[Y]มาแชร์ประสบการณ์ความรักให้ฟังครับ 14
แน่นอนครับ วันถัดมา ไอ้พวกเวรก็จัดมาอีก1ชุดใหญ่

“เป็นไงบ้างจ๊ะพ่อหนุ่มมมมมมมม เดินไหวมั้ย” - - กูไปกินข้าว ไม่ได้ไปเอากัน!!!
“กูอยากอุ้มหลานแล้ว” บ้า! กูท้องไม่ได้นะเว้ย!!!
“วันนี้จะไปไหนกันอีกหร่ะ” ไปฆ่ามรึงอ่ะ!!!

ชีวิตผมดำเนินไปอย่างปกติสุข และจะมีความสุขมากกว่านี้ ถ้าไอ้พวกเวรนี้เลิกแซวซักที

ไปม.ก็โดนแซว

สไกป์ดอท ก็โดนแซว

เรียกได้ว่า โดนทุกที!!!

ผมก็บอกเขานะครับ ว่าเพื่อนๆแซวอย่างนั้น เพื่อนๆแซวอย่างนี้

แต่แทนที่เจ้าตัวจะตระหนักได้ว่าทั้งหมดเป็นเพราะตัวเอง

แต่แมร่ง!!! ดันหัวเราะอย่างเดียว

ไม่มีปลอบใจ ไม่มีเศร้าใจ ไม่มีอะไรทั้งนั้น

หัวเราะอย่างเดียว แถมบางทียังเล่นกลับ

“เออ กูกะว่าจะไปขอมรึงจากพวกมันสักหน่อย”

ไอสัส!!!! กูเป็นเด็กสาวรึไงเนี่ยถึงต้องไปขอ จะเอาก็เอาเลยสิ - - 

หมายถึง แย่งตัวนะครับ ^^

ผมทำได้แค่ด่า ด่า ด่า และก็ด่า!!!

เพราะนอกจากนั้นแล้ว ผมก็ทำอะไรเขาไม่ได้

....................

วันนี้เป็นวันเสาร์ครับ

ผมตื่นเช้ามาในชุดนอนลายสก็อต หยิบแว่นบนหัวเตียง ก่อนจะลุกขึ้นไปปิดแอร์ ชงกาแฟ หยิบหนังสือ กางโต๊ะญี่ปุ่น แล้วก็นั่งลงอ่านหนังสือ

ผมค่อยๆอ่าน ซึมซับตัวหนังสือ ความรู้สึก ที่ผู้แต่งต้องการจะสื่อถึงคนอ่าน บ้างก็อ่านแบบคิ้วขมวด บ้างก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

เงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นก้อนเมฆค่อยลอยตัวผ่านไป สงสัยวันนี้จะมีลม เพราะก้อนเมฆลอยไปเร็วเชียว

ผมชอบที่จะอยู่กับธรรมชาติมากกว่าอยู่บนตัวตึกสูงๆ

เวลาอยู่บ้านต่างจังหวัด ผมจะชอบออกไปนั่งหน้าบ้าน อ่านหนังสือ ฟังเสียงใบไม้ไหว เสียงนกร้องเพลงแข่งกัน

แม้มันจะไม่ได้สวยงามเหมือนดิสคัฟเวอรี่ชาแนล แต่มันก็ยังสวยงามในสายตาผมอยู่ดี

แต่พอย้ายมาเรียนในกรุงเทพ ผมก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคม

ด้วยการกินเหล้า เที่ยวผับ 55555555

หลอกเล่นครับ ผมไม่ใช่ไม่ชอบกรุงเทพ แต่แค่ชอบธรรมชาติมากกว่า

ผมนั่งอ่านหนังสือไป จิบกาแฟไปจนหมดแก้ว ก็ปิดหนังสือลง แล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่า

วันนี้ผมไม่มีโปรแกรมว่าจะไปไหน ไม่มีงาน ไม่มีนัด

ก็เลยกะว่าจะอยู่ห้อง เล่นคอม อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ใช้ชีวิตสบายๆ ไร้ผู้คน ไร้กังวล

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็เดินตรงมาเปิดคอม

ในระหว่างที่รอคอมเปิดติด รันโปรแกรม ผมก็หันไปหยิบบีบีมาดู

อืม ยังไม่ทักมา สงสัยยังไม่ตื่น

ผมเหลือบไปดูนาฬิกา ซึ่งตอนนี้เข็มสั้น ชี้ไปยังเลข11 เข็มยาวชี้ไปยังเลข6

!!!มันก็ไม่เช้าแล้วนะ!!!!

