Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
14 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
ประสบการณ์สมัครแอร์ - Orient Thai Airlines

จากที่บอกไปในบล็อกหน้าที่แล้วว่าเราคิดว่า 13 นี้จะไป Orient Thai สุดท้ายก็ได้ไปค่ะ

ตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่สิบโมง แต่ตื่นสิบเอ็ดโมงครึ่ง ตื่นมาแล้วแอบรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหมือนไม่ค่อยสบายยังไงก็ไม่รู้ขาก็ปวด ตาก็ปวดเหมือนจะเป็นตากุ้งยิง -*- แต่ก็ฮึดนะ ตั้งใจแล้วว่าจะไปนี่นาดีกว่าตื่นมาแล้วอยู่บ้านเฉยๆ (แล้วเพราะอะไรหลายๆ อย่างทำให้เราตัดใจไม่ไปว่ายน้ำของนกแอร์คือคิดหลายตลบมากแล้วจริง ๆ T_T ถามว่าเสียดายมั้ยก็เสียดายนะแต่เราตัดสินใจไปแล้วอ่ะก็เลยช่างเถอะ)

เราไปถึงที่โน่นตอนบ่ายสองครึ่ง เจอคนที่เข้าไปทำกรุ๊ปด้วยกันรอบนกแอร์ด้วยอ่ะ เรานึกว่าคนที่เข้าไปทำกรุ๊ปด้วยกันจะได้หมดซะอีกแต่เปล่าแฮะ คนนี้เค้าบอกว่าเค้าไม่ได้อ่ะ พอเค้ารู้ว่าเราไม่ได้ไปว่ายน้ำนกแอร์เค้าก็เสียดายแทน อยากบอกว่าเราก็เสียดายยยย แต่เรามีเหตุผลของเรา

เราไปถึงก็สายแล้วนะได้เบอร์ที่ 102 ซึ่งรอบบ่ายคิวจบที่ 108 ค่ะ เกือบโหล่เลยทีเดียว-_-;; ก็นั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ พอถึงคิวแล้วพี่ก็จะให้เรียงแถวห้าคนไปยื่นเอกสารทำ group discussion ถือว่าค่อนข้างแปลกนะ ตอนแรกเรานึกว่าจะให้แนะนำตัวก่อนแล้วค่อยทำกรุ๊ปซะอีก -O- ตอนนั่งเก้าอี้ก็นั่งมองเพื่อนๆ ร่วมชะตาแล้วยิ้มมมมม คือใจอ่ะสั่น แต่ยิ้มสู้ 555+ สักพักพี่ๆ ก็มาบอกโจทย์ค่ะ กรุ๊ปเราได้หัวข้อว่า 'ระหว่างสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิคุณคิดว่าที่ไหนดีกว่ากัน' ให้คุยกันเป็นภาษาอังกฤษ อยากบอกว่าเราตอบสุวรรณภูมิคนเดียว นอกนั้นตอบดอนเมืองกันหมดเลย ตอนนั้นแบบ แง๊ ลืมนึกไปว่าที่นี่เค้าเป็นโดเมสติก เค้าอาจจะอยากได้ยินว่าดอนเมืองมากกว่าหรือเปล่า ตอนนั้นก็แอบแก้สถานการณ์ไปว่าก็ดีทั้งสองที่นะ แต่ดีคนละแบบ เพื่อน ๆ ก็น่ารักมาก ช่วยกันตอบ ตอนสรุปก็สรุปออกมาว่าทั้งสองที่ดีเหมือนกันแต่ดีคนละแบบ ฟู่ววววว ถอนหายใจ

ทำกรุ๊ปห้าคนผ่านเข้าไปสามคน เค้าบอกเบอร์ตอนนั้นเลย ตอนนั้นหันไปมองเพื่อนข้างๆ ที่ทำกรุ๊ปและได้ด้วยกันคือหน้านิ่ง ตายิ้ม แต่ใจนี่แบบเฮ้ย ได้แล้ววว เค้ามีการหันมากระซิบถามเราด้วยนะว่ามีเบอร์เค้าด้วยใช่ป่ะ? กลัวฟังผิด 555+ คุณว่าที่สจ๊วตถามซะน่ารักเชียว

หลังจากนั้นก็ชั่งน้ำหนักและเอื้อมแตะค่ะ ของเราพี่เค้าเรียกไปคุยก่อนระหว่างรอชั่งน้ำหนักกับเอื้อมแตะ คำถามก็ทั่ว ๆ ไปว่าจบที่ไหน คณะอะไร แต่งหน้าทำผมเองมั้ย สายตาสั้นหรือเปล่า เรื่องทั่วๆ ไปแล้วก็คุยเรื่องทำเลสิคกันเพราะสายตาเราสั้นเยอะอ่ะ-_-;; ตอนไปชั่งน้ำหนักกับเอื้อมแตะแอบโดนแซวว่าซ่อนรูปด้วยเพราะไปชั่งแล้วหนักตั้ง 54.9 แน่ะ -_-;; เราสูง168 พอให้เอื้อมแตะพี่เค้าก็แซวเอ๊ะ 168 จริงป่ะเนี่ยแขนสั้นนะน้อง เอื้อมได้เท่าคนสูง166 เลย 555555+

หลังจากนั้นก็เข้าไปรอออออออออ รออย่างเดียว คือทุกคนที่ผ่านขั้นตอนนี้ไปแล้วจะต้อง interview เดี่ยวกับกรรมการ ระหว่างที่รอนั้นก็นั่งคุยกับเพื่อนๆ ที่นั่งรอด้วยกันไปเรื่อยเปื่อย พอคนเหลือน้อยแล้วก็มีพี่เพอเซอร์มานั่งคุยด้วย เค้าก็แซวคนที่เพิ่งสัมภาษณ์ออกมาเสร็จว่าตาแดงๆ นะน้อง ร้องไห้ป่ะเนี่ย (เพราะขั้นตอนนี้มีแต่คนบอกว่าโหดมากกกกเรารอจนถึงประมานทุ่มนึงก็ถึงคิว ตอนเดินเข้าไปก็แอบหวิว ๆ นะ แต่มาถึงที่แล้วนี่หว่ามาป๊อดตอนนี้ก็ใช่เรื่องงง

ในห้องเรามีกรรมการสองคน ท่านนึงเป็นผู้หญิง อีกท่านเป็นผู้ชาย ขั้นตอนแรกก็ตรวจดูแขน ดูผิวซึ่งเราก็โดนถามเรื่องหลุมสิวอ่ะT_T (เสียใจจัง แปลว่าที่ไปรักษามาโดนไปหลายหมื่นยังไม่เห็นผล ฮึก T^T) เราก็บอกว่าเรารักษาอยู่แต่หมอบอกว่าต้องรอ 3-6เดือนถึงจะเห็นผลพอมาดูขา เค้าก็ถามว่าขาเราที่ช้ำไปโดนไรมา แล้วอีกข้างนึงล่ะ แล้วด้านหลังล่ะ เราก็งงว่าด้านหลังเรามันเกิดอะไรขึ้น พอหันไปมองเท่านั้นล่ะ =[]=!!! จ๊ากกกก ถุงน่องขาดดดด ขาดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อ๊ากกก คือเราไม่รู้อ่ะว่ามันขาด ถ้ารู้ก็จะวิ่งไปเปลี่ยน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ ฮือออออ

หลังจากนั้นก็ถามเรื่องทั่วไป อย่างเราเขียนในนั้นไปว่าเราเป็นนักเขียน กลางห้องมีเก้าอี้วางติดกันสองตัว กรรมการให้เราเดินวนรอบเก้าอี้และเล่าให้กรรมการฟังเป็นภาษาอังกฤษว่าเรามาเป็นนักเขียนได้ยังไง-O-;; เป็นอะไรที่เราคาดไม่ถึงมาก 555+ แต่เราก็คิดว่าเราทำไปได้ดีพอสมควรนะ เดินวนไปได้ประมานสองรอบพี่กรรมการก็อนุญาตให้นั่งและเล่าต่อ

พอเราเล่าจนจบแล้วก็ถึงเวลาตอบคำถามจริงจัง เราว่าเค้าคงอยากรู้ทัศนคติของเราว่าเป็นยังไง อย่างแรกก็ถามว่าคิดว่าตัวเองเป็นคนยังไง เวลาคุยกับเพื่อนแทนตัวเองว่าอะไร เรียกเพื่อนว่าอะไร คือบทสนทนามันจะไหลไปเรื่อยๆ จากคำตอบของเรา อีกคำถามก็คือคิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้าห้องได้มั้ย ถ้าได้เป็นหัวหน้าห้องไปได้ประมานสองเดือนแล้วเพื่อน ๆ ในห้องโหวตให้เราออกแล้วให้คนอื่นเป็นหัวหน้าห้องแทนเราจะทำยังไง จะถามเพื่อนถึงเหตุผลมั้ยว่าทำไมถึงอยากให้เราออกประมาณนี้

หลังจากนั้นพี่กรรมการก็ถามว่าถ้าเราต้องออกไปนอกประเทศไม่ได้เบสที่ไทย เราจะมีปัญหาหรือเปล่าประมาณ 3-6 เดือนนะ แล้วงานเขียนล่ะ จะมีปัญหาอะไรมั้ย ที่ฮาก็คือที่แอบโดนขู่อ่ะ คือก่อนออกจากห้องกรรมการก็ถามว่ามีอะไรจะถามมั้ย เราก็เลยถามไปว่าถ้าต้องไปนอกประเทศจะได้ไปที่ไหน เค้าก็บอก'ซาอุดิอาระเบียหรือไม่ก็ไนจีเรีย ประเทศที่ยังไม่เจริญอ่ะในใจเรานี่แอบฮา คือพี่แอบขู่ผิดคนนะคะเพราะเราเป็นคนไม่กลัวเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ ไป work and travel ที่ลาสเวกัสคนเดียวสามเดือนเรายังไปมาแล้วเลย 555+ ต่อให้ประเทศที่เค้าว่ามามันยังไม่เจริญก็จริง แต่ถ้าถึงเวลาไปจริง ๆ ก็คงมีเพื่อนคนอื่นไปด้วย ไม่ได้ไปหัวเดียวกระเทียมลีบ 

หลังจากนั้นก็ร่ำลากรรมการ ตอนเดินออกมานี่โล่งมากกกกกก ได้กลับบ้านแล้วววว หิวข้าวววว กินข้าวไปนิดเดียวเองตอนก่อนออกจากบ้าน ขอบคุณแม่มากที่เอาข้าวมาเสริฟ์ให้ถึงห้อง T_T รักแม่

เรื่องเดียวที่เสียดายวันนี้ก็คือค่าที่จอดรถอ่ะโคตรแพงงงง 145 บาทแน่ะ -_-;;

ผลจะเป็นยังไงก็ไม่รู้อ่ะนะ ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถ้าถามเราว่าคิดว่ายังไง ตอบแบบไม่เข้าข้างตัวเองเราคิดว่าเราตอบคำถามได้ค่อนข้างดีพอสมควร คือออกมาจากห้องแล้วรู้สึกโอเคอ่ะไม่เหมือนตอนออกมาจากนกแอร์ที่งงว่ากูทำอะไรไปบ้างวะ 55+ แต่ก็ไม่รู้ว่าคำว่าดีสำหรับเรา จะดีสำหรับพี่ ๆ กรรมการรึเปล่า

กลับมาถึงบ้านแล้วเราก็หาไรใส่ท้องล้างหน้า แล้วงีบนอนเลยอ่ะง่วงมากกกกก เหนื่อยยยยยยยยสุดๆ แต่อย่างว่า ไปของานเค้าทำนี่นา รอแล้วได้งาน อดทนแล้วได้งานที่เราอยากทำ จะรอมั้ย จะทนมั้ยล่ะ ใช่มะ?

คือใครที่แวะมาอ่านบล็อกนี้ เราอยากแนะนำว่าสำหรับคนที่จะไปสมัครงาน ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม เรามาของานเค้าทำ รอนิดรอหน่อยก็รอไปเถอะอย่าบ่นมาก (บอกเพราะคนข้างๆ เราเค้าบ่นตลอดเลยว่าเหนื่อยมั่ง รอนานมั่ง) จริง ๆ คือมันก็ไม่ผิดหรอก แต่หลังจากที่เราบ่นไปแล้วเนี่ย ใจเรามันก็คิดแล้วว่า โอ้ย อยากกลับบ้าน โอ้ย เหนือยจัง บรรยากาศมันเสียนะ พอเป็นแบบนี้ เวลาไปเจอหน้ากรรมการเวลาสัมภาษณ์ เราว่ากรรมการสัมผัสได้อ่ะว่าเราอยากมาจริงหรือเปล่า มีใจให้ บ. เค้าจริงหรือเปล่า หรืออินี่อยากกลับบ้านแล้ว -_-;; อะไรแบบนี้ โดยเฉพาะถ้าเกิดว่าเราบ่น ๆ อยู่งี้แล้วมีคนที่ทำงานกับที่ บ. นั้น ๆ มาได้ยินอันนี้จบเลยนะ เพราะฉะนั้นเก็บไว้ไปบ่นที่อื่นดีกว่านะ




วันที่22 นี้เราจะไปการ์ต้าอีกแหละ ใครจะไปก็ขอให้โชคดีกันถ้วนหน้าทุกคนน้าาาาาาา




Create Date : 14 กันยายน 2555
Last Update : 14 กันยายน 2555 5:31:21 น. 2 comments
Counter : 7025 Pageviews.

 

THANK YOU FOR SHARING JA


โดย: VIEWER IP: 58.11.234.119 วันที่: 21 กันยายน 2555 เวลา:16:45:34 น.  

 
อยากทำงานในสนามบินบ้างคะ ชอบพบปะคน แต่หนูขี้อาย ไม่ค่อยมั่นใจ เรียนมาก็ไม่ตรง ภาษาอังกฤษก็ยังไม่แข็ง เฮ้อ…หมดหวังแล้วใช่ไหมคะ
หนูไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี ตอนนี้ก็ปี่สี่แล้ว


โดย: mint IP: 115.67.195.87 วันที่: 23 สิงหาคม 2556 เวลา:10:20:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

MsRoseQuartz
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]




นักศึกษาจบใหม่ ฝันไว้ว่าวันนึงอยากจะไปทำงานบนเครื่องบินกับเค้าบ้าง เขียนนิยายรักหวานแหววให้เด็ก ๆ อ่านไปพลาง ๆ และหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของเครื่องสำอางอย่างถอนตัวไม่ขึ้น!





There are no ugly women, only lazy ones :)






Created since June 22, 2011
Friends' blogs
[Add MsRoseQuartz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.