+ - + - ชีวิตเป็นของเรา ตราบที่เราใฝ่ฝัน + - + -
Final Score : ชีวิตเราอาจเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ด้วยการตัดสินใจของเด็กอายุ 17




ถึงจะผ่านช่วงเวลานั้นมา เกือบ 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังเข้าใจถึงความรู้สึกของวันและวัยนั้นได้ มันเป็นช่วงสำคัญหนึ่งในชีวิตของคนๆนึง ที่มีโอกาสได้เรียนต่อ หลายคนอาจคิดว่า เฮ้ย!...ไม่ใช่หรอก แค่สอบ Entrance มันไม่ได้สำคัญอะไรมากมาย แค่ช่วงเวลาหนึ่งที่เราจะผ่านมันไป ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตสักหน่อย (ดังที่หลายคนชอบมาพูดปลอบใจกันออกโทรทัศน์ หลังประกาศผล Ent) สำหรับผมของเถียงได้ไหมครับ...ผมคิดว่า แค่การฝนดินสอดำลงในแผ่นกระดาษไม่กี่แผ่น การตัดกระดาษเลือกคณะ(สมัยนี้คงไม่มีแล้ว) ความตั้งใจ การเตรียมตัว รวมทั้งอารมณ์ในวันสอบ มันเปลี่ยนชีวิตของคนๆหนึ่งไปตลอด และแน่นอนว่า มันเป็นการตัดสินใจเลือกของเด็กอายุแค่ 17 ปี !!!

ในวัยและวุฒิภาวะเท่านั้น บางคนโชคดีอาจรู้ตัวว่าตัวเองต้องการอะไร มีความฝันแบบไหน หลายคนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ (รวมทั้งผมด้วย) 17 ปีที่เห็นโลกอาจจะไม่เพียงพอที่จะทำให้รู้จักตัวเองได้มากพอ ก็ปล่อยตัวเองให้ไหลไปตามกระแสค่านิยม +พ่อแม่+โชคชะตา+ความคิดชั่ววูบเท่าที่เราพอจะคิดว่าดีที่สุดที่เลือกได้ตอนนั้น เรียนๆไป พอรู้ตัวอีกที เราก็เรียนจบ เริ่มทำงานและเพิ่งนึกได้ว่า เฮ้ย!!..นี่หรือคืองานที่กูจะต้องทำไปตลอดชีวิต หรืออย่างน้อย 20-30 ปี (ถ้าไม่ตายไปซะก่อน) แล้วความฝันความต้องการของเราก็จะเริ่มมาผุดเอาตอนที่สายเกินกลับตัว จะให้กลับไป Ent ใหม่ตอนอายุเกือบจะ 30 แค่คิดก็บ้าแล้ว ครั้นจะลาออกมาตามล่าหาฝัน มันก็ต้องอาศัยความกล้าบ้าบิ่นไปตายดาบหน้า น้อยคนนักที่จะทำได้ (แต่ใครทำได้ละก็ขอนับถือจริงๆ)

ทุกวันนี้หลายคน อาจนับรวมผมไปด้วย ก็อาจใช้วิธีประนีประนอม หล่อเลี้ยงความฝันของตัวเอง ด้วยเงินและเวลาว่างจากการทำงานในโลกของความจริง ซึ่งมันก็อาจไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยความฝันเล็กๆของเรามันก็ยังอยู่ ซึ่งไม่แน่ วันข้างหน้า มันอาจจะกลายเป็นความฝันโตๆ และวันนั้นเราอาจจะกล้าก้าวออกมาอยู่กับมันได้



วกกลับมาเรื่องหนัง ... ไปดูคนเดียว (อีกละ) เริ่มชิน หนังเล่าเรื่องเด็กผู้ชาย ม.6 4คน เป็นเวลา 1 ปีก่อน สอบ Entrance ในแบบสารคดี เรียลลิตี้ ตอนโปรโมท เค้าไม่ค่อยจะพูดว่ามันเป็นสารคดีเท่าไหร่ เห็นแต่บอกว่าเป็นหนังแนวใหม่ ไม่มีบท ไม่มีสคริปต์ สงสัยกลัวคนไม่ดูมั้ง เด็ก 4 คนก็กวนตีนดี รอบที่ผมไปดูส่วนใหญ่มีแต่เด็กๆวัยรุ่นเกือบเต็มโรง ก็ขำกันดี ไม่เห็นมีใครบ่นว่าน่าเบื่อ เออ..สารคดีก็ทำให้สนุกได้ หนังค่อนข้างบิ้วท์อารมณ์ มันลุ้นนะ ว่าพวกมันจะสอบกันได้หรือเปล่า ชอบเพลงประกอบและก็นับถือคนตัดต่อจริงๆ

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุด ก็คือ...หนังอุตสาห์ถ่ายมาตั้ง 300 ชั่วโมง ตัดมาให้ดูแค่ ชั่วโมงกว่าๆ ผมอยากดูที่เหลืออีกน่ะ เสียดาย ทำไงเนี่ย? ข้อสงสัยอีกอย่าง เด็กในหนังมันดูดีเกินไปหรือเปล่า อย่างเก่งก็แค่เถียงแม่ ไม่มีกินหล้า สูบบุหรี่ หนีเที่ยว มั่ง (หรือว่ามีแต่ตัดออก.) สงสัยว่ามี สสส. เป็นสปอนเซอร์มั้ง

หนังมันดูดีๆ และตอนจบก็แบบให้กำลังใจ รู้สึกดี Happy ending สบายใจทั้งครอบครัว แต่ชีวิตจริงนี่สิ จะมีซักกี่คนที่เป็นแบบนั้น

ป.ล. ชอบฉาก 1.ที่เปอร์มันอกหัก มันดูซื่อๆ ไม่เฟค ไม่ดราม่ามาก มันธรรมดาๆดี แต่เศร้า (ด้วยคน) ว่ะ.....น้องลิงค์น่ารักนะครับ

2. ฉากที่เพื่อนๆคุยกันตอนไปทะเล มันอารมณ์เหมือนเราก็เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน


จากเด็กเอ็นท์ 42




Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 12 กันยายน 2552 1:27:13 น. 10 comments
Counter : 900 Pageviews.

 
โว้ว เอนปีเดียวกะทรายเลย ปี 42
อิอิอิ ชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกันจ้า


โดย: myhoneymoon วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:19:28:02 น.  

 
จะไปดูถ้าว่าง ก็ผมไม่เคยผ่านชีวิตแบบนี้นี่ครับ


โดย: คุณพอ IP: 125.24.152.13 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:19:41:39 น.  

 
อยากไปดูแต่มะมีเวลา

น่าจะทำ Final ของเด็กจบกำลังหางานบ้างจัง


โดย: oreocream วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:02:43 น.  

 
...ไม่มีกินเหล้า สูบบุหรี่ หนีเที่ยว ...

ถึงมีจริง ทางโรงเรียนก็คงไม่ยอมให้ฉายหรอกมั้งครับ
ความจริงที่โรงเรียนสวนกุหลาบ ยอมให้ถ่ายทำเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์มากแล้ว
เพราะเค้าถือเรื่องชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญมาก
(ถ้าฉาย "ชีวิตจริงๆ" ทั้งหมด รับรองเสียชื่อมากกว่าสร้างชื่อ 55+)
ไม่ใช่ว่าสวนกุหลาบไม่ดีนะ ที่ไหนๆ มันก็เป็นเหมือนกันล่ะ
แสดงว่าทางโรงเรียนนี้ ใจสปอร์ตมากๆครับ
(อย่างน้อยๆ เราก็ยังได้เห็นฉากลอกข้อสอบกัน)

ชอบฉากแรกเลย ที่เปอร์ไปโรงเรียนสาย
เหมือนชีวิตประจำวันผมตอนเรียนเป๊ะเลย TvT
ประมาณว่าไปสายแต่ก็ไม่รีบ 55+


โดย: เล่งฮู้ IP: 58.9.173.74 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:1:48:51 น.  

 
เล็งเรื่องนี้อยู่หลายทีแล้วเหมือนกัน
รู้สึกว่ามันเป็นหนัง 'ต้องดู' ยังไงไม่รู้อ่ะ
แต่ก็ยังไม่ได้ดูซักที

เมื่อก่อนได้ดูหนังอาทิตย์ละ 2-3 เรื่อง
เดี๋ยวนี้ 2-3 อาทิตย์ถึงจะได้ดูซักเรื่อง
เฮ้อออ

วันก่อนได้ดู Fur ล่ะ
คนเดียวเหมือนเดิม
ยิ่งกว่านั้น..
ทั้งโรงมีเราอยู่คนเดียวอ่ะดิ


โดย: idLer IP: 210.203.178.101 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:3:11:36 น.  

 
เดี๋ยวนี้ดูหนังโรง เดือนละ 2 เรื่องก็เก่งแล้ว
อยากดู Fur เหมือนกันครับ ติดที่ว่าแถวนี้คงไม่มีใครเอามาฉาย สงสัยต้องรอแผ่นอีกนาน


โดย: calcium_kid IP: 125.24.161.184 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:52:24 น.  

 
หาเวลาไปดูอยู่


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:13:13 น.  

 
Final Scare ตั้งใจว่าหนังเรื่องนี้ ต้องไปดู เพื่อทำความเข้าใจ เห็นใจ เด็กๆ รุ่นนี้
ถึงแม้ผมจะห่างเหินโรงภาพยนต์สมัยใหม่มานานนนนนนับสิบปี


ผมน่าจะเป็นคนแก่สุดแล้ว(เท่าไร ให้เดา เอ๊า เอาแบบเเก่ๆๆๆๆแล้วแก่เลย)
เรียนจบมาแค่ปวช ทำงานตลอดชีวิตในอาชีพที่โครตไม่ชอบ !!!
ปีแรกทนไม่ได้แล้ว ไปทำงานออฟฟิส แค่1ปีก็ต้องกลับมาทำงานเดิม อั้ยงานที่บอกไว้นั่นเหละ อยากรู้ใช่ม๊าว่างานอะไร ? (ขอพักไว้ก่อน)
ตอนนั้นอายุ 22-23 ยังเริ่มใหม่ได้สะบาย ๆ
ลืมๆ เครียด ๆ สุด ๆ กับงานที่โครตเกลียด ทนทำมันทำไมก็ไม่รู้
ทำมาได้แค่38ปี !!!
ช่วยประเมินได้ไหม คนที่ต้องทำงานที่ ไม่ชอบที่สุดตลอดชั่วชีวิต เกษียณในงานที่ ไม่ชอบที่สุด จะมีความสุขได้อย่างไร
มีใครอ่านนี่แล้วเห็นใจไหม๊ บางคนอาจไม่เข้าใจก็ได้


โดย: Yoawarat วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:05:06 น.  

 
ไปดูมาแล้วคิดถึงบรรยากาศตอนนั้นจริงๆ
ไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้จะรู้สึกเหมือนกันไหม
....................ku 60.....................


โดย: ยูอิจัง IP: 58.137.36.145 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:38:41 น.  

 
"...ไม่มีกินเหล้า สูบบุหรี่ หนีเที่ยว ...

ถึงมีจริง ทางโรงเรียนก็คงไม่ยอมให้ฉายหรอกมั้งครับ
ความจริงที่โรงเรียนสวนกุหลาบ ยอมให้ถ่ายทำเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์มากแล้ว
เพราะเค้าถือเรื่องชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญมาก
(ถ้าฉาย "ชีวิตจริงๆ" ทั้งหมด รับรองเสียชื่อมากกว่าสร้างชื่อ 55+)
ไม่ใช่ว่าสวนกุหลาบไม่ดีนะ ที่ไหนๆ มันก็เป็นเหมือนกันล่ะ
แสดงว่าทางโรงเรียนนี้ ใจสปอร์ตมากๆครับ
(อย่างน้อยๆ เราก็ยังได้เห็นฉากลอกข้อสอบกัน)"


ขอตอบคุณเล่งฮู้หน่อยเเล้วกัน

ผมเป็นศิษย์เก่าสวนกุหลาบ สำหรับเรื่องกินเหล้า สูบบุหรี่ หนีเที่ยว คุณอาจเห็นว่าเป็นเรื่องปรกติของเด็กมัธยมปลาย(เเต่กลับไม่มีในหนัง) เเต่สำหรับผมเเล้วตอนผมเรียนสวนกุหลาบ ผมเเละเพื่อนทั้งห้องไม่มีใครกินเหล้า สูบบุหรี่ หนีเที่ยว เลย ไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ (ผมเรียนห้องธรรมดาไม่ไช่ห้องคิง) เเต่ก็ไปกินเหล้า สูบบุหรี่ กันตอนเรียนมหาวิทยาลัยซะมากกกว่า ดังนั้นการไม่มีฉากนี้ในหนังก็ไม่ไช่เรื่องเเปลก ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพหรือตัดฉากนี้ออกไปเเต่อย่างใด (จริงๆเเล้วคนกินเหล้า สูบบุหรี่ก็ไม่ไช่ไม่มี เเต่ถือเป็นส่วนน้อย)

สำหรับตอนลอกข้อสอบ ผมดูไม่เจอจริงๆ ว่าอยู่ฉากไหน
เเละปรกติเเล้ว การสอบของสวนกุหลาบ การลอกข้อสอบจะทำได้ยากเพราะจะเป็นการนั่งสลับกัน (ตามรูป)

กระดานดำ
4 5 6 4 5 6
4 5 6 4 5 6
4 5 6 4 5 6
4 5 6 4 5 6

ดังนั้นถ้าเป็น ม.5 คนด้านซ้ายก็ป็นน้อง ม. 4 คนด้านขวาก็ป็นพี่ ม.6 ลอกยากนะนั่น เว้นเเต่จะหันไปดูเพื่อนข้างหลัง เเต่ก็รอดสายตาอาจารย์ยาก





โดย: OSK IP: 81.65.150.255 วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:6:51:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

calcium_kid
Location :
น่าน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อยู่ในที่อากาศปลอดโปร่ง
ทำงานสร้างสรรค์
ปราศจากความทะเยอทะยาน
รักใครสักคน
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
12 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add calcium_kid's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.