[Y]มาแชร์ประสบการณ์ความรักให้ฟังครับ 12
หลังจากเมื่อคืนวาน ที่ผมพาแฟนสุดหล่อมาเปิดตัว

ยังไม่ใช่!!!!

หมายถึง ไม่ใช่!!!!

สิ่งที่ผมคาดคิดไว้ มันก็เกิดขึ้นจริงๆ

“พี่คะๆ เพื่อนพี่คนนั้นจะมาอีกมั้ยวันนี้”
“พี่คะ พี่เขามีแฟนรึยัง”

พี่คะ พี่คะ พี่คะ อยู่นั้นแหละ!!!! มาถงมาถามกูเนี่ย ถามคำถามเกี่ยวกับกูหน่อยไม่ได้หรือไง ไอจำพวก เมื่อคืนพี่ไปไหนกันต่อ เมื่อคืนพี่เหนื่อยมั้ย เมื่อคืนพี่เล่นท่าไหน อะไรพวกเนี่ย!!!

เห้ย!! พิมพ์ผิด

ผมเดินเข้ามาในคณะ โดยที่สายตาผู้หญิงทุกคน แอบมีผู้ชายบ้าง จับจ้องมาที่ผม

แน่นอนครับ ว่าเรื่องเมื่อวาน ต้องเอาไปเม้าท์กันกระจาย เพราะดูท่าแต่ละคน ทุกเพศทุกวัย มีทีท่าเดียวกันหมดเลย

หึหึหึหึหึ กูดังแล้วสิ!! ผมแอบยิ้มในใจ??

ผมรีบเดินเข้าห้องเพื่อหลบสายตาเหล่านั้น กลัวจะโดนกระชากหัวไปตบโทษฐานมีเพื่อนหล่อแต่ไม่แนะนำ

แต่ไม่ทันที่ผมจะได้ดีใจเพราะรอดพ้นสายตาเหล่านั้นมาได้ 

ในห้องเรียน ก็มองผมแบบเดียวกัน!!!

“นี่เธอ ได้ข่าวมีเพื่อนหล่อ แนะนำหน่อยสิ”

เพื่อนร่วมเซคผมคนหนึ่งรีบพูดขึ้นมา

ผมได้แต่ยิ้มก่อนจะก้มหัวให้นิดๆแล้วเดินตรงดิ่งไปที่กลุ่มเพื่อนผมซึ่งกำลังนั่งหัวเราะ ยิ้มเยาะมาให้ผม

อืมมมมม กูต้องโดนอีกแน่ๆ

“ฮิ้วววววว กับพงกับเพื่อนไม่พามาเปิดตัวก่อน แต่แมร่งเล่นเปิดให้ทั้งคณะรู้เลย”

ไอจอร์นเริ่มต้นอีกตามเคย ตามมาด้วยเสียงไอพวกเวร

“โครตเจ๋งอ่ะเพื่อนกู ล่อหนุ่มหล่อมาติดกับจนได้” เอ่อะ พูดเหมือนกูไปอ่อยมันก่อนเลย
“ได้กันยังๆ” สัส!!! กูไม่ได้ง่ายขนาดนั้นนะเว้ย
“กูว่าไม่เหลือ ดูหน้าไอนู้นก็รู้แล้วว่าหื่น” เห้ย!จริงหรอวะ งั้นกูต้องรักษาเนื้อรักษาตัวหล่ะ
“พามาหาพวกกูบ้างสิวะ” อืม กูจะพามาให้โดนแซวทำไม

ผมยิ้มให้กับคำถามเวรๆทั้งหลายของพวกมัน ก่อนจะวางหนังสือลงบนโต๊ะ แล้วก้มหยิบบีบี

“โหยยยยยยยย แมร่งไม่คุยกับพวกเราเลยว่ะ สงสัยติดใจของใหญ่”

