คลังความรู้เรื่องวิศวกรรมและการเกษตร ที่คนทั่วไปก็สามารถเข้าใจได้

<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
23 พฤศจิกายน 2555
 

การผลิตไม้ตัดดอก "ธรรมรักษา"

ข้อมูลทั่วไป

ชื่อไทย    ธรรมรักษา
ชื่อสามัญ (Common name)     Heliconia
ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name)    Jasminum Heliconia sp.
ชื่อวงศ์ (Family)    Heliconiaceae
ถิ่นกำเนิด (Native)    เขตร้อนของทวีปอเมริกาและหมู่เกาะในแถบทะเลแคริบเบียน


    ธรรมรักษาเป็นพืชล้มลุกข้ามฤดูหรือหลายฤดูลักษณะอวบน้ำยืนต้น (Herbaceous Perenial) ลำต้นใต้ดินแบบเหง้า (Rhizome) คล้ายขิง ส่วนเหนือดินเรียกว่าลำต้นเทียม ซึ่งประกอบด้วย กาบใบเรียงซ้อนสลับกันคล้ายกาบกล้วย ใบมีลักษณะคล้ายใบกล้วย ลักษณะของกอแบ่งออก เป็น 2 ลักษณะคือ

กอแน่น กอลักษณะนี้ เหง้าจะมีข้อชิดกันทำให้หน่อใหม่เกิดชิดโคนต้นเดิมจึงทำให้กอมี ลักษณะแน่น

กอขยายกว้าง กอลักษณะนี้เหง้าจะมีข้อห่างกันทำให้หน่อเกิดใหม่เกิดห่างต้นเดิมกอขยายกว้าง อย่างรวดเร็ว

    ช่อดอกจะเกิดขึ้นที่กลางลำต้นเทียม ช่อดอกประกอบด้วย ก้านช่อดอก (Peduncle) ก้านต่อระหว่าง ใบประดับ (Rachis) ใบประดับ (Bract) ซึ่งรองรับดอกอยู่ เรียงสลับกันเหมือนรูปเรือ ใบประดับ อาจอยู่ในระนาบเดียวกันหรือต่อกันก็ได้แล้วแต่พันธุ์ ใบประดับมีหลายสี (แดง, ชมพู, เหลือง, และแสด) ภายในกลีบประดับจะมีดอกคล้ายดอกกล้วยเล็ก ๆ เรียงกันอยู่แถวเดียว ดอกนี้เรียกว่า ดอกจริง ซึ่งเป็นดอกสมบูรณ์เพศ แต่ละดอกมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ และกลีบดอก 3 กลีบ ทั้งหมดนี้ จะหลอมติดกันเป็นหลอดภายในมีเกสรตัวผู้ 6 อัน ซึ่งจะเจริญเพียง 5 อัน อีก 1 อันเป็นหมัน รังไข่ อยู่ใต้กลีบเลี้ยงและกลีบดอก ภายในมี 3 ช่องเป็นผลนุ่ม เมล็ดคล้ายเมล็ดกล้วย แข็ง ผลสุกมีสี น้ำเงิน ถ้าเป็นชนิดที่มาจากทวีปอเมริกา และมีสีแดงถ้ามาจากหมู่เกาะแปซิฟิก 

1. แสง (Light) พันธุ์ธรรมรักษาที่ปลูกเป็นการค้าส่วนใหญ่จะเป็นไม้กลางแจ้งมีความต้องการแสง 100% เพราะว่าจะมีผลต่อการออกดอกและสีของดอก

2. อุณหภูมิ (Temperature) พบว่ายังไม่มีผลโดยตรงต่อการกระตุ้นการออกดอก แต่ถ้าอุณหภูมิ สูงขึ้นจะกระตุ้นให้ออกดอกเร็วขึ้น ธรรมรักษาแต่ละพันธุ์ต้องการอุณหภูมิที่แตกต่างกันไป เช่น ต้องการอุณหภูมิ 21-35 องศา C และจะหยุดการเจริญเติบโต 10 องศา C

ระยะปลูก ควรใช้ 1 x 1 เมตร ถึง 2 x 2 เมตร รดน้ำเช้าเย็นขณะเริ่มปลูกใหม่ ๆ และช่วงแรกควรอยู่ในร่มก่อนประมาณ 1 เดือน หากต้องปลูก ลงแปลงเลยในช่วงแรกควรพรางแสงด้วยซาแรน

ธรรมรักษาเป็นไม้ดอกเขตร้อนชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น มีการปลูกและนำเข้ามา นานแล้ว ส่วนมากนิยมปลูกไว้ริมน้ำที่น้ำแฉะใช้สำหรับตัดดอกบูชาพระ ปัจจุบันธรรมรักษา ได้รับความนิยมมากขึ้น มีการนำพันธุ์ใหม่ ๆ เข้ามาจากต่างประเทศที่ช่อดอกมีสีสวย ดอกบานทน เพื่อตัดดอกเป็นการค้า เกษตรกรส่วนมากจะปลูกพันธุ์ดอกเล็กสำหรับตัดดอกเป็นการค้า พันธุ์ ดอกใหญ่ยังไม่มีปลูกตัดดอกเป็นการค้ามากนัก โดยมากจะปลูกกันในหมู่นักสะสมพันธุ์เนื่องจาก ต้นพันธุ์ราคาสูงและมีการเจริญเติบโตที่ช้ากว่า

    ธรรมรักษาบางพันธุ์เหมาะสำหรับปลูกดูเล่นเป็นกอ ๆ หรือจัดสวนตกแต่งบริเวณ นอกจากจะปลูก สำหรับตัดดอกใช้ในประเทศแล้วยังมีการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2534 การส่งออก ดอกและต้นธรรมรักษามีมูลค่าถึง 115,489 บาท ประเทศรับซื้อคือ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และซาอุดิอาระเบีย (จากด่านตรวจพืช) ในต่างประเทศมีการปลูกเป็นค้าที่ฮาวาย ฟลอริดาประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศเนเธอร์แลนด์ และประเทศในทวีปอเมริกาใต้ (คอสตาริกา จาไมกา ฮอนดูรัส เป็นต้น) เนื่องจากดอกธรรมรักษามีความสวยงามหลาย หลายขนาดและยังให้บรรยากาศของเมืองร้อน ในอนาคตจึงเชื่อว่าธรรมรักษาจะเป็นไม้ตัดดอกที่อยู่ในความนิยมอีกชนิดหนึ่ง

    ชนิดและพันธุ์ธรรมรักษา ธรรมรักษา ถ้าแบ่งตามลักษณะของช่อดอก จะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือช่อตั้งและช่อห้อย ช่อตั้งมักเรียกว่า ก้ามกุ้ง, ส่วนช่อห้อยเรียกว่า ก้ามกั้ง

ธรรมรักษาพวกช่อตั้ง (Upright)

1. พวก ซิตาคอรัม (H. psittacorum) เป็นธรรมรักษาชนิดเล็กที่มีความสูง 0.6-2 ม. ขยายกอ เป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ช่อดอกตั้งมีลักษณะคล้ายปักษาสวรรค์จึงมีการเรียกชื่อผิดบ้าง ออกดอก ตลอดปี พวกซิตาคอรัมนี้มีหลายพันธุ์ เช่น แซสซี (Sassy-สีชมพู), เลดี้ได (Lady Di-สีแดงเข้ม), แอนโดรมีดา (Andromeda-สีส้มแดง), ฟูเซีย (Fuchsia-สีแดงม่วง), พาราคีท (Parakeet-โคนใบ ประดับสีเหลืองครีม ปลายสีแดงหรือชมพู) และลูกผสมของซิตาคอรัม เช่น โกลเดนทอร์ช (Golden Torch-สีเหลือง) ซึ่งนิยมปลูกตัดดอกขายในปัจจุบันเพราะมีกลีบดอกหนา และสีสดใส
2. พวก สตริกตา (H. stricta) หรือก้ามกุ้งเล็กเป็นธรรมรักษาเล็กอีกชนิดหนึ่งความสูง 0.5-2.5 ม. ช่อดอกตั้งมีลักษณะคล้ายก้ามกุ้ง ใบประดับแบน ออกดอกตลอดปี พันธุ์ต่าง ๆ เช่น จาไมกันแคระ (Dwarf Jamaican-สีแดงหรือชมพู), บักกี้ (Bucky-สีแดง)
3. พวก แองกุสตา (H. angusta) เป็นธรรมรักษาขนาดเล็ก ความสูง 0.6-2 ม. ช่อดอกตั้ง ดอกมีสี สันสดใส และมักจะออกดอกในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ เช่นพันธุ์ ฮอลิเดย์ (Holiday- สีแดง), คริสต์มาสสีส้ม (Orange X’mas-สีส้ม), และคริสต์มาสสีเหลือง (Yellow X’mas-สีเหลือง)
4. พวก บอเจียนา (H. bougaeana) เป็นธรรมรักษาขนาดใหญ่ ความสูง 2-4 ม. ช่อดอกตั้ง มีขนาด ใหญ่ใบประดับอ้วนกลม และมีสีแดงชมพูเป็นมันคล้ายผ้าซาติน
5. พวก บีไฮ (H. bihai) หรือก้ามกุ้งใหญ่ เป็นธรรมรักษาขนาดใหญ่ ความสูง 2-4 ม. ช่อดอกตั้ง คล้ายก้ามกุ้งเสียบไม้ ดอกอาจยาวได้ถึง 16 นิ้ว มีหลายสี บางชนิดออกดอกเป็นฤดูและบางชนิด ออกดอกตลอดปี เช่น พันธุ์คาเมฮาเมฮา (Kamehamaha-สีแดง ปากสีเหลือง), ลอบสเตอร์คลอว์ วัน (Lobster Claw I-สีแดง ปากมีแถบสีขาวใต้แถบสีเขียว), ลอบสเตอร์คลอว์ ทู (Lobster Claw II-สี ส้มแดง ปากมีแถบสีเหลือง), เยลโล่ว์ แดนเซอร์ (Yellow Dancer-สีเหลือง), ชอคโกแลต แดนเซอร์ (Chocolate Dancer-สีชอคโกแลต ปากมีแถบสีเหลืองใต้แถบสีเขียว)
6. พวก แคริเบีย (H. caribaea) เป็นธรรมรักษาขนาดใหญ่ ความสูง 3-4.5 ม. ช่อดอกตั้ง มีขนาดใหญ่และซ้อนกันแน่น ออกดอกตลอดปี เช่นพันธุ์ โกลด์ (Gold-สีเหลืองทอง), เพอพูเรีย (Purpurea-สีแดง), ครีม (Cream-สีเหลืองครีม)
7. พวก แวกเนอเรียนา (H. wagneriana) เป็นธรรมรักษาขนาดกลาง ความสูง 1.8-2 ม. ช่อดอกตั้ง คล้ายกับพวกบีไฮ แต่ใบประดับที่ยังไม่บานมีลักษณะซ้อนกันเหมือนก้างปลา ออกดอกเป็นฤดู เช่น พันธุ์เรนโบว์ (Rainbow-สีเหลืองแกมเขียว แก้มสีแดงหรือชมพู)
8. พวก อินดิกา (H. indica) หรือธรรมรักษาดอกเขียว ความสูง 2-5 ม. ใบประดับจะมีสีเขียว ส่วนใบจริงจะมีได้หลายสีตั้งแต่ เขียวเหลือง, เขียว ไปจนถึงเขียวออกแดง ธรรมรักษาชนิดนี้มักใช้ ใบประกอบการปักแจกัน หรือใช้ตกแต่งสวนเพื่อเพิ่มสีสัน

