[Y]มาแชร์ประสบการณ์ความรักให้ฟังครับ 23
หลังจากคืนนั้น

คืนที่ผมเห็นเขาทำหน้าเครียด ทั้งๆที่ผมกอดเขาอยู่

ผมก็นึกว่าอะไรๆมันจะเปลี่ยนไป

แต่ที่ไหนได้

ไม่เปลี่ยนไปเลย

เขายังคงมาหาผมตอนกลางคืน

บางทีก็พาไปดูหนัง บางทีก็พาไปกินขนมปัง บางทีก็พาไปกินข้าวมันไก่มื้อดึก บางทีก็ตระเวนหาร้านกาแฟนั่งกินกันบ่อยๆ

และเขายังคงมานอนกับผมอยู่เช่นเคย

เขาเคยบ่นกับผมนะครับ ว่าทำไมไม่ไปนอนกับเขาบ้าง

เอาจริงๆคือ ผมก็ไปนอนบ้านเขานะ แต่ไม่บ่อยเมื่อเทียบกับที่เขามานอนห้องผม

เขามานอนห้องผมซะ20ครั้ง ผมไปนอนบ้านเขา1ครั้ง

5555555555555555555

ก็มันไกลหนิคร๊าบบบบบบบบ

จะให้เขาขับรถมารับผม แล้วกลับไปนอนบ้านเขา แล้วก็ตื่นเช้ามาส่งผมที่ม. แล้วขับกลับม.ตัวเองหน่ะหรอ

โลกร้อนกันพอดีครับ!!!!!

ตอนแรกเขาก็เข้าใจนะ

แต่หลังๆเริ่มงอแง 55555555555555

ผมก็เลยขยับตัวเลขขึ้นมาหน่อย

2ต่อ20 อิอิ

และวันนี้ก็เป็นวันที่ผมต้องไปนอนบ้านเขาซะด้วยสิ

........................

ผมนั่งรถเขามาในบ้านที่ใหญ่โตสมราคากับตระกูลนี้

ตอนแรกตื่นตายังไง ตอนนี้ก็ยังตื่นตาเหมือนเดิม

วันนี้ผมมาถึงบ้านหลังนี้เร็วไปหน่อยครับ

แค่3ทุ่มเอง เพราะเขาไปรับผมมาเร็ว

ผมยกมือไหว้พ่อกับแม่ของเขา ก่อนจะพูดคุยกันตามมารยาท ก่อนที่เจ้าตัวจะพาผมขึ้นห้องไป

หลังจากวันแรกที่มานอนที่ห้องหลังนี้แบบไม่ตั้งตัว ทำให้ผมยืมเสื้อนักศึกษาของเขา

ครั้งต่อๆมา ผมก็เลยเลือกที่จะอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยที่ห้อง แล้วใส่ชุดนักศึกษาของผม ก่อนจะมาเปลี่ยนเป็นใส่ชุดนอนของเขาแทน

เขาเปิดไฟเปิดแอร์เรียบร้อย ก็เดินไปที่เตียง ดึงผ้าคลุมเตียงออก

ก่อนจะเอื้อมตัวลงไปหยิบหมอนข้าง

แล้วโยนทิ้งลงพื้นไป!!!!!

ทำแบบนี้ทุกครั้ง

ทุกครั้ง!!!!!

ทุกครั้งที่ผ่านมา ผมไม่เคยคิดจะถาม สงสัยหน่ะมันสงสัย แต่ไม่รู้สิ ยังไม่อยากถาม 555555

แต่ครั้งนี้ ผมลองถามเขา

“มรึงจะโยนหมอนข้างลงพื้นทำไม?”

เขายักไหล่เบาๆ ก่อนจะตอบกลับมาเสียงนิ่งๆ

“เดี๋ยวกูกอดผิด”

!!!!! ไอสัส!!!!!!!! มรึงจะบ้ารึงายยยยยยยยยยยยย ตอบมาได้หน้าตาเฉยเลยนะเว้ยยยยยยยยยยย!!!! ไม่อายบ้างรึไงวะ!!!

ผมยืนอึ้งนิดๆ ก่อนจะหลับตาแลบลิ้นใส่เขา แล้วรีบวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้า

แล้วก็เปิดออก

55555555555555

ผมชอบจริงๆเลยไอตู้เสื้อผ้าเนี่ย

ผมปิดลงอีกครั้ง

แล้วก็เปิดออก

เชร็ดเข้!!!!! ตู้แมร่งเจ๋งงงงงงงงงงงงง!!!!

