Group Blog
 
<<
กันยายน 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
10 กันยายน 2556
 
All Blogs
 
ประสบการณ์สมัครแอร์ - Qatar Airways & กินเที่ยวช็อป ณ Kuala Lumpur

สวัสดีค่าาาาา

จริง ๆ แล้วตอนนี้เราอยู่ในโหมดขี้เกียจอัพบล็อกสุดๆ เลยนะคะ เพราะกำลังเซ็งกับชีวิตหลาย ๆ เรื่อง ฮอร์โมนเพี้ยนสุด ๆ (เดือนนี้เมนส์มาตั้งสองรอบแน่ะ สิวระเบิดสองรอบเลย เวรกรรม) เซ็งทั้งการงาน การเงิน ความรัก ไหนไปดูดวงหมอดูบอกว่าดีไงฟระ


บล็อกนี้จะยาวนิสนึงนะคะ
รูปก็เยอะมากด้วย เพราะเราจะรวบยอดที่ไปเที่ยวที่มาเลด้วยเลยค่ะ ^^ ลมจะจับเอา แต่จำใจสลัดตัวขี้เกียจทิ้งเพราะรู้ว่ามีคนรออ่าน 5555555+



เราบินไปถึงมาเลเซียวันที่
1 ค่ะ ระหว่างทางก็เจอเพื่อนร่วมความฝันเยอะมาก!!! สาวไทยบินไปสมัครแอร์ที่มาเลเยอะมากค่ะ! มากจนเราตกใจ! เอาเป็นว่าเวลาเจอคนอายุรุ่น ๆ ไล่ ๆ กันคนไหนบินไปสมัครแอร์นี่ดูไม่ยากเลยค่ะ ดูที่เล็บค่ะ เล็บทุกนางจะเป๊ะหมด! (ยกเว้นเล็บเรานะ เพราะยังไม่ทา ขี้เกียจ)

ซึ่งการที่เราตัดสินใจไปวันที่ 1 เนี่ยเป็นอะไรที่คิดถูกมากเพราะถ้าเราไปวันที่
2 ซึ่งเป็นวันวอล์คอินเราคงล้ามากแน่ ๆ เพราะขนาดบินไปถึงก่อนวันเดียวเรายังเพลียเลยค่ะ - -;; กระเป๋าเดินทางเราตั้ง 14.8 โลแน่ะ Smiley แถมเรายังแบกโน็ตบุ๊คไปอีก ไหล่แทบหักเลยทีเดียว

วันแรกเราไม่ได้ทำอะไรมากเดินวนเวียนอยู่แถว ๆ โรงแรม อาหารมื้อแรกของเราก็สุดแสนจะสวยหรูเริ่ดอลัง เบอร์เกอร์คิงนั่นเองงงงงง!!!





ส่วนมือที่สองเป็นอาหารอินเดีย




คือจะบอกว่าจริง ๆ เราไม่ได้ตั้งใจจะกินอาหารอินเดียนะ เพียงแต่เดินตามหา Laksa ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองของที่นี่ เราเม้าท์กับเพื่อน ๆ ในพันทิปเนี่ยแหละ เค้าบอกว่าเป็น must try เลยนะ ก็เลยเดินหาร้านอาหารข้างโรงแรมเอา ปรากฏว่าในเมนูมันไม่มี Laksa อ่ะ ก็เลยให้พนักงานเลือกมาให้สองอย่าง แบ่งกันกินกะโม



หลังจากชิมอาหารแล้วหน้าตาของอิชั้นก็เป็นอย่างที่เห็น Smiley



หมดไปห้าร้อย กินได้อย่างเดียวคือน้ำสตรอเบอรี่อะไรสักอย่างที่เราสั่งมา ยิ่งของโมนะแย่มาก รสชาติน้ำเหมือนเอายาสีฟันผสมน้ำเย็นมาเสิร์ฟอ่ะ ขากลับพนักงานถามว่า Do you wanna take home? เรากับโมมองหน้ากันเองพร้อมพูดว่า โน่วววววววววว

เป็นการตัดสินใจที่ผิดมากทั้งสองมื้อเลย ไอ้เบอร์เกอร์คิงเนี่ยแหละทำสิวขึ้นหน้าเราตั้งสองเม็ด!!! เม็ดปูด ๆ เป้ง ๆ เลยค่ะ แล้วใคร ๆ ก็รู้ว่ากาต้าร์ชอบคนหน้าเนียนเป็นตูดเด็ก เราโมโหมาก ไม่รู้จะทำไง เพราะตอนนั้นมันห้าทุ่มแล้วอ่ะ ร้านขายยาปิดหมดแล้ว ยาแต้มสิวก็ไม่ได้เอามา เราก็เลยจัดการเอายาสีฟันแต้มสิวซะเลย!! คืนนั้นก็นอนด้วยใจระส่ำระส่ายหวังว่าสิวจะยุบ (อย่าเลียนแบบนะคะ 5555+) ซึ่งก็โชคดีมากทีมันยุบจริง ๆ 55555+ แต่ตอนหลังไปคุยกับพี่ที่เป็นหมอรักษาหน้าคนนึงเขาบอกว่าดีนะไม่แพ้ยาสีฟัน คิดไปคิดมา เออจริงว่ะ T_T ชั้นทำอะไรลงปายยยยย





เราตื่นมาแต่งหน้ากับโมตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง!!! 555+ เพราะนัดเพื่อนอีกสองคนไว้ว่าจะลงไปกิน Breakfast ของโรงแรมกันตั้งแต่ 7 โมงค่ะ วุ่นวายกันอยู่สองคนในห้อง พอลงไปตอนเจ็ดโมงปรากฏว่า Breakfast ยังไม่เสร็จซะงั้น Smiley เพื่อน ๆ ก็เลยคุยกันว่าจะนั่งแท็กซี่ไปที่โรงแรมเรเนซองต์ซึ่งเป็นโรงแรมที่สมัครเลย
แล้วกัน





พอไปถึงโรงแรมก็เห็นมีคนมาก่อนอยู่บ้างแล้ว แหม ขนาดเราว่าเรามาเร็วแล้วนะ ^^;; มีทั้งคนไทย คนมาเล นั่งรอสักพักก็มีพนักงานเชิญให้ลงไปที่ห้องที่กรรมการใช้ยื่นเรซูเม่ที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งขนาดห้องเล็กกว่าห้องที่เมืองไทยประมาน 3-4 เท่าเลยทีเดียว

เรากับโมเดินไปนั่งที่แถวหน้าสุดเลย เจอเรื่องตลกด้วยค่ะ คือเราเจอผู้ชายคนไทยนั่งใกล้ ๆ เค้าบ่น ๆ ว่าเค้าอ่ะลืมเขียนคิ้วมา เซ็งมาก คิ้วบางมาก แล้วเราอ่ะ ดันพกดินสอเขียนคิ้วไปพอดี Smiley 5555555+ เราเลยเดินไปห้องน้ำเพื่อส่งมอบอาวุธให้เค้าพร้อมสอนวิธีการใช้เสร็จสรรพ เดินออกมาจากห้องน้ำทีฮีคิ้ววิ้งเชียว 555+

ครือตอนที่เดินกลับจากห้องน้ำเราถึงได้รู้ว่าคนไทยมาสมัครเยอะมากกกกกกก ๆๆๆๆๆๆ มากจนเพื่อนบอกว่าคนมาเลคิดว่าอยู่ Bangkok อ่ะ มองซ้ายมองขวาก็เจอแต่คนไทย ตลกมาก อะไรฟระ นี่ชั้นอยู่ไทยแลนด์รึเปล่าเนี่ย ทำไมคนไทยเยอะงี้ - -;; คือตอนแรกก็รู้ว่าคนน่าจะมาสมัครเยอะแหละค่ะ แต่ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้อ่ะ เยอะมากจนเราเหวอเลย

ตอนที่เรากำลังจะเดินกลับไปที่นั่ง ก็มีผู้ชายคนนึงทักเราค่ะ (หน้าแขก ๆ ขาว ๆ ดูสะอาดสะอ้าน บุคลิกดีมาก) คือเค้ามองเราตั้งแต่ตอนเราจะเดินไปห้องน้ำแล้ว พอดีเราสบตากัน เราก็ยิ้มให้เค้า พอเราเดินกลับมา เค้าก็มองเราอีก เราก็ยิ้มให้เค้าอีก (ประหนึ่งนางงอมจักรยาน)

หนุ่มหน้าหล่อ :: Excuse me? Are you ex cabin crew?
เรา (เหวอ) :: No, I'm not.
หนุ่มหน้าหล่อ (หน้าแตกโพล๊ะ) :: Really? You look very much like my friend and i thought she was you.
เรา :: Is she pretty?
หนุ่มหน้าหล่อ (พยักหน้าหงึก ๆ) :: Yes
เรา :: Then it's ok. i'm happy Smiley

แล้วเราก็เดินจากมาอย่างสวยงาม

แรดเนอะ 5555555555555+



ขอตัดมาที่ตอนรอยื่นเรซูเม่เลยละกันค่ะ คนข้าง ๆ เราพูดมากฝุด ๆ ขนาดกรรมการมาแล้วยังไม่หยุดพูด จริง ๆ มันไม่ใช่ปัญหาเลยนะคะถ้าเราไม่ได้นั่งอยู่แถวหน้าสุด - -;; เราก็พยายามตัดบทเค้าดี ๆ น่ะค่ะ แล้วก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่กรรมการเริ่มพูดพอดีด้วย ก็เป็นรายละเอียดทั่ว ๆ ไปแหละ ^^

คือจะบอกว่าตอนแรกอ่ะ เรามองกรรมการว่าหน้าคุ้นมาก หน้าเหมือนซูมิ กรรมการที่สัมภาษณ์ไฟนอลเราเมื่อครั้งที่แล้วเลย แต่เราไม่แน่ใจ เพราะคนนี้เค้าลุคไม่ใช่มาก ๆ รอบที่แล้วซูมิปล่อยผมยาวสยายพร้อมรองเท้าส้นสูง 5 นิ้วสีเงิน แต่คนนี้มวยผมเรียบร้อยกับรองเท้าคัทชู คนละลุคกันเลยอ่ะ เราก็มอง ๆ อ่ะว่าใช่หรือเปล่าหว่า ไม่แน่ใจ

เราก็คอยมองคนอื่นยื่นเรซูเม่ไปเรื่อย พอถึงตาเรานั่นเอง...

บอกก่อนว่าอ่านแล้วอย่าขำเก๊านะ T_T แง้









เรา :: Good morning. Here is my cv ^^ (บทเดิมจากรอบก่อน ๆ)
กรรมการ :: Good morning. So this is your name and this is your number?
เรา (มองหน้ากรรมการ เชร็ด หน้าโคตรเหมือนซูมิอ่ะ ทักดีป่ะวะ ถ้าไม่ใช่ล่ะ หน้าจะแหกมั้ย) :: Yes
กรรมการ :: And you are from Bangkok?
เรา :: Yes
กรรมการ :: Are you coming here just for the interview?
เรา :: Yes
กรรมการ :: You ever apply with Qatar Airways before?
เรา :: Yes



เชรี่ยยยยย ทำไมกรูเยสหมดเลยวะ 555555555555555555555555555555555555555555555+

คือ ณ​ ตอนนั้นยังไม่รู้สึกตัวนะคะ ยังคงสงสัยว่ากรรมการเนี่ย ใช่ซูมิหรือเปล่า ซึ่งตอนที่เรา yes ครั้งสุดท้ายไป นางสบตาเรานานมากค่ะ ประมาน 5 วิเลยนะ ประมานว่าชั้นรู้นะว่าเธอเคยมาสมัคร ชั้นจำเธอได้ เราก็แบบใช่ซูมิรึเปล่านะ เอ๊ะหรือไม่ใช่

กรรมการ :: Alright, Thank you for coming.

ห๊ะ!!!!!!!!!!!!!!

เรา :: Thank you



เดินกลับมาแบบเหวอ ๆ งง ๆ แต่ปากยังยิ้มอยู่ คิดในใจ ทำไม conversation ระหว่างเรากับกรรมการมันสั้น ๆ แปลก ๆ วะ



หลังจากนั้นเราก็กลับโรงแรมไปจัด Breakfast ค่ะ หิวมากกกกก แต่อาหารไม่อร่อยถูกปากเลยอ่ะ ไม่รู้จิ ไม่ชอบเลย เราไม่ค่อยอะไรกะหมูมากนะแต่รสชาติอาหารที่โรงแรมมันจืดเวอร์ -_-

อีกแชะกะโมก่อนขึ้นห้อง



วันนี้ค่อนข้างมั่นใจกับ grooming ตัวเองค่ะ เต็มร้อยให้ร้อยเลย เพราะก่อนจัดกระเป๋าได้เดินแคทวอล์คให้แม่ดูแล้วว่าจะใส่ชุดไหนดี วันนั้นมีคนชมเยอะด้วยค่ะ บางคนก็บอกเราเหมือน ex crew เพื่อนอีกคนบอกว่าคนจีนที่นั่งข้าง ๆ เค้าชมว่าเรา look professional มาก

เพราะฉะนั้น ถ้าใครไม่มั่นใจในการแต่งหน้าทำผมด้วยตัวเอง จะบอกว่าตอนนี้เรารับแต่งหน้าทำผมสมัครแอร์นะคะ รับรองว่าแน่นและสวยค่ะ ใครสนใจทักเราใน facebook page ได้เลยค่าาา 5555+ ขายของซะเลยยยยย

ถึงห้องปุ๊บ เราแกะผมออกแล้วม้วนใหม่ก่อนจะเอนกายลงนอน ตอนแรกกะออกไปเที่ยวเลยแต่ไม่ไหวอ่ะ ง่วงมาก แต่ขี้เกียจล้างหน้าแต่งใหม่ก็เลยนอนมันทั้งงั้นแหละ อุตส่าห์ถอยรองพื้นมาใหม่กระปุกตั้ง 3900 ต้องใช้ให้คุ้ม Smiley ง่วงมาก เหนื่อยมาก พอตื่นมาก็โทรหาพ่อ บอกว่าไม่รู้ว่าจะได้คอลล์มั้ยนะ เพราะเราว่าบทสนทนาของเรากับกรรมการมันสั้น ๆ แปลก ๆ พ่อก็บอกว่าไม่เป็นไรนะ ถ้าไม่ได้ก็เที่ยวไปให้มีความสุข 55555+



หลังจากนั้นก็นั่งแท็กซี่ไปที่ KLCC หรือ Twin Tower ที่ทุกคนเรียกว่า 'ตึกแฝด' นั่นเอง เดินวนเล่นนู่นนี่นั่น กินข้าวกันกับเพื่อนที่ไปสมัครด้วยกัน เราก็ยังไม่ล้มเลิกการตามหา Laksa นะคะ แต่งงมากเพราะเดินวนไปวนมาก็หาไม่เจอสักที คนนึงบอกอยู่ร้านนู้น ส่วนอีกคนบอกอยู่ร้านนั้น หิวอ่ะ แล้วเราแต่งตัวค่อนข้างจะโป๊ด้วย -*- คือโป๊สำหรับที่นู่น เดินไปเดินมาแล้วโดนมองจัง ก็เลยไม่เดินละ หาไรกินให้จบ ๆ ไป



อร่อยจุง มื้อนี้ประมาน 200 บาทได้นะ ไม่กล้าลองอะไรใหม่ ๆ เพราะยังเข็ดกับอาหารอินเดียเมื่อคืนอยู่ Smiley



ตอนกินข้าวอยู่ มีเพื่อนคนนึงที่รู้จักใน TCC ไลน์มาหา ว่าเค้าได้คอลล์แล้วกับซูมิ ตอนนั้นเราแบบ เห้ย????? ตกลงแม่หญิงคนนั้นนางคือซูมิจริง ๆ สินะ!!!! อ๊ากกกกก ชั้นพลาดไปแล้ววววววววววว มิน่าล่ะเค้ามองหน้าเราเหมือนจำเราได้เลย ตอนนั้นเริ่มเครียดละแต่ยังไม่อะไรมาก ยังมีกะใจจะถ่ายรูป หุหุ

ถ่ายที่ร้านขนมชื่อร้าน candylicious ค่ะ มีรถเข็นเด็กด้วย น่ารักเชียว ด้วยความที่เราก็ยังเด็กอยู่ เลยไปเข็นกะเค้ามั่ง Smiley



ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่เพราะปกติไม่ค่อยกินขนมอ่ะ แต่อย่าลากเข้าเซโฟร่าละกัน ยาว ไม่ต้องกลับบ้าน 555555555+



แล้วก็มาถึงมุมที่ทุกคนต้องมาถ่ายค่ะ คู่กะตึกแฝด หรือ Petronas Towers



เจ๋งป่ะล่ะ ยืนกลาง มีใครไม่รู้ประกบซ้ายขวา โชว์พุงเพิ่งกินอิ่มด้วย 5555555+



สักพักนึงเราก็เดินวนไปที่เซโฟร่าอีกที่ค่ะ อยู่ใกล้ ๆ ห้าง Pavilion ซึ่งจริง ๆ มันเดินไปจากตึกแฝดได้นะ แต่เราไม่รู้ นั่งแท็กซี่ไป ค่าแท็กซี่ไม่แพงมาก ประมาน 70 บาทค่ะ

คือบ่องตงว่าจุดนั้นเราเริ่มไม่ไหวละ คือเครียดมาก แม่งเอ้ยยยย ทำไมไม่คอลล์กรูสักทีฟระ ในหัวก็คิดไป ทำไงดีถ้าไม่ได้คอลล์

แต่ก็ยังมีกะใจจะถ่ายรูปต่อไป Smiley





สักพักเราก็เดินเข้าไปในห้าง Pavilion ค่ะ ห้างนี้หรูนะ หรูกว่า KLCC อีก ของราคาแบบเกินกว่าเราจะเอื้อม คือจำได้ว่ามีร้านนึงมันติดป้ายเซลล์ พอจะพุ่งตัวเข้าไปปุ๊บ ไอ้ราวที่เซลล์น่ะก็ 176rm หรือ 1760 ละ เรางี้ถอยกรูดแทบไม่ทัน คือเมิงเซลล์แล้วจริงอ่ะ Smiley

แวะไปร้านเจลาโต้ที่อยู่ชั้นบนเพราะมีคนอื่นนั่งอยู่ที่นั่งรวมตัวรอคอลล์กันที่นั่นอยู่ก่อนแล้ว ทุกคนพร้อมใจกันเอาโทรศัพท์มือถือมาวางกองรอบนโต๊ะค่ะ อย่างฮา เวลาโทรศัพท์หน้าจอไฟขึ้นที สะดุ้งกันที





ขอบอกว่าระหว่างนี้เราเครียดมากเลยนะ เพราะมันเริ่มเย็นเกินไปแล้ว จำได้ว่าครั้งก่อนนู้นเราได้คอลล์ตอนประมานสี่โมงกว่า ๆ อ่ะ แล้วรอบนี้ซูมิบอกว่าจะคอลล์มาก่อนหกโมง ตอนนั้นห้าโมงครึ่งแล้วค่ะ เพื่อน ๆ ทุกคนที่อยู่ที่โน่นก็มานั่งด้วยกัน เอาโทรศัพท์มากองรวมกันรอคอลล์

หัวนี่คือเครียดมาก ปากคุยกับเพื่อน แต่คิดตลอด ถ้าไม่ได้คอลล์ล่ะทำไง? แพลนว่าจะเที่ยวก็ไม่ได้คิด? เราจะเสียใจมากมั้ย? คิดไปถึงว่าเมื่อไหร่มันจะมาอีก? จะทำไงดี? และที่สำคัญ... กรูเริ่มแก่แล้วนะ... T_T รับกรูเถอะ กรูขอออออ 55555+




.
.
.
สรุปแล้วเราก็ไม่ได้คอลล์จริง ๆ ค่ะ






คือพอรู้ว่าไม่ได้คอลล์แน่ ๆ แล้วเรากับเพื่อน ๆ ก็เลยพากันไปกินอาหารญี่ปุ่น เป็นมื้อที่ตลกมาก กินไปร้องไห้ไปฮาไป เพราะสแน็ค เพื่อนผู้ชายอีกคนเอาข้อความที่เพื่อนนางส่งมาปลอบใจให้อ่าน คือหลังจากอ่านเสร็จแล้วทุกคนบนโต๊ะน้ำตาแตกหมด เพราะสแน็คน้ำตาแตกนำไปก่อนแล้ว เป็นมื้อที่ดี แซ่บอีหลี และมีฟามสุขเศร้าเคล้าน้ำตา

นาทีของความเสียใจ หยิบอะไรใส่ปากได้กรูหยิบหมด กรูเซ็ง กรูเหนื่อย กรูหิว กรูโหยยยยย



กินอิ่มก็กลับโรงแรม คืนนั้นกลับไปถึงโรงแรมแบบหมดอารมณ์ช็อปปิ้งมาก ๆ (แต่ก็ยังอุตส่าห์ได้เสื้อมาหนึ่งตัว เพราะเสื้อที่เราเอาไปมันเป็นแบบซีทรูหมดแล้วดันลืมเอาเกาะอกไปอีก กำ) มันหมดอาลัยตายอยากอ่ะ โมที่เป็นรูมเมทเรานางเงียบมากและแพคกระเป๋าเอาสูทเก็บเข้ากระเป๋าหมด 5555555+ ส่วนตัวเรานอนแผ่บนเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยากสุด ๆ 5555555555+ ก็นะ คนเราก็มีวิธีดีลกับความนอยด์ต่างกันไปอ่ะเนอะ เราแผ่อยู่บนเตียงอย่างงั้นนานมาก นั่งเล่นเน็ตไปเรื่อย ไม่ยอมทำอะไร คือจนทำใจได้แล้วนั่นแหละถึงได้ค่อยไปอาบน้ำ



วันที่สองเราก็ไปเดินเล่นที่ KLCC อีกครั้ง แต่ในใจยังหดหู่นะคะ ว่าทำไมวะ ชั้นทำอะไรผิด แล้วเราก็นึกถึงตอนที่เราคุยกับพ่อได้ ที่เราบ่นว่าบทสนทนาของเรามันสั้นแปลก ๆ แล้วเราถึงได้สำเหนียกตัวว่า เชรี่ย กรูไม่ได้พูดอะไรกับกรรมการเลย กรูเยสหมดทุกช็อตเลย ชิบหายยยยยย กรูทำอะไรลงไปปปปปปปป

เราไม่ได้วอล์คอินกาต้าร์นานมากจนลืมไปว่ารอบแรกเนี่ย เป็นรอบที่เราต้องพรีเซนต์ตัวเองกับกรรมการให้ได้มากที่สุด!!!

ทำไมนะ ทำมายยยยยยยย ทำไม๊ทำไมกรูต้องเยสอย่างเดียวววววววววววว





แต่ ณ จุดนั้นเราทำอะไรไม่ได้แล้วค่ะ นอกจากเที่ยวย้อมใจ 5555555555+




แต่แน่นอนว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง เพราะฉะนั้นพอ KLCC ปุ๊บเราก็พุ่งเข้า food court หาของกินก่อนเลย เราสั่งอะไรมาไม่รู้ หน้าตาไม่เหมือนในรูปเลย แต่ใช้ได้ค่ะ อร่อยดี กะทะร้อนอีกแล้ว ยกมาปุ๊บสแน็คถึงกับออกปากถามว่านี่แกยกมาได้ไงวะ มันหนักมากเลยนะ 555+ อ่ะแน่นอนป้ะ ความหิวชนะทุกสิ่ง





หลังจากนั้นก็พุ่งไปที่เซโฟร่าทันที เพราะอยากได้รองพื้นใหม่ อันนี้ถูกแอบถ่าย


เสื้อที่ซื้อมาเมื่อวานค่ะ ก็ยังไม่พ้นซีทรูอยู่ดีอ่ะ เซ็กซี่ป้ะล่ะ Smiley



เราหมดเวลาไปกับเดินเล่นพวก drug store ของเค้าเยอะมาก คือเทียบราคาว่าอันไหนที่นี่ถูกกว่า อันไหนที่ไทยถูกกว่า เราได้ mask ของ beauty diary มาในราคา 10 แผ่น 360 บาทอ่ะ ซื้อมาเลย 4 กล่อง ถูกโคตรรรรรรรร

แล้วเราก็ไปเติมพลังด้วยการกินอาหารญี่ปุ่นอีกแล้วคับท่านนนนนนน




สามคนสั่งเหมือนกันหมดอ่ะ 5555555+ จานยาวมากจนต้องควักกล้องออกมาถ่ายรูปเป็นที่ระทึก



หม่ำเสร็จแล้วไม่รู้จะทำอะไร ก็เดินถ่ายรูปเล่นเรื่อยเปื่อยค่ะ





มุมเดิม





จากตรงนี้ถ้าเดินตรงไปเรื่อย ๆ จะเจอคนขายของแบกะดิน







แล้วก็ขึ้นรถเมล์ฟรีกลับไปที่ KLCC อีกครั้งเพราะอยากได้รูปตึกตอนเปิดไฟสวย ๆ ^^ (รถเมล์ฟรีไฮโซอ่ะ อารมณ์รถเมล์ติดแอร์เสียตังบ้านเราเลย)





ส่วนรถเมล์เสียตังเราแอบมองอยู่ว่าเค้าทำเหมือนที่เมกาเลย คือไม่มีกระเป๋ารถเมล์ ขึ้นรถที่ประตูหน้าและให้จ่ายเงินก่อนขึ้นนะจ้ะ






ถึงแล้ววววววววว





พี่ชายยยย ชั้นอุตส่าห์กลับมา KLCC อีกครั้งเพื่อรูปนี้เลยนะ!!! ปรบมือให้ชั้นที!!!



ถ่ายรูปเสร็จไม่รู้จะทำไรดี จะเดิน KLCC อีกก็เอิ่มมมมม เดินจนพรุนแล้วมั้ยยยย ก็เลยอ่ะ ๆ ไป China Town ละกัน ตอนแรกขึ้นรถเมล์นะจ้ะ แต่ทำไปทำมาเริ่มงง ตกลงมันไปถูกทางป่ะวะ หันไปถามคนข้าง ๆ เค้าบอกว่าโน ยูมาผิดทางแล้วจ้ะ ก็เลยเตะตัวเองออกจากรถเมล์ โบกแท็กซี่ไป China Town





ไม่มีอะไรเลยยยยยย!!!!!!!!!

มีแต่ของก๊อป ก๊อป ก๊อป แล้วก็ก๊อป!!! ที่เราเห็นแล้วชอบคงเป็นกระเป๋าเดินทางแบบหนังอ่ะ ซึ่งพอไปถามราคา ใบใหญ่ 350 rm หรือ 3500 บาทจ้า ก็มองหน้ากันกะโมเพราะชอบทั้งคู่ แต่เรายังไม่มีแพลนเดินทางไปไหน กระเป๋าเดินทางที่บ้านก็มีล้นตู้ ไม่อยากซื้อเพราะของเดิมยังไม่พัง ยังใช้ได้อยู่ ก็เลยเดินออกมา แต่อิพนักงานค่ะ พอมันเห็นเราเดินออกมาปุ๊บ มันลดราคาจาก 3500 เหลือ 1800!!! สลัดผัก! กะฟันกำไรกรูยับเลยสิ ไม่ซื้อเฟร้ยยยยยย

ขากลับนี่แอบหลอน แท็กซี่ที่นี่ตลกดี คือถ้าเรียกใกล้เกิน ไม่ไป!!! ไม่เหมือนแท็กซี่ไทย ตอนหลังเรากับโมต้องเดินกลับโรงแรม ซึ่งทางมันมืด ๆ เปลี่ยว ๆ น่ากลัวอ่ะ แล้วเท้าเราก็เจ็บด้วยเพราะโง่เลยได้แผลมา T_T ตอนหลังมีลุงคนนึงอยู่ดี ๆ เดินพุ่งมาทางเรากะโม เรากับโมนี่คือใส่ตีนหมาโกยแนบเลย กลัวเว้ยยยยยยย

แล้วคืนนั้นก็นอนหลับด้วยฟามเหนื่อยอ่อน แต่ดีใจนะ พรุ่งนี้จะกลับบ้านละ



วันสุดท้าย? ไปไหน? ทำอะไร? ตอบบบบบ ไป KLCC อีกแล้ว T_T ไปอยู่แค่นี้แหละ คือเราจะไปซื้อ Eye Palette ของ Too Face เพราะสีมันเลอค่ามาก กลับมาถึงห้องแล้วก็ยังนอนฝันถึง อยากได้! 555555+ แล้วโมก็อยากซื้อป๊อปคอร์นกลับไปฝากที่บ้านด้วย

จะบอกว่าจากตอนแรกที่กะไม่ได้ช็อปอะไร เราช็อปกระจายอ่ะค่ะ หมดไปประมานหมื่นกว่าบาทมั้ง Smiley ย้อมใจ ได้มาแต่เครื่องสำอาง Smiley




อ้อ... เรื่องนี้ห้ามลืมเม้าท์เด็ดขาด ไม่รู้ว่ามีใครรู้จัก Kimora Lee จากรายการ Reality Show ช่อง E Channel มั้ย เราบังเอิญเจอนางที่ KLCC อ่ะ งงมากกกกกกก นางมาทำอะไรที่นี่ คือตอนแรกมอง ๆ ว่าทำไมคนถ่ายรูปคนนี้เยอะจัง เห็นจากทางด้านหลังเหมือนกะเทยเลยเพราะโคตรสูงอ่ะ พอเห็นหน้าเท่านั้นแหละเราแทบกริ๊ด!!!!! เฮ้ยยยยยยยยยย วิ่งตามไปขอถ่ายรูปด้วยแทบไม่ทัน



เอ่อ...ครือจะบอกว่าเราสูง 168 นะ - - แต่พอยืนเทียบกับคิโมระเท่านั้นแหละ กลายเป็นคนแคระไป ณ บัดดล (คิโมระสูง 183+ส้นสูง)



ช็อปปิ้งเสร็จละ สบายใจ นาทีระทึกก็มาถึงตรงผู้หญิงสองคนกับแบกกระเป๋าเดินทางใบบักเอ้กกลับ airport เนี่ยแหละ ไหล่แทบหัก T_T





เรื่องฮาอีกเรื่องคนเป็นตอนที่กำลังจะ check in ที่ airport ช่องของเราเป็นเบอร์ 07 เราก็รอคิวกรุ๊ปผู้ชายคนไทยเช็คอิน พอผู้ชายกรุ๊ปนั้นเช็คอินเสร็จเดินออกจากแถวปุ๊บ อยู่ดี ๆ มีอินเดียที่ไหนไม่รู้ เข็นรถเข็นมาทั้งคันจะแซงคิวเราอ่ะ!!! (รถเข็นที่ของเยอะมากกกก พร้อมลูกหลานเหลนโหลนอีกหลายคน) ซึ่งนาทีนั้นเราตกใจมาก ว่าทำไมจะมาแซงคิวกรูหน้าด้าน ๆ ก็เลยร้องออกไปว่า

"เห้ย ไรวะ!!!"

เสียงไม่ดังหรอก แค่พี่ผู้ชายคนไทยกรุ๊ปนั้นสะดุ้งกันหมด - - แต่จุดนั้นไม่มีเวลาขอโทษพี่เค้านะ เพราะอินเดียจะแซงคิวกรูค่าาาาา เราพุ่งปรู๊ดเข้าไปทันที ทำหน้าที่โหดอยู่แล้วให้โหดกว่าเดิม สะกิดผู้ชายคนนั้นพร้อมพูดว่า  "Excuse me, the que is here" แล้วชี้ไปที่แถวค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ชายคนนั้นก็ทำตามสเต็ปเลยค่ะ คือต้องทำหน้าเหวอเหมือนชาตินี้ไม่รู้มาก่อนว่าต้องต่อคิวพร้อมกับพูดว่า "Oh sorry" (เราเจอคนไม่ยอมต่อคิวบ่อยอ่ะ ไม่รู้ทำไม เกลียดอย่างไรต้องเจออย่างงั้น แล้วทุกครั้งเราไม่เคยยอมนะ เดินไปสะกิดตลอด แล้วทุกคนก็จะหน้าเหวอตลอด แหม่) พอเรากับโมเช็คอินเสร็จแล้วหันไปมอง ผู้ชายคนนั้นอยู่คิวท้ายสุด คิวที่ประมาน 6-7 เลยล่ะ เหอะ ๆๆๆ เราไม่สงสารเลยนะ

ตอนขึ้นเครื่องก็เจอผู้ชายไทยคนนึง มาสมัครสจ๊วตการ์ต้าเหมือนกันค่ะ คุยกันเพลินดี ^^ จนเครื่องแลนด์นั่นแหละก็บอกว่าไว้เจอกันตอนสมัครนะ (ฮา)

แล้วเราก็นั่งแท็กซี่กลับบ้านโดยเกือบสวัสดิ์ภาพ ที่ต้องบอกว่าเกือบเพราะเงินไม่พอจ่ายค่าแท็กซี่จ้า ต้องตะโกนเรียกพ่อให้เอาเงินลงมาจากบ้านให้ 55555555+

และแน่นอนว่าด้วยความหิวโหย เราก็ประเดิมมื้อแรกในไทยของเราหลังจากเซ็งเป็ดกับอาหารที่นู่นมาหลายวันโดยการสั่งต้มแซ่บพิเศษเผ็ด ๆ มากินให้ชื่นใจ

มีความสุข!!!




ตกดึกหลังจากกินต้มแซ่บเสร็จแล้วแม่ตามขึ้นมาคุยด้วยที่ห้อง อารมณ์ว่านางสงสัยว่าทำไมถึงไม่ได้คอลล์แล้วก็คงอยากมาปลอบใจลูกด้วยแหละ เราก็เล่า ๆ ให้นางฟังไปตามข้างต้นนั่นแหละค่ะว่าเรามัวแต่ยิ้มอย่างเดียวและสงสัยหน้ากรรมการเลยลืมไปว่าเราควรจะพูดคุยกับเค้าด้วย แม่ก็พยักหน้าพร้อมถามว่า "ทำไมท่าทางลูกไม่เสียใจเลย" เราเลยบอกไปว่า "ตอนแรกที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรก็เสียใจอยู่ ตอนนี้รู้แล้วว่าเพราะอะไร ไม่เสียใจและ โง่เอง ทำไงได้" แม่ก็ขำ แต่เรารู้สึกงี้จริง ๆ นะคะ พอหาข้อผิดพลาดของตัวเองได้แล้วเราสบายใจอ่ะ ก็แค่ไม่ทำมันครั้งต่อไปแค่นั้นเองค่ะ ^^ (แต่ไปทำข้อผิดพลาดอย่างอื่นแทน 5555555+)







สรุปทริปนี้รวมค่ากินค่าอยู่แล้วเราหมดไปประมาน 18-19k ค่ะ ก็โอเคนะคะ ตอนไปที่นู่นเจอคนที่เคยอ่านบล็อกเราหรือตามเฟซบุ๊คเพจเราด้วย ^^ ขอบคุณนะคะที่จำกันได้

อ้อ... สำหรับคนที่กลัวว่าเราจะท้อใจ ไม่ต้องกลัวนะคะ เราเป็นพวกพุ่งแล้วชนอยู่แล้ว ยังไงเราก็คงสมัครต่อไป ด้านได้อายอดล่ะวะงานนี้ 5555555+ แล้วเจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ




ใครที่กำลังสมัครแอร์และสจ๊วตอยู่ก็อย่าท้อนะคะ สู้ ๆ ค่ะ สมัครต่อไป สักวันต้องเป็นของเราล่ะน่า!





Where there is a will there is a way!




Good luck!!! Smiley


Create Date : 10 กันยายน 2556
Last Update : 10 กันยายน 2556 14:28:41 น. 5 comments
Counter : 8537 Pageviews.

 
keep fighting naka miss u


โดย: Dear IP: 171.7.28.36 วันที่: 10 กันยายน 2556 เวลา:14:22:12 น.  

 
เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆๆเวลาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่เวลาสำหรับคนสู้ฝัน มักจะเกิดเสมอ อยู่ที่ว่าจะมาก่อนหรือมาหลัง... คราวหน้าจะไปวอคด้วยกันค่ะ สู้ๆๆค่ะ

ปล.เหล็กคาปากอยู่เลย อายุก็เยอะแล้ว 555 แต่ความฝันไม่เคยเปลี่ยนค่ะ


โดย: mai IP: 110.164.187.206 วันที่: 10 กันยายน 2556 เวลา:14:30:50 น.  

 
สู้ๆค่ะ อ่านแล้วมันดี ตอนแรกตามเฟสอยู่ก็รอลุ้นว่าพลาดเพราะอะไร ตอนนี้รู้แล้ว 5555

สู้ต่อไป ทาเคชิ


โดย: เรียมเจ้าขา วันที่: 10 กันยายน 2556 เวลา:14:46:31 น.  

 
หนุกดีค่ะ ลุ้น ๆ เอาใจช่วย


โดย: ริมปิง (rimpingringpim ) วันที่: 10 กันยายน 2556 เวลา:21:21:24 น.  

 
Awsome article and right to the point. I don't know if this is really the best place to ask but do you people have any thoughts on where to hire some professional writers? Thank you :)
Louis Vuitton Handbags On Sale outlet //www.strategis.co.uk/footer.cfm


โดย: Louis Vuitton Handbags On Sale outlet IP: 94.23.252.21 วันที่: 22 สิงหาคม 2557 เวลา:5:35:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

MsRoseQuartz
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]




นักศึกษาจบใหม่ ฝันไว้ว่าวันนึงอยากจะไปทำงานบนเครื่องบินกับเค้าบ้าง เขียนนิยายรักหวานแหววให้เด็ก ๆ อ่านไปพลาง ๆ และหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของเครื่องสำอางอย่างถอนตัวไม่ขึ้น!





There are no ugly women, only lazy ones :)






Created since June 22, 2011
Friends' blogs
[Add MsRoseQuartz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.