[Y]มาแชร์ประสบการณ์ความรักให้ฟังครับ 3

หลังจากเรื่องคืนนั้นผ่านไปเป็นเวลานานเหมือนกับว่าเราทั้งสองคนลืมเหตุการณ์นั้นไปแล้ว เขาไม่พูดถึง ผมไม่พูดถึงต่างคนต่างใช้ชีวิตดำเนินไปตามปกติ

ผมไปเรียน เขาก็ไปเรียน

ผมไปกินเหล้ากับเพื่อนผม เขาก็ไปกินเหล้ากับเพื่อนเขา

เราเหมือนกับใช้ชีวิตคนละด้าน คนละมุมโลก เออะ! ก็เว่อร์ไปมุมกรุงเทพก็พอ

เพราะเราเรียนคนละที่ แถมยังห่างไกลกันพอสมควร การจะพบกัน เจอหน้ากัน จึงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆนอกจากกิจกรรมดูหนังที่ถือว่าเป็นกิจวัติประจำของทุกวันจันทร์ไปแล้วเนื่องด้วยเขามีบัตรเครดิตของธนาคารหนึ่ง ที่ทุกวันจันทร์ จะมีสิทธิ์ ซื้อ1แถม1

เขาก็จะลากผมพร้อมๆกับเพื่อนเขาไปดูหนังตลอด บ้างก็ดูกัน6คนบ้างก็ดูกัน4คน และบางครั้ง ก็แอบไปดูกัน2คน เอ้ย!ไม่ได้แอบสิครับก็เพื่อนคนอื่นมันไม่ว่างหนิ

จนกลายเป็นว่า ทุกๆวันจันทร์ เวลาประมาณ4ทุ่ม5ทุ่มผมจำเป็นต้องเลือกหนัง และตรวจสอบเวลาหนังเข้าไว้รอเสมอ แล้วหากใครมานัดกินเหล้าหรือนัดไปเที่ยวในคืนวันจันทร์ผมจะต้องปฏิเสธหรือไม่ก็บอกให้คนนัดเลื่อนไปวันอื่นเลยทีเดียว

ไม่ใช่อะไรหรอกครับ อยากดูหนังฟรี อ้อ!ลืมบอกครับเนื่องจากที่ดูกันทุกวันจันทร์ เงินที่พ่อแม่ส่งมาให้ผม ก็ค่อยๆหมดไปเรื่อยๆแถมบางคืนดูเสร็จ เขาอยากกินข้าว ผมก็ต้องไปกินเป็นเพื่อน ผมบอกปัด เดี่ยวไปนั่งรอไม่หิว เขาก็จะเป็นฝ่ายสั่งสองจานมาให้เสมอ

ผมก็บ่นๆเรื่องไม่มีเงินให้เขาฟังตามประสาเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่มีเงินครับไม่ได้หวังให้เขามาเลี้ยงหรือมาสนใจ แค่บอกไว้เผื่อวันไหนที่ผมปฏิเสธเขาจะได้เข้าใจว่าผมไม่ได้หนีไปทำอย่างอื่นจริงๆ

แต่เรื่องไม่เป็นเช่นนั้นสิครับ มันกลายเป็นว่าเขาเลือกที่จะเลี้ยงหนังผม เลี้ยงข้าวผมบางมื้อ บางเรื่องผมพยายามปฏิเสธเขาไปแล้วนะครับ แต่เขาก็ยังยืนยันคำเดิม

“เห้ย กูไม่มีเงินจริงๆว่ะ ไว้ดูเรื่องที่มันดีจริงๆพอมั้ยวะจะได้เก็บเงิน เดี่ยวพอหนังดีมันเข้า กูก็อดดูพอดี”
ผมบ่นใส่เขา ทางบีบีนะครับ เพราะเราคุยบีบีกัน ไม่เคยคิดจะโทรหากันนอกจากเวลาที่เขามาถึงคอนโดผม แล้วผมไม่เห็นบีบีเข้า เขาก็จะเป็นฝ่ายโทรมา