ผมเปิดมันค้างไว้ ก่อนจะหันไปยิ้มให้เขาทีนึง แล้วก้มลงหยิบชุดนอนของผม

เอ่อะ หมายถึงของเขาหน่ะ

เขาหัวเราะกับท่าทีของผม ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว แล้วเดินมาขยี้หัวผม จากนั้นก็หายเข้าไปในห้องน้ำ

ไอนี่!!! กูไม่ใช่เด็กนะโว้ยยยยยย!!!

ผมไม่สนใจครับ หันหน้ามาที่ตู้เสื้อผ้าต่อทั้งๆที่หนีบชุดนอนไว้ที่หว่างขา

ปิด!!!!

แล้วก็เปิด!!!!!

5555555555555 ชอบจริงๆ

ผมทำอยู่อย่างนั้นจนรู้สึกพอใจ บวกกับกลัวตู้มันจะพัง ก็เลยหันไปสนใจทีวีแทน

ผมกระโดดขึ้นมาบนเตียง แล้วก็คว้ารีโมทที่อยู่ข้างๆตัว ก่อนจะเลื่อนไปจนไปหยุดที่ช่อง HBO แล้วใช้สมาธิอยู่กับมัน

ผ่านไปไม่นาน เขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำ

!!!! ให้ตายยังไงผมก็ไม่ชินสักที

ไอรูปร่างที่มันแทบจะถอดออกมาจากนิตยสาร กับหน้าตาที่ผมเริ่มเห็นว่ามันหล่อขึ้นมานิดๆนั้น มักจะทำให้ผมหน้าแดงขึ้นทุกที

หนังบ้าไรเนี่ย เขินชะมัด!!!!

ผมหาข้ออ้างมาพูดกับตัวเอง

ผมจ้องทีวีอยู่อย่างนั้น ไม่ขยับลูกกระตาไปไหน

ผมไม่รู้ครับว่าเขากำลังทำอะไร อาจจะกำลังมองผม หรืออาจจะกำลังแต่งตัวอยู่

ผมไม่รู้!!!!

แต่ที่ผมรู้อย่างเดียว

คือเขาหัวเราะออกมา

ไอเชรี่ย!!! มรึงจะหัวเราะอะไรวะ เออออ หรือว่ากูทำหน้าเครียดไปวะ

ใช่ครับ ผมเพิ่งจะมารู้ตัว ว่าผมนั่งจ้องทีวีแบบคิ้วติดกัน

ผมมารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่พื้นที่ข้างๆผมกำลังยวบลง

ผมหันไปมองหน้าเขา ก็ยังเห็นรอยยิ้มปรากฏอยู่เหมือนเดิม

คือมรึงจะไม่หุบยิ้มบ้างเลยใช่มั้ย!!!!

ผมเขิน ทำอะไรไม่ถูก ก็เลยลุกขึ้นไปหยิบหนังสือ ที่ผมเอามา ก่อนจะปีนขึ้นไปบนเตียง ไปนั่งพิงกำแพงเหมือนเขา

แต่ผมไม่ง่ายนะ

ผมยังนั่งห่างเขาอยู่

ผมตั้งต้นหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน เปิดไปหน้าที่ผมอ่านค้างไว้

เช่นเดียวกับเขา ที่ค่อยๆเขยิบตัวมานั่งชิดกับผม

ผมละสายตาจากหนังสือ เงยหน้ามามองทีวี ไม่กล้าหันไปมองเขา

หนังข้างหน้าอ่ะ ไม่รู้หรอกว่าเรื่องอะไร แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่หนังโป๊

แต่แล้วทำไม หน้าผมเนี่ย ถึงค่อยๆร้อนขึ้น ร้อนขึ้น แล้วก็ร้อนขึ้นแบบนั้นหล่ะ!!!!

หลังจากที่เขาเขยิบมานั่งชิดกับผมจนไหล่เราชนกัน เขาก็พาดแขนซ้ายมาที่หลังคอผม ก่อนจะวางมันลงจนแขนยาวๆของเขาเลยมาที่อกผม

ผมรู้ครับ ว่าท่านี้มันไม่ถนัด เพราะเวลาผมอยู่กับเพื่อนๆ พวกเราก็ทำกันเป็นเรื่องปกติ

แต่เพราะนี่มันไม่ปกติหน่ะสิ ผมก็เลยเปลี่ยนแปลงอะไรมันสักหน่อย

ผมค่อยๆเขยิบตัวไปใกล้ๆเขา ก่อนจะดันหลังตัวเองขึ้นมาหน่อย เพื่อให้ไหล่ที่ชิดติดกันในตอนแรก เปลี่ยนมาเกยไหล่เขาอยู่หน่อยๆ

ตอนนี้ไหล่ขวาผม ชิดอยู่กับอกซ้ายเขา

ตุบๆๆๆๆๆๆๆ

ผมรับรู้ถึงหัวใจที่เต้นแรงในอกข้างซ้ายเขา

แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่น่าจะรับรู้ว่าใจผมเต้นแรงแค่ไหน

