[Y]มาแชร์ประสบการณ์ความรักให้ฟังครับ 11
แล้วทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างปกติ

ต้นไม้ยังคงเจริญเติบโต แม่นกยังบินออกหาอาหารเช้าให้ลูกของมัน เอ่อะ!เกี่ยวมั้ย???

เช่นเดียวกับผม

ดูหนัง คุยบีบี แชทเฟส ก็ยังดำเนินไปอย่างปกติ

คุณกำลังคิดว่าหลังจากวันนั้น วันที่เราประสานมือกัน หลายๆอย่างจะเปลี่ยนไปใช่มั้ยครับ

แต่เปล่าเลย

ทุกๆอย่างยังคงเหมือนเดิม

.....ยกเว้นอย่างเดียว

เคยเป็นมั้ยครับ การกลัวที่จะเริ่มต้นทำอะไรครั้งแรก แต่เมื่อไหร่ที่เราผ่านครั้งแรกมาได้แล้ว ครั้งต่อไป มันก็กลายเป็นเรื่องง่ายเลย

ใช่แล้วครับ ที่ผมจะบอกคือ

จับมือ!!!

หลังจากผ่านคืนนั้นมาแค่คืนเดียว

คืนถัดมา เขาก็ลากผมไปดูหนังเหมือนเดิม

ผมชินแล้วครับ กับการที่ดูหนังเกือบทุกคืน เกือบทุกเรื่อง บางครั้งก็ดูซ้ำ เพราะไม่มีเรื่องจะดูแล้ว

จากเมื่อก่อนที่ดูกันเฉพาะวันจันทร์ ตอนนี้กลายเป็น ดูกันทุกวันเลย 5555555555555

แน่นอนครับ เขาจ่ายเงินให้ผม แต่!!บางทีผมก็จ่ายเองนะ ^^

นั่งดูหนังไปสักพัก เขาก็เอื้อมมือมาจับมือผม แล้วก็ย้ายไปตั้งบนตักเขา

เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง

ไม่มีการสบตา ไม่มีการหันไปถาม

ต่างฝ่ายต่างรู้ว่ากำลังทำอะไร

ผมไม่แน่ใจครับ ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ ทำเพื่ออะไร 

บางทีผมก็เมื่อยนะครับ ก็เลยขยับแขนขยับมือให้สบาย

เขาหันมาถามทุกครั้งว่า เมื่อยหรอ ผมก็พยักหน้ากลับไปทุกครั้ง

แต่แทนที่เขาจะปล่อยมือผมออก เขากลับย้ายมือมาตักบนตักผมแทน

อืม! เจริญ! กูคงหายเมื่อยอยู่หรอก

แต่ผมก็บ่นในใจไปอย่างนั้นแหละครับ

เพราะจริงๆแล้ว ผมก็ไม่อยากปล่อยมือออกจากเขา

พอหนังจบ เราสองคนก็คลายมือออกจากกัน 

จะให้จับมือกันอย่างนั้น ท่ามกลางผู้คนเยอะแยะก็คงไม่ไหว แค่หน้าตาเขา ก็เรียกทุกสายตาได้อยู่แล้ว ยิ่งถ้าเห็นจับมือกับผมอีก คงถ่ายรูป ถ่ายคลิปกันเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าอยู่ในโรงหนังสองคน เราจะแอบ??!!!จับมือกัน

แต่พออยู่ในรถสองคน เรากลับนั่งกันเฉยๆ ไม่ทำอะไร เขาก็ไม่มีทีท่าจะจับมือผมเลย เราสองคนนั่งอยู่ในรถแบบปกติเพื่อนชายสองคน บางทีก็มีเรื่องคุยกัน แต่บางทีก็นั่งเงียบๆฟังเพลงกันไป

แต่จะให้ผมมานั่งจับมือกับเขาในรถหน่ะหรอ ไม่เอาด้วยหรอก ผมคงเขิลแย่แน่ๆ ที่ผมยอมให้เขาจับมือในโรงหนังหน่ะ เพราะมันมืดต่างหากหล่ะ เขาจะได้ไม่เห็นหน้าผมไง ว่ามันแดงแปร๊ดขนาดไหน 5555

.....................................