“แล้วไงวะ มรึงฟังนะ กูพูดเป็นรอบที่100แล้วมั้ง กูอยากดูหนัง แล้วกูก็อยากให้มรึงมาดูด้วยถ้ากูไปดูแล้วมรึงไม่ไป กูจะไปดูทำไมวะ งี้กูก็ดูกับเพื่อนที่มหาลัยกูก็ได้ดิ”

มันตอบเสียงแข็งมา เอ๊ะ!พิมพ์เฉยๆ แต่ผมรู้ว่าจริงจัง

“เออ กูก็ไม่ว่าไร ถ้ามรึงจะไปดูกับเพื่อนมรึง กูรู้มรึงมาดูที่นี่ได้ดูกับเพื่อนเก่ามรึงด้วย(เพื่อนที่เรียนที่เดียวกับผมหน่ะครับ) เอางี้แล้วกัน”

ผมพิมพ์ส่งไปก่อน เพราะไม่อยากให้มันยาว

แต่ก่อนที่ผมจะพิมพ์ข้อความต่อไปเสร็จ เขาก็ส่งกลับมาก่อน

“กูออกหร่ะ เดี่ยวถึงแล้ว PING ไป”

อ่าวไอนี่! ไม่ถงไม่ถามสุขภาพกูสักคำ

แต่ผมก็เลือกที่จะพิมพ์ต่อ

“เอางี้ละกัน ถ้าวันไหน ดูกันสองคน ไม่ดูดีกว่ามั้ย เก็บเงินมาดูตรงนี้ก็เจอแต่กู ไม่เจอเพื่อนมรึง ถ้ามรึงอยากดูก็ไปดูกับเพื่อนมหาลัยมรึงจะได้ไม่ต้องลำบากมาดูถึงแถวนี้ ไกลก็ไกล เปลืองน้ำมัน 5555”

ผมพิมพ์ติดตลก จะได้ไม่ต้องคร่ำเครียดกัน

เขาอ่านครับ แต่ไม่ตอบ!!! ฟัคยูๆๆๆๆๆๆ นี่มรึงเข้าใจกูไม่เนี่ย

ผ่านไปประมาณ20นาที เขาก็ PING รัวใส่ผม

ตื่อดึ้งตื่อดึ้งตื่อดึ้งตื่อดึ้งตื่อดึ้งตื่อดึ้งตื่อดึ้งตื่อดึ้งตื่อดึ้งตื่อดึ้ง!!!!

เออ กูรู้แล้ว เดี่ยวลงไป !!! ผมสบทในใจ

พอลงไปถึงหน้าคอนโด ก็เห็นเขาจอดรถรออยู่ที่เดิมรถคันเดิมที่เขาขับประจำ ซีวิคตัวเก่ารุ่นอะไรไม่รู้ ผมไม่ถนัดเรื่องรถแต่ก็พอจะรู้ว่าไม่ใช่ตัวใหม่ - - แล้วกูพูดทำไม

ผมเดินไปขึ้นรถ พร้อมยิ้มให้กับพี่ยามคนเดิม

แรกๆเขาก็คงสงสัยมั้งครับ ว่าไอ้รถคันนี้มันจะมาทำอะไรบ่อยๆในเวลาดึกๆแถมบางทีผมก็แต่งตัวล่อแหลมขึ้นรถไป (ใส่กางเกงนักเรียนขาสั้น เสื้อยืดโพล้เพล้) แล้วกลับมาด้วยสีหน้าเหนื่อยๆเดินช้าๆ (ก็รอบมันดึก หนังมันง่วง แถมนั่งไม่สบายเจ็บตูดอีก) แต่พอหลังๆนานเข้าๆ พี่ยามก็เปิดประตูรอเขาเวลาเดิม5555 เขาก็อัธยาศัยดีนะครับ บางทีก็ซื้อM150มาฝาก บางทีก็ซื้อผลไม้มาฝากจนบางทีผมก็อิจฉาพี่ยาม ทำไมผมไม่มีได้ของฝากบ้าง เคยบ่นใส่เขานะครับแต่เขาก็ตอบกลับมาหน้าตาเฉย

