[Y]มาแชร์ประสบการณ์ความรักให้ฟังครับ 16
ผมใช้ชีวิตเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ไปเรียน ดูหนัง กินข้าว กลับห้อง นอน

เขาก็เหมือนกัน

ไปเรียน ดูหนัง กินข้าว กลับบ้าน นอน

คงไม่ต้องบอกนะ ว่ากิจกรรมไหนที่เราสองคนทำร่วมกันบ้าง

แต่ที่แน่ๆ

ไม่ใช่ นอน!!!!

เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดที่ผมเล่าให้ฟัง บางเหตุการณ์ที่ผมสงสัย บางเหตุการณ์ที่ยังไม่เคลียร์ ผมก็เลือกที่จะปล่อยให้มันผ่านไป

ไม่ลืม แต่ก็ไม่ขุดขึ้นมา

อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่วุ่นวายสำหรับผมมากครับ

เพราะผมต้องเตรียมจัดกิจกรรมให้กับเด็กปี1

นั่นคือ ทริปสาขา

ใช่ครับ

กิจกรรมนี้ เบื้องหน้าคือจัดให้กับรุ่นน้องปี1เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับรุ่นพี่ แต่เบื้องหลัง มันคือกิจกรรมกินเหล้านอกสถานที่ดีๆนั่นเอง 5555555

ซึ่งปีนี้ผมเป็นคนจัดการเรื่องสถานที่ ติดต่อห้องพัก อาหาร เครื่องดื่ม และทุกอย่างที่เกี่ยวกับรีสอร์ท

โดยผมเลือกจังหวัดระยอง

รีสอร์ทที่ผมเลือกติดกับทะเล สวยงาม กว้างใหญ่ มีที่พักให้พร้อมกับจำนวนเด็กปี1-2-3-4 ซึ่งรวมแล้ว 400 กว่าชีวิต

ผมติดต่อกับทางรีสอร์ทเพื่อยืนยันวัน และเวลาที่เราจะไปถึง

แน่นอนครับว่าต้องเป็นวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และโดยทุกๆปีที่ผ่านมา เราจะออกเดินทางจากกรุงเทพเวลาประมาณ2ทุ่ม ปีนี้ก็เช่นกัน

“กูกำลังจะถึงม.แล้ว อาจจะไม่ค่อยได้คุยนะ ขอจัดการเด็กๆก่อน”

ผมกำลังนั่งรถเมล์ไปม. ก่อนเวลา เพื่อไปดูแลเด็กๆที่รอที่นั่น และไปคอยแจ้งรายละเอียดเป็นระยะให้ทราบ แต่ก็ไม่ลืมที่จะบีบีบอกเขาก่อน

แหมมมมมมม เดี่ยวเขาจะโกรธเอาสิ

“อืม ไงก็ทักกูมา”

เขาตอบผม แต่ในขณะที่ผมกำลังจะเก็บบีบีใส่กระเป๋า เขาก็ส่งข้อความมาอีก

“แล้วไม่ให้กูไปส่งจริงๆหรอ”

นั่นไง เอาอีกแล้ว งอแงอีกแล้ว

ก่อนหน้าที่ผมจะออกมาจากคอนโด ผมกับเขาก็ทะเลาะกันไปยกหนึ่ง

“เดี่ยวกูไปรับ แล้วเดี่ยวไปส่ง มรึงจะได้ไม่ต้องแบกของขึ้นรถเมล์”

เขาบอกผม

ผมอ่านเสร็จก็ได้แต่ถอนหายใจ จะเอายังไงดี บอกหลายรอบแล้วว่าไม่ต้องๆๆๆๆๆๆ จะมารับทำไม วันศุกร์ รถก็ติด แถมบ้านมรึงก็อยู่เกือบจะถึงเชียงใหม่ เว่อร์ไป!! กว่าจะมาถึง กว่าจะไปส่ง แล้วไหนจะต้องขับกลับอีก มันใช่เรื่องมั้ยห๊ะ!!!