วันนี้เป็นวันที่งานเข้าสำหรับผมครับ

เพราะหลังจากเลิกเรียนเสร็จ อาจารย์ที่ผมสนิทเขาก็โทรมาให้เข้าไปช่วยงานอาจารย์หน่อย เดินเอกสาร ซีร็อก ปริ้นท์ วิเคราะห์ข้อมูลง่ายๆ อะไรพวกนี้แหละครับ

โดยสาเหตุที่ทำให้ผมมาช่วยอาจารย์ตรงนี้ได้ ก็เพราะผมเคยลงเรียนวิชาของอาจารย์ แล้วมีคำถามหนึ่ง ถามถึงเรื่องหนังสือเล่มหนึ่งที่ผมเคยอ่าน 

ด้วยความที่เป็นวัยรุ่น ผมจึงหันไปโม้กับเพื่อน

“เห้ย เล่มนี้กูเคยอ่านว่ะ อย่าให้กูพูด กูวิเคราะห์แหลก”

จริงๆผมก็พูดไปงั้นแหละครับ ไม่ได้วิเคราะห์อะไรมากมาย

ไอเพื่อนผมมันเห็นดังนั้น ก็เลยยกมือบอกอาจารย์

“จารย์ครับ เพื่อนผมอ่านเล่มนี้แล้ว แล้วมันก็อยากเล่าด้วยครับ”

ไอสัส!!!! ไอสลัสผัก!!!! ทำไมมรึงทำอย่างนี้กับกูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ผมอ้าปากจะด่าพวกมัน แต่ก็ไม่ทัน เพราะอาจารย์เรียกผมให้ยืนขึ้นอธิบาย

ผมเริ่มจากอธิบายเนื้อเรื่องทั้งหมดแบบคร่าวๆ จากนั้นก็ใส่ความคิดของตัวเองลงไป ว่าตรงนั้นเป็นอย่างนี้ ตรงนั้นเป็นอย่างนู้น พอผมพูดจบ อาจารย์ก็ปรบมือให้ผม พร้อมกับถามชื่อจริง ชื่อเล่นผม

ผ่านไปไม่นาน ผมก็โดนเรียกตัว TT

ผมบอกลาไอเพื่อนเวรทั้งหลาย ก่อนจะเดินขึ้นตึกไปห้องพักอาจารย์ แต่ก็ไม่ลืมที่จะบีบีหาใครคนหนึ่ง

“วันนี้กูต้องอยู่ช่วยงานอาจารย์ว่ะ 555555 เศร้า”

ผมพิมพ์ติดตลกไป

“อ่าวหรอวะ แล้วพวกนั้นอ่ะ”

เขาตอบกลับมา แถมถามถึงเพื่อนผมอีก!!! ถามทำไม แน่นอนสิวะ พวกมันก็กลับบ้านกันสิ

“กลับกันไปหมดแล้ว”

ผมตอบกลับก่อนจะเก็บบีบีลงกระเป๋า แล้วเคาะห้องอาจารย์

ผมเข้าไปนั่งคุยกับอาจารย์ เม้าท์เรื่องวิชาที่ลงเรียนเทอมนี้แปปนึง ก่อนจะถามถึงงานที่อาจารย์จะให้ทำ

ผมคุยกับอาจารย์จนลืมบีบีไปเลย

พอคุยเสร็จ ก่อนจะลงมือทำงานผมก็หยิบบีบีขึ้นมาดู

“อ่อ อืม”
“แล้วมรึงทำงานไรวะ”
“ทำที่ไหน”
“- - ไม่ตอบกูวะ”
“.......”
“เงียบ!!!”
“เห้ย!!! ตอบสิวะ ทำเชรี่ยไรอยู่ สนใจกูหน่อยยยยยย”
“อืม ทำงานไป เสร็จแล้วบอกกูแล้วกัน กูรออยู่”

เอ่อะ! อะไรของมรึงเนี่ย มาเป็นชุด เข้าใจอยู่หรอกว่าจะโมโหกูที่ไม่ตอบ แต่ทำไมตอนจบประโยคมันแปลกๆ