!!! ของใหญ่พ่องมรึงสิ กูยังไม่เห็นของมันสักหน่อย เออ….แล้วมันจะใหญ่จริงเปล่าวะ

ผมสบัดหัวไล่ความคิดชั่วร้ายนั้นออกไป ก่อนจะหันไปด่าพวกมัน

“ควายยยยยยยยยยย แซวกูอยู่นั่นแหละ วันไหนมันมาเจอพวกมรึงก็ค่อยถามมันเองแล้วกัน แล้วก็มรึง ไอจอร์น”

ผมเรียกมัน

“เพื่อนมรึงอ่ะ เกิดวันไหนรู้ป่ะ”

เอ่อะ!!! กูถามอะไรออกไป ถามไปยังงี้แมร่งก็ได้ทีแซวกูอีกสิ โอยยยยยย โง่จริงกู

เป็นไปตามคาดครับ พวกนี่มันเป็นพวกเวรจริงๆ

“นั่นแน่ๆๆๆๆ เตรียมเปิดsingวันนั้นหรอจ๊ะ” ซิงพ่องมรึงสิ!!!
“ฮิ้ววววววว” ฮิ้วหน้ามรึงสิ!!!!

ผมกับพวกมันก็ด่ากันไปกันมา จนอาจารย์เข้าห้อง ก็เลยต้องหยุด หันไปสนใจสิ่งที่ตัวเองชอบต่อไป

แน่นอนครับ ผมกดบีบี ^^

“เห้ย มรึง ทำไรวะ”

ผมเลือกที่จะถามเขาไปก่อนครับ เพราะวันนี้ เขาไม่เห็นทักผมมาเลย

แล้วเขาก็ตอบกลับมา

“เรียนอยู่วะ เดี๋ยวค่อยคุยนะ”

เออ ตามใจ!!!

ผมวางบีบี แล้วก็ตั้งใจฟังอาจารย์จนหมดคาบเรียน

พอเลิกเรียนตอนเย็น เราทั้งหมดก็ไปกินข้าวเย็นด้วยกัน ก่อนจะตบท้ายด้วยการเล่นเกมส์

ครั้งนี้ชนะครับ ชนะ2แพ้1

แต่ละคนเดินออกมาด้วยสีหน้าเต็มอิ่ม ดีใจกันยกใหญ่ ต่างจากผมที่เดินหน้ามุ่ยออกมา

หงุดหงิดครับ!!! 

เพราะหลังจากที่เขาบอกว่า “ค่อยคุยนะ” เขาก็ไม่ทักมาหาผมอีกเลย ตอนเที่ยง ตอนบ่าย ตอนเย็น ไม่ทักมาเลย

ไอที่บอกว่าค่อยคุยนะ มันหมายความว่า เดี่ยวกูทักมาเอง แล้วนี่อะไร ไม่ทักกูมาเลย!!! ทั้งวันทำบ้าอะไรมากมายถึงไม่มีเวลาทักมาหากูเลย เรียน? กินข้าว? กินขี้?

เพื่อนๆมันก็ถามตั้งแต่เลิกเรียนแล้วว่าทำไมหน้าผมเป็นอย่างนี้ ทำไมจมูกมีรูเดียว ทำไมตามี5ชั้น !!! จะบ้าเรอะ

สงสัยหน้าผมแสดงออกมามาก พวกมันเลยถามว่า หงุดหงิดอะไร เป็นอะไร

ผมได้แต่ตอบไปว่า ไม่ได้เป็นอะไร 

แต่มีหรือพวกมันจะเชื่อ แล้วมันก็แซวเรื่องเขาอีกตามเคย

“ผัวไม่คุยด้วยหรือไง” เออสิ แมร่ง หายไปเลย เดี่ยว!! ไม่ใช่ผัว
“ทะเลาะกันแล้ววววว” ทะเลาะกันบ้านมรึงสิ คุยยังไม่คุยกับกูเลย

ผมหันไปด่าพวกมัน ก่อนที่จะกดปิดเครื่องบีบี

ปิดมันตั้งแต่เลิกเรียนตอนเย็น!!!! อารมณ์เสีย!!!

พวกเราบอกลากัน แยกย้ายกันกับบ้าน ผมก็กลับคอนโดเหมือนกัน ไม่รู้จะอยู่ม.ทำไม แล้วก็ไม่รู้จะไปไหน แล้วก็ไม่รู้จะคุยกับใคร!!!!

ผมนั่งอยู่บนรถเมล์ จ้องบีบีหน้าจอสีดำที่ถูกปิดลงเพราะน้ำมือผมเอง

จ้องไปสักพัก ก็เริ่มหงุดหงิด ก็เลยเก็บลงกระเป๋า แล้วลุกให้ผู้หญิงที่ขึ้นมาใหม่นั่งแทน

ผมยืนโหนรถเมล์พลางคิดในใจ หาเหตุผลต่างๆมาให้กำลังใจตัวเอง

“สงสัยมือถือแบตหมด”

นี่เป็นเหตุผลเดียวที่ผมนึกออกครับ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็เป็นผมเองที่ผิดที่ไปหงุดหงิดเขา

แต่ทำไมไม่โทรบอกกูหร่ะ!!! ทำไมปล่อยให้กูนั่งรอเขาทั้งวันอย่างนั้นหร่ะ!!! เออะ แล้วทำไมต้องโทรบอกกูด้วยหล่ะ???

โว้ยยยยยยย ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด ยิ่งสับสน เลิกคิดแมร่ง 

ผมเขยิบให้คนที่เข้ามาใหม่ยืนข้างๆผม พร้อมกับรอยยิ้มที่ปั้นแต่งขึ้นมา

พอรถเมล์มาจอดป้ายที่ผมลงประจำ ผมก็เดินต่อไปอีกนิดนึงเพื่อเข้าคอนโด

ผมยิ้มทักทายให้กับพี่ยาม

ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป

แล้วก็ต้องค้างไว้อย่างนั้น

เพราะมีผู้ชายหน้าหล่อ นั่งอยู่พร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียด

เขานั่งรออยู่!!! 

เขาเห็นผมแล้วครับ แต่ก็ไม่ลุกมาหาผม

มาทำอะไรที่นี่ มาทำไม มาเพื่ออะไร ในเมื่อวันนี้ทั้งวันยังไม่คุยกับกูเลย

ผมคิดในใจ ก่อนที่จะตั้งสติตัวเอง แล้วเดินผ่านเขาไป ไม่ทัก ไม่มอง ไม่แคร์!!!

เพื่อที่จะไปกดลิฟท์ขึ้นห้อง

ตามปกติแล้ว กดลิฟท์ก็จะต้องจิ้มไปตรงปุ่มแข็งๆใช่มั้ยครับ

แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะผมจิ้มลงไปเจออะไรนิ่มๆ

ใช่ครับ

ผมจิ้มนิ้วเขาแทน !!!!

ผมหันไปมองหน้าเขา แล้วก็ต้องหันหน้ากลับ

เพราะเขาไม่มองมาที่ผมสักนิด แต่มองตรงไปยังลิฟท์ที่กำลังเปิดออก แล้วก้าวเข้าไป

ผมยืนมองการกระทำเขา ก่อนจะก้าวตามเข้าไป เพราะเขากดปุ่มเปิดค้างไว้อยู่

แหมะ กะจะเล่นตัวยืนค้างสักหน่อย

เราสองคนอยู่ในลิฟท์โดยที่ไม่มีบทสนทนาใดๆหลุดออกมาจากปากเลย

ผมยืนนื่งในลิฟท์ที่เต็มไปด้วยความกดดัน ถึงจะอยู่กันแค่สองคน แต่ผมรู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่กันเป็น10

อะไรเนี่ย!!!!! กูควรจะเป็นคนกดดันมรึงสิที่ไม่ตอบบีบีกูเลย แต่นี่ทำไม เป็นกูวะ ที่รู้สึกตัวเล็ก (จริงๆก็ตัวเล็กอยู่แล้ว) ทำไมกูทำอะไรไม่ถูกแบบนี้ ต่างจากมรึงนะ ที่ยืนกอดอก พิงกำแพง แล้วยังส่งสายตาดุๆมาที่กูอีก

ผมยืนรอให้ลิฟท์เปิดที่ชั้นของผม แล้วกะว่าจะรีบวิ่งออกไปเปิดประตู เข้าห้อง แล้วก็ถอดเสื้อผ้านอนรอบนเตียง!!!! ไม่ใช่หร่ะ ผมกะจะรีบก้าวออกไป เพื่อหลีกหนีความกดดันนี้

แต่พอลิฟท์เปิดออก ผมกำลังจะก้าวออกไป ก็ต้องโดนคว้าแขน ดึงกลับเข้าไปในลิฟท์ก่อน

ผมหันไปมองหน้าคนที่ใช้กำลังกับผม

อืม มรึงจะเท่ไปไหน ยืนพิงกำแพง ชันขาขึ้นมาข้างนึง มือนึงกอดอก อีกมือจับแขนผมอยู่

“ทำไมปิดเครื่อง”

เห้ยยยย!!! ทำไมถามกูด้วยน้ำเสียงแบบนั้นหล่ะ

เขาถามผมด้วยน้ำเสียงนิ่ง เรียบ ไร้อารมณ์ใดๆทั้งสิ้น

“ก็อยากปิด”

ผมตอบหน้านิ่งกลับไป

ตอนนี้มือที่จับแขนผม กลับไปสู่อ้อมอกของเจ้าของมัน

แต่แทนที่เขาจะได้ยิน แล้วอารมณ์เสีย โวยวายที่ผมกวนตีน เขากลับยืนนิ่ง จ้องมาที่ผม ไม่พูดอะไรออกมาเลย

ผมยืนมองหน้าเขาเช่นกัน ในหัวคิดไปว่าเขาจะคิดอะไรอยู่ เขากำลังจะทำอะไร

เราสองคนยืนนิ่งไม่พูดอะไร ก่อนจะเป็นผม ที่หันหลังแล้วกดปุ่มเปิดลิฟท์แล้วจะเดินออกไป

แต่ก่อนที่ผมจะได้ก้าวออกไป เขาก็เอ่ยคำๆนึงออกมา

“ขอโทษ”

ผมยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ก้าวไปไหน ปล่อยให้ลิฟท์ปิดตัวลงอีกครั้ง

รู้มั้ยว่าเปลืองไฟ!!!!

ผมยืนหันหลังให้เขา แล้วก็ถามเขากลับไป โดยไม่หันไปหา

“เรื่องอะไร”

อืม กวนตีนอีกแล้วกู

ทีนี้เขาเด้งตัวขึ้นมายืนตรง เพราะผมรู้สึกว่าลิฟท์สั่นเบาๆ

ก่อนที่จะวางมือบนหัวผมแล้วขยี้เบาๆ

“ที่ไม่ตอบบีบีมรึงไงหล่ะ”

ผมหดคออัตโนมัติ แล้วหันกลับไปมองเขา

ตอนแรกที่เขาทำหน้านิ่ง ปนดุใส่ผม ตอนนี้มันเปลี่ยนไปหมดเลยครับ

เขายืนยิ้มแบบที่เขาชอบทำ เวลาจะโปรยเสน่ห์ใส่คนอื่น จ้องมาที่ผม แถมยังขยี้หัวผมอยู่นั้นแหละ

ตอนแรกที่ว่ากดดัน อึดอัด ตอนนี้บรรยากาศเหล่านั้นกำลังคลายลง

ผมปล่อยให้เขาขยี้หัวผมอยู่แบบนั้นสักพัก ก่อนจะเบี่ยงตัวออก แล้วตอบเขากลับไป

“กูไม่ได้โกรธ”

เท่านั้นแหละครับ เขาก็หัวเราะลั่นออกมา แล้วกดเปิดลิฟท์ เดินนำออกไป ทิ้งให้ผมยืนงงกับเสียงหัวเราะนั้น แล้วก็เดินออกจากลิฟท์ตาม

ระหว่างทางจากลิฟท์ถึงห้อง เขาก็ยังคงหัวเราะอย่างนั้น ต่างกับผมที่เดินหน้าหงิกตามหลังเขา

หัวเราะอะไรนักหนาวะ!! กูอายนะเว้ย!! แล้วนี่อะไร ห้องกูนะ ทำไมมรึงเดินนำ กูเดินตาม สลับกันรึเปล่า

ผมคิดได้ดังนั้น ก็ออกตัววิ่งแซงหน้าเขาไปที่ห้อง แล้วหันมาแลบลิ้นใส่ ก่อนจะเปิดประตูห้องเข้าไป แล้วปิดตามเสียงดัง

แต่ผมไม่ได้ล็อคนะ กลัวเขาเข้าไม่ได้ 555555

เราสองคนนั่งอยู่ในห้อง ผมเปิดทีวีให้เขา เปิดแอร์ให้เขา แล้วก็ขอตัวไปอาบน้ำ

แต่ก่อนที่จะได้เข้าห้องน้ำ เขาก็ตะโกนดังมา

“กูอาบด้วยได้เปล่าวะ”

ผมปิดประตูห้องน้ำดัง ปัง!!! ยืนพิงประตูห้องน้ำ ทำใจให้สงบ

ไอบ้า!!! พูดอะไรออกมา กูเขิลนะเว้ยยยยย!!!

จริงๆแล้ว ผมกับเพื่อนในกลุ่ม เวลาไปเที่ยวไหนด้วยกัน ก็จะอาบน้ำพร้อมกัน ใส่บ๊อกเซ่อร์อาบเพราะจะได้ไม่เสียเวลา

แต่นี่เพราะอะไร แค่คำพูดนั้น คำพูดเดียวกัน แต่เปลี่ยนคนพูด ปฏิกิริยาของผมถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้

ผมสะบัดไล่ความเขิลออก แล้วบรรจงอาบน้ำอาบท่าเพื่อให้ร่างกายหอมสดชื่น เผื่อว่าไปนั่งข้างๆเขา แล้วเขาจะหันมาสูดดม 555555555555

พออาบน้ำเสร็จ ผมก็นุ่งผ้าเช็ดตัวเดินผ่านหน้าเขาไปยังห้องนอน เพื่อที่จะใส่เสื้อผ้า

ตอนที่ผมเดินผ่านหน้าเขาไปเนี่ย ถ้าในนิยายทั่วไป จะต้องบอกว่า 

“ชายหนุ่มผู้นั้น จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปตะครุบตัว.....”

แต่นี่ของผมครับ

เขาไม่มองมาที่ผมเลย ผมพยายามเดินเฉียดให้มากที่สุดเพื่อยั่วเขา? แต่เขาก็ไม่มอง จนผมต้องพูดบางอย่างขึ้นมาเพื่อเรียกความสนใจ

“ที่รัก~”

จะบ้ารึไงครับ!!!!



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2555 0:25:07 น.
Counter : 5135 Pageviews.

1 comments
  
อ่านไปต้องเอามือขยี้หัวตัวเองตามไปด้วย //น่าเศร้าใจนักที่ไม่มีคนมาขยี้ให้ 555
โดย: ต.เต่าหลังตุง IP: 171.101.17.239 วันที่: 20 กรกฎาคม 2556 เวลา:0:34:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



แนวนิ้วนิ้วแนว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]



New Comments
พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
26 พฤศจิกายน 2555
All Blog