แต่ไม่เป็นไรครับ ปล่อยให้เขานอนไป ไม่อยากรบกวน

ผมเลยเลือกที่จะเข้าไปตอบบรรดาเพื่อนๆที่ทักผมมา

และหันไปตอบบางคนที่ทำท่าเหมือนจะจีบผม ซึ่งปกติผมไม่ค่อยเข้าไปตอบเท่าไหร่

“ตื่นยังครับ”
“ทานไรยัง”
“ไปไหนรึเปล่าวันนี้”

บ้างก็เป็น

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ
“หาอะไรทานด้วยนะคะ”

555555 หลายคนคงงง ผมก็งงครับ

ผมมองดูตัวเองหลายครั้งว่า กูเหมือนผู้ชาย หรือกูเหมือนเกย์กันแน่ 

เพราะหลายครั้ง ผู้หญิงก็เข้ามาขอเบอร์ผม แต่หลายครั้งก็มีผู้ชายเดินเข้ามาขอเบอร์ผมเช่นกัน

ส่วนถ้าถามว่าผมให้มั้ยหน่ะหรอ

แน่นอนครับ

ให้ไปเลยยยยยย!!! 5555555

อย่ามองว่าผมเป็นคนง่ายอะไรขนาดนั้นนะครับ

ผมแค่มองโลกในแง่ดีว่า (อ้างๆ)

เวลาเราชอบใครหรือปลื้มใครสักคนนึงเนี่ย แค่จะมอง ยังรู้สึกกล้าๆกลัวๆเลย แต่นี้ถึงขนาดกล้าที่จะเดินเข้ามาขอเบอร์ แต่ละคนคงจะต้องรวบรวมความกล้ามากแน่ๆก่อนจะเดินมาขอเบอร์ แล้วถ้าเราปฏิเสธเค้าไป เค้าก็จะต้องเสียเซลฟ์ แล้วครั้งต่อไปสำหรับเขา จะต้องไม่กล้า กลายเป็นคนไม่มั่นใจตัวเองแน่ๆ

ทำร้ายร่างกายคนอื่น ทำร้ายจิตใจคนอื่น ก็ไม่รุนแรงเท่าที่คนหนึ่ง เลือกจะทำร้ายจิตใจตัวเอง

ผมเลยเลือกที่จะให้พินบีบีเขาไป แต่ถ้าเขาไม่เล่นบีบี ผมก็ให้เฟสบุ๊คเขาไปแทน

ไอที่จะให้บงให้เบอร์อ่ะ จะให้ก็ต่อเมื่อเป็นผู้หญิงเท่านั้นแหละ ถ้าเป็นผู้ชายละก็ ผมไม่ให้แน่นอน 55555 กลัวไว้ก่อน

แต่บางที ไอเพื่อนเวรนั่นมันก็ขอยืมบีบีผมไปขอพินสาวๆในผับ มันให้เหตุผลว่าง่ายกว่าเบอร์เยอะ ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับ

ในเครื่องผมเนี่ย ก็เลยมีพินบีบีสาวๆเยอะกว่าหนุ่มๆ อีก 5555555555555

- -  เริ่มจะออกทะเลหล่ะ

พอผมตอบบีบีคนเหล่านั้นไป

คนเหล่านั้นก็ทักมาอีก 555555

ผมเลยเลือกที่จะวางบีบีลง แล้วหันไปสนใจคอมแทน

เวลาล่วงเลยมาจนบ่ายโมงกว่าๆ ผมลงไปกินข้าวมาแล้ว และก็ตอบบีบีเขาไปแล้วเหมือนกันตอนที่เขาตื่นแล้วทักมา

ตอนนี้ผมกำลังนั่งอ่านบล็อกอย่างใจจดใจจ่อ ไม่ได้สนใจบีบีเลย

ตะดึ๊ง!

แชทเฟสผมเด้งครับ

ผมสลับหน้าต่างไปดู

อืม เป็นเขา

“มรึงเอาบีบีไปเขวี้ยงใส่หัวหมาเถอะ!!!”