ผมเห็นดังนั้นก็รีบพิมพ์กลับไป

“แหะๆ ฮัลไหลอยู่โหนว ฮัลโหลอยู่ไหน ครุคริงุงิ” 

ผมเริ่มต้นติดตลกเพื่อลดความตึงเครียด ก่อนจะพิมพ์ต่อ

“ขอโทษทีคร๊าบ คุยกับอาจารย์เรื่องงานที่จะทำวันนี้แหละ เพิ่งคุยเสร็จเนี่ย งานเยอะโครตๆ สงสัยได้กลับดึก”

ตอนแรกผมก็นึกว่าเขาจะโกรธที่ผมตอบช้า แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้น

“อืม งั้นเดี๋ยวกูไปทำธุระให้แม่แปป เดี๋ยวบีบีหานะ”

อิอิ ดีใจครับ ‘เดี๋ยวบีบีหานะ’ เขิลจุงเบยยยยยยยย

ผมยิ้มให้กับข้อความนั้น ก่อนจะเก็บลงในกระเป๋า แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงาน

เวลาผ่านไปนาน จนตะวันตกดิน

ผมเดินไปเดินมา ข้ามตึกนี้ไปตึกนั้นเพื่อส่งเอกสาร จนเวลาล่วงเลยไปถึง3ทุ่ม งานทั้งหมดก็เสร็จ

วันนี้ยังดีนะครับที่วันที่ เด็กปี1เขานัดกับทำคัทเอ้าท์เพราะจะมีกิจกรรมของมหาลัยเร็วๆนี้ ทำให้บรรยากาศตรงคณะผมกำลังคึกครื้นไปด้วยเด็กๆใสๆ อิอิ (ผมแอบมองลงมาจากบนตึกหน่ะ)

ผมก้มหน้าก้มตาเดินลงมาจากตึก ชูมือขึ้นแล้วหมุนๆ บิดคอไปมา เพื่อสะบัดความเหนื่อยล้าออกจากร่างกาย

ก่อนจะหันไปหยิบบีบีเพื่อนสนิทขึ้นมาดู แล้วก็ต้องยิ้มออกมาอีกแล้ว

“เสร็จยัง”
“เสร็จยังวะ”
“เสร็จยังค๊าบบบบบบ”

เป็นเขาครับที่ส่งมาให้ผมทุกๆ30นาที

ผมก้มหน้าพิมพ์ต่อไปพร้อมๆกับเดินลงบันได

“เพิ่งเสร็จเลย”

ไม่ทันไรเขาก็ตอบกลับมา

“แล้วเดี๋ยวไปไหนต่อ”

อืมแฮะ ผมหยุดคิด จะไปไหนดี กลับบ้านก็อยากกลับ แต่เห็นเด็กปีหนึ่งแล้วก็ไม่อยากจะกลับ 555555 แล้วผมก็ตัดสินใจได้

“กะว่าจะอยู่ช่วยน้องๆทำคัทหน่อยวะ”

ผมเปล่าส่องเด็กนะ 55555555

แล้วเขาก็พิมพ์ตอบกลับมา ซึ่งผมแอบงงนิดๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร

“เออ เร็วๆแล้วกัน”

ผมเดินก้าวดุ่ยๆ- -?ยังไงวะ ลงไปยังลานหน้าคณะ ถึงแม้จะเป็นเวลาดึกแล้ว แต่ตรงนี้ยังสว่างไปด้วยแสงไฟ และหน้าใสๆของเด็กปีหนึ่ง >///<

วันนี้คนค่อนข้างเยอะครับ สงสัยเป็นวันแรกของการทำงาน เด็กๆเลยคึกคักหน้าดู

มีทั้งผู้หญิงที่บรรจงนั่งพับเพียบค่อยๆตกแต่งคัท และผู้หญิงที่กำลังยกถังสี ยกคัท! แมร่งโหดจริงๆ ส่วนผู้หญิงบางกลุ่มก็นั่งจับกลุ่มเม้าท์กันอย่างสนุกสนาน

ส่วนผู้ชายก็มีตั้งแต่ยกคัท ทาสีคัท นั่งเล่นดนตรี นั่งเม้าท์กับผู้หญิง ไปจนถึงเตะบอล ถอดเสื้อ บ๊อกเซ่อร์สั้น กล้าม ขาว ใส ...... เยอะไปมั้ยครับ 55555