เพราะตอนนี้ ไอมือที่มันพาดเลยมาที่อก มันกลับพาดเลยมาวางอยู่บนท้องของผมแทน

ตอนนี้เราสองคนนั่งอยู่ในท่า... เอ่ออออ เรียกว่าท่าอะไรดี

เอาเป็นว่า เขานั่งพิงกับแพง ส่วนผมนั่งพิงเขา แล้วกัน

ผมเลือกที่จะไปหันไปมองหน้าเขา ว่าเขาจะทำหน้ายังไง อาจจะทำหน้าเครียดเหมือนครั้งก่อน หรืออาจจะทำหน้าตาโครตมีความสุขก็แล้วแต่

แต่ผมเลือกที่จะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่อแทน

ผมใช้มือขวายกหนังสือขึ้นมาอ่านมือเดียว

เพราะการที่อ่านหนังสือมามาก ผมจึงสามารถใช้มือแค่ข้างเดียวได้

แต่ปกติ.....

ใครมันจะทำหล่ะครับ!!!!!

แต่เพราะนี่มันไม่ปกติไงหล่ะ ผมเลยต้องทำ!!!!!!

ก็เพราะไอมืออีกข้างหนึ่งของผมเนี่ย

ถูกมือของอีกคนที่ผมนั่งพิงอยู่ประสานนิ้วเข้าด้วยกันอยู่หน่ะสิ!!!!!

ส่วนมือขวาเขาหน่ะหรอ

นู้นนนนนน จับรีโมทอยู่ ไม่ยอมโอบกอดผม!!! ผิดๆ!!!!

เราสองคนนั่งทำกิจกรรมของตัวเองไป

ผมนั่งอ่านหนังสือ เขานั่งจับมือผม เอ้ย!! ดูทีวี

เราสองคนเงียบใส่กันบ้าง สนทนากันบ้าง 

บางทีผมก็ละจากหนังสือ หันคอไปมองหน้าเขา เวลาที่เขาพูดอะไรงงๆใส่ผม

และเขาจะยิ้มให้ทุกครั้ง ก่อนจะตอบคำถามที่ผมสงสัย

โว้ยยยยยยย!!! หล่อจริงอะไรจริง!!!!

แต่แล้ว ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาทำลายความสุขชั่วครู่ของเรา

ก๊อกๆๆ!!!

“ลูก แม่เอาผลไม้มาให้”

ผมเด้งตัวออกจากเขาทันที เช่นเดียวกับเขาทีคลายมือผมออก

เราสองคนมองหน้ากันครู่หนึ่ง

ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร แล้วผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมต้องคิดอะไร

ผมเลยเลือกที่จะส่งยิ้มให้เขาไปแทน

รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสดใส เพื่อให้เขาคลายคิ้วที่ติดกันออก

ก่อนจะยกมือสองข้างขึ้นมาจับคิ้วหนาๆคู่นั้น แล้วดึงให้มันออกจากกัน

เขายิ้มรับกับการกระทำของผม ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู

คุณแม่ปลอกฝรั่งมาให้เราสองคนทานกัน ผมแอบส่งยิ้มไปให้ ก่อนที่คุณแม่จะปิดประตู ปล่อยให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเหมือนเดิม

เขาเดินยิ้มตรงมาหาผม พร้อมกับวางจานฝรั่งไว้บนเตียง แล้วกลับมานั่งที่เดิม

แต่ตอนนี้ผมกับเขาไม่ได้นั่งท่าเดิมกันหล่ะ เพราะผมกำลังมุ่งมั่นกับการกินฝรั่งตรงหน้าอยู่

ผมให้เขากินชิ้นเดียวเท่านั้นแหละ ผมตีมือเขาพร้อมกับหันไปทำหน้าดุใส่ทุกครั้งที่เขาพยายามจะมาแย่งฝรั่งของโปรดผมไป

เขาหัวเราะชอบใจใหญ่

พอผมจัดการฝรั่งตรงหน้าหมด ผมก็ลูบท้องเบาๆ แล้วหันไปทำหน้าอิ่มใส่เขาทีนึง แล้วหันไปหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่อ

ผมเขยิบไปนั่งที่เดิม ที่ตอนแรกที่ผมนั่งห่างจากเขา

เขาหันมามองผมแบบสงสัย ก่อนจะเรียกให้ผมหันไปมองเขา

“มรึง......”

เขาหยุดนิ่ง รอให้ผมมองหน้าเขา

“กลับมานั่งนี้ดิ”

เขาพูดพร้อมกับตบลงบนพื้นที่นุ่มๆข้างๆเขา

ผมไม่ตอบอะไร ได้แต่ขยับตัวเข้าไปหาเหมือนเดิม

กูง่ายไปม้ายยยยยยยยยยยยยย!!!!!!