5555555 ผมเห็นข้อความนี้ก็หัวเราะออกมา สงสัยเขาจะอารมณ์เสียที่ผมไม่ตอบเขา

“555555555 กูเล่นคอมเพลิน ไม่ได้จับบีบีเลย”

ผมรีบตอบกลับไปกลัวโดนด่าอีก

“เออ ตามสบาย!!!”

เห้ย! งอลกูเปล่าเนี่ย งอลกูทำไม เรื่องเล็กน้อยเอง

ผมตกใจ ก่อนจะพิมพ์กลับไป

“ไม่ค่อยชอบสบายเลย ไม่อยากตาม เปลี่ยนเป็นตามใจ ได้มะ”

5555555555 กวนตีนไปสิครับ มางงมางอล ไม่ใช่เมียนะที่จะมานั่งง้อกัน

ผมคิดว่าเขาเห็นข้อความนี้จะต้องคลายความเครียดลงแน่ๆ เพราะเขาตอบกลับมาว่า

“ใจใครหล่ะ”

นั่น!!! โจทย์ยากหล่ะมรึง

ผมนั่งคิดสักพัก ก่อนจะตอบกลับไป

“ใจมรึงได้ป่ะหล่ะ”

เช็ดเข้!!!!!!!!! โหดแท้เหลา อะไรมันจะอ่อยขนาดนี้ กูเป็นตัวผู้นะเว้ย ไม่ใช่ตัวเมีย ที่ต้องมาสะบัดฟีโรโมนใส่เขา 55555

ผมอายนิดๆกับข้อความที่พิมพ์ลงไป แล้วก็ต้องโครตอายเข้าไปอีก กับข้อความที่เขาตอบกลับมา

“ลองไม่ตามสิ มีเรื่อง!”

อารายของมรึงงงงงงงงงงงงง กูเขิลนะเว้ยยยยยยยยยยย!!!

ผมทำอะไรไม่ถูก ทำได้อย่างเดียว

“ไอฟายยยยยยยยย”

ด่าครับ!

เปิดเรื่องมาฆ่าตัวเองแท้ๆ

แล้วเขาหัวเราะ 5555555 กลับมา

สัส!

ผมบอกเขาว่า ขออ่านบล็อกนี้ให้จบก่อน เดี่ยวจะทักไป เขาก็ไม่มีทีท่าจะบังคับให้ผมเลิกอ่านแล้วคุยกับเขา

เขาเป็นแบบนี้เสมอครับ ถ้าเมื่อไหร่ที่ผมขอเขาอ่านหนังสือนี้ก่อน หรือขออ่านบล็อกนี้ก่อน เขาจะยอมให้ผมใช้เวลากับสิ่งเหล่านี้เสมอ

แต่ถ้าเมื่อไหร่ผมขอตัวไปอาบน้ำ หรือขอตัวไปกินข้าว หรือขอตัวไปนอน หรือขอตัวไปทำอย่างอื่นละก็

แมร่งชอบโวยวายไม่ยอมทุกที

“ค่อยอาบดิ” เอ่อะ เดี่ยวตัวกูไม่หอมนะ
“กูอาบด้วยดิ” !!!!! พ่องมรึงสิ
“รีบกินจังวะ” อ้าว ก็กูหิว
“เดี่ยวกูไปกินด้วย” แดกที่บ้านมรึงเถอะ อยู่กันโครตไกล
“อย่าเพิ่งนอนดิ กูนอนรอมรึงอ่านจบ เพิ่งตื่นเนี่ย” อ้าว!!!! แล้วกูหล่ะ อ่านหนังสือจบก็ต้องง่วงสิ

เป็นอย่างนี้ประจำครับ

เผด็จการ!!!!

ผมใช้เวลาพักใหญ่เลยครับ กับการอ่านบล็อกครั้งนี้ เพราะพออ่านจบ กดลิ้งไป ก็มีเรื่องน่าสนใจต่อ 555555 จนลืมไปแล้วว่าเขารออยู่

ผ่านมาถึง4โมงเย็น สงสัยเขาคงทนไม่ไหว เขาทักมา

“ยังอ่านไม่จบอีกหรอ”

อืม มาแนวน่าสงสารเลยแฮะ แต่ก็ยังดีนะ ไม่มาแบบด่า บ่น อะไรแบบนี้”

ผมเห็นดังนั้นก็เลยรีบตอบเขาไป

“เห้ย โทษทีว่ะ อ่านเพลินไปหน่อย”

สงสัยเขานึกว่าผมยังอ่านไม่จบ ก็เลยพิมพ์ตอบกลับมาว่า

“อืม จบแล้วบอกแล้วกัน”

โอยยยยยยย พ่อหนุ่ม พ่อพระ พ่อนพพร อะไรมันจะหล่อขนาดน้านนนนนนนน

ผมยิ้มให้กับข้อความเล็กๆ แค่2ประโยคข้างบนนั้น ก็ทำให้ผมรู้ได้เลยว่า เขาเลือกที่จะอดทนรอผม เลือกที่จะปล่อยให้ผมมีความสุขกับสิ่งที่ผมชอบ มากกว่าเลือกที่จะบังคับให้ผมทิ้งความสุขบางอย่างลงเพื่อทำให้ตัวเองมีความสุขแทน

นี้แหละ!! พ่อของลูก!!!

แม้ว่ามันจะไม่มีคำไหนสื่อถึงความน้อยใจเลย แต่ผมก็รู้สึกได้

ผมรีบตอบเขากลับไป

“ไม่อ่านแล้ว คุยกับมรึงดีกว่า”

อิอิ เอาหน่า นิดๆหน่อยๆ ให้หัวใจกระชุ่มกระชวย

“หรอ ดีๆๆๆๆๆๆ ไปเจเจกันนะ เดี่ยวไปรับ”

เออะ กูกะว่าจะอยู่ห้อง ไม่ไปไหน ไม่ไปยุ่งกับความวุ่นวายข้างนอก แต่มรึงจะลากกูออกไปข้างนอก ไม่พอ ไปที่คนเยอะอีกด้วยเนี่ยนะ

ผมกำลังจะพิมพ์ตอบกลับไปว่า ไม่ค่อยอยากไป ไม่อยากไปไหน แต่ก็ไม่ทันเขา

“นะครับๆๆๆๆๆ เดี่ยวผมไปรับคุณเอง”

ไอสัส!!!!! หยุดเลยมรึง มาพูดเพราะกับกูทำไม รู้ใช่มั้ยว่ากูแพ้หนุ่มพูดเพราะ ไอครับอ่ะพอว่า แต่คุณกับผมเนี่ย มรึงไม่เคยใช้เลยนะ!!! มาใช้อะไรตอนนี้ กูเขิลนะเว้ยยยยยยยยยย นี่ถ้าใช้ข้าพเจ้า กูไม่ลงไปดิ้นตายเลยหรอวะ ห๊ะ!!!! แต่มีหรือผมจะหลงกล

“อืม มาถึงแล้วบีบีมา”

โว้ยยยยยยยย ร่างกายมันทำงานไปเอง!!!

ผมพิมพ์ไปแค่นั้น เขาก็ออฟไลน์หายไปเลย

มรึงรีบเกินไปมั้ย - -

ผมรอไม่นาน เขาก็บีบีมาบอกว่าถึงแล้ว

ผมลงมาแล้วก็เรียกเขาให้ลงมาจากรถเพื่อที่จะคุยอะไรบางอย่าง

“ขับไปแล้วไปจอดรถที่ไหนวะ”

ผมถามเขา เขาทำท่าครุ่นคิดก่อนจะตอบกลับ

“อืม ไม่รู้ว่ะ ไปถึงค่อยคิด”

บระเจ้า!!!! เอาอีกแล้ว ตรรกะไหนเนี่ย ไม่คิดเชรี่ยอะไรเลยใช่มั้ย

ผมได้ยินดังนั้น ก็ส่ายหน้าเบาๆ แล้วบอกเขาให้เอารถไปจอด เดี่ยวนั่งรถเมล์ไป

ตอนแรกเขาก็โวยวาย จะขับรถไปให้ได้ ผมก็โวยวายไม่ให้ขับไป เราไฟท์กันยกนึง สุดท้ายผมก็เป็นฝ่ายชนะ

หึหึ คุณเข้าใจใช่มั้ยครับ เวลาผู้ชายทะเลาะกับผู้หญิง ผู้หญิงจะต้องเป็นฝ่ายชนะเสมอ อิอิ

เดี่ยวนะ!! แปลกๆ นั่นไง!!! กูไม่ได้เป็นฝ่ายหญิงนะ!!!!

