+ - + - ชีวิตเป็นของเรา ตราบที่เราใฝ่ฝัน + - + -
แม่แจ่ม เมืองเล็กๆในอ้อมกอดของขุนเขา

เมื่อออกเดินทางผมได้เรียนรู้ว่า เราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างบนโลกนี้ได้ ผมจึงได้แต่นั่งรอ ไม่รู้รออะไร รอโชคชะตามั้ง...

ผมนั่งรอโบกรถอยู่ตรงด่านทางแยกเมื่อลงมาจากดอยแม่อูคอ นานมากจนพี่เจ้าหน้าที่บอกว่า "น้อง รถเข้าแม่แจ่มทางนี้ไม่ค่อยมีหรอกนะ อย่างมากก็ไปถึงแค่ ปางอุ๋ง(คนละ ปางอุ๋ง กับที่เค้าชอบไปกัน) แล้วต้องไปหาต่อรถอีก ไม่มีรถตียาวไปแม่แจ่มหรอก"...คิดหนักอยู่พักนึง แล้วลาพี่เจ้าหน้าที่ออกไปโบกรถข้างถนนฝั่งที่จะไปแม่แจ่ม พอดีกับมีรถกระบะวิ่งลงมาจอดถามทางพอดี รีบวิ่งเข้าไปอย่ารวดเร็ว "เฮ้ย...นี่มันคันเดิมกับที่เราขอติดรถเขาขึ้นไปนี่หว่า" ช่างเป็นความบังเอิญและโชคดีที่คุณลุงและครอบครัวจะกลับเชียงใหม่ทางแม่แจ่มพอดี...โห น้ำตาแทบไหล เมื่อคุณป้าบอก "ไปด้วยกันนะลูก"

มีใครกล่าวไว้ซักที่ และผมก็จดไว้ในสมุดบันทึกไว้ว่า "เส้นทางที่ค่อนข้างราบเรียบเหยียดตรง ไหนเลยจะให้รสชาติมากมายกับชีวิต" ในเวลาใกล้เที่ยง ผมนั่งอยู่หลังรถกระบะคันหนึ่ง นั่งลิ้มรสชาติของเส้นทางสายที่สวยงามทว่าแฝงไว้ด้วยอันตราย บางช่วงรถขับผ่านสันเขาที่สองข้างทางเป็นเหวลึก ขับไปอีกหน่อย เจอไหล่ถนนพังมีแค่ไม้อันเล็กๆปักเป็นแนวเตือนไว้ บางช่วงเป็นทางขึ้นเขาโค้งชัน แถมมีดินถล่มทับถนนไปครึ่งนึง จนผมต้องลุ้นเอาใจช่วย ชีวิตผมคงต้องฝากไว้กับคุณลุงแล้วละครับ



นั่งชมวิวสองข้างทาง มองป่า มองฟ้า แดดเปรี้ยงมาก แต่ไม่ยังกะร้อนแฮะ ฟ้าสีโคตรฟ้าเลย ผ่านมาซักครึ่งทางถึงคราวต้องพักเครื่องรถให้หายร้อน มีร้านขายของซึ่งไม่น่าจะมาเปิดห่างไกลเช่นนี้ได้ ระหว่างนี้ก็เป็นโอกาสให้ได้พูดคุยทำความรู้จักกันกับครอบครัวคุณลุงอีกเล็กน้อย ส่วนผมก็คงต้องตอบคำถามว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำงานอะไร ซึ่งที่จริงอยากจะลืมๆเรื่องพวกนี้ซักชั่วคราว แต่ก็หนีไม่พ้นจริงๆ

นี่ก็ร้านขายของชำที่ว่า


พี่ที่ร้านขายของบอกไปอีกสี่สิบกว่ากิโลจะถึงแม่แจ่ม อีกครึ่งทาง รถก็วิ่งลัดเลาะตามไหล่เขาต่อไป ช่วงนี้รู้สึกเพลียนิดๆของีบซักหน่อย สะดุ้งตื่นมาอีกทีก็เจอเส้นทางแบบนี้


ทางขาดเพราะโดนน้ำซัดพัง แต่ยังดีที่มีทางเบี่ยงให้รถพอไปได้ ใจหายวาบ นึกว่าจะไปไมได้ซะแล้ว

เคยเป็นไหมเวลาที่อยากให้ไปถึงที่ไหนซักที่เร็วๆ แล้วนั่งนับถอยหลังกับหลักกิโล จาก 10-9-8-7-6.... "เฮ้ย แม่แจ่มอีก 5 กิโล ทำไมมีแต่ป่าวะ ไม่มีบ้านคนซักหลัง" 4-3-2 เริ่มมีบ้านเรือนโผล่มาให้เห็นบ้าง ถึงตัวเมืองแม่แจ่มประมาณบ่ายสอง ขอบคุณคุณลุงคุณป้า ผู้อารีที่ชักชวนแกมคะยั้นคะยอให้ไปเชียงใหม่ด้วยกัน "ผมขอลงที่นี่ก่อนละกันครับ" คำถามสุดท้ายก่อนจากกัน คุณป้าถามผมว่าที่นี่มีอะไรให้ดูเหรอ ผมไม่รู้จะให้คำตอบคุณป้าแกว่ายังไงดี ไว้เจอกันคราวหน้าเดี๋ยวผมบอกนะครับ

แม่แจ่มในสัมผัสแรก เป็นแบบ เงียบๆเรียบร้อย อันดับแรกคือหาของกินให้อิ่มท้อง จากนั้นก็หาที่พัก จากการค้นหาข้อมูลทาง internet ก่อนมาก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก อาศัย
ถามชาวบ้าน ท้ายที่สุดได้ที่พักนอกเมืองออกมาหน่อย เป็นรีสอร์ทเล็กๆ คืนละ 300 ก็นอนที่นี่แหละวะ (ขี้เกียจเดินหา...เหนื่อยแย้ว)

ขณะรอห้อง นั่งกินน้ำฝรั่งปั่นดับร้อนที่ร้านกาแฟหน้าที่พัก ถามพี่เจ้าของร้านว่ามีที่ไหนเที่ยวมั่ง พี่เค้าเอาแผนที่เส้นทางจักรยานมาให้ เป็นแบบขี่วนรอบอำเภอ ถ้าจะเก็บทุกที่เห็นทีต้องขี่ซักครึ่งวัน ก็เลยขอแบบ ชิล ชิล ได้แค่ไหนก็แค่นั้น เก็บของ อาบน้ำ จูงจักรยานออกมาตอน 4 โมง เย็น

วัดแรกที่ไปนี่ ชื่อ วัดป่าแดด วัดป่าแดดเป็นวัดเก่าแก่ ภายในพระวิหารมีภาพเขียนสีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามเป็นเรื่อง ชาดก พุทธประวัติต่างๆ เขียนโดยช่างชาวไทใหญ่ เสียดายไปถึงเย็นไปหน่อย เลยแค่แย้มๆประตูเข้าไปดู




วัดยางหลวง ไม่มีในแผนที่ทางขี่จักรยาน อาศัยถามชาวบ้านเช่นเคย วัดนี้ก็สร้างโดย ยาง หรือชาวกะเหรี่ยง นั่นเอง ไม่ได้เข้าไปดูข้างในเพราะทางวัดปิดประตูวิหารแล้ว ไม่อยากรบกวนพระสงฆ์องค์เจ้า ก็เลยดูรอบๆ ตามข้อมูลบอกว่า ในวิหารมีกู่ปราสาทที่สวยงามอยู่ด้านหลังพระประทาน อันนี้ใครได้ไปก็เข้าไปชมกันได้ ระหว่างทางก็จะเป็นหมู่บ้าน ผ่านสวนลำไย เห็นคุณป้า คุณยายนั่งทอผ้าอยู่ใต้ถุนบ้านเลยไปแวะนั่งคุยด้วยนิดนึง ที่แม่เจ่มหัถกรรมชื่อก็คือ ซิ่นตีนจก ซึ่งก็ได้ไปดูคุณป้าจกให้เห็นกันจะๆ นับเป็นประสบการณ์ที่ดียิ่งนัก

วัดยางหลวง


ป้า บอกที่ทอกันอยู่จะมีทั้งซิ่นตีนจกลายดั้งเดิม original และก็แบบประยุต์ (ภาษาอังกฤษว่ายังไงวะ) แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหน ป้าถาม "ไม่ซื้อไปฝากสาวเหรอ" ผมได้แต่ยิ้มแหะๆ




ขี่จักรยานไปเรื่อยๆ เย็นๆอย่างนี้ก็ดีไม่ค่อยร้อน รูปนี้ถ่ายตรงสะพานข้าม "น้ำแม่แจ่ม" แม่น้ำส่วนใหญ่คนทางเหนือจะเรียก น้ำแม่ ไม่เรียกแม่น้ำ อย่าง น้ำแม่ปิง น้ำแม่ยม ด้านหลังจะเห็นดอยอินทนนท์อยู่ไกลๆ ถามคนแถวนั้นว่าลงเล่นได้มั้ยครับ พี่เขาบอกว่า ถ้าลงเล่นครบ 3 ครั้ง มีหวังได้ตั้งรกรากอยู่ที่นี่นะจ๊ะ ขอบอก ผมเลยไม่ขอเสี่ยง



ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยว ท้องทุ่งเหลืองอร่ามไปด้วยผลผลิต นั่นก็คือข้าวนั่นเอง อาจจะดูแห้งแล้งไปหน่อย แต่ถ้ามาหน้าฝน ก็จะเห็นทุ่งข้าวเขียวขจีอันกว้างใหญ่ ว่างั้น

ขี่ลัดเลาะ ผ่านน้ำ ผ่านทุ่ง ผ่านหมู่บ้าน นี่ก็เย็นมากแล้ว เหลือจุดหมายที่อยากไปถึงอีกที่นึงคือ วัดพุทธเอ้น ซึ่งเป็นวัดที่ผมชอบมาก อาจเป็นด้วยเวลาโพล้เพล้ ความเงียบสงบ ในวัดเล็กๆ ที่มีศิลปะงดงาม ไร้การปรุงแต่งความอลังการใดๆ ที่นี่มีโบสถ์กลางน้ำที่เก่าแก่ และเหลือแห่งเดียวในประเทศนี้ ผมนั่งซึมซับความสงบพักนึงก่อนขี่จักรยานกลับตามเส้นทางเดิม



คืนนี้ ผมนั่งตาก ลมหนาว สิงสถิตย์อยู่ที่ร้านกาแฟเจ้าเก่า ซึ่งผมเป็นลูกค้าคนเดียวของที่นี่ พี่เจ้าของร้านบอก "ตามสบายเลยนะน้อง ง่วงค่อยกลับไปนอน" นั่งเขียนอะไรเล็กน้อยในสมุดบันทึก ในช่วงเวลาที่เลือดเจือด้วยแอลกอฮอล์เช่นนี้ ช่วยบรรเทาความเหงาและความหนาวได้ดียิ่งนัก ผมคิดถึงช่วงเวลาที่ผมออกเดินทาง ผ่านมาเพียงแค่สองวัน แต่เหมือนมีอะไรเกิดขึ้นมากมาย เหมือนผมได้ออกจากโลกใบเดิมๆ มาในโลกอีกใบ การเดินทางคนเดียวแม้มันจะเปลี่ยวเหงา แต่บางทีมันก็ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น...

แม่แจ่ม
เมืองเล็กๆในอ้อมกอดของขุนเขา ที่ผมนั่งอยู่ตอนนี้ อาจไม่อยู่ในแผนการโปรโมทดึงดูดคนให้หลั่งไหลมาท่องเที่ยว ด้วยเป็นแค่เมืองเล็กๆในหุบเขา ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่มีดงเกสต์เฮาส์ ไม่มีบริษัทนำเที่ยว ไม่มีผับ บาร์ ให้นั่งฟังเพลง ไม่มี 7-11 เอ่อ.. ไม่มีโต้รุ่ง แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้ คือ ความสุขสงบ เรียบง่าย ไร้การปรุงแต่ง นี่แหละคือเสน่ห์ที่หลายคนอยากมาสัมผัส ซึ่งไม่รู้ว่าทุกอย่างจะคงอยู่อย่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่





Create Date : 10 ธันวาคม 2549
Last Update : 12 กันยายน 2552 1:37:34 น. 2 comments
Counter : 737 Pageviews.

 
ผมอยู่พัทยาครับ แต่ตอนนี้จีบสาวแม่แจ่มอยู่
ทำไมคนแม่แจ่ม ใจเย็นจังเลย จีบยากจัง
ผมอยากไปอยู่แม่แจ่มนะครับ เห็นภาพในเวปหลายที่แล้ว
น่าอยู่มาก


โดย: แอ๋ง (hieina ) วันที่: 17 มีนาคม 2550 เวลา:13:54:37 น.  

 
เชียนซะ อ่านแล้วประทับใจแทน ...ตอนนนี้เปิดร้านทั้่แม่แจ่มครับ อย่าลืมกลับมาเที่ยวอีกครั้งนะครับ


โดย: thewkidew-e IP: 113.53.244.116 วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:8:00:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

calcium_kid
Location :
น่าน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อยู่ในที่อากาศปลอดโปร่ง
ทำงานสร้างสรรค์
ปราศจากความทะเยอทะยาน
รักใครสักคน
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add calcium_kid's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.