ผมคุยบีบีกับเขาไม่รู้เรื่อง เพราะฝ่ายนู้นก็จะมารับผมให้ได้ ส่วนผมก็ต้องจัดกระเป๋าไปด้วย คุยบีบีไปด้วย ซึ่งมันไม่สะดวก

ผมเลยตัดสินใจ โทรไปหาเขา

เขารับสายครับ แต่ไม่พูดอะไรเลย

ได้ กูเริ่มเอง

“ฮัลโหล” - - ออกตัวซะเท่เลยกู

เขาเงียบอีกไม่พูดอะไร

“โกรธกูเปล่าเนี่ย”

อ้าว!! ก็เขาเงียบหนิ ผมก็นึกว่าเขาโกรธ

“เปล่า ไม่ได้โกรธ จัดกระเป๋าเสร็จยังหล่ะ”

อืม ดีแฮะ เขาไม่ได้โกรธ

“ยัง แต่ใกล้แล้ว มรึงดูสิ กูยัดไปกระเป๋าแทบจะปริ 5555555 กูเอากางเกงในไป5ตัวแหนะ กลัวลงทะเลเปียก แล้วไม่มีใส่”

ผมพูดเสร็จ ก็ต้องมานั่งคิดทบทวนกับตัวเอง

ข้อ1.กูจะให้เขาดูกระเป๋ากูได้ยังไง
ข้อ2.กูไปบอกเรื่องกางเกงในเขาทำไม

!!!!! พอคิดได้เท่านั้นแหละ หน้าผมก็ค่อยๆแดงขึ้นมา แดงขึ้นมา แดงงงงงขึ้นมา!!!

แทนที่เขาจะปล่อยให้เรื่องนี้จบๆไป เขากลับหัวเราะออกมา

“5555555555 แล้วมาบอกกูทำไม เอาสีไรไปบ้างหล่ะ เอาให้เซ็กซี่ไปเลยนะมรึง”

จะมาแซวกูทามมายยยยยยย กูเผลอหลุดพูดไปเท่านั้นเองงงงงงงงงงงง ผมทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำสิ่งที่ตัวเองถนัด และทำประจำ

“ไอฟายยยยยยย”

ด่าเขาครับ ทำได้อย่างเดียว ด่าแมร่ง!!! 55555555

เขาหัวเราะออกมาอีกนิด ก่อนจะชิงพูดเข้าประเด็นที่ผมตั้งใจจะโทรมาเคลียร์ แต่ดันพูดเรื่องกางเกงใน - -

“เอาไง ให้กูไปรับนะ”

ผมได้ยินก็นึกออกว่าจะต้องพูดอะไร

“มรึงฟังนะ นี่กูซีเรียสนะเนี่ย วันนี้วันศุกร์ แล้วนี่ก็เย็นแล้ว รถติด บ้านมรึงก็ไกล ไม่ต้องมารับกูหรอก เดี่ยวกูไปเองได้ ไว้เจอกันวันอื่น”

เขานิ่งไปสักพัก ก่อนจะพูดตอบกลับมา

“ก็รถติดไง เลยจะไปรับ”

แมร่งเอ้ยยยยยยยยยย!!! เข้าใจคนละประเด็นแล้วเนี่ยยยยยยยยย กูบอกรถติด ไม่ต้องมา แต่มรึงดันบอกรถติด เลยจะมา!!!!! นี่ใครเข้าใจผิดกันแน่เนี่ย
ผมรีบตอบกลับไป ก่อนจะวีนใส่เขา

“ฟายยยยยย ไม่ต้องมา กูจริงจัง”

เขาฟังแล้วก็นิ่งไปอีก

ยอมกูเถอะนะ กูจะได้ออกๆไปๆ เดี๋ยวถึงม.ดึก

“อืม”

เอ๋! ยอมกูง่ายๆหรอ ผมฟังคำตอบเขาก็แอบแปลกใจ แต่ไม่ทันทีผมจะได้พูดขอบคุณแล้ววางสาย เขาก็พูดต่อ

“งั้นขากลับกูไปรับ”

น่านไง กูว่าแล้ววววว มันต้องมีอะไรแอบแฝง แล้วที่พูดมาเนี่ย ไม่ใช่ประโยคคำถามหรือประโยคขอร้องเลยนะ แมร่ง!ประโยคคำสั่งชัดๆ!!!!

“โอยยยยย ขากลับก็ไม่รู้จะถึงกี่โมง ไหนจะต้องอยู่ส่งน้องอีก กูว่ามันวุ่นวาย”

ผมโอดครวญใส่เขาไป หวังว่าเขาจะเห็นใจคล้อยตามผม

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกูไปรับวะ”

เออว่ะ!!!! ผมนั่งนึกย้อนคำพูดตัวเอง แมร่งก็ไม่เกี่ยวอะไรกับการที่เขามารับเลยหนิ

“55555555 ไม่รู้”

ผมหัวเราะออกไปกลบเกลื่อน แล้วก็เงียบไป ไม่มีข้ออ้างอื่นหลุดมา

แต่เขาก็พูดมาว่า

“ก็มรึงไม่ให้กูไปส่ง กูก็ไปรับไง”

อืม มีเหตุมีผล มีได้มีเสีย !!! แต่เดี่ยวก่อน!!! ทำไมมันต้องได้อย่างเสียอย่าง ทำไมมันเป็นกลายข้อเสนอยื่นหมูยื่นแมวอย่างนี้ จริงๆมันควรจะเป็นกูที่บอกว่า ไม่ไม่ไม่ ไม่ใช่หรอ!!!

ผมทำอะไรไม่ได้ แค่ขนาดบอกเขาว่าไม่ต้องมาส่ง ยังคุยกันตั้งนาน นี่ถ้ามาตั้งประเด็น  ไม่ให้มารับขากลับอีกนี่คงอดไปม.แน่ๆ

ผมก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ได้แต่ยอมรับไป 

แต่ก่อนที่ผมยอมรับข้อเสนอนั้น ผมก็ลองถามคำถามนึงขึ้นมา

“แล้วถ้ามรึงไปส่งกูวันนี้ ขากลับมรึงมารับกูเปล่า”

เขาฟังจบก็รีบตอบกลับมา

“ก็ไปรับดิ”

เออ ดี!! แล้วมรึงมาอ้างว่าเพราะกูไม่ให้ไปส่งได้ไง ในเมื่อมรึงตัดสินใจไปแล้วว่าจะมารับกู

ผมเออ ออ สัญญากับเขาว่า ขากลับจะให้เขามารับ ก่อนจะวางสายไป ใส่รองเท้า เดินทางไปม.

ผมมาถึงมหาลัย ไม่ช้า แล้วก็ไม่เร็วเกินไป

ตอนนี้มีเด็กปี1นั่งรออยู่จำนวนหนึ่ง ส่วนปีอื่นๆตามเคยครับ สายตลอด 5555555

ผมเดินเข้าไปคุยกับน้องๆ พร้อมกับแจ้งรายละเอียดเล็กน้อย เดินไปเช็คสิ่งของจำเป็นที่เบิกมาจากทางคณะ แล้วก็เดินไปดูรถทัวร์ที่มาจอดรออยู่แล้ว

แล้วก็นึกขึ้นได้ ว่าลืมอะไรไปอย่าง

“ถึงม.แล้วนะ”

อิอิ ลืมบอกเขานี่เอง

เวลาดำเนินไปเรื่อย เด็กๆเริ่มทยอยมากัน จนครบจำนวน

พวกเพื่อนๆกลุ่มผมซึ่งเป็นรุ่นพี่แล้ว ก็นั่งจับวงกันกินเบียร์ก่อนขึ้นรถ ที่แต่ละคนหอบซื้อกันมายกใหญ่ 

ไม่พลาดครับ ผมเดินตรงดิ่งไปหาหลังจากจัดแจงให้น้องๆทราบรายละเอียดทั้งหมด แล้วปล่อยให้ปีที่จัดการเรื่องรถ เป็นคนรับหน้าที่ต่อ

“เหนื่อยมั้ยมรึง มาๆ มานั่งกินกัน” เพื่อนผมคนหนึ่งถามผม

“เหนื่อยสิวะ ไอสัส! ไม่ช่วยกูกันเลย”

ผมบ่นพร้อมๆกับยกมือตบหัวไอคนที่พูด แล้วก็นั่งลงข้างๆมัน

ผมเห็นไอจอร์นชะเง้อมองทางนู้นทีทางนี้ที ก็เลยถามมัน

“มองหาไรวะมรึง”

มันหยุดชะเง้อ แล้วหันมามองหน้าผม ก่อนจะยิ้มแบบประจำ

กูพลาดแล้วววววววววววววว!!!!

“หาเพื่อนกูสิ นึกว่ามันจะมาส่งมรึงซะอีก”

“ฮิ้วววววววววววว”

ไอพวกเวรฮิ้วตามกันยกใหญ่ จนผมต้องสั่งให้มันเงียบๆ แล้วตอบกลับไป

“ไม่ได้มา”

ก่อนที่พวกมันจะเริ่มต้นแซวผมต่อ เขาก็เรียกขึ้นรถ

พวกผมจองพื้นที่หลังสุดทั้งหมด เพื่อวางลังเบียร์ ลังเหล้า ลังน้ำแข็ง แล้วก็ตั้งต้นกันเมา

รถทัวร์ก็ยังเป็นใจ เปิดเพลงให้ดิ้นกันอีก

คันที่ผมนั่งไป เป็นรุ่นผมทั้งหมด มีทั้งหญิงทั้งชายปะปนกันไป

แต่ทั้งคัน มีพวกผมเท่านั้น ที่ตั้งวงเบียร์

พวกผมกินไป ร้องเพลงไป เต้นไป บางทีก็เดินไปลากผู้หญิงที่แอ็บเนียนว่าไม่กิน แต่ตัวจริงเข้าผับ บางทีก็ไปลากเพื่อนผู้ชายต่างกลุ่มมานั่งกินด้วยกัน ก่อนจะไล่กลับ 55555 เพราะที่มันเต็มนะครับ

รถเดินทางไปเป็นกลุ่ม7คันติดกัน

เวลาจอดแวะปั๊มซื้อของกิน รุ่นพี่แต่ละคนก็โดนสายรหัสตัวเองลากไปให้เลี้ยงขนม

พอซื้อของกันเสร็จ ผมก็แอบหยิบบีบีขึ้นมาดู

อืม ไม่มีอะไรเลย ไม่มีทัก ไม่มีทาย ไม่มีPING ไม่มีอะไรทั้งสิ้น!!!!

ผมเห็นดังนั้น ก็เลยพิมพ์ส่งไป

“แวะปั๊มอยู่ ทำไรอยู่วะ”

เขาอ่านทันที!!! แสดงว่ามรึงก็ถือบีบีอยู่กับตัวตลอด แต่ทำไมไม่ทักกูเลยห๊ะ!!!

“นั่งเล่นไปเรื่อย ไม่มีไรทำ เมาป่ะเนี่ย”

เอ๊ะ รู้ได้ไงว่ากูกิน หรือว่าแอบขับตามมา

ผมเงยหน้ามองซ้ายมองขวา แต่ไม่เห็นรถคุ้นตา ก็เลยก้มหน้าพิมพ์ต่อไป

“รู้ได้ไงวะว่ากูกิน”

ตอบเสร็จผมก็หันไปโบกมือทักทายน้องที่เพิ่งเดินผ่านไป ก่อนจะก้มลงดูบีบี

“โถ่ๆๆๆๆ กูไม่โง่นะคร๊าบบบบบบ พวกมรึงอ่ะ กินกันอยู่แล้ววววว”

555555 แมร่งแสนรู้เนอะ คนอะไร ทั้งหล่อ เท่ สมาท แถมยังฉลาดอีก สมแล้วที่เป็นแฟนผม

เห้ย!!!! ไม่ใช่โว้ยยยยยยยยยยย

รถทัวร์บีบีแตรเสียงดังเพื่อเรียกให้ทุกคนขึ้นรถ ผมเลยรีบก้มหน้าพิมพ์ส่งไปให้เขา

“ขอโทษ ไม่เคยเมาว่ะ ขึ้นรถหร่ะ เดี๋ยวถึงแล้วบอก”

ส่งไปเสร็จ ก็เก็บบีบีลงกระเป๋าไป ไม่ได้สนใจว่าเขาพิมพ์อะไรส่งกลับมา

พอขึ้นไปบนรถ พวกเราก็เริ่มกินกันต่อ

พวกเราทั้งหมดใช้เวลาพอสมควรในการเดินทางครั้งนี้ เพราะแวะปั๊มบ่อย แถมบางทีก็จอดข้างทางให้พวกขี้เมาจัดการธุระของตัวเอง

รวมถึงผมด้วยเช่นกัน

พอถึงที่พัก ก็กลายเป็นหน้าที่ของผม ที่จะต้องจัดแจงห้องพักให้ทุกคนมีห้องนอน

แต่ผมหน่ะ เมา!!!!

ถึงผมไม่เมามาก แต่สติสัมปชัญญะมันก็ไม่ครบ100% ดีนะ ที่พวกแมร่งยังเข้ามาช่วยกัน

ช่วยกับผีสิครับ!!! ไอพวกแมร่งนะ ลงมาจากรถปุ๊ป ก็เดินตรงดิ่งลากกระเป๋าไปยังห้องพักที่ผมชี้ให้มันดูล่วงหน้าแล้วก่อนเลย แถมยังหันมาพูดอีกว่า

“เห้ย กูเอากระเป๋าไปให้แล้วนะ เจอกัน”

ไอสลัสผัก!!!! ประโยชน์โครตเยอะเลยพวกมรึง

ผมเลือกที่จะไม่สนใจ หันมามองหน้าเด็กๆปีหนึ่งที่ทำหน้าอ้อนวอน ขอกุญแจห้อง เพื่อนที่จะได้ไปนอนกัน

ผมเห็นดังนั้นก็เลยตะโกนออกไปว่า

“จบกลุ่มกันมาห้องละ6คน จะชายล้วนหญิงล้วนหรือคละกันก็ได้พี่ไม่สน โตๆกันแล้วคิดเองได้นะครับว่าอะไรควรอะไรไม่ควร”

ผมเงียบไปสักพัก สูดหายใจลึกๆก่อนจะพูดต่อ

“ใครจับได้แล้ว ก็มาเอากุญแจที่เฮดปีหนึ่ง แล้วเดินไปทางนู้น จะเป็นที่พักของพวกเรา”

ผมชี้นำทางให้พวกมันก่อนจะเรียกเฮดปีหนึ่งออกมารับหน้าที่ต่อ

ก่อนจะเดินจากไป ผมยังตะโกนสั่งไปอีกว่า

“พรุ่งนี้ตั้งโต๊ะอาหารเช้า7โมงเก็บ10โมงนะครับ ใครไม่ตื่นก็รอข้าวเที่ยงเลยแล้วกัน”

แล้วผมก็เดินจากไป

ฉลาดจริงกู สบายตัวหล่ะคราวนี้ ได้เวลานอนแล้วสิ

ผมเดินไปยังที่พักของผม พลางคิดไปตลอดทางว่าจะนอนท่าไหนดี

แต่พอเดินไปถึงเท่านั้นแหละ ก็ต้องถอนหายใจออกมา

พวกแมร่งตั้งวงกันต่อ

ไม่สนใจกูเลยว่าพรุ่งนี้กูจะมีงานอะไรบ้าง

ผมเดินไปถึงก็โดนลากไปกินแก้วนึง ก่อนจะขอตัวเข้าห้องน้ำ ไปปลดธุระ

แล้วก็ไม่ลืมบีบี

ผมหยิบขึ้นมาดู ก็เห็นข้อความหนึ่งจากเขา

ผมอ่านพร้อมๆกับรอยยิ้มที่แทบจะฉีกไปถึงใบหู

“อย่าเมาให้มากนะมรึง ดูแลตัวเองด้วย”

โอ้ยยยยยย จะบอกว่าเป็นห่วงกูก็บอกมาเถ๊อะ จุดนี้ กูยอมทุกท่าแล้วววววววว

ผมอ่านเสร็จก็เก็บลงใส่กระเป๋า ก่อนจะปลดซิบ แล้วทำธุระส่วนตัว

ก่อนออกจากห้องน้ำ ผมก็หยิบบีบีขึ้นมากดก่อน

“ถึงแล้วนะ เดี๋ยวคงนอนหล่ะ พรุ่งนี้ทำงานต่อ”

ผมเลือกที่จะบอกเขาไปอย่างนั้น เพราะผมรู้ว่า อีกไม่นาน ผมคงไม่มีสติหยิบบีบีมาบอกลาฝันดีก่อนนอนแน่นอน

เขาอ่านทันที แล้วตอบกลับมา

“อืม งั้นกูนอนหล่ะนะ”

อิอิ สงสัยเขาต้องรอผมอยู่แน่เลย

ผมอ่านเสร็จก็เก็บบีบีลงกระเป๋า เดินหน้าออกไปยังขุมนรกที่รออยู่

ผมกินเหล้ากับพวกมันจนถึงเช้า ก็เลยรอกินข้าวที่ทางรีสอร์ทจัดให้เลย

พวกผมนอนไปได้สักพัก ก็ต้องตื่นมาดูน้องๆทำกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยรุ่นพี่อีกชั้นปี

ดูไปดูมา แต่ละคนก็ง่วงนอน เลยขอตัวไปนอน

ผมไม่ลืมที่จะรายงานความคืบหน้าของชีวิตผมให้เขาฟังว่า

“ตื่นแล้วนะ”
“กินข้าวอยู่”
“ดูน้องๆทำกิจกรรม”
“หนีไปนอนก่อนนะ”

ซึ่งเราสองคนก็ไม่มีอะไรกันมากครับ คุยกันตามปกติแบบเดิม

ทีนี้ผมขอข้ามช่วงที่ผมเที่ยวเล่นไปเลยก็แล้วกันนะครับ เพราะมันไม่มีอะไรมากเลย นอกจาก กิน ดูน้องเล่นทะเล ดูการแสดงของปี1 แล้วก็เมา

ซึ่งผมก็รายงานเขาทุกครั้งแบบข้างบน

ชับๆๆๆๆๆๆๆ

จนมาถึงวันอาทิตย์ วันที่ต้องจบความสนุกเหล่านี้ลงแล้วกลับไปตั้งหน้าตาตั้งเรียนหนังสือต่อ

เราออกเดินทางจากระยองเวลาประมาณเที่ยงกว่า ก่อนจะแวะไปกินข้าวที่ร้านอาหารที่รุ่นพี่จัดเตรียมไว้ให้ แล้วค่อยกลับกรุงเทพ

ขากลับครั้งนี้ พวกเราทั้งหมดนั่งกันหน้ามันแผลบ เพราะอากาศร้อนตอนบ่าย ผสมกับรถพัดลม

แถมอาการแฮงค์จากเมื่อคืนยังตามมาหลอกหลอนอีก

แต่ละคนเลยมีสภาพกึ่งศพกึ่งคน

ผมกับเพื่อนๆนอนกันสะเปะสะปะสุดๆ

คนหนึ่งนั่งตรงหัวพิงกำแพง อีกคนก็นอนตักยืดขาไปวางบนกระเป๋า ส่วนอีกคนก็นอนบนคนที่นอนบนตักอีกที อีกสองคนที่เหลือก็นั่งๆนอนๆ ยืนๆ

พวกเราสลับกันนอนท่าเหล่านี้ จนเริ่มเต็มอิ่ม มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ตอนนี้พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว แล้วดูท่าจะใกล้ถึงม.แล้วสิ

ผมหยิบบีบีขึ้นมา อ่านข้อความล่าสุดที่บอกเขาเมื่อประมาณ2ชม.ที่แล้วไปว่า “ขอนอนก่อน ใกล้ถึงเดี๋ยวบีบีไป” ก่อนจะพิมพ์ประโยคใหม่ไปว่า

“ใกล้ถึงแล้วว่ะ อยู่ไหนจ๊ะ”

อิอิ หยอดไปหน่อย

ผ่านไป10นาที เขาจึงค่อยพิมพ์ตอบกลับมา

“อืมๆ เดี๋ยวกูไปรอที่ม.นะ รถจอดตรงไหน”

ผมบอกสถานที่จอดรถให้เสร็จสับ กะลงมาปุ๊ปขึ้นรถต่อเลย

ไอจอร์นเห็นผมคุยบีบีแล้วยิ้มแก้มปริ มันก็เลยเริ่มต้นแซว

“เอาแล้วๆๆๆๆๆๆๆ เพื่อนกูมารับป่ะเนี่ย”

ทีนี้เพื่อนคนอื่นที่กำลังสนใจบรรยากาศรอบข้างก็เลยหันมาที่ผม

ทุกคนนั่งนิ่งรอฟังคำตอบ

ผมนั่งคิดจะโกหกพวกมัน แต่คิดไปคิดมา ยังไงก็ต้องเจอ ไม่รู้จะโกหกทำไม เลยตอบตามความจริงไป

“เออ เดี๋ยวมันมารับ”

เท่านั้นแหละค๊าบบบบบบบบบบบ

“บ๊ะ! เก่งจริงๆเพื่อนกู” คนนึงพูดพร้อมกับตบบ่าผม
“ดีๆ กูได้ติดรถไปลงด้วย” ไอคนทีกลับทางเดียวกันกับผมพูดขึ้น
“เออๆ กูด้วย” ไอนี่ด้วยอีกคน

ผิดคาดไปนิด จากที่คิดว่าพวกมันจะซักถามรายละเอียดอะไรมากมาย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมบอกไปตรงๆ แต่พวกมันก็แค่แซวตามฉบับพวกมัน แล้วก็หันไปคุยเรื่องอื่นต่อ

ใช้เวลาไม่นาน เราก็มาถึงม.



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2555 0:32:39 น.
Counter : 4028 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

แนวนิ้วนิ้วแนว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



New Comments
พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
26 พฤศจิกายน 2555
All Blog