เราสองคนเดินไปที่ป้ายรถเมล์ที่ผมใช้ประจำ ระหว่างทาง เขาก็บ่นว่าให้นั่งแท็กซี่ เร็วกว่า ง่ายกว่า ตอนแรกผมก็จะยอมนั่งแท็กซี่เพราะอากาศตอนนี้มันยังร้อนอยู่ แต่พอผมลองถามเขากลับไปว่า นั่งรถเมล์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แล้วได้ฟังคำตอบจากเขา ผมก็ต้องเปลี่ยนใจไปนั่งรถเมล์ทันที

“ม.ต้นมั้ง จำไม่ได้ว่ะ เคยนั่งกับเพื่อนตอนมัธยม แต่พอได้รถก็ไม่ได้นั่งอีกเลย”

เยี่ยม คนรวย!!!!

“ดีเลย งั้นมานั่งรถเมล์กัน รถแอร์ก็ได้ ชิลๆ”

อิอิ ผมบอกแกมบังคับเขา

เรายืนรออยู่ที่ป้านรถเมล์ พร้อมกับสายตาของคนแถวนั้นที่จ้องมาที่เขา

สงสัยเขาจะคิดกันว่า ไอหล่อนี่แต่งตัวก็ดูดี แต่จะมาขึ้นรถเมล์ทำไม

วันนี้เขาใส่เสื้อโปโลสีเขียวน้ำทะเลหรือสีฟ้านี่แหละ ผมจำไม่ค่อยได้ แต่เอาเป็นว่าสีเขียวน้ำทะเลแล้วกัน ของแบรนด์อะไรไม่รู้ไม่ได้สนใจ กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบแบบสบายๆ ผิดกับผมที่ใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืดผ้าบาง รองเท้าผ้าใบชิลๆ

เอาอีกแล้ว!!! ความต่างทางด้านชนชั้น!!!

ยืนรอสักพัก เราก็ขึ้นรถเมล์

พรึ่บ!!! สายตาแต่ละคน!!! โดนแดกหายไปครึ่งตัวแล้วครับ!!!

บังเอิญว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ แถวยังตอนเย็นแล้วด้วย บนรถเมล์จึงเต็มไปด้วยผู้คน แต่ก็ไม่เยอะมาก

มีตั้งแต่คนแก่ ไปจนถึงเด็กเล็ก วัยรุ่นหลายคนที่ต้องการไปเจเจเหมือนกับผมก็ยืนกันเต็มรถ ให้คนแก่กับเด็กเล็กนั่งให้สบาย

ผมแทรกตัวเข้าไปยังที่ว่าง หันหน้าไปยังเส้นทางข้างหน้า แล้วเขาก็แทรกตัวตามเข้ามายืนอยู่ข้างหลังผม

หึหึ!!! กูเห็นนะ!!! แต่ละคน ยิ้มกันใหญ่ที่ได้แตะเนื้อต้องตัวเขา แต่จะบอกอะไรให้!!! กูได้กอด!!!

ผมมีความคิดชั่วร้ายอยู่ในหัว ก่อนจะเอื้อมมือไปจับเก้าอี้ข้างๆเพื่อนทรงตัว เขาเลือกที่จะจับราวข้างบน

พี่กระเป๋ารถเมล์เดินมายังที่ผมบอก 2คน ไปจตุจักรครับ แล้วก็ยื่นเงินให้เขาไป

แน่นอน ผมเลี้ยงเขา!!! เพราะกลัวว่าแมร่งจะจ่ายแบงค์พัน 55555

ผมรับตังทอน พร้อมกับตั๋วรถเมล์2ใบติดกัน ก่อนจะยิ้มรับแล้วกล่าวขอบคุณพี่กระเป๋ารถเมล์



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2555 0:26:54 น.
Counter : 4474 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

แนวนิ้วนิ้วแนว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]



New Comments
พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
26 พฤศจิกายน 2555
All Blog