Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
20 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
รีวิวยีนส์ The Flathead 3001

[Review] อีกครั้งกับ Pronto X Flathead (PROxxxFH) Thailand Limited Editionรีวิวยีนส์ The Flatheaad 3001

Brand : The Flathead
Type : Slim Cut
Material : Japanese 14.5oz Unsanforized Selvage denim
Colour : Dry Indigo
Size : 28/36



เลือกกดเพื่อ Link ไปส่วนต่างๆ
ส่วนที่ 1 Review
ส่วนที่ 2 Fitpic & Sizechart
ส่วนที่ 4 ส่วนของ Comments

กดเพื่อกลับไปหน้า Top Page MENU ปี2011 <---
กดเพื่อกลับไปหน้า Top Page MENU ปี2008 2009 และ 2010 <---



สวัสดีครับเพื่อนๆช่วงนี้มีรีวิวกันบ่อยหน่อยนะครับ หวังว่าคงถูกใจเพื่อนๆที่ถามถึงกันอยู่ตลอด ช่วงนี้ต้องบอกว่ามีอารมณ์ทำรีวิวครับคงเพราะพอมีเวลาว่างมากขึ้นอีกนิดหน่อยจากงานร้านอาหารของผม "distill" จึงทำให้มีโอกาศได้ไปเดินอัพเดธซื้อของบ้างอะไรบ้างกะเขา และล่าสุดผมได้แวะเข้าไปร้าน Pronto ที่สยามฯมาครับเลยได้เจ้า Flathead 3001ติดมือกลับบ้านมาสมใจและมาเป็นรีวิวในวันนี้กัน


JoeIke @ distill :-)



กลับเข้ามาในเรื่องของรีวิววันนี้จะเป็นยีนส์แบรนด์ The Flathead ซึ่งถือเป็น 1ใน3แบรนด์ที่ผมรักมาก
1. คือ Imperial 2. คือ Andy Whall และ 3. คือ The Flathead ที่พึ่งจะมีโอกาศได้ซื้อครับ จริงๆก็ยังไม่ควรซื้อครับเพราะยังมีคิวจ่อรอปั้นเหลืออยู่อีกเยอะมากๆ เพราะเมื่อ 2-3ปีที่ผ่านมาผมซื้อยีนส์เก็บไว้เยอะเกิน จึงเป็นคติสอนใจในทุกวันนี้ครับว่าควรซื้อเท่าที่ใส่และใส่เฉพาะที่ชอบจนเก่าไปทีละตัว และสำหรับตอนนี้เจ้า Imperial และ Andy Whall ของผมนั้นถูกใส่จนสีจืดไปหมด จนเจ้ากิเลสในหัวมันร้องทักว่า "ได้เวลา แอบซื้อ Flathead มาใส่ได้แล้ว"


เจ้า Andy และ Imperial ที่เริ่มเน่าๆไปหมดแล้ว



ทุกวันนี้ใครไม่รู้ก็ควรรู้ว่าตลาดผู้ผลิตเดนิมเกรดสูงนั้นส่วนมากตกอยู่ในมือของประเทศญี่ปุ่นมาแสนนาน แม้แบรนด์ดังหลายแบรนด์ทางฝั่งยุโรปจริงๆก็ล้วนมีความเกี่ยวข้องจากทางญี่ปุ่นไปมีส่วนร่วม ทั้งนี้คงเป็นเพราะ ทัศษะ ความใส่ใจ และวัสดุที่เลือกใช้ผลิตล้วนมีที่มาและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ สิ่งเหล่านี้คงเป็นเหมือนเพราะประโยช์นจากความสำพันที่ถูกบังคับให้ใกล้ชิดกันของสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นช่วงหลังญี่ปุ่นแพ้สงคราม ถ้าเป็นคอเดนิมคงทราบเรื่องพวกนี้ดีว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นจะซึมซับวัฒนธรรมที่หลากหลายของสหรัฐอเมริการวมถึงแฟชั่นเข้าไปมากมาย เรื่องยีนส์และเดนิมก็ถือเป็นหนึ่งในจุดกำเนิดหลักๆที่เหล่าผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นเริ่มให้ความสนใจ จนปัจจุบันยีนส์แบรนด์ดังของญี่ปุ่นล้วนชึ้นชื่อเรื่องความเป็นวินเทจ การเลือกวัสดุหรือการนำวิธีการผลิตแบบโบราณมาใช้ให้เป็นจุดเด่นจนทุกวันนี้เรียกได้ว่ายีนส์จากญี่ปุ่นนั้นสุดยอดครับ


ทางร้าน Pronto ได้นำรุ่นต่างๆมากมายของ Flathead เข้ามาขายครับ เรียกได้ว่าใครหาซื้ออยู่จงรีบเดินทางเข้ามาหาดูกันซะนะ



The Flathead ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้ซึมซับวัณนธรรมจากอเมริกาเข้าไปเต็มๆ โดยทางคุณ Masayoshi Kobayashi ซึ่งเป็น Creator และเจ้าของแบรนด์ Flathead เคยเล่าไว้ว่าในยุคหลังสงครามสงบนั้นพวกวัณนธรรมการแต่งตัวและรถฮาเล่เป็นสิ่งที่ทางคุณ Masayoshi Kobayashi ชื่นชอบมากๆ โดยเฉพาะรถฮาเล่รุ่น "Flathead" ที่กลายมาเป็นชื่อแบรนด์ของเขานั้นเองครับ (สำหรับข้อมูลละเอียดหาอ่านได้ในหน้าเก่าๆอย่าง "JoeIke พาเที่ยวงาน Meeting Flathead Creator @ Pronto CTW")


คุณ Masayoshi Kobayashi มักเดินทางมาไทยอยู่บ่อยๆเพื่อทักทายแฟนๆ The Flathead



ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับแบรนด์ Flathead กันครับ "The Flathead" เป็นแบรนด์ญี่ปุ่น ผลิตญี่ปุ่นกำเนิดขึ้นเมื่อปี1996 โดยมีคุณ Masayoshi Kobayashi ซึ่งเป็น Creator และเจ้าของแบรนด์ พูดถึงยีนส์แบรนด์นี้คงต้องนึกถึงลักษณะการเฟดที่ออกมาสวยงามแตกต่างครับๆ เพราะกระบวนการย้อมแบบ Rope Dyeing ที่แตกต่าง หรืออธิบายแบบง่ายๆได้ว่าการย้อมโดยการปล่อยให้แกนกลางของเส้นฝ้ายนั้นยังคงเป็นสีขาวอยู่ในขณส่วนรอบนอกถูกย้อมเป็น indigo ไปตามปรกติ หรือแม้กระทั้งเอกลักษณ์จากการท่อผ้าที่เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวนการผลิตก็ถือเป็นอีกสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ Flathead ครับ จนหลายๆร้านค้ายีนส์ให้การไว้ใจและร่วมผลิตรุ่นพิเศษๆออกมาเช่นจากฝั่งอเมริกา "ร้าน Self Edge" ฝั่งฮ่องกง "ร้าน Take5" และบ้านเราชาวไทยอย่าง "ร้าน Pronto"


สำหรับรายละเอียดอื่นๆสำหรับรุ่นต่างๆผมเองได้ไปเจอบทความของ น้องต้า "Milanestar" ที่เขียนลงในเว็บ Soul4Street ไว้ซึ่งข้อมูลครบถ้วนดีมากจึงขออนุญาตนำมาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน


เรื่องผ้าและทรงของแบรนด์นี้นั้น ถ้าใครศึกษาใหม่ๆอาจจะงงซักเล็กน้อย แต่สามารถทำความเข้าใจง่ายๆได้ดังนี้ครับ

ชนิดของผ้า

"1 Series" เป็นผ้าริม 16 oz. ซึ่งถือว่าเป็นผ้าที่หนา และแน่นที่สุดของแบรนด์ กางเกงทุกรุ่นที่รหัส ขึ้นต้นด้วยเลข 1 จะใช้ผ้าชนิดนี้

ตัวอย่างเช่น 1001 ,1005

"3 Series" เป็นผ้าริม 14.5 oz. กางเกงทุกรุ่นที่ขึ้นต้นด้วยเลข 3 หรือ Z3 ,F3 จะใช้ผ้าชนิดนี้ ตัวอย่างเช่น 3001 ,F310

"4 Series" เป็นผ้าริม 14.5 oz. สีดำ กางเกงทุกรุ่นที่ขึ้นต้นด้วยเลข 4 จะใช้ผ้าชนิดนี้ ตัวอย่างเช่น 4001

"5 Series" เป็นผ้าริม 14 oz. กางเกงทุกรุ่นที่ขึ้นต้นด้วยเลข 5 หรือ S5 จะใช้ผ้าชนิดนี้ ตัวอย่างเช่น S5001

ทรงกางเกง ** ปัจจุบันได้เลิกผลิตบางทรงไปแล้ว

กางเกง TFH นั้นจะแบ่งเป็น ซีรี่ย์หลักๆอยู่ 4 Series ซึ่งแต่ละ ซี่รี่ย์นั้นจะต่างกันที่ผ้า และดีเทลบางส่วน โดยในแต่ละซีรี่ย์ก็จะมีทรงต่างๆซึ่งบางทรงก็จะเป็นทรงเดียวกับอีกซีรี่ย์นึง

The Exceed Series ใช้ผ้า 16 oz.(1 Series) มีทรงต่างๆดังนี้

1001 เป็นยีนส์กระดุม ทรงกระบอกเล็ก
1005 เป็นยีนส์กระดุมทรงใกล้เคียง Levi's 501 ปี 1955 ทรงขาตรงออกไปทาง loose
1007 เป็นยีนส์กระดุม ทรงขาม้า

The Pioneer Series ใช้ผ้า 14.5 oz. (3 Series) มีทรงต่างๆดังนี้

3001 เป็นยีนส์ซิบ ทรงกระบอกเล็ก
3003 ทรงคล้าย Levi's รุ่น world war 2 แต่อาจจะมีหมุดน้อยกว่า
3005 เป็นยีนส์กระดุมทรงใกล้เคียง Levi's 501 ปี 1955 ทรงขาตรงออกไปทาง loose
3006 เป็นยีนส์ซิบ ไม่มีริม ทรงขากระดิ่ง ปลายขากว้างมาก
3007 เป็นยีนส์ซิบ ทรงขาม้า
3008 และ 3009 เป็นยีนส์กระดุม ทรงใกล้เคียง Levi's 501 ปี 1966 ทรงขาตรง

The Frontier Series ใช้ผ้า 14.5 oz. (3 Series) คล้าย Pioneer Series (3xxx) เกือบทุกอย่าง ยกเว้น กระเป๋าหลัง และด้ายที่ใช้เย็บกางเกงเป็น Poly Cotton ซึ่งจะทนทาน ไม่เปื่อยขาดง่ายเหมือน ด้ายCotton 100% ของ Pioneer Series รวมถึงลายปักที่ปักเป็นเส้นคู่ดูหนากว่า มีทรงต่างๆดังนี้

F310 เป็นยีนส์ซิบ ทรงกระบอกเล็ก
F350 เป็นยีนส์กระดุมทรงใกล้เคียง Levi's 501 ปี 1955 ทรงขาตรงออกไปทาง loose
F370 เป็นยีนส์ซิบ ทรงขาม้า
F380 เป็นยีนส์กระดุม ทรงใกล้เคียง Levi's 501 ปี 1966 ทรงขาตรง
F2001 เป็นยีนส์ซิบ ผ้า 16 oz. ทรงกระบอกเล็ก ** เป็นรุ่นใหม่เย็บแบบ F Series แต่เป็นผ้า 16 oz.

The Future Series ใช้ผ้า 14 oz. (5 Series) มีลายปักสีแดง เป็นตัวหนังสือ FH อยู่มุมกระเป๋าหลัง มีทรงต่างๆดังนี้

S5001 เป็นยีนส์กระดุม ทรงกระบอกเล็ก
S5005 เป็นยีนส์กระดุมทรงใกล้เคียง Levi's 501 ปี 1955 ทรงขาตรงออกไปทาง loose
S5003 เป็นยีนส์กระดุม ทรง Loose (ใหญ่ที่สุดของแบรนด์) และมีสาย clinch ที่เอว
S5007 เป็นยีนส์กระดุม ทรงขาม้า
5100 เป็นรุ่นฉลอง 10 ปี ยีนส์กระดุม ลายปักกระเป๋าหลังสีแดง มี Red Tab ทรงจะใหญ่กว่า 5005 เล็กน้อย

Other

4001 เป็นยีนส์ซิบ ผ้า 14.5 oz. ริมครึ่งเดียว สีดำ ทรงกระบอกเล็ก

Flathead Balders เป็นยีนส์ซิบ ผ้า 14.5 oz. ทรงสลิม สำหรับผู้หญิง



.....................................................................................................


--=-= รีวิว =-=--

สำหรับวันนี้ผมได้ลดความจุในแต่ละภาพจากเกือบ 3-6MB ให้อยู่ในระหว่าง 85 - 110KB เพื่อให้ไม่เพื่อนๆต้องโหลดกันนานจนเกินไปครับ

โอเคครับมาเข้ารีวิวกันกับเจ้า The Flathead 3001 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม The Frontier Series เจ้า 3001 เป็นยีนส์ซิบ ทรงกระบอกเล็กใช้ผ้าน้ำหนัก 14.5oz เป็นผ้าริมส้ม ตัวผ้าเองให้ความรู้สึกหยาบๆอยู่บ้าง แต่ใส่ไปซักระยะนึงจะรู้สึกดีขึ้นครับ


"ภาพ 1" ท่าบังคับตามเคยครับ



"ภาพ 2" จะว่าไปแล้ว 3001 เป็นทรง Slim Cut ที่ถือว่าเป็นทรงที่เล็กกว่า 3005 และ 3009



"ภาพ 3" เป็นรุ่น Original ธรรมดาครับ และตัวป้ายทำจากหนังแกะปรกติ



"ภาพ 4" ด้านหน้าครับ



"ภาพ 5" ด้านหลังครับ



"ภาพ 6" ส่วนบริเวณกระเป๋าเล็กด้านหน้า ถ้าพลิกดูด้านในจะเห็นว่าใช้ผ้าริมส้มตัดเย็บ



"ภาพ 7" ตัวหมุดยึด หรือที่เรียกกันว่ารีเวทใช้แบบวิทเทจคือจะประกบกันแล้วมีเศษชิ้นผ้าให้เห็น และรูปทางด้านขวาตัวกระดุมเม็ดบนเป็นรูปแบบปรกติทั่วไปจากทาง Flathead



"ภาพ 8" รุ่นนี้เป็นซิบครับ เป็นเรื่องปรกติสำหรับทรงที่เล็กลงที่มักจะใช้ซิบกันมากกว่าแบบกระดุม



"ภาพ 9" สำหรับหูสอดเข็มขัดตามสไตล์ความเป็นวินเทจที่จะใช้วิธีการม้วนหูหนุนให้บริเวณส่วนกลางนูนขึ้นมาเพื่อเวลาเฟดสีจะออกมาสวยงามขึ้นด้วย



"ภาพ 10" ลายกระเป๋าหลังเรียบงามตามแบบฉบับของ Flathead เค้าล่ะ



"ภาพ 11" Tag ด้านในตัวกางเกงบอกถึงขนาดและส่วนประกอบรวมถึงที่ผลิตซึ่งคือประเทศญี่ปุ่นครับ




--=-= เกร็ดเล็กน้อยจากคุณMasayoshi Kobayashi =-=--


ทางคุณMasayoshi Kobayashi ได้เคยอธิบายถึงเคล็ดลับต่างๆในการสร้างสันงานยีนส์ออกมา เช่นลักษณะเฉพาะในการทอผ้าที่ใช้มามาตั้งแต่ปี 1930 คือเวลาการทอจะมีตัวชัตเติลวิ่งสลับกับตัวด้ายทำให้ไม่เกิดการซ้อนกันของตัวด้าย

เพื่อเป็นการเพิ่มผลผลิตของสินค้าทาง Flathead จะใช้เครื่องจักรที่มีความเร็วในการชัตเติลเส้นดาย ซึ่งปัญหาของตัวนี้ที่จะเกิดขึ้นก็คือเวลาที่เครื่องทำงานด้วยความเร็วตัวเส้นด้ายที่วิ่งจะเกิดการขาดกลางคือหมดจากตัวม้วนของมันทำให้กางเกงที่ได้ออกมาเหมือนมีการต่อด้ายดูแล้วไม่สวย เพราะฉะนั้นทาง Flathead จึงปรับความเร็วตัวชัตเติลให้เดินช้าลง และมีคนคอยดูตัวด้ายที่เดินอยู่ตลอดเพื่อไม่ให้ด้ายขาดกลาง ยีนส์ของ Flathead จึงมีคุณภาพการทอที่สวยงามตามที่ทางคุณ Masayoshi Kobayashi ต้องการ แต่เนื่องด้วยการจำกัดความเร็วของตัวชัตเติลนั้นเองทำให้การผลิตต้องลดลงเหลือเพียงวันล่ะประมาณ 20 ถึง 30ตัวเท่านั้น หรือมากสุดแบบโอเวอร์ทามก็ไม่เกิน 40ตัว ในขณะที่เครื่องจักรของแบรนด์อื่นจะสามารถเร่งผลิตได้มากถึง 1000ตัว

และเมื่อถามถึงเคล็ดลับความแตกต่างสำหรับการเฟดหรือเอกลักษณ์พิเศษที่ดู Flathead จะทำได้สวยงามแตกต่างคืออะไรคุณ Masayoshi Kobayashi ได้ให้รายละเอียดไว้ว่า

ขอแบ่งออกเป็นสองช่วงคือช่วงแรกที่ได้ผลิตในปี 1960 เขาได้ดูต้นแบบจากยีนส์ของลีวายส์ 501 ซึ่งในช่วงเวลานั้นกำลังเริ่มมีชื่อขึ้นเรื่องๆ บริษัทยีนส์ในญี่ปุ่นเองก็จะมีการลอกแบบการทำขึ้นมา แต่ทางคุณ Kobayashi คิดว่าถ้าทุกบริษัททำเช่นนั้นงานที่ได้ออกมาก็จะมีลักษณะที่คล้ายกันไปหมด แต่ถ้าสามารถหาวิธีอื่นได้งานที่ออกมาก็จะมีความแตกต่าง


"ภาพ 12" ด้านในส่วนของกระเป๋าหลังมีการซ่อนหมุดยึดไว้ด้วยเช่นกัน



"ภาพ 13" ปลายขาเย็บลูกโซ่และจะเห็นผ้าริมส้มที่ทางแบรนด์เลือกใช้มาแสนนาน



"ภาพ 14" กางดูแบบเต็มๆด้านหน้าและด้านหลัง



..................................................


--=-= FicPic & SizeChart =-=--



"ภาพ 15" FitPic จากเว็บ rakuten.com ครับพอดีขี้เกียจถ่าย 555



"ภาพ 16" SizeChart ครับ ขโมยมาจากที่อื่นอีกเช่นเคย 555



.......................................................................



สรุป คงสรุปเข้าข้างตัวเองครับเพราะเป็นตัวที่ผมเองอยากซื้อมาตั้งนาน ผมเองโดยปรกติจะไม่ชอบใส่ยีนส์แบบเดฟๆมากเกินไป จะชอบพวก Slim Cut ซะมากกว่า เลยมาจบลงที่รุ่น3001 ส่วนตัวผมว่า 14.5oz เป็นความหนาที่กำลังดี ไม่หนาจนเกินไป

ปัจจุบันนี้ The Flathead เองมีรุ่นใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับแฟนๆแบรนด์นี้ถ้าสนใจจริงๆแนะนำให้เข้ามาดูของจริงที่ Pronto ครับเพราะมีวางอยู่หลายรุ่นเลย

คงจบลงเพียงเท่านี้ครับสำหรับบทความรีวิวในวันนี้ครับ บทความต่อไปผมจะพาท่านๆเพื่อนๆน้องๆกลับมาดูพวกเสื้อ Chambray กันต่อซึ่งจะมีของ Tedmen และ Flathead และสำหรับวันนี้ขอสวัสดีครับท่านๆ

Happy Jiving
JoeIke



กดเพื่อกลับไปด้านบน




Create Date : 20 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2555 20:50:40 น. 5 comments
Counter : 42109 Pageviews.

 
ติดตามผลงานมานานล่ะครับ อายุใกล้กัน ชอบเหมือนกัน nice to meet u . thanks


โดย: sirapop IP: 49.49.70.111 วันที่: 18 ธันวาคม 2555 เวลา:17:58:48 น.  

 
ขอบคุณครับ ยินดีเช่นเดียวกันนะครับ :-)


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 13 มกราคม 2556 เวลา:10:19:25 น.  

 
แปลกใจตรงลายกระเป๋าหลัง เหมือนมี 2 แบบ
เพราะพี่ไปญี่ปุ่นซื้อ3001กลับมาเป็นแบบ fit pic ที่ลงไว้
(คือจะคล้ายๆ ลีวายเลย มองผ่านๆ)แต่ทางร้าน p จะเป็นแบบที่พี่เอามา รีวิว

ข้องใจนิดๆ ^^


โดย: tf IP: 124.122.217.173 วันที่: 16 มกราคม 2556 เวลา:10:30:54 น.  

 
ลายในฟิตพิคเป็นล็อตเก่าๆน่ะครับ


โดย: AF IP: 110.168.235.9 วันที่: 24 มกราคม 2556 เวลา:10:25:28 น.  

 
ห้าๆ พึ่งสังเกตุ.....


โดย: JoeIke (Ike the Ronin ) วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:2:03:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Ike the Ronin
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




About JoeIke
As known in MySpace Astist by the name of JoeIke, this up-and-coming local sound engineer has marched his way through various kinds of music and lessons. But the introduction of music sequential got him addicted and completely lost his soul to Eletronic Music. Inspired by the routine of Drum and Bass tempo snap, beautiful grand piano riffs and sinful synthesizer loops, JoeIke combines all of his favorites into his own musical creation. With the profound knowledge of sequencer software and computer hardware.

Friends' blogs
[Add Ike the Ronin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.