แต่ละคน หล่อๆทั้งนั้น

ผมกวาดสายตาไปรอบๆ น้องๆหลายคนเริ่มเห็นผมก็ตะโกนเรียก แล้วยกมือไหว้ทักทาย

ผมเคยบอกใช่มั้ยครับว่าผมเป็นนักกิจกรรม ไม่แปลกที่น้องๆจะรู้จักผม

ผมรับไหว้น้องเขา ยิ้มให้ ก่อนที่จะสังเกตเห็นว่า มุมหนึ่งของคณะกำลังแออัดไปด้วยหญิงสาว ทั้งรุ่นพี่ที่มาคุมน้อง และรุ่นน้องปีหนึ่ง โดยที่ทั้งหมด กำลังยิ้มแย้มแจ่มใสเบิกบานกันสุดๆ เรียกได้ว่า ออร่าออกมาเลยทีเดียว

แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากครับ วางหนังสือไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังน้องผู้ชายคนหนึ่ง ที่กำลังย้ายคัทจากที่หนึ่ง ไปให้เหล่าสาวๆตกแต่ง

“มา พี่ช่วย”

ผมเดินไปพร้อมกับสอดตัว เข้าไปใต้คัท แล้วยกขึ้นเหนือหัว

แต่แล้วจู่ๆ จากที่ทั้งคณะ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย เสียงเตะบอล และก็เสียงเม้าท์ของหนุ่มสาว

เสียงทั้งหมดที่ผมได้ยิน ก็เงียบลง เหลือไว้แต่เพียงเสียงดนตรีของกลุ่มผู้ชายที่กำลังเล่นเพลงกันอย่างสนุกสนาน

ผมเอะใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก หันซ้ายหันขวาดูว่าเกิดอะไร แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรแปลก จะแปลกก็แต่ สายตาหลายคู่ จับจ้องไปที่จุดเดียว

ผมมองตามสายตาเหล่านั้นไป ก็ต้องตกใจ!!! แทบจะปล่อยคัทให้หล่นทับตัวเอง

เพราะตอนนี้ กำลังมีชายหนุ่มรูปงาม สูง หล่อ ขาว เซตผม ใส่ชุดนักศึกษา กางเกงแสลค รองเท้าหนัง เดินตรงดิ่งมาที่ผม พร้อมกับรอยยิ้มแสนเสน่ห์

ผมทำหน้าตกใจจนเขาสังเกตเห็น เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม พร้อมกับพูดว่า

“มา กูช่วย”

แล้วเขาก็ยกคัทขึ้นด้วยมือข้างเดียว แต่ไม่สอดตัวเข้ามา

คงเข้าใจนะครับ ว่าทำไม ...แมร่งสูง!!!!

ผมยืนนิ่งปล่อยให้เขายกคัทขึ้น ก่อนจะเรียกสติตัวเองได้ แล้วเดินไปยังจุดวางคัท ก่อนจะวางคัทลงด้วยสีหน้างง แล้วหันไปถามเขา

“มรึงมาได้ไงเนี่ย”

เขาเลือกที่จะยิ้มตอบกลับมา แต่ไม่พูดอะไร

ตอนนี้ผมคิดว่า ผมกำลังถูกจ้องมอง เพ่งเล็ง ด้วยสายตาแห่งความอิจฉา สับสน เกลียดชัง จากคนในคณะ

“แล้วมรึงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมาทำไมเนี่ย”

ผมถามเขาไปอีกครั้ง

คราวนี้เขาตอบกลับมาครับ

“กูมารอมรึงได้สักพักนึงแล้ว ตอนแรกก็กะว่าจะมารับมรึงไปหาอะไรกินกัน แต่มรึงบอกว่าอยากจะช่วยน้อง ก็เลยมาช่วยมรึง”

เออ ดีครับ มาช่วยกัน ไม่ใช่!!!!! มรึงมาช่วยกูทำไม คณะกูน้องกูเกี่ยวอะไรกับมรึง แล้วมารับกูอีก แต่อันนี้กูไม่ว่าอะไร ปกติมรึงก็ชอบทำแบบนี้ แต่วันนี้มันไม่ใช่!!!! มรึงเห็นมั้ยเนี่ยยยยย สายตาแต่ละคน จากที่จ้องจะกินมรึง ตอนนี้จ้องจะฆ่ากูแล้วววววววว

