[Y]มาแชร์ประสบการณ์ความรักให้ฟังครับ 17
พอลงรถ ผมก็ชะเง้อตัวมองหาเขาใหญ่

“ดูแมร่งๆ มองหาผัวเลยทีเดียว”

“ไอสัส!”

ผมหันไปด่าไอจอร์นที่เริ่มแซวผม ก่อนจะเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆคนอื่น

ผมหยุดชะเง้อหาผัวทันที!!! เอ้ย ชะเง้อหาเขา

แล้วหันไปดูน้องๆแต่ละคนที่เริ่มทยอยกลับกันบ้างแล้ว แต่บางส่วนก็ยังรอพ่อแม่มารับอยู่

ไม่ทันที่ผมจะได้เดินไปไหนหรือ หันไปคุยกับใคร

ไอเพื่อนเวรมันก็ตะโกนมา

“มาแล้วๆๆๆๆๆๆ”

ผมรีบหันไปดูตามเสียงนั้นว่าอะไรมา

แหมมมมม จริงๆผมก็รู้อยู่แล้วหรอกนะว่า อะไรมา แค่พูดไปเท่านั้นแหละ

ผมหันไปมอง ก็ต้องพบกับชายหนุ่มรูปงามควบม้าสีขาวตรงมาข้างหน้า!!! นิยายเกินไปหล่ะ

เป็นเขาครับ ที่กำลังเดินตรงมาหาพวกผมที่เกาะกลุ่มกันอยู่

เด็กๆบางกลุ่มที่เขาเดินผ่าน มองตามเขากันหมด

พอเขาเดินมาใกล้ เพื่อนๆผมก็เริ่มทักทาย

“ว่าไง กูรูอยู่แล้วว่ามรึงต้องมา”

ไอจอร์นเริ่มก่อนเลยครับ

ผมเห็นเขาหัวเราะให้กับคำถามนั้น ไม่ตอบอะไรกลับไป แล้วก็เดินมาตรงหน้าผม

“กลับเลยมั้ย”

เขาถามออกมา ซึ่งเพื่อนๆแต่ละคนก็หัวเราะกันเบาๆให้ผมกับเขารู้ตัวว่าได้ยิน

ผมตอบกลับไปง่ายๆว่า

“เดี๋ยวรอน้องๆกลับหมดก่อน”

เขาพยักหน้ารับ แล้วก็หันไปคุยกับเพื่อนคนอื่นๆ

ตอนนี้เหลือกันไม่กี่คนแล้วครับ พวกผม5คน กับน้องอีก2คนที่รอพ่อมารับ

บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเป้นพวกผมที่ต้องอยู่รอน้อง

อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ อาจจะเป็นเพราะผมเป็นประธานรุ่นด้วย แถมตั้งแต่ปี2 พวกผมก็จะกลายเป็นคนสุดท้ายที่กลับออกจากงาน ถ้างานนั้นเป็นงานที่พวกผมจัด ส่วนเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆก็กลับไปตั้งแต่ลงมาถึงแล้ว

ผมเดินไปนั่งกับน้องๆ ปล่อยให้เหล่าสามีเขาคุยๆกัน!!!! ไม่ใช่ ปล่อยให้เพื่อนๆคุยกันต่างหาก

ผมนั่งกับน้องสักพัก คนหนึ่งก็กลับไป เหลือผู้ชายอีกคนหนึ่งซึ่งพ่อใกล้จะมาถึงแล้ว

ผมชวนคุยไปเรื่อย ถามว่าทริปเป็นไง เรียนเป็นไง ตามสไตล์รุ่นพี่คนหนึ่ง ก่อนที่จะบอกลา เมื่อพ่อของน้องขับรถมาถึง

ผมยกมือรับไหว้ขอบคุณ แล้วเดินตรงไปยังกลุ่มผมที่นั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่

“ป่ะ กลับกัน”

