลยครับเพราะเขาจะยัดเยียดความเป็นผัวเอ้ย!!!ยัดเยียดให้ผมกินแซนวิชอะไรสักอย่างในเมนูนั้น

“เอามั้ยๆ แบ่งกันกินก็ได้ กูอยากให้มรึงลอง”

คือ ฟังดูแล้ว จริงๆก็แค่เออออตามเขาแล้วกัดซักคำพอเป็นพิธีให้เขาพอใจก็ได้ใช่มั้ยครับ

แต่ผมรู้หน่ะสิ ว่ามันจะไม่จบแค่นั้นเพราะเวลาเป็นอย่างนี้ทีไร ไอคำว่าแบ่งกันกินหน่ะแมร่งก็จะให้ผมแดกอยู่คนเดียว!!!!!!

ผมตีมือเขาที่วางทับเมนูอยู่ แล้วก็เถียงกลับไป

“ไม่อาววววว กูอิ่มแล้ว มรึงจะกินก็กินคนเดียวดิ”

เขาพลิกมือกลับมาจับมือผมที่ตีเขาเมื่อกี้

โว้ยยยยยยยยย!!!!!!มรึงเกรงใจพี่พนักงานหน่อยเถ๊อะดูหน้าสินั่น !!!! ฟินกระจายแล้ววววววววว!!!!!

ผมพยายามชักมือกลับ แต่ก็สู้แรงดึงเขาไม่ไหว

“กูไม่อยากกินคนเดียวอ่ะ”

โอยยยยยยยยยนี่ไม่เคยคิดจะเข้าใจกันใช่มั้ยเนี่ยยยยยยยยยยย แล้วน่านนนนนนน สายตาอ้อนแบบนั้นไปฝึกมาจากหนายยยยย กูทำได้คนเดียวโว้ยยยยยยยย!!!!

เราสองคนยืนเถียงกันต่อไปสักพัก จนสุดท้าย ศึกครั้งนี้ผมก็ชนะอีกตามเคย

เขาฟึดฟัดอารมณ์เสียนิดนึง ก่อนจะจับมือผมเดินนำออกไป

WTF!!!!!! มาจับมือกูทำเชรี่ยไรเนี่ย!!!!!!

ผมกับเขาเดินต่อไปเรื่อยๆ โดยมือหนึ่งถือแก้วส่วนอีกมือก็จับมือเขาอยู่

เขินโว้ยยยยย!!!!

จนเรามานั่งพักอยู่ที่ร้าน ice monster เขาเดินไปสั่งน้ำแข็งใสแล้วเดินกลับมานั่งตรงข้ามผม

เราสองคนคุยไปเรื่อย ฟังเพลงคลอที่ทาง outlet เปิดไว้

เรื่องที่งอลนิดงอลหน่อยเมื่อกี้ หายไปจากสมองเราทั้งคู่แล้วครับ

ตอนนี้เรากลับกำลังหัวเราะให้กับมุขตลกและเรื่องเล่าของแต่ละฝ่ายกันอยู่

พอกินน้ำแข็งใสหมด เราก็เดินกลับไปที่รถเพื่อจะตรงกลับกรุงเทพ

และครั้งนี้เราก็กลับกันจริงๆ

เราขับกลับกรุงเทพเรื่อยๆ สบายๆ ไม่เร่งรีบอะไร

ระหว่างทางก็มีจับมือกันบ้างตามประสาคนเคยค้าม้าเคยขี่

แอร๊ยยยยยย !!! ไม่ใช่ขี่อย่างนั้นนะ!!!!!

จนเรามาถึงกรุงเทพสักที

เขาขับรถมาส่งผมที่คอนโดก่อนจะขอตัวกลับบ้านไปพบหน้าพ่อแม่เขา

555555 ผมว่าเขาต้องไม่ได้บอกพ่อแม่แบบจริงจังแน่เลย

ผมไม่รั้งเขาไว้เหมือนในละครหรือมางงมางอลเพราะเขาไม่อยู่กับผมต่อ

เพราะแค่ช่วงเวลาเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาที่ผมได้ใช้เวลาทั้งหมดไปกับเขาแค่นั้น ผมก็พอใจแล้วครับ

“เดี๋ยวกูกลับก่อนนะ”

เขาบอกผมในขณะที่จอดรถส่งผมอยู่ตรงทางเข้าตึกคอนโด

“อืม”

ผมตอบกลับไปสั้นง่ายๆ

แต่เขากลับพูดต่อ ด้วยคำพูดที่ทำให้ผมต้องงง

“ขอโทษนะ”

ขอโทษ??? ขอโทษอะไร???

ไม่รอให้สงสัยครับ ผมถามเขากลับทันที

“ขอโทษเรื่องอะไรวะ”

เขาหันมามองหน้าผม ก่อนจะตอบกลับมา

“ที่กูไม่ได้อยู่ต่อกับมรึงนี่ไง”

ป๊าป!!!!