ผมส่ายหน้าเบาๆ พร้อมกับพูดว่า

“งั้นกลับกันเถอะ ไปหาไรกินกัน”

ใช่ครับ ผมเลือกที่จะเดินออกจากความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น เพราะผมมั่นใจเลยว่า อีกไม่นาน เรื่องนี้จะต้องดังเป็นพลุแตก แถมน้องๆยังต้องวิ่งเข้ามาถามผมแน่ๆ ว่าเขาคนนี้เป็นใคร มาจากไหน เป็นอะไรกับผม

เป็นอะไรกับผม!!!! แล้วผมเป็นอะไรกับเขาเนี่ยยยยยยย!!!!

แต่เขาดันถามผมกลับมา

“อ่าว ไหนบอกจะช่วยน้องวะ ไม่ช่วยแล้วหรอ”

ไอนี่แมร่ง! ผมไม่ตอบครับ ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี อยากจะช่วย แต่คงกดดันน่าดู

เขากวาดสายตาไปรอบข้าง ไม่รู้ว่าสังเกตเห็นมั้ยว่าโดนจ้องอยู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคเด็ดออกมา

“เอาหน่า อยู่ช่วยเด็กๆกัน ดูน่าจะสนุก”

สนุกกับผีสิ!!!!

ตอนนี้ผมกำลังนั่งจับพู่กันเบอร์เล็กแล้วลงมือตกแต่งคัทเอ้าท์ ในขณะที่เขาลงมือจับแปรงทาบ้าน ละเลงไปยังคัทเอ้าท์เพื่อลงสีพื้นหลัง

แมร่ง!!!เผด็จการ!!!

แน่นอนครับ ผมโดนบังคับอยู่ช่วยเด็กๆ

จากที่บรรยากาศครึกครื้นอยู่แล้ว

ตอนนี้ยิ่งครึกครื้นเข้าไปใหญ่

ก็เพราะไอ้นี่แหละครับ ที่เข้ามาป่วนเกม จากที่ผมจะลงมาช่วยน้องๆเพื่อเรียกคะแนนเสียง กลับกลายเป็นเขา ที่เก็บคะแนนไปเต็มๆ

“พี่คะ พี่ชื่ออะไรหรอ เป็นเพื่อนกันหรอ” เออสิวะ ให้เป็นผัวกูรึไง!!!
“พี่เรียนที่ไหนคะ” เรียนที่บ้านมั้งครับน้อง ก็ต้องเรียนมหาลัยสิ!!!
“โหหห พี่เก่งจังเลย” กับอีแค่ทาสีเนี่ยนะ!!!
“พี่เป็นดาราป่ะคะเนี่ย” โถ่ๆๆๆๆ หน้าตาอย่างนั้น มาเป็น( ^o^ )กูเถอะ!!!

ผมแอบฟังเหล่าเด็กๆที่วิ่งเข้าไปถามเขา หมั่นไส้!!!

แถมเจ้าตัวก็ดันตอบง่าย แล้วยังส่งรอยยิ้มแบบนั้นไปให้อีก

แมร่งเอ้ย!!!!

ผมระงับอารมณ์ตัวเอง ไม่ให้แสดงออกมาทางสีหน้ามากเท่าไหร่ แต่ไปลงกับคัทเอ้าท์แทน

จากฟ้าสีคราม ชมพูสดใส ผมหันไปใช้สีแดง สีดำ แล้วก็สีเขียว???แทน 5555555 สงสารน้องมันจริงๆ

ผมแอบมองเขาเป็นระยะ เช่นเดียวกับเขาที่หันมามองผมเช่นกัน จนบางที เราก็สบตากัน ก่อนจะเป็นผมที่หันหน้าหนี