พวกเราทั้งหมด เดินตรงไปที่รถพร้อมกับสัมภาระของตัวเอง ยกเว้นคนหนึ่งที่ไม่ได้แบกสัมภาระของตัวเอง

!!!! พอผมพูดว่ากลับกัน ทุกคนก็เด้งตัวลุกขึ้นยืน ก่อนจะก้มลงไปหยิบกระเป๋าของตัวเอง

รวมถึงไอบ้านั่นด้วยเหมือนกัน!!! แต่เขาไม่ได้หยิบกระเป๋าตัวเองเนี่ยสิ แต่ดันหยิบกระเป๋าผมแทน

คนอื่นเห็นภาพที่เกิดขึ้น ก็มองมาที่ผม ก่อนจะหันไปยิ้มให้เขา

และเขาก็ยิ้มตอบรับกลับ!!!

!!!! พวกมรึงคุยอะไรกันเนี่ย!!!!!!!!!!!!

ผมเดินไปพยายามยื้อเอากระเป๋ากลับมา แต่ก็ต้องโดนแรงยักษ์ ร่างมหาศาล ดึงกลับไป ผมเลยต้องปล่อยเลยตามเลย

พอเดินมาถึงรถ แต่ละคนก็ขึ้นรถประจำตำแหน่งตัวเอง

เช่นเดียวกับผมครับ ที่พอถึงรถปั๊ป ก็เดินไปเปิดประตูข้างคนขับเลย

“55555555 นั่งจนชินใช่มั้ยมรึง”

โอยยยยยยย ไอจอร์นนนนนนน มรึงจะอะไรนักหนากับกูเนี่ยยยยยยยย สังเกตจังงงงงงงงงงง!!!!

คนอื่นหัวเราะตาม

รวมทั้งเขาด้วย!!!!

อ้าว!!! หัวเราะทำไม นี่มันแซวคู่นะเว้ยยย ไม่ใช่แซวกูคนเดียว ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก

ผมหันไปมองหน้าเขา แล้วเขาก็ยิ้มกลับให้ผม

ไอฟาย!

พวกเราทั้ง6ชีวิตนั่งกันอยู่ในรถ โดยแต่ละคนถือกระเป๋าของตัวเองไว้ ยกเว้นผมที่กระเป๋าโดนยัดไปข้างหลังรถแล้ว

เขาเวียนรถไปส่งไอจอร์นกับเพื่อนคนหนึ่งที่หอ แล้วก็ดรอปเพื่อนอีกสองคนลงข้างทางเพื่อต่อรถกลับบ้าน

ก่อนจะขับรถพาผมตรงไปยังคอนโด

ระหว่างทาง ผมก็เล่าให้เขาฟังว่า ทำอย่างนู้น ทำอย่างนี้ เมาอย่างนู้น เมาอย่างนี้ บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุก

แล้วเราก็ขับมาจนติดไฟแดงไฟแดงหนึ่ง

เขาก็ถามผมขึ้นมา

“พรุ่งนี้มีเรียนเปล่า”

ผมคิดสักแปป ก่อนจะตอบกลับไป

“มีบ่ายอ่ะ”

ผมหันไปมองหน้าเขา ก็เห็นเขายิ้มออกมา

ยิ้มทำไม มีอะไรวะ วางแผนอะไรไว้

ไม่ทันให้ผมได้คิดไปไกล เขาก็พูดออกมา

“งั้นไปนอนบ้านกูกัน”

ประจวบกลับไปเขียวพอดี

แทนที่เขาจะเลี้ยวเข้าคอนโดผม เขากลับเลี้ยวอีกทาง ตรงไปไหนก็ไม่รู้ ไปยังสถานที่ที่ผมไม่เคยไป และไม่กล้าที่จะไป

ผมงงกับคำพูดของเขา ก่อนจะตั้งสติตัวเองได้แล้วถามเขาไป

“ไปนอนบ้านมรึง วันนี้เนี่ยนะ”

