คลังความรู้เรื่องวิศวกรรมและการเกษตร ที่คนทั่วไปก็สามารถเข้าใจได้

<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
19 พฤศจิกายน 2555
 

การปลูกดอกปทุมมา

ปทุมมา (Curcuma spp.)

            เป็นไม้ดอกเมืองร้อน ที่มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 15-30 ล้านบาทต่อปี   โดยประเทศไทยส่งออกปทุมมาในรูปของหัวพันธุ์ไปยังต่างประเทศซึ่งชาวต่างประเทศโดยเฉพาะ เนเธอร์แลนด์   จะรู้จักปทุมมาเป็นอย่างดี   จนกระทั่งมีการขนานนามความสวยงามของดอกปทุมมาซึ่งมีลักษณะคล้ายดอกทิวลิป ว่า ...สยามทิวลิป (Siam of Tulip)

สถานการณ์การผลิต

          พื้นที่ปลูกปทุมมาเพื่อผลิตหัวพันธุ์เพื่อการส่งออก มีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ซึ่งสามารถผลิตหัวพันธุ์เพื่อการส่งออก ไปต่างประเทศ ปีละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านหัวต่อปี แหล่งปลูกอยู่ในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และลำพูน หัวพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้า ได้แก่ พันธุ์เชียงใหม่พิงค์ มีทั้งสีชมพูอ่อน และสีชมพูเข้ม

          ช่วงเวลาการผลิตหัวพันธุ์เกษตรกรจะเริ่มเตรียม พื้นที่เดือน มี.ค. ปลูกเดือน เม.ย.- พ.ค. ออกดอกเดือน ก.ค.- ส.ค. หลังจากนั้น ต้นจะเหี่ยวหัวจะพักตัวเดือน พ.ย.- ธ.ค. เริ่มขุดหัวพันธุ์ ในช่วงเดือน ธ.ค.- ก.พ. เริ่มส่งออกส่งหัวพันธุ์ตั้งแต่เดือน ม.ค.- มี.ค. ซึ่งต่างประเทศจะนำ หัวพันธุ์ปทุมมาปลูก เพื่อผลิตเป็นไม้กระถางให้ออกดอกเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ตรงกับวันแม่ ในต่างประเทศ

          การผลิตหัวพันธุ์ในปัจจุบันยังเป็นการผลิตในระบบลูก ไร่ของผู้ส่งออกและผู้ส่งออกบางราย จะมีแหล่งผลิตเป็นของตนเอง แต่ละปีเกษตรกรที่ผลิตเอง จะส่งให้กับผู้ส่งออก ต้นทุนการผลิตปทุมมา ต่อไร่ ประมาณ 40,320 บาท ผลผลิตจำนวน 723 กิโลกรัม รายได้ประมาณ 57,208 บาท กำไรประมาณ 16,888 บาท

สถานการณ์การตลาด

          พ.ศ. 2536 เริ่มมีการส่งอออกหัวพันธุ์ไปต่างประเทศ พ.ศ. 2540 ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระงับการนำเข้าหัวพันธุ์จากประเทศไทย เนื่องจากปัญหา การระบาดของโรคหัวเน่า ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ประเทศไทย ต้องมีมาตรการเข้มงวดในการควบคุมโรค โดยกำหนดมาตรการให้คำแนะนำ วิธีปฏิบัติในแปลงปลูก เพื่อป้องกันการเกิดโรค และมาตรการทางด้านการกักกันพืช ก่อนส่งหัวพันธุ์ออกไปที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ต้องผ่านการตรวจรับรองหัวพันธุ์ ปลอดโรคด้วยวิธี ELISA และ DIBA

          ราคาหัวพันธุ์ที่เกษตรกรขายให้กับบริษัทผู้ส่งออก ประมาณหัวละ 3-5 บาท ในขณะที่ผู้ส่งออกจะขายให้กับต่างประเทศในราคา F.O.B ประมาณหัวละ 8-10 บาท

          ผลผลิตปทุมมาส่วนใหญ่จะเป็นการผลิตหัวพันธุ์ เพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ ซึ่งมีข้อดีสำหรับการส่งหัวพันธุ์ไปต่างประเทศ ในแง่การจัดการหัวพันธุ์ง่ายกว่าการจัดการดอก เก็บรักษาได้นาน ไม่เน่าเสียหายเหมือนดอกสด สามารถขนส่งไปทางเรือได้ในปริมาณมาก

          ปริมาณหัวปทุมมาที่ส่งออกปี 2546 จำนวน 2.2 ล้านหัว มูลค่า 16.2 ล้านบาท โดยส่งออกไป เยอรมัน อเมริกา ญี่ปุ่น โปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ อิตาลี ออสเตรเลีย

สายพันธุ์


ขาวดอยตุง เชียงใหม่พิงค์


การปลูกและดูแลรักษา

          ปทุมมาเป็นไม้ดอกตระกูลขิงและข่า ขยายพันธุ์โดยการใช้หัวปลูก

          สภาพแวดล้อม ที่เหมาะสมกับปทุมมา ต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีการระบาด ของโรคหัวเน่า ไม่เป็นพื้นที่ที่เคยเป็นโรคระบาดในพืชตระกูลขิง มะเขือ มันฝรั่ง และยาสูบ พื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง การคมนาคมสะดวก สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี ดินมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง 6.5-7.0 อุณหภูมิที่เหมาะสม 20-30 0 C ในช่วงกลางคืน เป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัด ปทุมมาต้องการน้ำในช่วงการเจริญเติบโต และให้ดอก

          การเตรียมหัวพันธุ์ปทุมมา ต้อง เป็นหัวพันธุ์ที่ปลอดโรคและไม่มีปุ่มปมอัน เนื่องมาจากไส้เดือนฝอย ควรมีการคัดขนาดหัวพันธุ์และแยกหัวขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1.5 ซม . หัวขนาดกลางมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-1.5 ซม . และหัวขนาดเล็กมีเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 1 ซม . นำหัวมาบ่มในกระบะเพาะ ซึ่งมีวัสดุปลูกเป็นทราย หรือแกลบ หรือขุยมะพร้าว ที่มีความชื้น ประมาณ 70 % โดยกระบะเพาะไม่ถูกแสงแดดจัด คัดหัวพันธุ์ที่งอกหน่อขนาดเท่ากัน ปลูกในแปลงเดียวกัน

          การปลูกปทุมมา สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ ได้แก่ การปลูกลงแปลง และการปลูกลงถุง

          การปลูกลงแปลง การเตรียมดินควร เก็บซากพืชในแปลงและเผาทิ้ง ไถดิน 1 ครั้ง ตากดิน 20-30 วัน เก็บเศษวัชพืชออกจากแปลง ใช้ยูเรียผสมปูนขาว อัตราส่วน 1 10 ปริมาณ 850 กก . / ไร่ ใส่ลงดิน ไถครั้งที่ 2 แล้วจึงไถพรวนยกร่อง อัดหน้าดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่ม คลุมแปลงด้วยพลาสติกใสนาน 15 วัน แปลงที่ปลูก ควรแบ่งเป็นแปลงๆละ 1 งาน แปลงย่อยยกสูง 20-30 ซม . กว้าง 1-1.5 เมตร เว้นช่องทางเดิน 0.5 เมตร ระยะปลูก 30x30 ซม. อัตราหัวพันธุ์ 8,000-10,000 หัว/ไร่ หลุมปลูกควรรองหลุมด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 15 กรัมต่อหลุม ปลูกลึก 7-10 ซม . แล้วจึงกลบดินคลุมด้วยฟาง

การปลูกลงในถุง วัสดุปลูกที่ใช้ คือ ทราย : แกลบดิบ หรือขุยมะพร้าว : ถ่านแกลบ อัตรา 1:1:1 ผสมให้เข้ากัน หมักกองไว้กลางแสงแดด สูงประมาณ 20-30 ซม . ผสมน้ำให้ชุ่ม คลุมด้วยพลาสติกใสนาน 1 เดือน เพื่ออบฆ่าเชื้อโรคหลังจากนั้นจึงนำวัสดุปลูกใส่ลงในถุงพลาสติกสีดำขนาด 6x12 นิ้ว วางถุงปลูกบนแปลงที่ยกสูงจากพื้น 20-30 ซม . ปูพื้นแปลงด้วยแกลบดิบหรือคลุมพลาสติกใส หน้าแปลงควรมีความลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อให้มีการระบายน้ำดีหลังจากนั้น ใช้หัวพันธุ์ขนาดใหญ่ 1 หัวที่มีตุ้มสะสมอาหาร 2-3 ตุ้ม ปลูกลงในถุงพลาสติก

หัวพันธุ์ปทุมมา
เตรียมวัสดุปลูก
ถุงปลูก
ต้นปทุมมางอก2-3ใบ
ปทุมมาบานสะพรั่ง

โรค โรคหัวเน่า หรือโรคเหี่ยวเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ลักษณะอาการของต้น ใบแก่ที่อยู่ด้านล่าง จะห่อม้วนเป็นหลอดคล้ายอาการขาดน้ำ โคนต้นและหน่อที่แตกออกใหม่มีลักษณะช้ำฉ่ำน้ำ หรืออาการเนื้อแก้ว ต้นเน่าหักพับเมื่อดึงหลุดออกจากหัวง่าย อาการหัวและรากเน่า ฉ่ำน้ำ สีน้ำตาลเข้ม บีบหัวจะเห็นเป็นของเหลวสีน้ำนมตรงรอยแผล ช่วงการระบาดในช่วงฤดูฝนที่ดินมีความชื้นสูง การป้องกันกำจัด ก่อนปลูกควรเลือกพื้นที่ที่ไม่เคยปลูกพืชอาศัยตระกูลขิงและข่า ควรกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกก่อนปลูก 3 เดือน ไถดินตาก 1 เดือน เก็บตัวอย่างดินส่งวิเคราะห์ก่อนปลูก ต้องปรับความเป็นกรดเป็นด่าง 6.5-7.0 ใช้หัวพันธุ์ที่ปลอดโรค ช่วงต้นพืชเจริญเติบโตให้หมั่นตรวจแปลง เมื่อพบต้นเป็นโรค ให้เผาทิ้ง และขุดดินผึ่งแดดใส่ปุ๋ยยูเรียและปูนขาว อัตรา 1:10 คลุกกับดินกลบทิ้งไว้ ไม่ควรให้รากพืชเกิดบาดแผล หลังเก็บหัวให้เก็บเศษต้นปทุมมาเผาทำลาย ถ้าพบเป็นโรคต้องงดการปลูกในครั้งต่อไป นาน 3 ปี ให้ปลูกพืชหมุนเวียนได้แก่ ข้างโพด ข้าวฟ่าง ข้าว

การเก็บเกี่ยวหัวพันธุ์

          เริ่มขุดหัวพันธุ์ตั้งแต่เดือน ธ.ค.- ก.พ. ถ้าดินที่จะขุดแข็งให้ใช้น้ำรดแปลง 1 วัน ก่อนขุดหัวพันธุ์ ควรเลือกขุดหัวพันธุ์ที่มีใบแห้งปรากฏ ในตำแหน่งของกอ การขุดต้องระวังไม่ให้รากและตุ้มอาหารช้ำหัก เสียหายหรือเกิดบาดแผล ใช้น้ำฉีดหัวที่ขุดได้ทั้งกอ นำมาคัดแยก ใช้กรรไกรที่จุ่มด้วยแอลกอฮอล์ 70 % ตัดแต่งรากที่หักไม่สมบูรณ์ และมีบาดแผลออก นำหัวไปล้างน้ำอีกครั้ง โดยใช้น้ำที่มีแรงดันสูง ฉีดเอาดินที่ติดตามซอกออกจากหัวพันธุ์ แยกหัวพันธุ์ตามขนาดใส่ตะกร้า นำหัวพันธุ์ไปจุ่มยาฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย และแมลง ขั้นตอนตั้งแต่แรกขุดจนถึงจุ่มสารเคมี ควรเสร็จสิ้นภายใน 1-2 วัน นำหัวพันธุ์ไปผึ่งบนตะแกรงในที่ร่มระบายอากาศดี นาน 14 วัน พบหัวพันธุ์ที่เป็นโรคหัวเน่า ให้คัดทิ้งก่อนทำการบรรจุลงกล่องส่งออก หัวพันธุ์ที่เหมาะในการส่งออกมีขนาดเส้นศูนย์กลางมากกว่า 1.5 ซม . ตุ้มสะสมอาหาร 3 ตุ้ม

ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว

แบบปลูกลงแปลง
แบบปลูกลงถุง

ขุดหัวพันธุ์จากแปลง

ถอดถุง

ล้างหัวพันธุ์

ชุบหัวพันธุ์
ด้วยสารเคมีป้องกัน

ผึ่งหัวพันธุ์ในที่ร่ม

การสุ่มตรวจหัวพันธุ์ กรณีส่งออกต่างประเทศ

บรรจุหัวพันธุ์ เพื่อรอการขนส่ง

การขนส่งไปต่างประเทศ

แหล่งผลิตและจำหน่ายพันธุ์

•  สวนอุบลรัตน์

เลขที่ 132 หมู่ที่ 1 บ้านทุ่งยาว ต . ป่าป้อง อ . ดอยสะเก็ด จ . เชียงใหม่

โทร . 053-291237, 01-8812663

•  บริษัทเชียงใหม่เซทคอน จำกัด

เลขที่ 178/1 หมู่ที่ 5 ต . ทาทุ่งหลวง อ . แม่ทา จ . ลำพูน 51170

โทร . 053-574949 โทรสาร .053-574948

•  กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปทุมมาอำเภอสันทรายจังหวัดเชียงใหม่

สำนักงานเกษตรอำเภอสันทราย อ . สันทราย จ . เชียงใหม่

โทร . 053-498986

•  นางบัวไหล เคหา

เลขที่ 108 หมู่ที่ 10 ต . หนองหาร อ . สันทราย จ . เชียงใหม่

โทร . 053-868842, 01-9982382

ขอขอบคุณแหล่งความรู้จาก

  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ห้องสมุดความรู้การเกษตร
  • กรมส่งเสริมการเกษตร

ชอบกด Like & Share เป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะจ๊ะ ==>




Create Date : 19 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2555 11:34:03 น. 0 comments
Counter : 1204 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Mr.Evo_IV
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




[Add Mr.Evo_IV's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com