แล้วเราก็ลงเอยกันที่ท่าเดิม เห้ย!!!! แค่นั่งนะเว้ยยยยยยย!!!!

เวลาผ่านไปสักพัก ผมก็เริ่มหาว แล้วบอกเขาว่าง่วงนอนแล้ว

เขาพยักหน้ารับ หยิบรีโมทปิดทีวี แล้วลุกขึ้นไปปิดไฟ

ผมวางหนังสือไว้ข้างเตียง แล้วเลื้อยตัวลงนอน

เขาปีนขึ้นมาบนเตียง มานอนข้างๆผมเช่นเคย

เราสองคนนอนนิ่ง ไม่ขยับ ไม่กระดุกกระดิก ราวกับว่ากำลังลองเชิงว่าใครจะบุกก่อนกัน

หึหึ!!! ไม่น่าจะใช่กูนะ

แต่สุดท้าย ก็เป็นผมเองนั่นแหละ - -

ผมพลิกตัวนอนตะแคงข้างท่าเดิม แต่ครั้งผมเลือกที่จะให้มันต่างออกไปสักหน่อย

แทนที่ผมจะหันหลังให้เขา คราวนี้ ผมกลับหันหน้าแทน

ผมนอนกุมมือไว้ที่หน้าอก แล้วงอขาเข้ากับตัว

เขาลุกขึ้นมานั่งมองผมสักพักหนึ่ง ก่อนที่จะล้มตัวลงนอน ตะแคงข้างมาหาผม

แล้วก็สอดมือเข้ามาใต้คอผมเหมือนเดิม

ผมยกคอให้เขานิดนึงเพื่อจะได้สอดมือเข้ามาได้ง่ายๆ

เขาเอามืออีกข้างหนึ่งพาดมาที่เอวผม ก่อนจะดึงแขนทั้งสองข้างของเขาให้กระชับขึ้น จนผมเขยิบเข้าไปใกล้ชิดเขามากขึ้น

ตอนนี้หน้าผมจ่อที่ที่หน้าอกของเขา

ผมจ้องมองแรงกระเพื่อมของหน้าอกที่ขยับเป็นจังหวะควบคู่ไปกับการหายใจ แล้วหันไปสนใจสิ่งที่อยู่ในอกข้างซ้ายตรงหน้าว่ามันกำลังเต้นเป็นจังหวะไหน

เขาขยับตัวนิดนึงเพื่อจัดระเบียบท่าทางให้มันเข้าที่ที่สุด

ผมขยับตัวเช่นเดียวกันเพื่อหาจุดที่จะให้ทำผมกับเขานอนหลับสบายพอๆกัน

จนกลายเป็นว่าตอนนี้ผมนอนอยู่ตรงหน้าอกเขาเสียแล้ว

ผมหันไปหยิบหมอนของผมมาวางที่หัว เพื่อให้ผมนอนบนหมอนแทนที่จะต้องนอนบนแขนเขา

ส่วนเขานอนอยู่บนหมอนเขาเหมือนเดิม เพียงแต่ยืดแขนสอดมาใต้คอผม ก่อนจะพลิกมือมากอดหลังผม ส่วนอีกมือก็พากเอวผม

ผมรับรู้ได้ถึงการเต้นของหัวใจของเขาที่เต้นอยู่ตรงหน้าผม แถมการขยับขึ้นลงของกล้ามหน้าอกตรงหน้า เป็นเครื่องการันตีว่าเขาไม่หลับ

เราสองคนนอนกันอยู่ในท่านี้ทั้งคืน ไม่ขยับไปไหน

คืนนี้พระจันทร์ไม่สว่างมากครับ ในห้องจึงค่อนข้างมืดสนิท

ผมปล่อยให้เวลาผ่านไปนาน จนผมเริ่มรุ้สึกง่วงจนจะหลับอยู่แล้วเชียว

เขาก็เป็นฝ่ายปลุกให้ผมตื่นขึ้นมา!!!! ก่อนที่จะทิ้งให้ผมนอนไม่หลับคนเดียวต่อไป

ผมไม่รู้ว่าเขาตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแกล้งผมกันแน่

แต่ไอ้คำที่พูดขึ้นมาเนี่ย

มันทำให้ผมกลับไปนอนไม่หลับเหมือนเดิม

“ฝันดีครับ”

เอาอีกแล้วววววววว!!!!!!!!!! พี่โดมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!



Create Date : 03 ธันวาคม 2555
Last Update : 3 ธันวาคม 2555 1:56:54 น.
Counter : 3775 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

แนวนิ้วนิ้วแนว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



New Comments
ธันวาคม 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog