Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
กระเป๋าตังค์ Nudie : Wallet Pocket Stitch (V2)

[Review] Nudie : Wallet Pocket Stitch (V2)

Location : น้องเป้ "Azzuri" จาก overclockzone.com
Brand : Nudie
Type : Wallet Pocket Stitch (V3)
Material : Leather
Color : Natural
Size : (OneSize) W9.5 × H15 × D1-2 cm



เลือกกดเพื่อ Link ไปส่วนต่างๆ
Review ส่วนที่ 1
Review ส่วนที่ 2
[Update] 05-12-2008 เมื่อผ่านการใช้งานไป 3 วัน
[Update] 06-12-2008 นำ้ยาดูแลหนัง
[Update] 05-02-2009 เมื่อใช้งานไป 60 วัน
[Update] 28-07-2009 เมื่อใช้งานไปประมาณ 8เดือน
ส่วนของ Comments

กดเพื่อกลับไปหน้า Top Page MENU <---


กลับมาเรื่องของกระเป๋าตังค์กันอีกซักครั้งครับ คลาวนี้จะมาดู Nudie wallet pocket stitch V2 หรือเจ้า V2 กัน จริงๆไมไ่ด้ตั้งใจจะซื้อเพิ่มแต่ประการใดครับแต่พอเห็นมีน้องคนนึงประกาศขายในเน็ต Overclockzone (น้องเป้) ก็อดใจไม่ได้ซื้อมาในที่สุด เจ้า Nudie wallet pocket stitch เนี้ยมีอยู่ 4 version ครับ คือ V0 V1 V2 และ V3 แต่ที่ยังขายกันอยู่ทั่วไปขณะนี้ จะเป็นรุ่น V3 ซึ่งผมก็ได้ review ไปแล้วในบล็อกวันที่ 04-10-2008 (ถ้าใครสนใจประวัติและข้อมูลโดยละเอียดเชิญแวะเข้าไปชมกันได้ครับ)

Nudie wallet pocket stitch V2 เป็นกระเป๋าสตางค์งานหนังแท้สำหรับผู้ชายแบบมีโซ่คล้อง ตัวโซ่ยาว 30 ซ.ม ตัวกระเป๋ามีขนาดกว้าง 9.5 นิ้ว สูง 15 นิ้ว และหนา 1 ซ.ม เมื่อไม่ใส่อะไร และประมาณ 2 ซ.ม เมื่อเต็มไปด้วยการบรรจุสิ่งต่างๆ

ว่าถึงเจ้า V2 เนี้ยเท่าที่ทราบมันเหลืออยู่น้อยมากครับในตลาดซื้อขายขณะนี้ จริงๆก็แทบจะไม่เห็นแล้ว จึงได้สอบถามน้องเป้ว่าได้มาจากแต่ใด? ก็ได้ใจความว่าน้องเค้าสั่งมาจากประเทศนอร์เวย์ แต่ไม่ถูกใจก็เลยปล่อยขาย....

จริงๆแรกเลยผมเคยคิดว่า V2 และ V3 มีการผลิตที่เหมือนกันแต่พอได้มาครอบครองและจับถึงได้เห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงเป็นที่มาสำหรับ review นี้เพื่อให้เพื่อนๆที่เป็นสาวก Nudie ได้ชมกัน




* สำหรับ Review นี้ผมขอแบ่งเป็น 2 ช่วงครับเหมือน review ก่อนหน้านี้ *

(อาจ load ช้าหน่อยถ้าเน็ตไม่เร็ว ผมลงรูปเยอะน่ะ)


เลือกกดเพื่อ Link ไปส่วนต่างๆ

ส่วนที่ 1 เป็น Review Nudie : Wallet Pocket Stitch V2

ส่วนที่ 2 จะเป็นการเอา Nudie : Wallet Pocket Stitch V2 มาเปรียบเทียบกับ V3 กัน




ครับงั้นมาเริ่มส่วนที่1 มาดูเจ้า Nudie : Wallet Pocket Stitch V2 ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร



EMS จากน้องเป้ที่ใช้เวลา 1 คืนถึงครับ



ถึงแม้น้องเป้จะเคยเปิดดูแล้วแต่ก็ห่อกลับมาในสภาพเดิมได้ดี อันนี้ขอบคุณมากๆครับ (กันกระแทกด้านในน้องเป้เค้าใส่เพิ่มมานะครับ)



โอเค หน้าตามันเป็นแบบนี้ ซึ่งก็เหมือนเดิมแบบ V3 หลายคนคงสงสัย ผมจะซื้อมาทำไมถ้าเหมือนเดิม แต่จริงๆสิ่งแรกที่สัมผัสได้เลยคือคุณภาพหนังที่ต่างจาก V3 อย่างชัดเจน ตอนแรกผมเองก็คิดว่า V3 และ V2 ใช้หนังตัวเดียวกันจนวันนี้พึ่งเข้าใจว่าคิดผิด หนังของ V2 เป็นหนังแบบที่นุ่มกว่ามีกลิ่นที่เหมือนหนังแท้มากกว่า V3 ที่มีกลิ่นเหมือนยาง หนังของ V2 เป็นรอยได้ง่ายเพียงใช้เล็บขูดเบาๆ นั้นหมายถึงหนังของ V2 สามารถมีการ Fade ของสีเมื่อผ่านการใช้งานได้ง่ายกว่า V3



ที่แน่ๆคือ V2 จะแบบเป็นหูเกี่ยวอลูมิเนียม ส่วนของโซ่จะเป็นแบบเดียวกัน



ตรงลายเย็บโลโก้ Nudie ก็ต่างกันคือลายจะสลับกัน 180 องศา



ภายในเหมือนกันครับต่างกันที่วัสดุของหนังและก็สีด้ายที่ใช้เย็บในบางส่วน



มาถึงส่วนที่ผมประทับใจมากสุดของเจ้า V2 คือวัสดุของหนังที่เลือกใช้หนังที่มีคุณภาพมากกว่า V3 อยู่พอควรเลย ด้านหลังของหนังจะเป็นขุยนิ่มๆหนาๆคล้ายๆของ Redmoon และต่างจาก V3 ที่เป็นเหมือนขนแข็งๆบางๆ ด้านหลังของเจ้า V2 มีหมายเลขผลิตพิมพ์เอาไว้ด้วยตัวพิมพ์สีแดง



งานด้านหลังก็ปรกติทั่วไป


.......................................................................


มาต่อด้วยส่วนที่2 จะเป็นการเอา Nudie : Wallet Pocket Stitch V2 มาเปรียบเทียบกับ V3 กัน


สีเจ้า V3 ของผมอาจจะเข็มกว่าโดยทั่วไปนะครับเนื้องจากผมได้ทำการฟอกให้สีมันเข็มขึ้น และตัวหนังเองก็จะเป็นลายยับๆกว่าปรกติเช่นกัน
เจ้า V3 ของผมนั้นผมใช้งานอยู่ทุกวันตั้งแต่ซื้อมาจนทำให้มีอาการบิดเบี้ยวไปบ้างแต่อย่างไรก็ตามผมหวังว่าการเปรียบเทียบจะทำให้หลายๆท่านที่เคยสงสัยจะเห็นความแตกต่างระหว่างทั้ง 2 รุ่นนี้
โอเคครับข้อมูลของทั้งสองตัวที่จะเอามาเทียบคือ :


1. Nudie : Wallet Pocket Stitch V2
ซื้อมาวันนี้ 02-12-2008
ยังไม่ได้ใช้งาน

2. Nudie : Wallet Pocket Stitch V3
ซื้อมาเมื่อวันที่ 04-10-2008
ใช้อยู่งานทุกวัน (อย่างหนัก)

ข้อมูลเพิ่มเติมของ Nudie : Wallet Pocket Stitch V3 สามารถไปดูได้ในหน้า Review โดย กดที่นี่




(V2 ด้านซ้าย - V3 ด้านขวา)
ลองจับมาเปรียบเทียบดูกันครับว่าจะต่างกันแค่ไหน



(V2 ด้านซ้าย - V3 ด้านขวา)
V2 มาในแบบห่อพลาสติก
V3 มาในกล่องกระดาษแข็งสีขาว



(V2 ด้านซ้าย - V3 ด้านขวา)
อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ข้อสังเกตุง่ายๆอย่างแรกคือบริเวณหูของโซ่จะแตกต่างกัน นั้นก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้เห็นความแตกต่างของทั้ง 2 รุ่นได้



(V2 ด้านซ้าย - V3 ด้านขวา)
ของสังเกตุอีกข้อคือองศาของลายเย็บจะกลับหัวกันระหว่างทั้ง 2 รุ่น คือ
V2 จะเป็นไปตามทิศทางของลายที่เย็บในกระเป๋าหลังของยีนส์ด้านขวา
V3 จะมีลายที่กลับหัวจาก V1 และ V2



(V3 ด้านซ้าย - V2 ด้านขวา)
V3 ของผมสีจะเข้มกว่าและเป็นหูรัดกับเข็มขัด
V2 เป็นหูเกี่ยวอลูมิเนียม อันนี้แล้วแต่ความชอบ



(V2 ด้านซ้าย - V3 ด้านขวา)
อีกอย่างที่อาจไม่ได้สำคัญซักเท่าไหร่ของเจ้า
V2 จะมีการบดอัดขอบในส่วนของการเย็บ
V3 ที่เย็บลงไปเลย แต่จะใช้ด้ายคู่เย็บเพื่อเพิ่มเติมความแข็งแรง



(V2 ด้านซ้าย - V3 ด้านขวา)
อีกมุมเพื่อให้เห็นชัดเจนขึ้น



(V2 ด้านบน - V3 ด้านล่าง)
มาต่อกันที่เรื่องของงานเข้าขอบ อันนี้ก็จะต่างกันชัดเจนอีกส่วน คือ V2 จะไม่มีการเคลือบยางพลาสติกขอบเหมือน V3 อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบ แต่สิ่งที่น่าสังเกตุคือความหนาของหนัง V2 หนากว่า V3 อยู่นิดๆด้วยเหตุคุณภาพหนังที่ต่างกัน



(V3 ด้านซ้าย - V2 ด้านขวา)
ความหนาที่ต่างกันนิดๆสังเกตุได้จากมุมโค้ง... ข้อเสียของการเคลือบพลาสติกของ V3 คือเวลาพับไปนานๆมันจะแตกออกครับ แต่ข้อเสียที่อาจจะเกิดกับเจ้า V2 ที่ไม่มีการเคลือบขอบคือมันจะบานออกเมื่อผ่านไปนานๆเข้า



(V2 ด้านล่าง - V3 ด้านบน)
เปรียบเทียบด้านหลังของตัวหนังที่ต่างกัน
V3 (บน) จะบางและเป็นเหมือนหนามแข็งๆ
V2 (ล่าง) จะเป็นขุยนุ่มๆและหนา



(V2 ด้านล่างของภาพ - V3 ด้านบนของภาพ)
จริงๆไม่อยากให้ผู้ใช้ V3 น้อยใจนะครับแต่คงต้องบอกว่าจริงอย่างที่หลายคนบอกคืองาน V2 ละเอียดกว่า V3 โดยเฉพาะบริเวณตาไก่ใส่ห่วง V2 ใช้ของเกรดดีกว่า V3 นิดๆ



ภาพส่วนของซิปของ V2 ที่เลือกใช้ตัวซิปที่มีคุณภาพมากกว่าของ V3 อยู่เยอะมากๆ
โดยปรกติผมจะแกะเอาหัวซิปออกเพราะมันตำก้นครับซึ่งเจ้า V2 กำลังจะโดนเช่นกันหลัง review เสร็จ... อิอิ



(V3 ด้านซ้าย - V2 ด้านขวา)
ด้านในครับไม่ต่างกัน มีช่องใส่การ์ด 4 ช่องเหมือนกัน
ข้อสังเกตุอีกอย่างคือที่ส่วนซิป
V2 เวลารูดซิปปิดหัวซิปจะอยู่ตำแหน่งที่ด้านบน
V3 หัวซิปตอนปิดจะลงมาอยู่ที่ตำแหน่งด้านล่าง



(V3 ด้านซ้าย - V2 ด้านขวา)
มาดูส่วนสุดท้ายกัน คือด้านหลังของบริเวณที่เย็บลายโลโก้
V3 เย็บสดเลย
V2 จะมีผ้าบางๆรองไว้ระหว่างการเย็บ



สรุป คงต้องบอกว่างานผลิต V2 มีความละเอียดละออกว่า V3 จริงๆครับ ที่ประทับใจคือคุณภาพของหนังที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นหนังจริงๆและงานเย็บที่ดูมีความตั้งใจ

สำหรับค่าตัวเจ้า V2 ตัวนี้คือ 4,000 บาท (ต่อราคาน้องเค้าน่ะ) คุ้มครับ!! บอกได้คำเดียวถ้าท่านได้มีโอกาสจับทั้ง 2 รุ่นก็จะบอกเหมือนผม แต่ไม่ใช่ว่า V3 ไม่ดีนะเพียงแต่ว่าคุณภาพของหนัง V2 มันดีกว่าและมีข้อบกพร่องน้อยกว่าเท่านั้นเอง ท้ายสุดขอบคุณท่านๆที่ติดตามอ่าน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับสาวก Nudie ไม่มากก็น้อย สวัสดีครับ



Happy Jiving
JoeIke


.......................................................................

[Update] 05-12-2008

โดยปรกติพวกเครื่องหนังเวลาที่ใช้ไปในบริเวณส่วนของตัวหนังเองเวลาที่ผ่านการเสียดสีหรือการบดเนี้ยมันจะมีอาการที่เค้าเรียกว่าการ Fade ของสีเกิดขึ้น หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่ารอยช้ำครับ หลายคนที่มีพวกเข็มขัดหนังแท้ สายนาฬิกาแท้ หรือกระเป๋าหนังแท้คงจะเข้าดี เช่นเดียวกับ Redmoon แต่เจ้า V3 ตัวเก่าของผมมันไม่ได้เป็นลักษณะหนังที่เป็นแบบนั้นมันเลยไม่ยอมขึ้นซะที แต่เจ้านี่ V2 ใช่เลยครับ

ดังนั้นผมเลยนำเจ้า V2 ที่ผม happy สุดๆกับวัสดุหนังของมันมาลงให้เพื่อนๆท่านๆได้ชมกันว่าหลังจากพยายามใช้งานให้เต็มวันมาหลายวันโดยการพกติดก้นไปทุกที่ว่ามันมีการ Fade สีของตัวหนังอย่างไร ปรกติเวลาใช้งานพวกเครื่องหนังมันจะมีวิธีดูแลอยู่หลายแบบ สำหรับผมจะใช้การลง Oil และ Cream ซึ่งก็มีขายตามร้านเครื่องหนังทั่วไป ข้อดีก็คือรักษาสภาพหนังให้อายุยืนนานครับ และของแถมก็คือทำให้เห็นร่องรอยการเปลี่ยนของตัวสีอย่างสวยงาม มาชมกันครับ


การ์ดผมเยอะผมเลยใส่ไว้ทางช่องด้านหน้าด้วย มันเลยแอบเป็นรอยสี่เหลี่ยมผืนผ้าขึ้นมาด้านหน้า อันนี้ไม่รู้จะชอบดีหรือปล่าว...



ด้านหลังก็มีการ Fade ของสีเช่นกัน



แบบเต็บใบ ลักษณะของหนังเจ้า V2 ขึ้นรอยให้เห็นได้ง่ายๆและชัดเจน ... แล้วอีกซักเดือนจะเอารูปใหม่ๆมาให้ชมกันอีกครับ


.......................................................................


[Update] 06-12-2008

เห็นหลายท่านสงสัยผมใช้น้ำยาอะไรจัดการกับพวกเครื่องหนังเลยเอามาลงให้ดู ว่าไปถึงเครื่อง Oil หรือ Cream ดูแลพวกเครื่องหนังจริงๆก็เหมือนมีความจำเป็นนะถ้าท่านอยากให้มันอยู่กับเราไปนานๆ คุณสมบัติมันจะมีอยู่เยอะ เช่น ทำความสะอาด เคลือบผิวไม่ให้เก่าเร็วหรือเป็นขุย คืนสภาพให้แก่หนังเมื่ออาจเกิดรอยขีดข่วนขึ้น และเพิ่มสีเข้มให้แก่ตัวหนัง ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านเครื่องหนังครับ อีกอย่างคือบางทีผมก็ใช้ Baby Oil ครับใช้ได้เหมือนกันทำให้หนังมันฉำ่ๆสวยไปอีกแบบ

โดยปรกติผมใช้ของ Grison อยู่ เป็นของฝรั่งเศส ถือว่าโอเค และพอจะมีอยู่ 2 ตัวมาแนะนำให้เพื่อนๆที่สนใจ


ตัวนี้เป็นแบบ Cream ครับ ผสมแอลกอฮอล์นิดๆเพื่อกัดสิ่งสกปรก ใช้ทำความสะอาด ราคาประมาณ 120-140 บาท



ส่วนตัวที่สองนี้เป็นแบบ Cream ลักษณะขี้ผึ้งอัดแน่น ใช้สำหรับคืนสภาพหนัง เพิ่มความเงางาม ป้องกันน้ำ และเพิ่มสีน้ำตาลให้แก่หนังครับ ราคาประมาณ 150-170 บาท


หวังว่าคงช่วยเพื่อนๆท่านๆที่กำลังหาน้ำยาดูแลเครื่องหนังหรือกระเป๋าสตางค์หนังแท้สุดที่รักของท่านๆได้ สวัสดีครับ

.......................................................................


[Update] 05-02-2009

มาอัพรูปเจ้า V2 กันหน่อยหลังจากใช้งานไปพักนึง (60วัน) ซึ่งมีรอยช้ำเกิดขึ้นมากมาย ตัวสีของหนังเองเปลี่ยนไปเยอะมากๆ โดยเฉพาะหลังจากได้เจ้ายีนส์ Dior มา กระเป๋าหลังมันเล็กมากครับ บวกกับผมลดไซส์ลงเยอะเลยแน่นมากเวลาใส่เจ้า V2 ลงไปมันเลยเกิดรอยง่ายมากๆ ลองมาดูกันครับท่านๆ


รอยที่เกิดจากกระเป๋าหลังที่เย็บแบบลูกโซ่ทำให้เกิดการเฟดของสีขึ้นอย่างที่เห็นครับ บริเวณที่ขอบกระเป๋ายีนส์มันจะรัดส่วน V2 ด้านบนจากซ้ายไปขวา ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี ตัวหนังเองก็เป็นรอยข่วนได้ง่ายเหลือเกิน



ตามขอบและมุมที่มีการเสียดสีบ่อยครั้งก็เฟดจนเป็นสีน้ำตาลไหม้ๆไปเลย และจากการที่ผมลง Oil และ Cream ประมาณ 3-4 วันครั้งตัวหนังเลยเป็นเงาเหมือนเคลือบด้วยแก้ว สวยดีครับ


ก็อย่างที่หลายต่อหลายคนชมไว้ว่าเจ้าหนังของ V2 เนี้ยมันดีจริงๆ แต่ก็มีข้อเสียนะ เช่นถ้าไปโดนน้ำต้องรีบเช็ดไม่งั้นมันจะกลายเป็นดวงๆ ซึ่งไม่สามารถแก้ไขใดๆได้ และอีกอย่างตัวหนังเองเกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายมากๆ จบลงแค่นี้ครับแล้ววันหลังจะมาอัพสภาพการใช้งานให้ชมกันอีก สวัสดีครับท่านๆ

.......................................................................


[Update] 28-07-2009

อัพรูปกันอีกซักครั้งหลังห่างหายไปนานเลย ตอนนี้ผมใช้เจ้า V2 มาร่วมๆ 8เดือนจนสภาพจัดว่าดุเดือดใช้ได้เลย (เพื่อนๆบอกเหมือนเน่ามากๆ) สีมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เข้มขึ้นเยอะ บริเวณขอบต่างๆก็กลายสภาพเป็นสีดำไปเกือบหมดแล้ว แต่สภาพตัวหนังยังถึงว่าดี อาจเพราะผมลง Oil อยู่เรื่อยๆ (ประมาณ 2 อาทิตย์ครั้ง)



ผมลองเอามาเปรียบเทียบกับเจ้า V3 ของผมที่ไม้ได้ใช้งานแล้วเพื่อให้เห็นความแต่ต่างของตัวสีครับ จะเห็นว่าหนังของ V2 มีสีที่เข้มขึ้นตามจุดต่างๆ ซึ่งต่างจาก V3 ที่ตัวหนังจะไม่ชำ้ ไม่เข้มขึ้น อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบครับ




ครั้งต่อไปเมื่อใช้ครบ 1ปี จะเอารูปมาอัพให้ชมการเปลี่ยนแปลงกันอีกรอบ หวังว่ามันคงไม่เน่าไปซะก่อน 555 สวัสดีและขอบคุณครับ :-)



กดเพื่อกลับไปด้านบน




Create Date : 02 ธันวาคม 2551
Last Update : 20 เมษายน 2553 18:35:37 น. 36 comments
Counter : 16912 Pageviews.

 
จขบ. แฟนพันธ์แท้ nudie เลยนะคะเนี่ย


โดย: iSIs_OsiRis วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:0:13:41 น.  

 
ohh" โดนแซวเลย อิอิ


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:0:33:23 น.  

 
โอ้ว review ได้ดีมากๆเลยคร้าบ

ขอบคุนคร้าบผม ^^


โดย: Pae IP: 58.137.54.40 วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:3:21:19 น.  

 
^^


โดย: ป้าจะอิ๊บ (jipnaja ) วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:12:58:08 น.  

 
ละเอียดสุดแจ่มใจเลยครับพี่โจ จะติดตามไปเรื่อยๆครับ
ไม่เว้นแม้แต่ review กางเกงใน nudie ครับ อิอิ


โดย: --PrK.M-- IP: 124.122.148.66 วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:16:26:39 น.  

 
รีวิว...สุดยอด โดนใจจริง ๆ

ใบที่รีวิวนี้ถ้าผมไม่มี V3 อยู่แล้วล่ะก็ ตัดหน้าคุณโจมาแล้วล่ะ


โดย: AF (AF W123 ) วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:16:31:52 น.  

 
ขอบคุณครับท่านๆที่เข้ามา


ฮ่าๆ ครับคุณ AF


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:18:09:31 น.  

 
คม ชัด ลึก มากเลยฮะ

ไว้รอดู V1 ต่อไป


โดย: รู้สึกแปลก วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:20:38:16 น.  

 
เกือบซื้อไปเหมือนกันครับ พอดีได้โปร V3 ถูกมั่กๆเข้าไป เลยเปลี่ยนแผนเลย แอบเสียดายเล็กน้อย


โดย: Tuxedoman IP: 58.8.87.226 วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:1:04:23 น.  

 
อ้อ ว่าแต่งัดซิบออกมายังไงอ่ะคับ ไม่กล้างัดกลัวพัง

แนะนำด้วยคับ


โดย: Tuxedoman IP: 58.8.87.226 วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:1:21:34 น.  

 
สวัสดีครับคุณรู้สึกแปลก และคุณTuxedoman

วิธีเอาออกคืองี้ครับ ในส่วนของรางซิปน่ะ มันจะมีอลูมิเนียมเล็กๆปิดส่วนหัวกับท้ายไว้เพื่อไม่ให้หัวซิปรูดออกไปเกิน งัดเอามันออกครับ มันจะแค่นีบไว้เฉยๆโดยจิกเข้าไปในตัวผ้าซิป เบาๆนะ (รู้สึก V3 จะมี2ตัวต่อ1ด้าน แต่ V2 จะมี1ตัวต่อ1ด้าน) พอเอาออกไปได้ ก็จะดึงเอาหัวซิปออกมาได้ แต่ต้องหาจังหวะดีๆมันจะหลุดออกมาได้

จริงๆไม่แนะนำนะ มันน่าเสียดายเพราะการใส่กลับเข้าไปไม่ง่ายแน่ๆครับ


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:1:49:32 น.  

 
สวัสดีวันพ่อครับ คุณ JoeIke update เร็วมากเลยครับ
พอเห็นเฟดของเจ้า V2 ยิ่งรู้สึกเสียดายครับ ถ้ารู้ว่ามันดีกว่า V3 แบบนี้ผมคงตัดหน้าคุณ JoeIke ไปแล้ว เฟด V2 สวยมากๆครับ ตอนแรกผมคิดจะเอาตัวนี้เหมือนกัน แต่ส่วนตัวดันรู้สึกชอบตัวเกี่ยวที่เป็นหนังมากกว่า แต่มารู้ทีหลังว่าเจ้าตัวเกี่ยวเป็นหนังเนี๊ย มันดันขาดง่ายซะด้วย

ขอบคุณสำหรับวิธีเอาซิปออกด้วยครับ ผมคงต้องเอาออกเหมือนกันเพราะเจ้าซิปบ้านี่ใหญ่มากกกกกก ตำตูดแถมทำกระเป๋านูนออกมาเป้นรอยเจ้าซิปนี่เลย

แล้วจริงอย่างที่คุณ JoeIke บอกครับ เจ้า V3 นี่หนังขึ้นเฟดยากมากๆครับ ใช้มาร่วมอาทิตย์ยังใหม่กิ๊กอยู่เลย อยากทราบว่าคุณ JoeIke ซื้อออยสำหรับฟอกหนังที่ไหนครับ แล้วมีแนะนำยี่ห้ออะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ถ้าไม่รบกวนเกินไปอยากให้แนะนำวิธีฟอกหนังด้วยขอบคุณมากๆครับ


โดย: Tuxedoman (TuxedoMan ) วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:11:31:03 น.  

 
ครับคุณ Tuxedoman
พวกน้ำยาเช็ดหรือดูแลเครื่องหนังหาซื้อได้ตามร้านขายกระเป๋าหนัง หรือเครื่องหนังทั่วไปเลยครับ มักจะเขียนว่า Oil หรือ Oil-Pure ราคาประมาณ 100 กว่าๆถึง 300 บาทได้ครับแล้วแต่ยี่ห้อเลย (จริงๆ Baby Oil ก็ใช้ได้นะ)

วิธีการฟอกของผมกับเจ้า V3 ก็บิดๆถูๆโดยงอให้เป็นรูปตัว U เลยแล้วไล่ไปเรื่อยๆทุกๆด้าน ตามด้วยการลง Oil ทำแบบนี้ไปสลับไปมาเรื่อยๆครับ ยิ่งแรงยิ่งดี มันจะทำให้ตัวหนังยืดขึ้นเกิดเป็นริ้วๆ ทีนี้ต่อไปเวลาใช้งานไปมันจะทำให้ขึ้นรอยช้ำได้ง่ายขึ้นครับ (แต่ทำกับเจ้า V2 ทำไม่ได้นะแบบนั้นเพราะ V2 ตัวหนังมันไม่ทนเท่า V3)


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:12:51:06 น.  

 
แฮ่ๆๆ
เพิ่งกลับจาก ภูกระดึง มาอ่ะครับพี่
เลยไม่ได้มาเม้นแรกๆ 555
เอา GRIM TIM ไป ปั้น มาครับ ฮ่าๆๆ

V2 สวยจัง ครับพี่ โจ
รีวิวสุดยอดเหมือนเดิม
อยากได้อีกรอบเหมือนเดิม ฮ่าๆ

ไปเที่ยวมา ตังหมดละ เซงง ฮ่าๆ

เก็บต่อไปเฮ้อออ



โดย: noutano วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:14:22:27 น.  

 
โห... น่าอิจฉาชมัดเลยครับ กะว่าสิ้นปีจะไปต่างจังหวัดบ้างอ่ะ (จริงๆแอบคอยโบนัสอยู่)


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:17:37:53 น.  

 
เพิ่งมาเห็นรูป อัพเดต หล่อมากเลยพี่เหอๆ


โดย: noutano วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:07:47 น.  

 
สวยมากเลยครับ

V.3 ของผมมันไม่เป็นอย่างงี้เลยแม้แต่นิดเดียว

กลุ้มใจ ... อยากได้แบบนี้มั่งครับ


โดย: AF W123 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:0:17:30 น.  

 
สวัสดีครับน้องเน๊า และคุณอัฟ

แล้วจะพยายามแวะมาลงรูปใหม่ๆทุกๆเดือนครับ :-)


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:19:16 น.  

 
โอ้ ผมยังไม่เคยลง cream เลย ยังหาซื้อแบบเดียวกันไมไ่ด้เลยครับ แต่หนังก็ยังสวยอยู่ หลังๆนี่ปล่อยเลยไม่ลงทั้ง cream ทั้ง oil แต่กลัวน้ำมากๆ


โดย: Tuxedoman IP: 58.8.221.135 วันที่: 22 มีนาคม 2552 เวลา:3:42:08 น.  

 
ครับผมเองก็เป็นโรคกลัวน้ำตั้งแต่ได้เจ้า V2 มาเนี้ย

เมื่อซัก 3อาทิตย์ที่แล้วไปทานข้าวกับคุณแฟน คุณเธอก็หวังดีหยิบเจ้า V2 ผมเข้าไปวางไว้ในๆโต็ะ ปรากฏโต็ะมันเปียกเป็นรอยวางแก้วน้ำครับท่าน คุณเธอก็ไม่ทราบวางเจ้าเป๋าตังค์ผมไว้จนจะกลับหยิบขึ้นมาดู เป็นรอยวงแก้วเลย นี่ผ่านมาพักใหญ่ๆแล้วยังเป็นรอยไม่หายเลย แต่อาการก็ดีขึ้นตามลำดับ :-)


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 22 มีนาคม 2552 เวลา:12:28:10 น.  

 
555 V2 ของผมมีรอยเปื้อนน้ำนิดหน่อยถ้าไม่มองใกล้ๆ แต่ผมชอบฝากกระเป๋าตังค์กับคุณแฟนไว้เพราะบางทีใส่ Dior แล้วมันดูตุงๆ ก็เลยฝากเธอไว้ พอกลับมาเช็คที่บ้านอีกทีรอยเล็บเพียบหุหุ


โดย: Tuxedoman IP: 58.8.221.135 วันที่: 22 มีนาคม 2552 เวลา:13:22:06 น.  

 
อยากสอบถามคุณโจคะ ว่าปัจุจุบันก็เท่าที่หาซื้อได้ก็มีแต่ V3 ใช่ไหมคะ
แล้วถ้าเป็นฮ่องกงจะมีไหมคะ หรือราคาจะถุกกว่าไหม แล้วถ้ามีซื้อในช้อป Nudie จะดีกว่าใช่ไหมคะ
เพื่อป้องกันของcopy เกรด A หรือว่าถ้าในเมืองไทยเรานี้ ตอนี้หาซื้อของจริงได้ทีไ่หน ราคาเท่าไรคะ
ขอบคุณคะ


โดย: iam IP: 58.10.84.91 วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:31:28 น.  

 
สวัสดีครับคุณ iam :-)

คิดว่า V2 ก็น่าจะยังพอมีนะครับแต่คงหาได้ไม่ง่ายแล้ว แต่สำหรับ V3 น่าจะยังหาได้ไม่อยาก ถ้าตาม shop เห็นที่ The adj กับ Pronto ที่ Central world เคยวางขายอยู่ เป็นรุ่นสีดำ ไม่แน่ใจว่าหมดไปหรือยัง

ที่ shop ฮ่องกงนี่ไม่แน่ใจเลยครับ ผมว่าราคาน่าจะสูสีกัน บวกลบไม่มาก

ลอง search ในเน็ตดูสิครับเห็นมีบางคนยังเอามาขายอยู่บ้างเจ้าตัว V3 น่ะครับ ราคาน่าจะอยู่ราวๆ 3,800 ถึง 4,000 บาทกว่าได้นะ อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจครับ


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:42:32 น.  

 
สวยงามมาก ๆ เลยครับ

ถูกใจ ๆ


โดย: AF (AF W123 ) วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:46:11 น.  

 
สวัสดีคุณ AF :-)

ผมว่าผมอาจจะลง Oil บ่อยไปนิดสีมันเลยเข้มเยอะเกิน... อืมๆ


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:53:31 น.  

 
ผมว่าแบบสีมันตอนเดือนกุมภากำลังดีเลยครับพี่โจ
ตอนนี้มันดูโหดไปหน่อย


โดย: wesz IP: 113.53.13.174 วันที่: 4 สิงหาคม 2552 เวลา:20:52:48 น.  

 
ฮ่าๆ อายจัง... ผมก็รู้ครับ มันมองดูเน่ามากๆ อิอิ

(เกือบได้เวลาหันกลับไปใช้เจ้า Redmoon แล้ว)


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:1:39:42 น.  

 
สวยสุดๆจริงๆครับพี่

ไม่มีเป็นของตัวเอง

แต่ได้มาดู review ของพี่โจ อ่านไปยิ้มไป

ท่าทางผมนี่ก็ใกล้ๆ จะบ้าแล้วนะเนี่ย

555


โดย: Rujz IP: 202.69.136.154 วันที่: 27 สิงหาคม 2552 เวลา:18:19:48 น.  

 
อยากได้มากกกกครับบบบบ

สีน้ำตาลแบบนี้ผมหาไม่ได้เลย


โดย: Wind run IP: 124.122.141.172 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:15:22:56 น.  

 


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 9 กันยายน 2552 เวลา:16:44:29 น.  

 
งามมั๊กๆ คะพี่ ;)
ถ้าไม่ลงออยมันจะคล้ำขนาดนี่ไหมอะคะ ?


โดย: aboutday IP: 58.136.127.72 วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:2:54:08 น.  

 
พี่คับๆ

ใช้แวกซี่ มาเช็ดได้ป่าว ได้ป่าวคับ

แล้วครีมที่ว่ามา หาซื้อแถวไหนเอย



โดย: basbasic (noobasbasic ) วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:26:57 น.  

 
โห... ลืมเข้ามาดูหน้านี้ซะสนิดเลยครับ ขอโทษด้วยตริงๆ

น้อง aboutday ไม่ได้ทักกันนานเลยนะครับ :-)
ลงออยมันจะขึ้นรอยช้ำชัดและเร็วขึ้นครับ ถ้าไม่ลงมันจะขึ้นช้ามากและออกเป็นรอยขาวๆแบบเหมือนโดนข่วน

....................................................

น้อง basbasic สวัสดี
แวกซี้เลยเหรอครับ โห... ไอ้น้ำยาเช็ดแบะรถยนต์ใช่มั้ย ผมไม่เคยลองนะ แต่ถ้าใช่กลิ่นมันก็จะเหมือนกลิ่นรถยนต์สิครับจะดีหรือ อิอิ

พวกครีมดูแลเครื่องหนังไงครับลองเดินหาตามห้างก็ได้ ตามร้านขายเครื่องหนังไงหาไม่ยากหรอกครับ บอกเค้าว่าขอครีมเคลือบหรือรักษาเครื่องหนัง


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:26:20 น.  

 
คุณ Joelke ครับตอนนี้อยากได้กระเป๋า Nudie ไว้ใช้สักใบ รับใช้ต่อ จากคุณ Joelke ก็ได้ครับ V.3 อะครับ ติดต่อกลับ ตามเมลนี้นะครับ kitvespa1955@hotmail.com


โดย: kiki IP: 192.168.1.123, 58.9.23.128 วันที่: 30 สิงหาคม 2553 เวลา:22:13:30 น.  

 
ผมอยากรู้ว่ารุ่นAlfredกับV2ต่างกันยังไง แล้วถ้าอยากได้V2ผมจะหาซื้อได้ที่ไหนครับ


โดย: oak IP: 218.212.14.10, 202.156.15.231 วันที่: 7 กันยายน 2553 เวลา:17:59:34 น.  

 
อยากรู้ว่า V2 ยังมีขายอยู่รึป่าว มือสองก็ได้ ราคาเท่าไหร่ด้วยครับ ?


โดย: tm : IP: 110.169.157.26 วันที่: 18 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:27:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Ike the Ronin
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




About JoeIke
As known in MySpace Astist by the name of JoeIke, this up-and-coming local sound engineer has marched his way through various kinds of music and lessons. But the introduction of music sequential got him addicted and completely lost his soul to Eletronic Music. Inspired by the routine of Drum and Bass tempo snap, beautiful grand piano riffs and sinful synthesizer loops, JoeIke combines all of his favorites into his own musical creation. With the profound knowledge of sequencer software and computer hardware.

Friends' blogs
[Add Ike the Ronin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.