คลังความรู้เรื่องวิศวกรรมและการเกษตร ที่คนทั่วไปก็สามารถเข้าใจได้

<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
14 ธันวาคม 2555
 

การให้ปุ๋ยกล้วยไม้

ธาตุอาหาร
ธาตุอาหาร ที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช  มี 13 ชนิด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ตามปริมาณที่พืชต้องการคือ

ธาตุอาหารหลัก พืชต้องการในปริมาณมาก มี 3 ชนิด คือ ไนโตรเจน(N) ฟอสฟอรัส(P) และโปแตสเซียม(K)

ธาตุอาหารรอง พืชต้องการในปริมาณมากแต่น้อยกว่ากลุ่มแรก มี 3 ชนิดคือ แคลเซียม(Ca) แมกนีเซียม(Mg) และกำมะถัน(S)

จุลธาตุอาหาร พืชต้องการในปริมาณเล็กน้อยแต่หากขาดก็จะแสดงอาการผิดปกติมี 7 ชนิดคือ เหล็ก(Fe) แมงกานิส(Mn) สังกะสี(Zn) ทองแดง(Cu) โบรอน(B) โมลิบดีนัม(Mo) และคลอรีน(Cl)  

ปุ๋ย
ปุ๋ย หมายถึง สารประกอบทางเคมีที่มีธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช ส่วนใหญ่ประกอบด้วยธาตุอาหารหลัก ซึ่งพืชต้องการในปริมาณมากและมีน้อยในธรรมชาติ 3 ชนิด  คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม

สูตรปุ๋ย
สูตรปุ๋ย หมายถึง เลข 3 จำนวนที่เรียงกันเพื่อบอกปริมาณหรือเปอร์เซนต์ของธาตุอาหารทั้ง 3 ชนิดที่มีอยู่ในปุ๋ยนั้นๆ คือ ไนโตรเจนในรูป N ฟอสฟอรัสในรูป P2O5 และโปแตสเซียมในรูป K2O เช่นปุ๋ยสูตร 30-20-10 แสดงว่าในปุ๋ยนี้มีธาตุไนโตรเจน 30 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัส(P2O2) 20 เปอร์เซ็น และโปแตสเซียม (K2O) 10 เปอร์เซ็น

ปุ๋ยเคมีที่ใช้กับกล้วยไม้ควรเลือกปุ๋ยสูตรสูง นั่นคือ เมื่อรวมเปอร์เซนต์ของธาตุอาหารทั้ง 3 ชนิดแล้วจะมากกว่า 50 ยิ่งใช้ปุ๋ยสูตรสูงเท่าใดก็ยิ่งดี เนื่องจากหากใช้ปุ๋ยที่มีเปอร์เซนต์ของธาตุอาหารต่ำจะต้องผสมปุ๋ยในอัตราสูงกว่าปุ๋ยสูตรสูงเพื่อให้มีปริมาณธาตุอาหารตามต้องการ น้ำปุ๋ยที่รดกล้วยไม้จะมีความเค็มสูงซึ่งจะทำให้เป้นพิษต่อกล้วยไม้ได้ ดังนั้นการใช้ปุ๋ยสูตรสูงทำให้สามารถลดอัตราปุ๋ยที่จะนำไปละลายในน้ำให้น้อยลง โดยที่น้ำปุ๋ยยังคงมีปริมาณธาตุอาหารตามต้องการอยู่

เรโชปุ๋ย
เรโชปุ๋ย หมายถึง สัดส่วนของปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม ที่มีอยู่ในปุ๋ยนั้นๆเช่น ปุ๋ยเรโช 3:2:1 หมายความว่า ปุ๋ยนี้มีไนโตรเจน 3 ส่วน ฟอสฟอรัส 2 ส่วนและโปแตสเซียม 1 ส่วน กล้วยไม้ที่ต่างสกุลหรือต่างพันธุ์หรือพันธุ์เดียวกันแต่ระยะการเจริญเติบโตต่างกัน หรือกล้วยไม้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน จะมีความต้องการปุ๋ยที่มีปริมาณและเรโชของธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโปแตสเซียมแตกต่างกัน โดยใช้หลักการพิจารณา ดังนี้
ปุ๋ยที่มีเรโชของธาตุไนโตรเจนสูง เช่น 3:1:1 ช่วยเร่งการเจริญเติบโตทางลำต้นมากกว่ารากเหมาะกับลูกกล้วยไม้เล็กๆ ที่ต้องการให้ตั้งตัวเร็ว ไม้ที่หั่นแยกลำใหม่ๆ หรือไม้ใหญ่ที่ทรุดโทรม แต่หากให้ปุ๋ยเรโชนี้เป็นระยะเวลานานเกินไป กล้วยไม้จะมีสีเขียวจัด เฝือใบ ใบใหญ่ อวบหนา ลักษณะของต้นอวบอ้วน ออกดอกช้าหรือไม่ออกดอก กล้วยไม้สกุลหวายจะมีการต่อยอด
ปุ๋ยที่มีเรโชของธาตุฟอสฟอรัสสูง เช่น 1:3:1 ใช้สำหรับเร่งราก เร่งการออกดอก ทำให้ต้นกล้วยไม้ลดความเขียวจัด ไม่อวบน้ำมากเกินไป ทำให้แข็งแรงทนทานต่อโรคและแมลงได้ดีขึ้น เหมาะกับกล้วยไม้ที่เลี้ยงอยู่ในที่ร่มเกินไป จนมีอาการเฝือใบ ใบอวบ ควรใช้กับกล้วยไม้ที่ได้รับปุ๋ยเรโชอื่นมาแล้วเป็นปกติแต่อาจจะงามเกินไป ระบบรากไม่แข็งแรง หรือใช้เร่งกล้วยไม้ที่ออกดอกยากให้ออกดอก

ปุ๋ยที่มีเรโชของโปแตสเซียมสูง เช่น 1:1:3 ใช้กับกล้วยไม้ที่ต้องการให้ทนทานต่อสภาพแห้งแล้งได้ดีขึ้น ไม่หยุดชะงักการเจริญเติบโตในฤดูแล้ง โดยควรใช้ก่อนถึงฤดูแล้ง 2-3 เดือน ปุ๋ยนี้ยังช่วยในการเจริญเติบโตของราก ทำให้ดอกมีสีสดและบานทน
ปุ๋ยที่มีเรโชสมดุล เช่น 1:1:1 ใช้กับกล้วยไม้ที่ปลูกในสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องและเหมาะสมเหมาะกับกล้วยไม้ที่โตแล้วหรือกำลังจะออกดอก

วิธีการให้ปุ๋ย
เน้นการให้ปุ๋ยทางราก เพราะปุ๋ยส่วนใหญ่เข้าสู่ต้นกล้วยไม้ทางราก ส่วนใบ และยอดอ่อน กล้วยไม้สามารถดูดปุ๋ยเข้าสู่ลำต้นได้บ้างโดยเฉพาะขณะต้นยังมีขนาดเล็ก แต่เมื่อโตขึ้นหากให้ปุ๋ยเฉพาะที่ใบต้นกล้วยไม้จะได้รับธาตุอาหารไม้เพียงพอ
ก่อนฉีดพ่นปุ๋ยควรรดน้ำต้นกล้วยไม้ให้ชื้น แล้วจึงฉีดปุ๋ยตามเพราะปุ๋ยจะแพร่กระจายดีขึ้นและถูกดูดซึมได้ดีขึ้น วิธีนี้ไม่ทำให้น้ำเข้าไปแย่งที่ปุ๋ย หรือรากกล้วยไม้ดูดปุ๋ยน้อยลง เพราะการดูดน้ำและปุ๋ยของต้นกล้วยไม้แยกกันอยู่คนละช่องทาง
หากไม่สามารถให้น้ำก่อนฉีดปุ๋ย ก็ควรฉีดปุ๋ยเป็นละอองทั้งด้านบน และล่างของใบ และฉีดจนกระทั่งเริ่มมีหยดน้ำไหลลงมาจากใบ

ฉีดพ่นปุ๋ยในช่วงเช้าที่มีอุณหภูมิต่ำแดดไม่จัดและความชื้นสัมพัทธ์สูง เพื่อให้ปุ๋ยคงสภาพเป็นสารละลายให้ต้นดูดซึมได้นานที่สุด

ในวันที่ไม่มีแสงแดดไม่ควรให้ปุ๋ย หากจำเป็นต้องให้ก็ลดความเข้มข้นของปุ๋ยลง

น้ำที่ใช้ละลายปุ๋ยควรเป็นน้ำสะอาด มีตะกอนน้อยมีสภาพเป็นกรดอ่อนหรือเป็นกลาง

ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของเกษตรกร
สกุลหวายช่วงสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงควรให้ปุ๋ยสูตร 10-20-30 อัตรา 80-100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 1-2  ครั้งเพื่อป้องกันดอกร่ว

สกุลหวายช่วงปลายฤดูผนเข้าฤดูหนาว (เดือนตุลาคม - พฤศจิกายน) หากให้ปุ๋ยละลายช้า (สูตร 13-18-10 อัตรา 1/2 ช้อนชาต่อต้น) แล้วให้ปุ๋ยทางใบทุก 2 สัปดาห์จะช่วยให้กล้วยไม้ออกดอกในฤดูแล้งดีขึ้น
กล้วยไม้พันธุ์ที่ทิ้งช่วงออกดอกนานในบางฤดู ควรบำรุงต้นโดยใช้ปุ๋ยสูตรตัวท้ายสูงมาก 1-2 ครั้ง

ลักษณะของกล้วยไม้สกุลหวายที่เกิดจากการใช้ปุ๋ยเรโชเดียวติดต่อกันนานเกินไป

 เรโช 1:1:1 : ต้นอ้วนป้อม มีการต่อยอด
 เรโช 1:2:1 : ดอกดก รากดี ช่อสั้น อาจมีการแตกแขนง
 เรโช 2:1:3 : ดอกไม่ดก แต่ช่อยาว ดอกใหญ่
 เรโช 3:2:1 : ต้นสูงเร็ว ยาวเรียวผอม รากไม่ค่อยดี

 สกุลออนซิเดียม ไม่ควรให้ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูงติดต่อกันนาน เพราะจะทำให้ต้นอ่อนแอ เป็นโรคเน่าได้ง่าย

การผสมปุ๋ยเกล็ดเอง
การผสมปุ๋ยใช้เอง มีข้อดี คือ เสียค่าใช้จ่ายน้อยลง ตัดปัญหาเรื่องปุ๋ยปลอม และสามารถปรับการใช้ปุ๋ยได้ตามต้องการ

ตัวอย่างแม่ปุ๋ย

โมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต
               สูตร 12-60-0

โปแตสเซียมไนเตรท

สูตร 13-0-46

ยูเรีย

สูตร 46-0-0

โปแตสเซียมซัลเฟต

สูตร 0-0-50

ตารางแสดงน้ำหนักแม่ปุ๋ยที่ใช้ผสมปุ๋ยเกล็ดสูตรต่างๆ

แหล่งที่มา : คู่มือการปฏิบัติปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ กองส่งเสริมพืชสวน กรมส่งเสริมการเกษตร

ขอขอบคุณแหล่งความรู้จาก

ชอบกด Like & Share เป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะจ๊ะ




Create Date : 14 ธันวาคม 2555
Last Update : 14 ธันวาคม 2555 15:39:18 น. 0 comments
Counter : 2161 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Mr.Evo_IV
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




[Add Mr.Evo_IV's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com