ใช่ วันนี้เนี่ยนะ วันที่กูเพิ่งกลับมาเนี่ยนะ

“อืม”

เขาตอบกลับมาคำเดียว

ผมเลือกที่จะไม่ถามอะไรให้มากความ เพราะถึงจะถาม ถึงจะโวยวายยังไง เขาก็คงไม่เปลี่ยนการตัดสินใจแน่ๆ 

ผมก็เลยนั่งนิ่งๆเป็นตุ๊กตาหน้ารถ ยอมให้เขาขับรถพาไปที่บ้าน

ระหว่างทาง ผมก็ถามเขาว่า นี่อะไร นู้นอะไร เพราะเส้นทางนี้ผมไม่เคยมา

จนถึงจุดที่ไม่รู้จะคุยอะไรกันแล้ว เราทั้งคู่ก็เลยเงียบใส่กัน ปล่อยให้แต่ละคนอยู่กับความคิดตัวเอง

ผมมองบรรยากาศรอบทางไปเรื่อยๆ พลางคิดในใจ

ไอสัส!!! ไกลไปแล้วนะ มรึงจะพากูไปฆ่าหมกป่ารึไงเนี่ย

ผมหันไปถามเขา

“ไกลจังวะ”

เขาหัวเราะเบาๆออกมาก่อนจะตอบมาว่า

“ใกล้ถึงหล่ะ”

แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป

เวลาผ่านไปพักใหญ่ เราก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังโตหลังหนึ่ง

ใกล้กับผีมรึงสิ!!!!

ผมมองบ้านหลังนั้น ก่อนที่ประตูรั้วจะเปิดออก เพราะเขากดรีโมทให้ประตูอัตโนมัติเปิดออก แล้วขับรถตรงเข้าไป

คุณเคยเห็นบ้านคนรวยในละครช่อง7ช่อง3มั้ยครับ

บ้านเขาหน่ะ!!!

ไม่เหมือนอย่างนั้นเลย!!!

ตอนแรกผมก็วาดฝันไว้ว่า จะได้มานอนคฤหาสน์หลังใหญ่โต มีคนรับใช้มายืนคอยต้อนรับ แต่เปล่าเลยครับ

ตัวบ้านอะใหญ่ครับ ทรงสูง มีสนามหน้าบ้าน ปลูกต้นไม้ จัดแต่งสวยงาม มีบริเวณจอดรถ ซึ่งตอนนี้จอดอยู่4คัน และเบนซ์คันสวยอีกคันหนึ่งจอดอยู่ที่ประตูหลักหน้าบ้าน

เขาขับตรงไปที่โรงจอดรถ แล้วดับเครื่องยนต์

ผมลงมามองสำรวยตัวบ้านเขาให้ทั่ว ก็สังเกตเห็นว่า มีบริเวณโล่งบริเวณหนึ่งที่เป็นที่ดินว่างเปล่าไม่ทำอะไรเลยว่างอยู่ ก็เลยหันไปถามเขา

“ตรงนี้เอาไว้ทำไรวะ”

เขาเดินไปหยิบกระเป๋าของผมหลังรถ แล้วเดินมายืนข้างๆผม ก่อนจะตอบคำถาม

“เห็นว่าพ่อกูจะให้เขาทำถนนเข้ามา จะได้ไม่ต้องไปเข้าทางซอย”

แม่จ้าววววววว นี่มรึงกะสร้างถนนเป้นของตัวเองกันเลยหรอเนี่ย!!!! โหดไปมั้ยวะ

ผมตกตะลึงได้แปปนึง ก็เดินไปสำรวจสวนเล็กๆที่อยู่ข้างๆ

เขาเห็นผมทำท่าสนใจ ก็เลยพูดออกมา

“อันนี้แม่บ้านกูเขาปลูกไว้เวลาว่างๆ บางทีเขาก็เก็บมาทำอาหารให้กิน แล้วนี่”

เขาลากผมไปดูกรงสัตว์ใกล้ๆ

“คนขับรถแม่กูเขาเลี้ยงไก่ด้วย บางทีก็เก็บไข่มาให้พวกกูกิน”

ผมก้มลงไปมองใกล้ๆ ก็เห็นตัวไก่ นอนอยู่ในกรงที่เปิดไฟสีส้มอ่อนๆให้มัน

เดินวนแถวโรงจอดรถได้สักพัก ก็ถึงเวลาเข้าตัวบ้าน

ผมเกร็งเพราะกลัวว่าจะเจอพ่อแม่เขา จนเขาสังเกตเห็น

ก่อนเข้าบ้าน เขาเลยเดินมาลูบหัวผมเบาๆ ก่อนจะพูดว่า

“ไม่ต้องกลัว พ่อแม่กูไม่กัดหรอก”

แล้วก็เดินหัวเราะนำเข้าไป ปล่อยให้ผมเดินตามแบบไม่รู้ทาง

เข้ามาในตัวบ้านจากทางโรงจอดรถ ข้างในก็ปิดไฟมืดแล้ว มีเพียงแสงสว่างจะพระจันทร์ที่สาดเข้ามา พอให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร เขาบอกให้ผมเงียบๆ เพราะแม่บ้านน่าจะหลับหมดแล้ว ก่อนจะเดินไปหยิบน้ำมาขวดนึง แล้วเดินขึ้นชั้นสองไป

ตรงตัวชั้นสอง พอขึ้นมาก็เจอบริเวณที่วางพระตั้งอยู่ ผมยกมือไหว้ ก่อนจะเดินตามเขาไปยังห้องนอนของเขา

พอเข้ามาในห้อง เขาก็จัดการเปิดไฟ เปิดแอร์ ดึงผ้าคลุมเตียงออกแล้ววางกระเป๋าผมลงบนเตียง

ในชีวิตนี้ผมไม่เคยเห็นห้องนอนใคร ที่จะต้องมีผ้าคลุมเตียงมาคลุมทุกวัน ผมก็เลยถามเขาไปว่าทำไมต้องคลุม เขาให้เหตุผลมาว่า เพราะแม่บ้านคลุมให้ ก็ไม่อยากขัด อยากคลุมก็คลุมไป

เขายืนนิ่งกอดอกพร้อมกับรอยยิ้มมองดูผมสำรวจห้องนอนเขาอย่างเต็มที่

ภายในห้องประกอบไปด้วยเตียงใหญ่1เตียง บนหัวเตียงมีรูปถ่ายรวมตอนมัธยมของโรงเรียนเขา

ผมเลยหยิบลงมา แล้วนั่งบนเตียง ไล่หาใครสักคนหนึ่งในภาพ

เขาลงมานั่งข้างๆผมตอนไหนก็ไม่รู้เพราะผมจับจ้องภาพตรงหน้า ก่อนที่จะชี้นิ้วลงไปในภาพแล้วพูดขึ้นมาว่า

“นี่ไง มรึง”

ผมหันหน้าส่งยิ้มไปให้เขา พร้อมๆกับที่เขาส่งยิ้มมาให้ผม

“เป็นไง กูหล่อมั้ย”

ผมได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าทำตาล้อเลียนเขา แล้วก็ก้มลงมองหาคนต่อไป

“ไอจอร์น”

ผมหยุดที่หน้าไอจอร์นก่อนจะหัวเราะออกมาแล้วหยิบบีบีมาถ่ายรูป ส่งไปให้มัน

มันกดรับรูปแล้วพิมพ์กลับมา

“ไปเอามาจากไหนวะ”

ผมอ่านเสร็จก็ตอบมันกลับไปทันทีแบบไม่คิดอะไร

“รูปถ่ายรวมสมัยมรึงมัธยมไง”

มันเงียบไปสักพัก แล้วก็ตอบกลับมา

“นี่มรึงไปอยู่บ้านมันใช่มะ”

สัส!!!ลืมไปเลย ไอเชรี่ยยยยยยย ทำไงดีวะ กูพลาดอีกแล้ววววววววววว โว้ยยยยยยยยยยยยยย!!!!

ผมทำหน้าตกใจก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือจากคนข้างๆ

แทนที่มันจะช่วยคิดหาทางออกให้ผม มันกลับตอบมาหน้าตาเฉย

“อ้าว ก็บอกไปดิว่าใช่”

ไอสราดดดดดดดดดดด!!!! ไม่ช่วยกูแล้วยังสนับสนุนอีกนะ ผมนั่งคิดอยู่นานว่าจะบอกยังไงดี แต่คงนานไป เพราะไอจอร์นมันพิมพ์มา

“55555555 แน่นอน โอเคๆ กูไม่รบกวน มีความสุขของมรึงไป”

แมร่งเอ้ยยยยยยยยยยยยย!!! เก่งจริงๆเพื่อนกู 

ผมยื่นบีบีให้เขาอ่าน เขาก็หัวเราะลั่นออกมา

ผมไม่สนใจแล้วครับ หันหน้าไปไล่ดูเพื่อนๆเขาต่อ

แล้วก็ต้องไปหยุดอยู่ที่คนคนหนึ่ง

“เห้ย ใครวะเนี่ย หล่อดีนะ”

ผมหันไปถามเขา เขาก้มลงมาดูใกล้ก่อนจะตอบคำถามผม แล้วก็ดึงรูปภาพนั้นออกจากตัวผม เอาไปวางกลับที่เดิม

“เพื่อนกูเอง”

ไอเวรรรรรรรรร!!! ไม่ใช่เพื่อนมรึงแล้วมันจะเป็นใครหล่ะ เพื่อนกูมั้ง!!!!!

ผมงงกับการกระทำของเขา แต่ก็ไม่ได้สนใจ ลุกขึ้นยืน สำรวจต่อ

ผมเห็นตู้เสื้อผ้าที่บิวท์อินเข้ากับผนัง 6 ตู้ !!! ใช่ครับ 6 ตู้ แถมแต่ละตู้ พอเปิดออกมา ก็เหมือนเป็นสวิทซ์ไฟ ให้ไฟในตู้สว่างขึ้นมา

โครตเท่!!!

ผมเปิดปิดเล่นอยู่อย่างนั้น จนเขาต้องเดินมา แล้วก็ก้มลงหยิบเสื้อนอนลายสก๊อตให้ผม

โว้ววววว มีเหมือนกันนี่หว่า

ผมหยิบขึ้นมาดมดูว่าใช้หรือยัง แล้วก็หันไปยิ้มให้เขาเพราะมันหอมมาก แล้วก็เดินไปวางบนเตียงสำรวจต่อ

ในห้องเขาก็ไม่มีอะไรมากแล้วครับ มีก็แค่โต๊ะทำงาน ที่เขาบอกว่าช่วยธุรกิจของที่บ้าน กับคอม imac หน้าจอใหญ่ยังกับทีวี ตั้งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง

ผมเดินไปที่หน้าต่าง เปิดผ้าม่านออกก็ต้องตกใจ

เพราะข้างล่าง เป็นสระว่ายน้ำขนาดกลาง ทรงสี่เหลี่ยม ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านเขา แล้วข้างๆก็เป็นห้องอาบน้ำกลางแจ้งแบบในคลับ

ผมยืนค้างอยู่อย่างนั้น ตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น จนเจ้าของห้องต้องเดินมาขยี้หัวผมเบาๆ

>////< ช่วงนี้เยอะมรึง

“พรุ่งนี้เช้าว่ายน้ำกันเปล่า”

