[Y]มาแชร์ประสบการณ์ความรักให้ฟังครับ 15
จุดนี้ขอนอกเรื่องหน่อยนะครับ

ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ไม่ใช่สิ บทความหนึ่งที่ถูกเขียนขึ้นโดยผู้หญิงทำงานบริการบนรถทัวร์กิ๊กก๊อกคันหนึ่ง (เธอบอกอย่างนั้น)

เธอบอกว่า งานบริการนั้นมันแสนเหนื่อย ไหนจะต้องเดินไปเดินมา บางทีก็ต้องมารองรับอารมณ์คนอื่น กล่าวคำขอโทษในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำผิด แต่เธอก็ไม่เคยคิดท้อถอย หรือดูถูกอาชีพที่ตัวเองทำ แต่คนเรามันก็ต้องมีบ้าง ที่พอถึงจุดหนึ่งแล้ว เราจะสงสัยตัวเองว่า ที่เราทำมันถูกต้อง หรือ เราชอบหรือไม่

มีอยู่ครั้งนึง เธอโดนผู้โดยสารบนรถทัวร์โมโหใส่เนื่องจากคนขับรถขับไม่ดี แต่ความจริงแล้ว เป็นเพราะเส้นทางมันไม่ดีต่างหาก

เธอเดินไปหาเขาเพื่อที่จะอธิบายความจริง แต่ก็ยังโดนหน้าเหวี่ยงๆของผู้สารเหวี่ยงกลับมา

ตอนนั้นเธอเริ่มคิดกับตัวเองว่า ใช่หรอ ที่ต้องมาทนรับอะไรแบบนี้ ใช่หรอ ที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้

ระหว่างทางที่เธอเดินกลับไปเพื่อที่จะไปนั่งยังที่ประจำของเธอ เธอก็เตะสิ่งของเล็กๆชิ้นหนึ่ง

เธอก้มลงแล้วหยิบสิ่งของชิ้นนั้นขึ้นมาดู

ชิ้นส่วนตุ๊กตา

เธอมองไปรอบๆ ก็เห็นเด็กเล็กคนหนึ่งนั่งอยู่กับคุณแม่ เธอเลยเดินเข้าไปหาแม่ลูกสองคู่นั้น แล้วก็ยื่นชิ้นส่วนนั้นให้ดู

“ของหนูรึเปล่าคะ”

เด็กหญิงคนนั้น หันมาดู แล้วก็ดีใจยกใหญ่

“ขอบคุณค่ะพี่สาว”

เด็กหญิงคนนั้นกล่าวคำขอบคุณพร้อมกับยิ้มให้เธอจนเห็นฟันหลอ

ในขณะที่ผู้เป็นแม่ก็หันมาขอบคุณเธอด้วยเช่นกัน

เธอยิ้มรับก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ แล้วพูดเบาๆกับตัวเอง

“แค่นี้ ก็มีความสุขแล้วจริงๆ”

ใช่แล้วครับ 

เธอไม่ต้องการของขวัญพิเศษ หรือเงินเดือนก้อนโต เธอไม่เคยเรียกร้องให้คนอื่นมาขอบคุณ หรือมาซาบซึ้งกับสิ่งที่เธอทำ 

เพราะเธอรู้แล้วครับ ว่าที่เธอเลือกเส้นทางนี้ ก็เพราะเพื่อทำให้รอยยิ้มเหล่านั้น ปรากฏบนใบหน้าของคนตรงหน้าเท่านั้นเอง

พอผมอ่านเรื่องนี้จบ ผมก็มานั่งคิดกับตัวเอง

เออ แค่คำขอบคุณ ไม่ว่ามันจะออกมาจากใจ หรือเป็นคำพูดติดปากก็ตาม ในเมื่อมันสามารถทำให้คนคนนึงมีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ได้ ทำไมเราไม่ทำให้เขาหร่ะ

จากนั้นผมก็พยายามขอบคุณกับกระเป๋ารถเมล์หรือคนเสิร์ฟอาหารหรือพนักงานต่างๆทุกครั้ง จนตอนนี้เป็นคำติดปากผมไปแล้วครับ

เอาหล่ะ เข้าเรื่องต่อ

หลังจากที่เราขึ้นมายืนบนรถเมล์ จ่ายเงินเรียบร้อยแล้วนั้น ผมกับเขาก็ยืนกันนิ่งๆไม่พูดอะไรกันเลย

สายตาของวัยรุ่นรอบข้างยังคงจ้องมาที่เขาไม่วางตา บางคนก็ซุบซิบกันใหญ่

ผมเห็นแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้ ก็เลยหันไปแขวะเขาหน่อย

“กูคิดผิดจริงๆที่พามรึงขึ้นรถเมล์ ดูสิ แทบจะกินมรึงหล่ะ”

เขาหันไปมองรอบข้าง แล้วยิ้มให้คนเหล่านั้น ก่อนจะหันมาที่ผม แล้วก้มลงมากระซิบข้างหู

“หึงหรอวะ”

!!!!! ไอสัส!!! กูเปล่าหึงนะเว้ยยยยย กูแค่อิจฉา ใช่มั้ยวะ เออ ใช่แหละ กูอิจฉาที่มีแต่คนมองมรึง!!!!

ผมทำท่าจะหันไปด่าเขา แต่ก็ต้องชะงัก เพราะเขาเอามืออีกข้างหนึ่งที่ปล่อยทิ้งไว้ข้างลำตัว ยกมาพาดไหล่ซ้ายผม

ไม่ได้ยกมาจับไหล่หรือมาตั้งบนไหล่นะครับ

พาดเลยครับ แบบที่ข้อศอกเขาอยู่บนไหล่ผม แล้วมือยาวลงมาถึงท้องผมหน่ะครับ

!!!!! เกินไปแล้วววววว ต่อหน้าประชาชีนะมรึงงงงงงงงงงง อายเขาหน่อยเถอะ แล้วท่านี้อีก มันใช่ท่าปกติผู้ชายเขาทำกันมั้ยเนี่ย!!! โอ้ยยยยยยย 

ผมทำตัวไม่ถูก พยายามดิ้นให้มือเขาหลุดออก แต่ยิ่งดิ้นยิ่งรัดแน่น จนเขาดึงผมถอยหลังมาชนกับเขา

อืม เอาเข้าไป!!! ขั้นต่อไปก็จูบกูเลยสิ แล้วอย่าลืม เอากูบนรถเมล์ด้วยหล่ะ!!!!!

ผมหยุดนิ่งไม่ขยับไปไหน

เราสองคนไม่มีบทสนทนาใดๆทั้งสิ้น

ผมไม่กล้าหันไปมองเขาด้วยซ้ำว่าเขาจะทำหน้ายังไง แล้วก็ไม่กล้าหันไปมองคนอื่นด้วยว่าเขาจะตกใจกับภาพข้างหน้านี้แค่ไหน

และที่สำคัญ ผมกลัวว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงหัวใจที่มันกำลังเต้นแรงอยู่ในอกซ้ายของผม

เหมือนกับผม ที่ไหล่ซ้ายผมก็สัมผัสได้ว่า หัวใจเขาก็เต้นแรงเช่นเดียวกัน

เราสองคนยืนนิ่งอยู่ท่านั้นไม่ขยับไปไหน จนมาถึงป้ายรถเมล์เจเจ

เขาปล่อยแขนออก แล้วเดินนำลงไป ผมเดินตาม

มาถึงนี่แล้วก็ไม่ค่อยมีแดด เพราะเริ่มเย็นแล้ว

เราสองคนเดินขนาบข้างกันไป ไหล่ชนกัน มือแตะกัน เพราะคนค่อนข้างเยอะ

มีบ้างที่ผมลากแขนเขาให้เดินตามผมไปยังร้านต่างๆ

เขาก็ยินยอมไม่ได้ว่าอะไร

เล่นตัวหน่อยสิมรึง!!!!

สายตาคนรอบข้างยังคงจ้องมาที่เขา

เราเดินไปได้สักพักใหญ่ เขาก็ดึงแขนผม

ผมหันไปมอง นึกว่าเขาจะซื้ออะไร แต่ที่ไหนได้ มีผู้หญิงคนยืนอยู่ข้างๆเขา

“ขอโทษนะคะ คือเพื่อนเราชอบเธออ่ะคะ”

หญิงสาวคนนั้นค่อนข้างสวยครับ ถ้าเจอในร้านเหล้านี่ผมเชื่อว่า เพื่อนผมเข้าไปจีบชัวร์

ไอหนุ่มข้างๆผมนี่ก็ยืนมองตาไม่กระพริบ แต่ก็ยังไม่ปล่อยแขนผม

“ครับ?”

ดูมันตอบเดะ!!!!

“เอ่อ... ขอเบอร์หน่อยได้มั้ยคะ”

แล้วเธอก็ยิงประโยคเด็ดออกมา

อืม เคลียร์ ลุยเลยมรึง

ตอนนั้นผมจำได้ว่า ผมไม่ได้หึงไม่ได้หวงอะไรทั้งสิ้น ผมยืนมองว่าเขาจะทำอะไรต่อไปด้วยความสนใจ จะให้หรือไม่ให้ แล้วถ้าไม่ให้เธอจะตื้อต่อมั้ย ผมคิดแค่นี้

พอเขาได้ยินปุ๊ป เขาก็มองหน้าเธอก่อน แล้วก็ยิ้มออกมา

หญิงสาวเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาเช่นกัน ก่อนที่จะต้องหน้าหุบลง แล้วเดินจากไป

เพราะไอบ้านี้แท้ๆ

“ขอโทษนะครับ ผมมีแฟนแล้ว”

ใช่ครับ ไอบ้านี้มันตอบอย่างนี้ออกไป แต่ไม่ใช่แค่นั้นหน่ะสิ

เพราะหลังจากที่เขายิ้มให้กับเธอแล้ว เขาก็หันมามองหน้าผม แล้วยิ้มให้กับผม แล้วก็หันไปบอกเธอ

!!!!! หันมายิ้มให้กูทำไม เพื่ออะไรรรรรร แล้วนี่ ปล่อยแขนกูได้แล้วววววว!!!

ผมไม่อยากคิดอะไรให้มันวุ่นวาย ผมรู้ครับว่าที่เขาตอบไปว่ามีแฟนแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเขามีแล้วจริงๆ แต่เขาเลี่ยงที่จะไม่ให้เบอร์เธอไป เพราะถ้าตอบไปว่า

“ขอโทษนะ เธอไม่สวย หน้ายังกับเชร็คตัวเขียว” มันก็เกินไปใช่มั้ยครับ 55555555

เราทั้งคู่เดินต่อไปข้างหน้า จนไปหยุดพักร้านเฉาก๊วยโบราณร้านหนึ่ง

ผมสั่ง1ถ้วยเขาสั่ง1ถ้วย

ระหว่างที่กินกันอยู่ เขาก็ถามผม

“รู้ใช่มั้ยว่ากูไม่ได้มีแฟน”

เออ รู้สิวะ ผมคิดพร้อมกับตอบกลับไป

“เออ รู้สิวะ” เออแฮะ ตอบแบบเดียวกับที่คิดเลย

เขายิ้มให้ผม!! อีกแล้วครับ !!! ก่อนจะตอบกลับมา

“อืม ดี”

แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินต่อไป

ผมเห็นดังนั้นก็เลยอยากแซวสักหน่อย

“ถ้ามรึงมีแฟนแล้วนะ แล้วมาหากูบ่อยๆแบบนี้ พากูไปดูหนังทุกคืนแบบนี้ มารับมาส่งกูแบบนี้ กูว่านะ ไปบอกเลิกแล้วมาคบกับกูเถอะ 555555555”

เอาสิมรึง กูยิงประโยคเด็ดไปแล้วนะเว้ยยยยย จะทำไงหร่ะทีนี้

ผมแซวแบบไม่คิดอะไร แล้วก็ก้มลงกินต่อ

เอาจริงๆนะ ที่ผมแซวไปก็ไม่ได้คิดอะไร แค่แซวตามประสาเพื่อนกัน แล้วเขาก็คงไม่คิดอะไรเหมือนกันแหละครับ เพราะเขาก็ตอบกลับมาว่า

“อืม ได้”

นั่นไง จบเลย

เรากินเฉาก๊วยกันเสร็จ ก็เดินต่ออีกนิดหน่อยก็ตัดสินใจกลับ เพราะผมเริ่มเมื่อยแล้ว

ขากลับครั้งนี้ผมตัดสินใจเรียกแท็กซี่ครับ เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก

เขาถามมาว่า ทำไมหล่ะ ขึ้นรถเมล์อีกสิ กูชอบอ่ะ แล้วก็หัวเราะออกมา ในขณะที่ผม เดินลอยลิ่ว ทำเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ทั้งๆที่ในใจนี่มัน เต้นแรงจนอยากจะระเบิดออกมา

พอเราขึ้นมาบนแท็กซี่ บอกทางกลับคอนโดเรียบร้อย เขาก็ถามออกมา

“เห้ย มรึง ไม่กินข้าวหรอวะ”

เออว่ะ ลืมไปเลย

ผมหันไปมองหน้าเขาแบบตะลึงๆก่อน แล้วกะว่าจะหันไปบอกพี่แท็กซี่ให้ขับไปส่งตรงร้านอาหารใกล้ แต่เขาก็ชิงพูดดักมาก่อน

“งั้นไม่เป็นไร เดี่ยวกลับไปวางของก่อนแล้ว ค่อยขับรถไป”

อืม เอาอีกแล้วววว ตรรกะคนรวย

แต่ไม่เป็นไร ยังไงผมก็ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมันหนิ อิอิ

วันนี้ผมได้กางเกงขาสั้นมา1ตัว กับเสื้อยืดสีขาวตัวละ100บาทมา2ตัว แล้วก็เสื้อยืดตัวละ200 อีก1ตัว!!!! ไอตัว200เนี่ย เขาซื้อให้ผม!!!

ตอนแรกผมก็โวยวาย ซื้อให้ทำไม ไม่เอา แพง ซื้อตัวละ100ได้ตั้ง2ตัวแหนะ แต่เขาก็ไม่ยอม บอกว่า ผมใส่แล้วสวยดี

สวย!!!??? สวยพ่องมรึงสิ กูหล่อ!!!

แต่เขาคงหมายถึงเสื้อสวยหน่ะ

แล้วเขาก็หันไปจ่ายเงิน ใส่ถุงเรียบร้อยเลย

นี่ไง ตรรกะคนรวย!!!!

ส่วนเขาหน่ะหรอ

ได้น้ำมา1แก้ว มะม่วงมา1ถุง แล้วก็ฝรั่งอีก1ถุง

อืมมมมม กูเข้าใจหล่ะ ชวนกูมาเดินเจเจ เพราะอยากให้กูใช้เงิน

เลิศ!!!!!!

เรามาถึงคอนโด ก็ขึ้นไปวางของแล้วลงมาทันที

พี่ยามยิ้มทักทายให้เรา พร้อมกับโบกมือลา ขณะที่รถออกตัวไป

ครั้งนี้ผมเลือกร้านอาหารที่มันอยู่แถวคอนโด เพราะไม่อยากไปไกลมาก เดินทางมาทั้งวันแล้ว ก็เลยเลือกกินข้าวมันไก่แถวนั้น

จำได้มั้ยครับว่าคืนแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด ที่เขามานอนกอดผมหน่ะ แล้วผมจะพาเขามากินข้าวมันไก่อ่ะ ก็ร้านนี้แหละครับ

เราลงมาถึงร้าน สั่งกันคนละจาน กินเสร็จก็จ่ายเงิน

ใช่ครับ เขาเลี้ยง

แล้วก็ขับรถกลับคอนโด

คืนนี้เขามาส่งผมไม่ดึกมาก แค่3ทุ่ม แถมยังเป็นวันเสาร์อีก เขาก็เลยขอขึ้นไปนั่งเล่นที่ห้องผมก่อน แล้วค่อยกลับสักเที่ยงคืนตี1

ผมก็ไม่ว่าอะไร ให้เขาขึ้นมาเหมือนเดิม

แลดูกูง่ายเนอะ!!!!!

พอมาถึงห้องผมก็ขอตัวไปอาบน้ำ ผมเห็นเขาทำหน้าตากรุ้มกริ่ม ก็เลยชี้หน้าดักทางไว้ก่อน

เขาหัวเราะ หึหึ เบาๆ ออกมาแล้วเดินไปนั่งลงบนโซฟา เปิดทีวีดู

พอผมอาบน้ำเสร็จ ตัวหอมฉุย ผมก็เดินผ่านเขาไปเพื่อที่จะไปใส่เสื้อผ้า ตอนแรกกะว่าจะยั่วเขาหน่อย แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะผมเห็นเขานอนหลับไปแล้ว

เออ ดี มานอนห้องกูเลย เสร็จกูแน่ๆ!!!!

ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็เดินมาข้างหน้าเขา

จ้องหน้าเจ้าชายรูปงามที่หลายคนหมายปอง ซึ่งตอนนี้กำลังนอนหลับอยู่ในห้องผม ข้างหน้าผม

“อืมมมมม มรึงนี้มันหล่อของแท้เลยเนอะ”

ผมพูดลอยๆออกมาเบาๆ กลัวเขาจะตื่น

ผมยืนจ้องใบหน้าเขา จมูดโด่งเป็นสัน ปากสวยได้รูปน่าจูบ?? หน้าขาวใสเนียนยังกับตูดเด็ก แถมยังมีขนขึ้นบนตูด เอ้ย!!หน้าอีก

หล่อจริงๆ

ตอนแรกกะว่าจะเดินไปเปิดคอมพ์สักหน่อย แต่พอำลังจะเดินไป เขาก็เอ่ยเรียกผม

“นั่งก่อนดิ”

อืม มรึงแกล้งหลับหรอ!!!!

คงไม่ใช่อย่างนั้นครับ เพราะพอเขาพูดเสร็จ เขาก็หลับตาจะนอนต่อ

ผมได้ยินดังนั้นก็เลยนั่งลงข้างๆเขา ดูทีวีสักหน่อยก็ได้

พอผมนั่งลงปุ๊ป 

สิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

เขาเอื้อมมือมาจับมือผม

แล้วย้ายไปบนตักเขา

เหมือนที่ปกติเราทำกันในโรงหนัง

ก่อนจะออกแรงดึงเบาให้ผมขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ

แล้วผมก็ขยับเข้าไป ไม่ขัดขืน

ผมไม่ตกใจนะครับ กับการกระทำของเขา เพราะผมชินแล้ว แต่ที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้คือ ผมเขิลครับ เขิลตัวบิดตัวงอ ถ้าวิ่งได้ผมคงวิ่งไปแล้ว

เขายังคงจับมือผมไว้อย่างนั้น แล้วก็เอนตัวหลับไป

ไม่ได้พิงมาที่ผม ไม่ได้วางหัวมาที่ไหล่ผม

เออ!! เพราะตัวสูงไง

ผมได้แต่นั่งมองหน้าหนุ่มหล่อนอนหลับตาอยู่ข้างๆผม สลับกับดูทีวี

ผ่านไปได้สักระยะหนึ่งผมก็เริ่มเมื่อย เบื่อ ไม่มีอะไรทำ ก็เลยจะลุกไปหยิบหนังสือมาอ่าน

แต่ก็นึกได้ว่าเขาจับมือผมอยู่

“เอาไงดีวะ”

ผมคิดในใจ แล้วก็ตัดสินใจได้ 

พยายามปล่อยมือออกจากเขา 

แล้วก็ทำได้

ผมเดินไปหยิบหนังสือ กะว่าจะนั่งอ่านหน้าคอม ให้เขานอนหลับสบายๆ แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ ไม่รู้ทำไม เดินกลับไปนั่งที่โซฟา

ทิ้งตัวลงที่เดิม ตำแหน่งเดิมเป๊ะ

ก่อนจะหันไปมองหน้าเขาที่กำลังหลับเป็นเด็กน้อยอยู่

แล้วร่างกายผมมันก็ขยับไปเอง

ผมค่อยๆเอื้อมมือไปจับมือคู่เดิมที่เคยจับ

สอดนิ้วเข้าไปยังช่องว่างของแต่ละนิ้ว

ค่อยๆกำมือเบาๆเพราะกลัวเขาจะตื่น

ผมไม่รู้ครับ ว่าผมทำไปทำไม

ผมรู้อย่างเดียว

ผมอยากทำ

ดูท่ามันจะทำให้เขารู้ตัว

เพราะว่าเขาก็กำมือตอบเช่นกัน

ผมนั่งให้เขาจับมือ เออะ!ได้ข่าวรอบหลังไปจับมือเขา

ในขณะที่อีกมือหนึ่ง ก็ยกอ่านหนังสือ

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน หรือเขาฝันไปกี่เรื่อง

ผมอ่านจบไปหลายบทอยู่เหมือนกัน แล้วเขาก็ตื่นขึ้นมา

เขาค่อยๆลุกขึ้นมานั่งตรงในขณะที่มือยังคงจับกันอยู่

เขาตั้งสติสักพัก ก็หันมามองหนังสือที่ผมอ่าน

มองผิดเปล่ามรึง มรึงต้องมองที่มือสิ!!!

แล้วก็เอ่ยถามผมออกมา

“อ่านเรื่องอะไร”

โน้วววววววว!!! ถามผิดแล้วมรึงงงงงง คำถามที่ควรถามคือ จับมือกูทำไมไม่ใช่หรอ นี่อะไร ข้ามขั้นไปเลยยยยย

ผมพลิกหนังสือให้เขาดูก่อนที่จะไล่ให้เขาไปล้างหน้าล้างตา แล้วกลับบ้าน เพราะนี่มันก็จะตี1แล้ว

เขาคลายมือผมออกแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัว

แล้วก็กลับมานั่งลงที่เดิม

ตอนนี้ผมเลิกอ่านหนังสือแล้วครับ หันไปดูทีวีแทน

พอเขานั่งลงปุ๊ป เขาก็เอื้อมมือมาจะจับมือผมอีก

พอมือของเราสัมผัสกัน ผมก็ชักมือกลับ

ผมมองหน้าเขายิ้มๆ ในขณะที่เขามองหน้าผมแบบสงสัย

ผมตอบให้เขาสบายใจแบบอ้อนๆไปว่า

“พอแล้ว กูเมื่อยมืออ่า”

แล้วผมก็ทำท่าสะบัดมือเล็กน้อย

เขาเห็นดังนั้น ก็ยิ้มออกมา แล้วหันไปดูทีวี

ผมขออธิบายก่อนนะครับ ก่อนที่จะโดนฆ่า

ที่ผมไม่ให้เขาจับมือหน่ะ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ

ง่ายๆคำเดียว

เขิน!!!!!

ไอตอนแรกที่ให้เขาจับแล้วไปจับเขาหน่ะ ก็เพราะเขากำลังหลับอยู่ต่างหาก

แต่ตอนนี้อ่ะ ตื่นกันทั้งคู่นะครับ ตาสว่างสดใสกันเห็นๆ

จะให้มาจงมาจับผมก็คงไม่ไหว เขินตายแน่ๆ

ดูทีวีกันไปสักพัก เขาก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ

“เฮ้อออออออออ”

เขาบิดขี้เกียจ

“กูกลับดีกว่า มรึงจะได้นอน”

อืม ความคิดดี เพราะผมก็ง่วงอยู่เหมือนกัน

เราสองคนล่ำลากัน ผมไม่ได้ลงไปส่งเขาเพราะ เขาไม่ยอมให้ลงไปส่ง

พอปิดประตูห้อง ผมก็เดินไปปิดทีวี เก็บหนังสือ แล้วก็เข้านอน

ผมไม่ลืมที่จะบีบีหาเขา

“ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ แต่กูอาจจะหลับไปแล้ว วันนี้ง่วง นอนก่อนนะ”

เขาอ่านทันทีครับ แล้วพิมพ์กลับมา

“อืม นอนเถอะ”

ผมกำลังจะโยนบีบีทิ้ง แล้วทิ้งตัวนอน ก็ต้องยกขึ้นมาดูอีก

“พี่ยามเขาถามว่า กูขึ้นไปทำอะไรตั้งนาน55555555”

ผมตาโตกับคำถามที่พี่ยามนั้นถาม ก่อนจะพิมพ์ส่งกลับไปหาเขา

“แล้วมรึงตอบว่าไร”

มรึงตอบกวนตรีนอะไรไปอีกใช่มั้ยเนี่ยยยยยยย ผมคิดในใจ พลางนึกถึงครั้งก่อน

‘ไปเดทรอบกลางวันมาครับ”

แล้วผมก็เริ่มหน้าแดง รอฟังคำตอบจากเขา

“กูก็ตอบไปตามความจริง”

ไอสัส!! เล่นตัว บอกมาตอบไรไป

“ตอบว่าไร”

เขานิ่งไปสักพักก่อนจะพิมพ์ส่งมา

“ไปนอนกับเขามาครับ 55555555555”

แม่เจ้าโว้ยยยยยยยยยยยยยย!!!!! ความจริงบ้านพ่องมรึงดิเนี่ยยยยยยยยยยยยยยย มรึงนอนคนเดียว กูไม่ได้นอนนนนนนนน แล้วนี่พี่ยามก็ต้องคิดแล้วดิ ว่ากูเสียตัวให้มรึงงงงงงงงง โอ้ไม่นะ!!! ความดีที่กูสะสมมา มรึงทลายซะย่อยยับเลยยยยยยยยย ไอเลววววววววววว

ผมบ่นๆๆๆๆๆๆๆ ก่อนจะพิมพ์ส่งกลับไป

“- -“

เอาอีกแล้วกู ส่งไปซะยาวเลย

เขายังหัวเราะกลับมาอีก

“5555555 ไปนอนไป เดี่ยวกูก็ใกล้จะถึงบ้านหร่ะ ไว้เจอกัน ฝันดีๆ”

ฝันดีกับผีสิ!!! ไอฟายยยยยยยยยย

ผมอ่านปุ๊ป ก็โยนบีบีทิ้งไป แล้วทิ้งตัวลงนอน

ผมได้แต่กลิ้งไปมาบนเตียงนอนไม่หลับ เพราะประโยคนั้นประโยคเดียว

หน้าผมแดงทุกครั้งที่นึกถึงประโยคนั้น ไม่ใช่เพราะอารมณ์โกรธนะครับ แต่เพราะอารมณ์โครตเขินเลยต่างหากกกกกกก

ดีนะที่วันรุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์ 

คืนนั้น ผมก็เลยลุกขึ้นมาเล่นเกมเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่าน แล้วก็กลับไปนอน

แต่มันก็นอนไม่กลับอยู่ดี

ไอบ้า!!!!



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2555 0:28:33 น.
Counter : 4097 Pageviews.

5 comments
  
แหมมมมมมมมมมมมมม จับมือกันแล้วอะ เขิลด้วยคน ฮิ ๆ ๆ ๆ ๆๆ
โดย: taran IP: 171.6.236.65 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2555 เวลา:23:20:19 น.
  
“ขอโทษนะครับ ผมมีแฟนแล้ว”

น่ารักมากกกกกกกกกกกกก
โดย: 5555555 IP: 202.28.249.181 วันที่: 3 ธันวาคม 2555 เวลา:21:28:00 น.
  
"ไปนอนกับเขามาครับ"
อ๊ากกกกกกกกก 55555
ฟินจนไม่รู้จะฟินยังไง น่ารักกันมากๆเลยค่ะ!
โดย: aonair IP: 124.122.214.165 วันที่: 6 ธันวาคม 2555 เวลา:23:30:46 น.
  
บทความที่คุณแนวนิ้วได้พูดถึงตอนต้นเคยอ่านเหมือนกันนะคะ ซึ้งมาก ชอบมากๆเลยค่ะ
โดย: dear IP: 125.25.218.101 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:19:39:14 น.
  
คือหนูพึ่งอ่านจบคะ 555เมื่อวานเลย คือแบบ อิจฉามากกก พึ่งมาเจอ ไม่รู้อะไรดลใจให้มาเจอบล็อกนี้ พี่น่ารักมากเลยค่ะหนูถึงขั้นปริ้นไว้อ่านกันเลยทีเดียว มีอยู่วันนึงคะหนูถือไปอ่านที่ร้านก๋วยเตี๋ยว หนูหัวเราะทั้งๆที่ก๋วยเตี๋ยวยังอยู่ในปาก555คนหันมามองทั้งร้าน แต่ไม่อายนะ ก็หนูชอยหนินา แล้วถึงตอนนั้นอะที่เค้าแกล้งพี่ ที่บอกปะมาณว่า จะไม่ได้เจอกันแล้ว อะคือหนูร้องไห้อะ 555บ้าบอ พี่เปนแรงบรรดาลใจของหนูเรยนะ อยากจะเรียนนิเทศ หนูอยากจะเป็นผู้กำกับหนังเรย555 อยากจะเอาเรื่องพี่ไปทำซีรี่ย์ เอาให้ฮอร์โมนต้องอายเลย555 (ถ้ามีโอกาสนะ)บอกให้รู้ไว้หัวใจรักจริง
โดย: sasaiprapa IP: 49.230.49.62 วันที่: 22 เมษายน 2558 เวลา:20:20:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

แนวนิ้วนิ้วแนว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



New Comments
พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
26 พฤศจิกายน 2555
All Blog