keigolin
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ blog ของ keigo นะคะ ^^

blog นี้เป็น blog เก่าค่ะ ได้ย้ายบ้านไป thisiskeigo.wordpress.com แล้ว ไปติดตามกันได้ที่นั่นค่ะ ^^
หรือติดตามเพจกันได้ที่ http://www.facebook.com/thisiskeigo
ขอบคุณที่ติดตามกันค่ะ ^^
New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
18 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add keigolin's blog to your web]
Links
 

 

Still in love, in Japan #8 (The End)

สวัสดียามดึกค่ะ และแล้วทริปญี่ปุ่นทริปนี้ของเคโกะก็ดำเนินมาจนถึงตอนสุดท้ายแล้วจนได้นะคะ ^^" ใครติดตามอ่านได้จบครบถ้วนนี่ขอปรบมือรัว ๆ ให้เลยค่ะ รักกันเหนียวแน่นมาก ๆ ^^



ความเดิมตอนที่แล้ว :-


หลังจากที่เดินตามทางเข้าวัดมาเรื่อย หมุนซ้ายหมุนขวาจนคอเอียง เนื่องจากมีของขายตลอดสองข้างทางค่ะ แต่ไม่ถึงกับมากมายเหมือนวัดอาซากุสะอ่ะนะคะ ก็มาถึงประตูวัดกันจนได้ ก็เดินเข้าไป ไหลไปตามฝูงชนเลยค่ะ เค้าไปทางไหนกันก็เดิน ๆ ตาม ๆ เค้าไปกัน .. แลดูไม่ค่อยมีความคิดเท่าไหร่ Smiley

ก็จะมีข้ามสะพานแดงแบบนี้ ด้านล่างสะพานเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ค่ะ



เดิน ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็เจอตัวโบสถ์วัดละ



ก็ไหว้พระขอพรกันตามอัธยาศัยค่ะ เสร็จสรรพเรียบร้อยก็เดินกลับออกมา มีคูปองแลกขนมอยู่ในมือก็อย่าได้ปล่อยทิ้งไปให้เสียของค่ะ เราสองคนเดินเหล่หาร้านที่น่าแลก อ่านรีวิวมาเค้าว่าร้าน Kasa No Ya นั้นอร่อยมาก ๆ แต่เราไม่รู้ว่าร้านที่ว่านี้อยู่ไหนค่ะ ก็เลยสุ่ม ๆ แลกไป และเราก็แลกหมดเลยทั้งคูปองสองใบ บอกเค้าว่าจะทานเลยกี่ชิ้น และเก็บใส่ถุงไว้ก่อนกี่ชิ้นได้เลยค่ะ เค้าจะจัดให้ ซึ่งจะไม่เหมือนกันอะ

ถ้าเราบอกเค้าทานเดี๋ยวนั้นเลย จะใส่ซองกระดาษพร้อมทานแบบนี้มาให้ค่ะ



(รูปเบลอมาก ขออภัย .. เคโกะเห็นแก่กินค่ะ เลยไม่ยอมหยุดเดินแล้วค่อยถ่าย แหะๆ)
ส่วนรสชาตินั้น ออกหวานค่ะ แต่ก็อร่อยนะ

พอเดิน ๆ ไปอีกซักหน่อย ก็เจอกับร้าน Kasa No Ya ที่ว่านี้เข้าค่ะ เป็นร้านที่มีคิวรอหน้าร้านยาวมากกกกกกกก ... ถ้าจำไม่ผิด จะเป็นหน้าร้านของร้านขายร่มอ่ะค่ะ (Kasa No Ya = ร้านขายร่ม) ด้วยความที่เราใจเร็ว แลกคูปองไปหมดเลยทั้งสองใบแล้ว แต่ก็อยากชิม เลยไปต่อคิว ซื้อมาชิม 1 ชิ้นค่ะ



ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว ร้านที่สองนี้ หน้าตาดูดีกว่า พอกัดทานแล้วมีกลิ่นข้าวโมจิหอมออกมาเลยค่ะ ตัวแป้งเค้าหอมกว่าร้านแรก แต่ไส้นั้นกลับหวานแหลมกว่าร้านแรกเยอะเลย ก็อยากให้สองร้านรวมกันหารสองอะนะ คงจะพอดีค่ะ 555

ร้านแรกที่เคโกะซื้อ จะอยู่หน้า ๆ ประตูวัดเลยนะคะ อยู่บนเนิน ๆ หน่อย ทางซ้ายมือเมื่อหันเข้าวัดค่ะ (จำชื่อร้านไม่ได้ ขออภัยค่ะ)

จากนั้น เราก็ยังชิมขนมไม่พอ เห็นไอศกรีมรสแปลก ๆ อีก ก็วิ่งไปจัดมาอีกสองโคนค่ะ สีชมพูคือไอศกรีมรสซากุระ ส่วนสีครีม ๆ คือมันเทศค่ะ



ส่วนรสชาตินั้น เคโกะรู้สึกว่ารสซากุระออกจะเหมือนบ๊วยไปซักหน่อยค่ะ (แต่รสซากุระจริง ๆ เป็นไงก็ไม่ทราบนะคะ 555) ส่วนรสมันเทศก็มีเนื้อมันเทศผสมด้วยค่ะ ตัวนี้เฉย ๆ นะ แต่เนื้อสัมผัสดีค่ะ บ่งบอกให้รู้ว่าชั้นคือมันเทศได้ดีค่ะ

จากนั้นเราก็เดินกลับสถานี หน้าตาสถานี ถ่ายตอนกลับแล้วนะคะ ฮาาา



ขบวนรถไฟก็จะกลับมาที่สถานี Tenjin เหมือนตอนขาไปค่ะ แล้วจากนั้นเคโกะก็เดินตามลายแทงหาร้านซุชิที่เค้าแนะนำกัน ซึ่งก็คือร้าน Hyoton ซึ่งมีสองสาขา ใกล้ ๆ กับตึก Solaria สาขานี้ไม่มีซุชิสายพานนะคะ ตอนที่ไปก็มีคิวยาววววววแล้วล่ะ แต่เคโกะเกิดอยากกินแบบสายพานขึ้นมา เลยออกไปตามล่าอีกสาขานึงที่เป็นซุชิสายพานค่ะ Smiley

ร้าน Hyoton ที่เป็นซุชิสายพานนั้นจะอยู่ชั้น B2 ของ Solaria Stage เป็นร้านที่มีคิวยาวล้นหน้าร้าน ขดไปมาสองสามขดอ่ะค่ะ (- -")

เข้าไปก็หยิบทานได้ตามใจชอบเลย ถ้าไม่มีบนสายพานก็สั่งกับเชฟตรงหน้าได้เลยค่ะ พูดไม่เป็นก็ใช้วิธีจิ้มแบบเคโกะเอา ซึ่งเค้าจะมีเมนูให้อยู่ตรงหน้าค่ะ



หลังจากล้มละลายไปกับมื้อนี้กันพอสมควรแล้ว .. เอ่อ .. ส่วนรสชาตินั้น เคโกะว่าอร่อยดีนะคะ แต่คุณสามีว่า อร่อยสู้ร้าน Endou ที่ตลาดปลาโอซากาไม่ได้ค่ะ ^^"

เดินทางกันต่อกับจุดหมายต่อไป เราจะไปกันที่ Ohori Park ค่ะ ก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงที่สถานี Ohori-koen นะคะ ออกมาก็จะเจอกับประตูทางเข้าสวนเลย

ก็เดิน ๆ เข้าไปในสวน จะไปดู Fukuoka Castle Ruins ค่ะ .. ขอบอกว่ามันไกลมากกกกกกก ... ถ้าไม่ได้พิศมัยอะไรก็ข้าม ๆ มันไปละกันค่ะ 555 เคโกะไปมาเพื่อมารีวิวให้รู้อ่ะนะคะว่าควรจะตามไปด้วยมั้ย ฮาาา..