เขาพูดไปพร้อมๆกับขยี้หัวผม

ผมหันไปมองหน้าเขาที่ยืนยิ้มแบบโครตหล่อจ้องมาที่ผม

ผมคิดถึงบางเรื่องก่อนที่จะเลือกตอบไป

“ไม่เอาดีกว่า”

จะให้ผมเปลื้องผ้า ลงไปว่างน้ำกับคนหล่อ หุ่นดีขนาดนี้หน่ะหรอ ไม่มีทาง อีกอย่าง ผมยังไม่เคยเห็นเขาเปลื้องผ้า!! หมายถึง เสื้อผ้าน้อยชิ้นต่อหน้าต่อตาเลย ถ้าได้เห็นคงเป็นบ้า จมน้ำตายแน่ๆ

ผมผละตัวออกมา มองไปรอบๆอีกครั้ง ก่อนจะนั่งลงบนเตียง

เขาเดินมานั่งลงข้างๆผม แล้วก็เอ่ยประโยคที่ผมกลัวที่สุดออกมา

“ไปหาพ่อกับแม่กูกัน”

นั่นไง!!! เงิบเลยกู!!!

ผมเดินตามเขาไปยังห้องโถงชั้นสองที่เขาบอกว่า เป็นห้องนั่งเล่น!!!

เออะ!!! ข้างล่างมรึงก็มีห้องนั่งเล่น ข้างบนมรึงยังมีห้องนั่งเล่นอีกหรอ

ตอนแรกที่เขาบอกว่าจะพามาไหว้พ่อแม่เพื่อฝากเนื้อฝากตัวขอเป็นลูกสะใภ้ !!! ไม่ใช่หร่ะ

ผมก็คิดว่าจะทำตัวยังไงดี ไม่ให้พ่อแม่เขาสังเกตเห็นอะไรแปลกๆ เออะ อะไรแปลกๆ

แล้วผมก็นึกได้ว่า ก็ไม่เห็นต้องปรุงแต่งอะไรในตัวเองเลยหนิ ผมกับเขาก็เป็นผู้ชาย เป็นเพื่อนกัน มานอนบ้านเพื่อนไม่เห็นจะแปลก เขาก็คงคิดแบบนี้ถึงกล้าพาผมมานอนที่บ้าน

พออยู่หน้าห้องนั่งเล่น ผมก็ใจเต้นแรงขึ้นมาอีก พยายามข่มใจแล้วแต่ก็ทำไม่ได้

เหมือนเขาจะรู้ครับ เพราะเขาหันมามองหน้าผม แล้วยิ้มให้

อืม กำลังใจดีแท้!!!!

เขาเปิดประตู แล้วก็พาผมเข้าไป

ผมยกมือไหว้สามีภรรยาคู่หนึ่งที่นั่งกินผลไม้ พร้อมๆกับดูทีวี

ทั้งคู่ยิ้มรับไหว้ผม ก่อนคนเป็นพ่อจะหันไปถามลูกชาย

“เพื่อนที่ม.หรอ”

ก่อนที่ผมจะอ้าปากตอบ เขาก็ชิงตอบกลับไป

“เปล่าพ่อ เพื่อนไอจอร์นมันหน่ะ”

อืม ตอบดีตอบตรง ไม่คิดจะโกหกอะไรเลย

เขาเดินนำไปนั่งโซฟาตัวใหญ่ข้างหน้า ผมเลยเดินไปนั่งตาม

ทั้งคู่คุยกับผมแบบไม่มีอะไรแอบแฝง ไม่คิดจะถามเรื่องส่วนตัว ไม่คิดจะกดดันอะไร ผมตอบคำถามเขาในส่วนที่เขาถาม พลางจิ้มผลไม้ขึ้นมากิน

อิอิ ก็มันมีฝรั่งที่ผมชอบนี่นา แถมยังนิ่มอีกด้วย ของโปรดเลย

คุยกันได้สักพัก เขาก็ขอตัวเข้าห้อง เพื่อที่จะเมคเลิฟกับผม!!!! จะบ้าเรอะ!!!!!

ผมยกมื้อไหว้ลาคุณพ่อคุณแม่ >///<  ก่อนจะเดินตามออกมาจากห้องนั่งเล่น เข้าห้องนอน แล้วนั่งลงปลายเตียง ถอนหายใจยาวๆ

ผ่านไปขั้นนึงแล้ว!!!

เดี๋ยวนะ กูไม่ได้มาเปิดตัวนะ!!!!

เขาเดินมานั่งข้างๆผมเหมือนเดิม พร้อมกับขยี้หัวผมเบาๆ

อีกแล้ววววว!!!

“5555555 ทำท่าเหมือนกูพามาดูตัวเลยนะมรึง”

ไอสราดดดดดดดดดดด รู้ความคิดกูได้งายยยยยยยยย!!!!

ผมเด้งตัวลุกขึ้น ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่เขาวางไว้ให้ พร้อมกับชุดนอน เดินเข้าห้องน้ำไป

เขาทำท่าจะเดินตาม แต่ก็ถูกผมชี้หน้าดักไว้ก่อน

หึหึ ไม่ได้แดกกูหรอก!!!!

ในห้องน้ำที่แสนใหญ่โตมโหฬาร ประกอบไปด้วย กระจกบานโครตใหญ่ ชักโครกสวยหรู อ่างน้ำแบบเลือกได้ว่าจะเอาน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น ฟักบัวสไตล์ยุโรป แล้วก็อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่

กูจะอาบยังไงดี!!!

ก่อนที่ผมจะตัดสินใจได้ว่า ควรจะหันไปหยิบที่ฉีดตูดมาอาบ ผมก็เหลือบไปเห็นแปรงสีฟันคู่หนึ่ง

ใช่ครับ คู่หนึ่ง!!!! 

ผมเดินไปหยิบขึ้นมาดู พลางคิดในใจ

มรึงชอบพาใครมานอนกกใช่มะ!!!

คิดได้ดังนั้นก็เลยเปิดประตูห้องน้ำ เดินกระทืบเท้าออกไป ก้มลงคว้ากระเป๋า!!! แล้วหยิบแปรงสีฟันของตัวเองออกมา

เขาเห็นท่าทางแปลกๆของผม ก็ทำหน้าเป็นหมางง

ผมไม่ปล่อยให้เขางงครับ

ผมพร้อมที่จะบอกว่าผมหงุดหงิดอะไร??? แล้วกูหงุดหงิดทำไม???

ผมชูแปรงสีฟันให้เขาดู แล้วทำสิ่งที่รุนแรงที่สุดใส่เขา

แบร่! แลบลิ้นครับ!

ผมแลบลิ้นใส่เขา ก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้องน้ำไป

แทนที่เขาจะโกรธ เขากลับหัวเราะตามการกระทำของผม

ก่อนจะเดินมายังหน้าห้องน้ำที่ผมปิดประตูล็อคกลอนเรียบร้อย แล้วตะโกนเข้ามาให้ผมได้ยิน

“ของพี่ชายกู บางทีเขาก็ชอบมานอนห้องกู แต่ปกติเขานอนที่ออฟฟิต”

อะไร!!! กูไม่ได้อยากรู้สักหน่อย!!! มาบอกกูทำไม!!!



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2555 0:34:50 น.
Counter : 3987 Pageviews.

1 comments
  
แค่เห็นแปรงสีฟันก็คิดไปไกลละ
5555555 แล้วพอเจอคำตอบเป็นไงละ
ขำเลย เคะซึน ฮาาา น่ารักอะ
โดย: Mello IP: 101.51.223.13 วันที่: 5 พฤษภาคม 2556 เวลา:15:30:49 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

แนวนิ้วนิ้วแนว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]



New Comments
พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
26 พฤศจิกายน 2555
All Blog