ฟังเสร็จปุ๊ปผมก็ยกมือตบหัวเขาทันที

“ไอบ้าเอ้ยยยยยยย มรึงจะบ้ารึไงเรื่องแค่นี้มาขอทงขอโทษทำไม แค่สองวันนี้กูก็อยู่กับมรึงเยอะแล้วกลับบ้านไปหาพ่อหาแม่บ้างไป๊”

ผมด่าเขาแบบเล่นๆปนจริงจังให้เขารู้ว่าผมไม่เคยคิดจะโกรธเขาด้วยเรื่องแค่นี้เลย

เขาลูบหัวป้อยๆ แล้วก็หัวเราะออกมา พลางตอบรับ อืม เบาๆ

“โอเค เข้าใจแล้วนะ งั้นกูไปหล่ะ”

ผมปลดเข็มขัดนิรภัย กำลังจะเปิดประตูรถแต่ก็โดนมือใหญ่จากคนข้างๆฉุดไว้ก่อน

ผมหันกลับไปมองเขา

“อะไร

ผมทำหน้างงถามเขา

แต่เขาไม่ตอบอะไรแต่กลับยื่นหน้าเข้ามาประทับริมฝีปากเบาเบาๆ

ผมหลับตาพริ้มรับแรงจูบนั้น

เขากดแช่ไว้อย่างนั้นจนพอใจ

ก่อนจะก็ถอนปากออกไป

“กูมีความสุขจังเลยว่ะ”

เชรี่ยเอ้ยยยยย!!!! พูดมาได้ไม่อายปากเลยนะ!!!!!!กูก็เขินเป็นนะเว้ยยยยยยยย!!!!!!!

เขาพูดหลังจากที่จูบผมเสร็จ แล้วก็ส่งยิ้มมาให้ผม

ผมยิ้มรับตอบ แล้วตอบกลับไป

“เออ กูก็มีความสุขเหมือนกัน”

พอพูดเสร็จ ผมก็ยกสองมือขึ้นจับหน้าเขาแล้วก็ยื่นหน้าเข้าไปจูบเขา

แบบที่เขาจูบผม

เรายิ้มให้กันอีกครั้งหลังจากที่ผมถอนปากออกมาแล้วผมก็หันไปเปิดประตูลงจากรถไป

ผมก้าวไปได้สองสามก้าวก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องนึงจะพูดกับเขา

ผมรีบหันหลังกลับกลัวว่าเขาจะออกรถไปแล้ว แต่โชคดีที่เขายังจอดอยู่

เอ่อ....... จริงๆมรึงควรจะออกรถไปแล้วไม่ใช่หรอ.......แล้วทำไมมรึงถึงจอดอยู่อย่างนั้นหล่ะ

ผมไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ในรถ อาจจะมองผมหรืออาจะไม่มองก็ไม่รู้ เพราะฟิล์มเขามืดมาก ทำให้ผมมองไม่เห็นข้างใน

ผมเดินไปเคาะกระจก ก้มหน้าพูดกับเขาหลังจากที่เขาลดกระจกลง

“เออมรึง เดี๋ยวค่าเที่ยวครั้งนี้ กูผ่อนจ่ายให้นะ 55555”

ผมพูดติดตลกเรื่องเงินที่จะจ่ายให้เขา

คือผมแอบคิดระหว่างทางกลับมาแล้วว่าค่าเที่ยวครั้งนี้ทั้งหมดรวมค่าน้ำมันแล้วเท่าไหร่ผมก็เลยอยากจะช่วยเขาจ่ายหน่อย

เขาพยักหน้ารับ พูดตอบกลับมา

“จะผ่อนถึงเมื่อไหร่หล่ะ”

ผมตกใจทำหน้าเหวอแปปนึง ไม่คิดว่าเขาจะตอบกลับแบบนี้กลับมา

“ไม่รู้ดิ จนกว่ากูกับมรึงจะแยกจากกันมั้ง 555555”

ผมหัวเราะ ตอบติดตลกไปอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ เขากลับทำหน้าจริงจังใส่ผมกลับก่อนจะพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมแทบจะวิ่งปรี่หนีหายเข้าไปในตัวตึกทันที

“งั้นก็ผ่อนไปตลอดชีวิตเลยแล้วกัน”

พระจ้าวววววววววว!!!!! กูเขินนะโว้ยยยยยยยยยยยย!!!!!!!เอามีดมาแทงกูเถ๊อะ!!!!! ตอบมาอย่างนี้ทีหลังมาสู่ขอกูเลยเซ่!!!!!!!!!!! ณจุดนี้กูยอมหมดแล้ววววววววววว!!!!!!!!!!

ผมเด้งตัวลุกขึ้นยืนตรงหลังจากที่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏอยู่บนใบหน้าเขา

ผมด่าเขาไปคำนึงก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในตัวตึกโดยไม่หันไปมองเขาอีก

“ไอฟายยยยยยยยยยย”

เออ ไอฟายยยยยยย พูดมาได้นะมรึง!!!!!ไม่สงสารหัวใจกูบ้างเลยยยยยยยยยยยยยยยยยย




Create Date : 25 ธันวาคม 2555
Last Update : 25 ธันวาคม 2555 20:20:28 น.
Counter : 2830 Pageviews.

1 comments
  
“ไม่รู้ดิ จนกว่ากูกับมรึงจะแยกจากกันมั้ง 555555”

“งั้นก็ผ่อนไปตลอดชีวิตเลยแล้วกัน”

ท่าทางตอนนั้นแก้มคงแดงสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แดงแจ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
คุณชายก็คงยิ้มแบบมีชัย

แหม่ๆๆๆๆ น่ารักจริงๆ
โดย: กะเกิ้งแก้ว IP: 171.5.120.205 วันที่: 3 พฤษภาคม 2556 เวลา:23:36:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



แนวนิ้วนิ้วแนว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]



New Comments
ธันวาคม 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
25 ธันวาคม 2555
All Blog