“นี่มารับมาส่งแล้วยังไม่พออีกหรอ”

เงียบเลยครับ ผมจุกเลย เสหน้ามองไปทางข้าง มองร้านค้าข้างทางสงสัยผมคงเงียบนานไป เขาก็เลยเอามือมาลูบหัวผม แล้วก็พูดแบบยิ้มๆออกมา
“เออๆ เดี่ยววันหลังกูเอาฝรั่งมาฝาก”

อิอิ ผมไม่ได้งอลนะ ผมไม่ได้คิดมากอะไรด้วยก็ที่เขาพูดมันถูกแล้วหนิครับ ผมกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน เพื่อนกันจะมางงมางอลที่ไม่ซื้อของมาฝากก็ใช่เรื่อง แต่ไม่รู้ทำไม ผมดีใจสุดๆเลยที่เขาเอามือมาลูบหัวผมแถมยังจะซื้อของมาฝากอีก สงสัยเพราะได้ของฟรีมั้งครับ

รถเคลื่อนตัวไปสักพักก็ติดไฟแดงก่อนจะถึงโรงหนังผมเพิ่งสังเกตเส้นทางแล้วผมว่า เส้นทางนี้มันไม่ใช่เส้นทางปกติที่ต้องเวียนไปรับเพื่อนเขาหนิผมเลยหันไปถาม

“ไม่ต้องไปรับพวกนั้นหรอวะ”

เขาเงียบไปสักพัก สงสัยนับเวลาถอยหลังไฟแดงอยู่ พอไฟเขียวรถเคลื่อนตัวไปได้นิดนึง เขาก็พูดออกมา

“วันนี้พวกมันไม่ดูว่ะ ปาร์ตี้กันที่หอ”

ลืมบอกครับ เพื่อนผม ที่เป็นเพื่อนเขาเนี่ย มาจากโรงเรียนชายล้วนชื่อดังซึ่งพักอยู่หอกับเพื่อนมัธยมด้วยกัน จึงไม่แปลกที่จะมีปาร์ตี้กันบ่อยๆแต่ที่แปลกคือ ทำไมเขาไม่ไปปาร์ตี้ด้วย

ไม่ปล่อยให้คาใจครับ ผมถามไปทันที

“อ่าว แล้วมรึงไม่ไปปาร์ตี้กับพวกมันวะ”

เขาหันมายิ้มให้กับผม ก่อนจะพูดว่า

“เดี่ยวดูหนังเสร็จค่อยไปก็ได้ เลิกตี1ไม่ใช่หรอพวกมันคงเลิกกินกันเช้าแหละ”

แล้วเขาก็ขับรถเข้าไปจอดในที่จอดรถ คำถามในใจผมที่อยากจะถาม

‘มรึงมาดูหนังกันสองคนกับกูก่อนเนี่ยนะ เป็นกูกูไปเมาเละแล้วอยู่กันหลายคนต้องสนุกกว่าสองคนสิวะ’

แต่ผมก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรออกไป ทำไงได้หร่ะครับลงรถกันมาแล้วขนาดนี้




Create Date : 15 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2555 0:45:40 น.
Counter : 4796 Pageviews.

3 comments
  
ความรักนี้สวยงามเนอะ
โดย: ทั้งสวยทั้งฮากล้าๆหน่อยนะ วันที่: 24 พฤศจิกายน 2555 เวลา:0:21:41 น.
  
อ่านแล้วยิ้มได้ตลอดเลยจริงๆ น่ารักกันมากทั้งคู่ 555 เขินจัง (เขินทำไมเนี้ย คิดเสียงดังไปไหมหน่อ)
โดย: สาหร่ายครองโลก IP: 158.108.239.52 วันที่: 6 ธันวาคม 2555 เวลา:22:40:02 น.
  
ชอบจริงๆค่ะ คู่นี้

อ่านมารอบที่สามแล้ว

ฟินค่ะ คุณแนวนิ้ว
โดย: ลูกปลา IP: 202.28.249.181 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:12:26:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



แนวนิ้วนิ้วแนว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]



New Comments
พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog