เวลาเดินเท่ากันทุกคนแต่หัวใจเราเต้นไม่เท่ากัน ...

<<
เมษายน 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
8 เมษายน 2555
 

Defragmenter---กระบวนความคิดของการลงทุนในหุ้น

หลังๆ ผมไม่ได้เขียนไดอารี่สักเท่าไร อาจจะเพราะว่า ทางเลือกในการระบายออกของความคิด มันมีหลายช่องทางมากกว่าแต่ก่อน เมือเราได้เขียนไปแล้ว ก็ไม่ได้คิดจะมาเขียนซ้ำหรือลงซ้ำในที่อื่นอีก

…
วันนี้ผมไปซื้อหนังสือ(ตะแกรงร่อนหุ้น) ของคุณวิบูลย์ พึงประเสริฐแล้วก็มาอ่านในระหว่างเดินทางไปที่ต่างๆ เนื้อหาที่อ่าน มันก็ไม่ใช่วิธีการใหม่ แต่ก็เป็นอะไรที่รวบรวม ข้อมูลในสมองให้เป็นที่เป็นทางในบางเรื่องที่คิดสะเปะสะปะ
ผมก็เลยเทียบคล้ายๆกับ บางทีเมือเราใช้computer ไปนานๆ speed ต่างๆก็รู้สึกอืด ผมนิยมใช้ disc defragmenter มาช่วยแก้ไขในเบื้องต้นก่อน ถ้าทำไปแล้ว การคลิก/การค้นหาข้อมูลทำได้ดีขึ้น ผมก็คิดว่า ก็ผ่านในการแก้ไขเบื้องต้นของผมไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เก้าสิบเก้าเปอร์ ในคอมของผม ก็มักใช้แค่วิธี disc defragmenter ก็ผ่านได้โดยไม่ต้องแก้ไขวิธีการอื่นอีก


----

เช่นกัน การอ่านหนังสือเล่มนี้และเล่มอื่นๆ ณ ตอนนี้ ผมก็รู้สึกว่า เป็นการรวบรวมความคิดของตัวเอง ให้เป็นระเบียบ เหมือนที่ในตะแกรงร่อนหุ้น เขียนไว้ว่า
“ value investing เป็นเรื่องของความคิด 90 % เป็นวิธีการแค่ 10 % ถ้าเราเข้าใจหลักการลงทุนที่ถูกต้อง เราก็มีมุมมองต่อตลาดหุ้นที่ถูกต้อง “
เมื่อเราได้ลงทุนในตลาดหุ้นมีประสบการณ์มาระดับหนึ่ง เราได้อ่านหนังสือหลักการต่างๆมามากมายแล้ว สิ่งต่อไปที่เราต้องทำ ไม่ใช่ค้นหาวิธีการใหม่ๆ แต่เป็นการค้นหา attitude ของตัวเอง ว่า เราต้องการวิธีการใดในการลงทุน เพื่อให้เหมาะกับตนเอง
-----


ผมถือหุ้นอยู่ตัวหนึ่ง ถือจนผ่าน xm แล้วก็ได้แผ่นซ๊ดี รายงานประจำปีมา(แต่ยังไม่ได้เปิด T T ) ผมเคยคิดจะขายหุ้นตัวนี้ออกไปหลายครั้ง เป็นเพราะว่า ราคามันไม่เคลื่อนไหวไปตามที่เราต้องการสักเท่าไร

ถามว่า ถือมานานแค่ไหน เราถึงจะหมดความอดทน ?

ถ้าถามสายวีไอขนานแท้ คงตอบแบบมีหลักการว่า ถือจนเราได้เห็นว่า ศักยภาพที่เราต้องการนั้นไม่เป็นดั่งที่เราหวัง หรือ มันได้แสดงศักยภาพนั้นจนหามุมมองอื่นๆที่จะเห็นมันมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ^B^

เป็นคำตอบที่ ผมว่าใครอ่านก็เข้าใจ ปัญหาคือ เข้าใจแต่ เห็นราคาหุ้นตัวอื่นๆเคลื่อนไหวเยอะๆ ก็หวั่นไหวไปตามง่ายๆเหมือนกัน ผมนึกภาพ ที่ผมคิดว่า
ผมกำลังทาน ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าแบบดั้งเดิม ที่ไม่เติมเครื่องปรุงใดๆ แล้วพยายามทนฝืนกินต่อ แต่แอบชำเลืองเห็นคนข้างๆกินก๋วยเตี้ยวต้มยำ รสแซ่บกันอยู่ ^^

ผมได้เครื่องปรุงมาเติมในก๋วยเตี๋ยวราดหน้าของผม (จริงๆมันก็เป็นเครืองปรุงที่วางไว้กับโต๊ะของผมอยู่แล้ว แต่บังเอิญ ตะแกรงร่อนหุ้น-พนักงานของร้าน มาดันเครืองปรุงมาใกล้กับผมแล้วมองหน้าว่า ลื้อจะปรุงป่าว )

เครื่องปรุงทีว่านั้นของผมก็คือ

. .” ในระยะสั้น ตลาดจะเป็นเครื่องลงคะแนนเสียง แต่ในระยะยาวตลาดจะเป็นเครื่องชั่งน้ำหนัก “

อ่านแล้ว เหมือนจะ get แต่ ขยายความเพิ่มว่า
ในระยะสั้น หุ้นในบริษัทที่ได้รับความนิยมจะพุ่งขึ้น แต่ในระยะยาว บริษัทที่มีผลประกอบการเยี่ยมและดีกว่าจะได้น้ำหนักการลงทุนสูงกว่า

ต่อๆ(ขอเติมน้ำตาลอีกนิด) – แปลตรงๆคือ หุ้นเราไม่ได้มีราคาขึ้นเหมือนคนอื่น เพียงเพราะ หุ้นเราไม่ได้รับความนิยม เท่ากับหุ้นของบริษัทนั้นๆ

เท่านั้นเองครับ เครื่องปรุง รสเลิศของก๋วยเตี๋ยวราดหน้า สูตรดั้งเดิม (วีไอขนานแท้)


---


แต่วันนี้ ผมอยู่ข้างนอกครับ ขอตัวไปดูสิ่งยั่วยวนตา มองดูภาพหลอกล่อต่างๆตามข้างทาง และหาอาหารรสแซ่บมาทานก่อน

อย่างน้อย ความสุขที่ตัวเองอยู่นอกบ้าน ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่ง ในชีวิต

ผมไม่ใช่นักลงทุนแนววีไอดั้งเดิมที่ทานข้าวแต่ในบ้าน หรือ การดูแต่โฆษณาในทีวีอย่างเดียว




นั่นไง ! เพราะมีคนแบบผม

โฆษณาแนว out of home เลยเป็นสิ่งที่น่าสนใจมิใช่น้อย !


ปล ไม่ได้เขียนกล่าวถึงหุ้นตัวไหนครับผม : P





Create Date : 08 เมษายน 2555
Last Update : 8 เมษายน 2555 18:47:04 น. 2 comments
Counter : 2914 Pageviews.  
 
 
 
 
ผมเคยบวชพระ โดยตั้งเป้าว่าอยากรู้ หลักศาสนาเรามีอะไร

พระนางประชาบดีได้ฟังพระพุทธเจ้าก็บรรลุ โสดาบัน

เนื่องจากไม่ใช่ภาษาไทยเราจึงไม่เข้าใจ ท่องแท้ ว่านั่นคือการ ได้ ละเว้นความชั่ว เพราะนั่งฟังพระพุทธเจ้าอยู่ในที่ อันสงบ เมื่อ ละเว้นความชั่วได้ ทางศาสนา ว่านั่นคือการบรรลุ โลดาบัน

เมื่อเข้าใจความหมาย จึงรู้ว่าไม่ใช่เรื่องยากใครก็บรรลุได้

ส่วน นิพพาน ตือการดับสิ้นทุกข์


ได้พบว่า ตัวเองมิได้เกิด มาเพื่อ เป็นพระแสวงหาการดับทุกข์จนนิพพาน

ก็ยินดีกับผู้ที่คิดว่าตัวเองเกิดมาเพื่อปฏิบัติธรรม เพื่อนิพพาน จริงๆๆมิใช่ การได้ห่มผ้าเหลือง แต่มิได้ปฏิบัติ เพื่อไปสู่นิพพาน

หรือเห็นคนเข้า สถานปฏิบัตธรรม นุ่งขาวห่มขาว อาจจะตั้งใจเป็น ชีตลอดชัวิต หรือเพียง ชั่วขณะเพื่อดับทุกข์ ที่กำลังรุนแรง

สิ่งที่เกิดกับบุุคคลในตลาดก็เช่นกัน
ถ้าเงินเย็น จนเชื่อว่าการถือเพื่อการลงทุนทำให้เกิด ความสุขขั้นสูงสุด หรือผลตอบแทนขั้นสูงสุด หรือเพราะเขาไม่มีเวลามาบริหารพอร์ต ผมก็มองเขาด้วยความยินดี เช่นมแงพระสงฆ์ ผู้ไฝ่หานิพพาน
ดังนั้นสิ้งสำคัญในตลาดคือเราต้องหาตัวเราให้เจอก่อน
ว่าจะทำอย่างไรแล้วเราไม่ทุกข์ เราสุขเราสงบ นั่นเอง
อาจจะเป็นแค่ นุ่งขาวห่มขาว ในบางขณะ แล้วกลับออกมาเป็นฆราวาส เต็มขั้นในบางคราว

ปล หมอโจัลองอ่านฟิวเจอร์ ฟิวเจอร์หุ้น และที่กำลังจะเปิด ฟิวเจอร์ ค่าเงินดอลล่าร์บาทด้วยนะ
ลองมอง ใหม่ เรื่องการหากำไร กับการบริหารเวลา เพิ่มเข้าไปในหัวข้อ การลงทุน ด้วย
 
 

โดย: หมอสัจจะ วันที่: 9 เมษายน 2555 เวลา:5:53:00 น.  

 
 
 
ขอบคุณมากครับคุณหมอสัจจะ
จริงๆผมก็ศึกษาเรื่องฟิวเจอร์เป็นบางระยะ เหมือนกันครับ

ไงก็ต้องขอคำแนะนำด้วยครับผม ^^
 
 

โดย: kunjoja IP: 49.49.194.92 วันที่: 9 เมษายน 2555 เวลา:12:51:25 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

kunjoja
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




[Add kunjoja's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com