ผมไม่รู้ว่าน้องคนอื่นจะมองผมกับเขาว่ายังไง ใจนึงก็ตื่นเต้น อีกใจนึงก็กลัว ว่าเรื่องมันจะบานปลาย แต่พอคิดไปคิดมา ผมกับเขาก็ไม่เห็นต้องกังวลอะไร เพราะเป็นเพื่อนกัน แถมยังเป็นผู้ชายทั้งคู่อีก ไม่เห็นมีอะไรน่ากังวล ใช่มั้ยล้าาาาาาาา

เวลาล่วงเลยมาจนถึง4ทุ่ม คัทเอ้าท์เสร็จไปหลายอันเพราะวันนี้คนทำงานเยอะ

ตอนนี้ตัวเขาเริ่มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เสื้อแนบเนื้อ เห็นกล้ามเป็นมัดๆ!!!! แถวตรงแก้มยังเลอะสีขาวที่ใช้ทาเป็นพื้นหลัง สงสัยเขายกมือมาปาดเหงื่อ

ผมเห็นดังนั้นก็เลยวางพู่กัน แล้วเดินตรงไปที่เขา

พอเข้าไปใกล้ เขาก็หยุดสิ่งที่เขาทำอยู่ จ้องมาที่ผม

ผมไม่รู้ครับ ว่าตอนนี้ทุกคนกำลังทำอะไรอยู่ แล้วผมก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าจะมีใครมาสนใจผมหรือไม่ เพราะตอนนี้ ร่างกายของผม มันหลุดการควบบคุมไปเสียแล้ว

ผมเอื้อมมือไปลูบที่แก้มเขา แล้วก็พูดออกมาว่า

“เลอะแก้มแล้วมรึง”

เขาไม่ขยับตัวหนี แถมยังยืนนิ่งให้ผมเช็ดสีที่แก้ม ก่อนที่จะจับมือผม แล้วก้มลงมาประทับรอยจูบ!!!! จะบ้าเรอะ!!! เรื่องจริงนะเว้ยไม่ใช่นิยาย จะมาจงมาจูบอะไรต่อหน้าคนขนาดนี้ เว่อร์ไปแล้วมรึงงงงงงง!!!

ใช่ครับ เขาจับมือผม ก่อนที่จะพูดออกมา

“นี่มือมรึงเลอะสีอยู่นะ”

!!! ตู้ม!!! เหมือนผมได้ยินเสียงระเบิด!!! ไอสัส หายซึ้งเลยมรึง กูอุตส่าห์ปล่อยให้ร่างกายกูทำตามอยาก แล้วมรึงมาทำกับกูอย่างนี้ได้ยังไงงงงงง!!!

ผมมองไปที่มือผม ก่อนจะหันกลับมามองที่แก้มเขา

เออ ยิ่งเลอะเข้าไปอีก

เห็นอย่างนั้น ผมก็เลย หัวเราะแห้งๆออกมา

แต่เขา:-)หัวเราะซะลั่นเลย!!!! มรึงจะเรียกร้องความสนใจรึไง

ตอนนี้ เด็กๆที่มองตามทุกการกระทำของผมก็กำลังหัวเราะกับสิ่งที่ผมเพิ่งทำไป

ผมอาย แทบอยากจะลาออกจากมหาลัยนี้แล้วไปเรียนที่เดียวกับเขา เอ้ย!!!ไปเรียนที่อื่น

ผมยืนมองหน้าเขา เห็นเขาหัวเราะซะสนุก ก็เลยกะจะเอามือมาเกาหัวแก้เขิล

แต่เขาก็คว้ามือผมไปอีก แล้วลากผมเดินไปที่ก๊อกน้ำ แล้วจัดแจงล้างมือให้ผม

เอ่อะๆๆๆๆๆๆๆ กูเข้าใจหล่ะ กูมือเลอะ ไม่อยากให้จับหัว แต่ตอนนี้ กูล้างมือเองได้นะ!!!!

เป็นอย่างที่ทุกคนคิดครับ เขาล้างมือให้โผมมมมมมม!!!!

หลังจากล้างมือเสร็จ ผมก็เดินมาหาน้องๆ ที่ส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้ผม ก่อนที่จะขอตัวกลับก่อน เพราะร่างกายที่อ่อนล้าจากการเรียน และทำงานทั้งวัน แถมยังเกิดเหตุการณ์เมื่อกี้อีก!!!

ผมยืนรับไหว้น้องๆ พร้อมกับโบกมือลา เช่นเดียวกับเขา ที่ทำแบบนั้นเหมือนกัน ก่อนที่เราจะเดินไปขึ้นรถ เขาก็คว้าหนังสือที่ผมถืออยู่ไปถือแทน

โดยที่ไม่มองหันมามองหน้าผมว่าผมจะทำหน้ายังไง ไม่พูด ไม่ยิ้ม ไม่แสดงท่าทางอะไรทั้งสิ้น ก่อนที่จะเดินนำลิ่วไป

!!!!! หมายความว่าไง

ผมเดินตามไปขึ้นรถ แล้วเขาก็ขับรถออกไป ฟิ้วววววววว~ - -“

เขาขับมาหยุดที่ร้านก๊วยเตี๋ยวหน้าคอนโดผม

ตอนแรกผมก็งงครับว่าทำไมมากินร้านนี้ เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเขาสนใจ

“มรึงเหนื่อยแล้ว รีบกินรีบนอนเถอะ”

อืม ตรงประเด็น เข้าใจ เคลียร์

ผมกับเขานั่งกินก๊วยเตี๋ยวกันไป ก็คุยกันไป แต่เป็นผมซะมากกว่าที่พูดมาก เล่าเรื่องงานให้เขาฟัง

จนเราทั้งคู่กินเสร็จ ผมก็ออกตัววิ่งไปจ่ายเงินที่พ่อค้า ก่อนจะก้มรับฝ่ามือที่ตบลงมายังหัวของผม แล้วก็ขึ้นรถ กลับคอนโด

คืนนี้เขามาส่งผมเร็วกว่าปกติ (ปกติต้องตี1ตี2) พี่ยามก็ถามอีกตามเคย

“ทำไมวันนี้มาส่งเร็วจังเลยหล่ะพ่อหนุ่ม”

เอ่อออ โจทย์ยากเลยลุง TT

คนที่เคยอ่านนิยายคงคิดใช่มั้ยครับ ว่าต่อจากเหตุการณ์นี้ ผมคงต้องมุดหน้า หลบสายตา จับชายเสื้อตัวเอง แล้วบิดแรงๆ รอให้ฝ่ายชายตอบ!!! เออะ ได้ข่าวชายทั้งคู่ - -

แต่นั่นมันไม่ใช่ผมครับ เพราะนี้คือเรื่องจริง!!

ผมรีบชิงตอบพี่ยามก่อนที่เขาจะได้ตอบ

“โหยยยย ลุง ปกติผมก็กลับเวลานี้แหละ บางคืนไปเที่ยวดึกแค่นั้นเอง”

พูดจบก็ไล่เขาให้ขึ้นรถแล้วกลับไป

เขาหัวเราะออกมา ก่อนจะบอกลาพี่ยาม แล้วหันหลังจะไปขึ้นรถ

จะไปขึ้นรถ!!!! แทนที่เขาจะหันหลังแล้วเดินไปขึ้นรถ เขากลับก้มลงมาหาผม พร้อมกับพูดคำๆหนึ่งที่ทำให้ผมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ขยับไปไหน ก่อนจะเดินหัวเราะอย่างสะใจ ไปขึ้นรถ แล้วขับออกไปจากคอนโด

“กูนึกว่ามรึงจะตอบว่า ไปเดทกันมาซะอีก”

หึหึหึหึหึหึึหึหึหึหึหึ!!! กูรู้ทัน!! ไม่ได้แดกกูหรอก!!! 5555555555555



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2555 0:21:02 น.
Counter : 4017 Pageviews.

1 comments
  
“กูนึกว่ามรึงจะตอบว่า ไปเดทกันมาซะอีก”
กรี๊ดดดดดดดดดดดด อีกแล้ว กรี๊ดทุกตอน ยิ้มทุกตอน แก้มจะปริอยู่แล้ว อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ฟินเฟ่อออออออออออออออออ
โดย: (>< IP: 118.174.216.95 วันที่: 6 มิถุนายน 2557 เวลา:2:29:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

แนวนิ้วนิ้วแนว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



New Comments
พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
26 พฤศจิกายน 2555
All Blog