ระหว่างทางเดินในสวนค่ะ



เดินจนทะลุสวนออกมาอีกฝั่งนึง เจอกับสนามบอล (มั้ง?) ก็จะเห็นกำแพงหินแบบนี้ไกล ๆ ในใจก็คิดนะ นี่คือซากปราสาทแล้วใช่มั้ยอะ แต่เดินมาไกลมาก ถ้าอากาศไม่ดีจริง ท้อแน่นอนค่ะ 555

(ในรูปถ่ายตอนเดินขากลับแล้วค่ะ)



เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายแล้วที่เราจะได้เดินเที่ยวกันในญี่ปุ่นนี้ ก็เลยออกแนวชิลล์ ๆ ซักหน่อยนะคะ จากตั้งใจดูซากปราสาทก็กลายเป็นเดินชมสวนไปโดยปริยาย - -"

เดินกลับออกมาไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเหมือนขามาค่ะ สังเกตได้ว่าสวนสาธารณะที่นี่เค้าทำดีมาก ๆ มีช่องสำหรับคนวิ่งด้วย ซึ่งพื้นเค้าจะไม่ใช่พื้นซีเมนต์อย่างพื้นถนนทั่ว ๆ ไป จะเป็นพื้นสำหรับวิ่งโดยเฉพาะเลยค่ะ เดินนุ่มเท้าดีอะ แล้วก็มีฟุตบาธสำหรับเดินกินลมชมวิวริมทะเลสาบด้วย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคุณแม่บ้านทั้งหลายที่เข็นรถเข็นเด็กออกมารับลมกันค่ะ



อย่าคิดว่าการเดินเท้าจะจบลงแค่นี้ค่ะ จุดหมายต่อไป เราจะนั่งรถใต้ดินไปและลงที่สถานี Nishijin ค่ะ แล้วเดินไปยาว ๆๆๆๆๆ เลย ตามลายแทงที่ได้มา เค้าว่าเดินประมาณ 15-20 นาทีค่ะ แต่ดูเหมือนจะเป็นเวลาประมาณสำหรับสปีดเท้าคนญี่ปุ่นอะนะ -..-"

หลงทางไปเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็มาถึงค่ะ Fukuoka Tower



Fukuoka Tower มีค่าเข้าชมวิวมุมสูงด้วย แต่ปรึกษากันแล้ว สรุปว่าไม่ขึ้นค่ะ (แล้วมาทำอะไรนี่ ? Smiley) ก็เลยกลายเป็นจุดพักเหนื่อยกันไป ก่อนที่เคโกะจะลากไป RoboSquare ต่อค่ะ จะอยู่บนชั้น 2 มั้งนะ ของตึกใกล้ ๆ Tower เนี่ยแหละค่ะ ซึ่งไม่เสียค่าเข้าชมแต่ประการใด

Robosquare ดูเหมือนเป็นห้องเล็ก ๆ คล้าย ๆ ออฟฟิศแบ่งเช่าในกทม.อ่ะค่ะ พอนึกภาพออกเนอะ แล้วก็จัดแสดงหุ่นโรบอทต่าง ๆ บางตัวก็พูดได้ โต้ตอบได้ เจ๋งมาก ๆ ค่ะ ก็เหมาะกับเด็ก ๆ และคนที่สนใจอะไรแนว ๆ นี้อ่ะนะคะ

หน้าประตูเลยมีคิตตี้จังคอยต้อนรับและเรียกแขกด้วยล่ะค่ะ ข้าง ๆ คิตตี้จังจะมีคำสนทนาง่าย ๆ ให้นักท่องเที่ยวลองพูดโต้ตอบกับคิตตี้จังด้วย



เคโกะก็ไปเล่นคิตตี้จังด้วยนะ แต่คิตตี้ฟังภาษาญี่ปุ่นสำเนียงไทย ๆ ของเคโกะออกบ้างไม่ออกบ้าง 555 ถ้าฟังแล้วไม่เข้าใจ ก็จะตอบมาเลยว่า "ไม่เข้าใจค่า" ล่ะค่ะ น่าเอ็นดูวววว์ SmileySmiley

จากนั้นเราก็เดินกลับไปทางเดิม .. เอ่อ กลับไปรถใต้ดินอ่ะค่ะ แต่คงไม่ใช่ทางเดิมเป๊ะ ๆ เพราะขามาเดินมาแบบงง ๆ หลงทิศ 555

แล้วก็ขอตัดฉับไปเลยที่ช่วงเย็นค่ะ (ระหว่างนั้น ไปตะลุยดูของและซื้อของกันอยู่อ่ะค่ะ ^^") ที่ Canal City ห้างใหญ่ และคนไทยเดินเยอะมากกกกกก ตลอดทั้งวันเราไม่เจอคนไทยเลย แต่มาเจอที่ห้างนี้เยอะมากค่ะ เรียกว่าภาษาไทย surround รอบทิศทางเลยก็ว่าได้ 555

ชั้นบน ๆ มี Ramen Stadium อยู่ ก็เลยจัดราเม็งมาหลากหลายร้านนั่งชิมกันเพลิดเพลินเลยล่ะค่ะ

ดูบรรยากาศโดยรวมก่อนละกันเนอะ





ภายใน Ramen Stadium นี้ จะซอยย่อยเป็นหลากหลายร้านราเม็งทั่วประเทศค่ะ และมีโซนโต๊ะนั่งทานตรงกลาง สามารถมานั่งทานได้ หรือหากเราต้องการนั่งทานในร้าน ก็ทำได้เช่นกันค่ะ แต่เราเลือกนั่งโซนรวมนะคะ เพราะซื้อราเม็งทานหลายร้านค่ะ

ทุกร้านก็จะเหมือนกันคือ เดินไปหยอดเหรียญ กดเมนูที่ตู้อัตโนมัติหน้าร้าน ให้พนง.ต้อนรับ (ที่ก็ช่วยเรียกแขกด้วย อธิบายเมนูให้คนต่างชาติอย่างเรา ๆ ด้วย) แล้วเค้าก็จะฉีกส่วนของเรามาให้ถือไว้ เราก็บอกโต๊ะเค้าไปค่ะ แล้วพนง.ก็จะเอาราเม็งมาเสิร์ฟ

มื้อนี้เราจัดราเม็งมา 3 ชาม .. ซึ่งแต่ละชามมันเยอะมาก ๆๆๆๆ ค่ะ (กินเข้าไปได้เนอะ ^^")



มาดูหน้าตาแต่ละชามกันค่ะ ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเรียงจากซ้ายมาขวาในรูปคูปองด้านบนนะคะ ^^" (ผิดพลาดก็ขออภัยด้วยค่ะ จำไม่ได้จริง ๆ อ๊าาา)

ชามแรก น่าจะเป็นราเม็งฮากาตะเผ็ดหมูค่ะ (แกะเอาจากคูปองในรูปข้างบน 555 -- จะได้ดูว่าเราจำแม่น Smiley)



ชามที่สอง ราเม็งเผ็ด เพิ่มไข่ด้วย (เดาเอาจากรูปคูปองนั่นแหละค่ะ แหะๆ)



ชามที่สาม เป็นราเม็งซุปกระดูกหมูแบบใส เพิ่มไข่ด้วย







กินอิ่มพุงปลิ้นแล้ว (ต้องบอกเลยนะคะว่าอิ่มพุงปลิ้นมาก ๆ เพราะราเม็งที่ญี่ปุ่นนี่น่ะ ชามใหญ่มาก ๆ เคโกะเองเป็นคนชอบกิน กินเก่ง แต่ก็ยังกินได้แค่ชามเดียวเองค่ะ -- แต่อิ่มมากนะ แล้วนี่ต้องช่วยคุณสามีจัดกันสามชาม กรี๊ดดดดด) ก็เดินมั่ว ๆ งง ๆ หลงทิศอีกแล้ว สุดท้ายไปขอความช่วยเหลือจากคุณประชาสัมพันธ์ของห้าง Canal City ค่ะ ซึ่งเธอก็ดูเหมือนจะรู้ดีมากว่ามีนักท่องเที่ยวหลงมาเยอะ เลยมีแผนที่พร้อมเส้นทางแบบเป๊ะเวอร์เตรียมไว้ตอบคำถามได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ


20-Jan-2015
วันสุดท้ายของทริปจริง ๆ แล้วค่ะ ไม่ได้ไปเที่ยวไหนแล้วนะคะ ตื่นเช้า เก็บของ ทานอาหารเช้า แล้วก็นั่งรถใต้ดินไปสนามบินค่ะ ใช้แบบกดซื้อตั๋วเอาค่ะ



พอไปถึงสนามบินแล้ว เคาน์เตอร์เช็คอินจะอยู่ชั้นสองค่ะ เดิน ๆ ตามเค้าไปนั่นแหละค่ะ แล้วทีนี้จะต้องไปให้ถูกช่องค่ะ ไม่งั้นจะเสียเวลามาก ๆ เคโกะพลาดไปตรงจุดนี้ค่ะ เห็นเค้าต่อคิวสแกนกระเป๋ากัน ก็ไม่ทราบว่ามีช่องอื่นด้วย เลยต่อคิวไป พอถึงคิวแล้วจนท. ถามว่าบินสายการบินอะไร พอตอบว่าเจ็ทสตาร์ คุณเธอก็ชี้ให้ไปต่อแถวที่ตรงเคาน์เตอร์เช็คอินของเจ็ทสตาร์ซึ่งอยู่ด้านในเลยล่ะค่ะ

แถวสแกนกระเป๋าของเจ็ทสตาร์นั้นยาวเหยียดมาก ๆ รวมถึงการเช็คอินก็เป็นไปอย่างช้ามาก ๆ ด้วยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่ใช้บริการกับเจ็ทสตาร์ในขากลับ Fukuoka - Bangkok ก็ควรจะมาล่วงหน้านาน ๆ หน่อยนะคะ

พวกเรามาล่วงหน้าราว 2 ชม.เศษค่ะ แต่ก็ดูจะยังไม่เพียงพอเลยนะคะ เพราะกว่าจะเช็คอินเสร็จ ก็เหลือเวลาน้อยมากค่ะ และทางสายการบินเองก็จะตรวจเช็คกระเป๋าเข้มงวดมากนะคะ คือ กระเป๋าห้ามเกิน 2 ชิ้น (ถุงช้อปปิ้งก็นับเป็น 1 ชิ้นค่ะ มีคนก่อนหน้าเคโกะถือถุงช้อปปิ้งมาประมาณ 5 ใบ ก็ต้องรวบให้เหลือ 1 ใบค่ะ) และน้ำหนักของกระเป๋าก็ห้ามเกิน 10 kg ด้วยนะคะ จะมีพนง.เดินส่องก่อนเช็คอินค่ะ มองด้วยสายตา ถ้าเค้าคิดว่า "น่าจะหนัก" ก็จะไล่ให้ออกมาชั่งน้ำหนัก ณ ตรงนั้นเลยค่ะ ถ้าไม่เกินค่อยให้กลับเข้าแถวใหม่ ถ้าเกินก็จะให้ซื้อน้ำหนักที่เคาน์เตอร์เลยค่ะ

พอพ้นจากเคาน์เตอร์เช็คอินได้แล้ว ผ่านตม.ได้แล้ว ด้านหลังก็คือร้านขายของฝากค่ะ ดักอยู่ด้านหลังตม.พอดิบพอดีค่ะ ซื้อของแล้วนอกจากสตางค์ที่ต้องจ่ายแล้วก็ต้องบอก Flight number แก่พนง.ด้วยนะคะ ตรงนี้เคโกะเองก็รีบ ๆ หยิบ รีบ ๆ จ่ายเงินด้วยล่ะค่ะ กลัวไม่ทันอะ เพราะมันเฉียดฉิวกับ Boarding time จริง ๆ ค่ะ

สุดท้าย เคโกะก็เดินเร็ว ๆ มาจนถึงหน้าเกทจนได้ ละลายเหรียญที่ยังเหลือด้วยการกดตู้น้ำค่ะ 555



กดน้ำเสร็จได้พักนึง พนง.ก็เรียก boarding เลยล่ะค่ะ .. ถึงเวลาที่ต้องบอกลาญี่ปุ่นแล้วสินะคะ ..

Bye-bye Japan, หวังว่าจะได้พบกันอีกนะ ^^



ก็สิ้นสุดกันไปนะคะสำหรับทริปญี่ปุ่นครั้งที่สองนี้ โดยส่วนตัวแล้วก็ยังประทับใจเช่นเดิมค่ะ และหากมีโอกาสก็เต็มใจที่จะกลับมาอีกอย่างแน่นอนค่ะ ^^

ขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตามและแวะเยี่ยมชมนะคะ กลับมาเจอกันใน blog หน้า มาติดตามกันค่ะว่าจะเขียนเรื่องอะไรต่อไปกันนะคะ ^^

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ




 

Create Date : 18 มิถุนายน 2558
7 comments
Last Update : 18 มิถุนายน 2558 15:24:19 น.
Counter : 1216 Pageviews.

 

ราเม็งทิ่มตาแต่เช้า ฮิๆๆๆๆ

 

โดย: Tigger IP: 133.130.49.172 18 มิถุนายน 2558 8:42:33 น.  

 

ตามมาอ่านตอนจบ

ที่จริงอยากให้ใส่ว่าแต่ละตอนมีเนื้อหายังไงนะจ๊ะ คนที่เค้าสนใจจะได้คลิกไปอ่านถูกน่ะจ้า

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 18 มิถุนายน 2558 8:57:02 น.  

 

อ่านเพลินเลยครับ...

มีความเห็นเหมือน สาวไกด์ใจซื่อ... ชื่อตอนน่าจะ
มีบ้างนะครับ แหะ ๆ ขอมากไปหรือเปล่า..

ถ้ามีจะได้คลิ๊กตรงไปเลยครับ... ไว้ว่าง ๆ จะได้
แวะมาดูดีอีก.. ถ้าจำชื่อได้ครับ 555

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 18 มิถุนายน 2558 9:43:22 น.  

 

ดีจังเลยเที่ยวที่ที่เราไม่ได้ไปเลยค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 18 มิถุนายน 2558 14:33:07 น.  

 

พี่สาวทิกเกอร์ ... ฮี่ๆ นู๋ว่านู๋กินเผื่อเยอะนะ อิอิ

-----

ได้กลับมาเพิ่มเติมเนื้อหาแต่ละตอนว่าไปไหนบ้างตามคำแนะนำของพี่สาวไกด์ฯ แล้วนะคะ ขอบคุณมากค่ะ สำหรับคำแนะนำ ^^

 

โดย: keigolin 18 มิถุนายน 2558 15:43:22 น.  

 

แปลกนะคะ หนาว ๆ แต่กินไอติมนี่มันอร่อยที่สุดเลยค่ะ
อยากมีโมเม้นท์นั่งเครื่องอีกค่ะ
อยากให้ถึงเร็ว ๆ อิ อิ

 

โดย: mariabamboo 18 มิถุนายน 2558 15:53:37 น.  

 

สวัสดีอีกรอบจ้า ยินดีจ้าเคโกะ

เพราะคนอ่านเค้าก็จะได้ตามอ่านได้ถูกด้วยอะจ้าา

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 18 มิถุนายน 2558 16:45:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.