ธรรมรักษาชนิดดอกห้อย (Pendent)

1. พวก รอสตราต้า (H. rostrata) หรือปากนกแก้ว เป็นธรรมรักษาขนาดกลาง ความสูง 1.5-2 ม. ช่อดอกห้อย ใบประดับมีสีแดง ตอนปลายสีเหลือง ลักษณะคล้ายปากนกแก้ว ออกดอกเป็นฤดู
2. พวก ชาร์เตซี (H. chartacea) เป็นธรรมรักษาขนาดกลาง ความสูง 1.8-2 ม. ช่อดอกห้อยพันธุ์ เซ็กซีพิงค์ (Sexy Pink-สีชมพู)
3. พวก เพนดูลา (H. pendula) เป็นธรรมรักษาขนาดกลาง ความสูง 1.5-2 ม. ช่อดอกห้อย พันธุ์ ไบรท์เรด (Bright Red-สีแดงสด ดอกสีขาว) ออกดอกตลอดปี
4. พวก คอลลินเซียนา (H. collinsiana) เป็นธรรมรักษาขนาดใหญ่ ความสูง 3.6-4.5 ม. ใบประดับสีแดงเข้ม และมักจะมีนวลสีขาวทั่วไป ออกดอกเป็นฤดู

ธรรมรักษาสามารถปลูกได้ดีในดินที่เป็นกรด ไปจนถึงด่างเล็กน้อย (pH ประมาณ 5.4-6.2) ดินควรเป็นดินร่วนซุยมีอินทรีย์วัตถุสูงและระบายน้ำดี ควรใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยสูตร 15-15-15, 16-16-16 ซุปเปอร์ฟอสเฟต ครึ่งช้อนชา คลุกเคล้ากัน รองก้นหลุมก่อนปลูกด้วย

การดูแลรักษา
1. การให้น้ำ ธรรมรักษาเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำแฉะ วิธีการให้น้ำควรให้แบบกล้วยไม้คือใช้เรือเดิน ตามร่องแล้วฉีดพ่นมาบนแปลง ถ้าธรรมรักษาได้รับน้ำไม่เพียงพอจะมีผลต่อคุณภาพของดอกและ อายุการปักแจกัน

2. การใส่ปุ๋ย ธรรมรักษาตอบสนองต่อการให้น้ำ + ปุ๋ย n ในช่วงแรก ของการเจริญเติบโตเราควรใส่ปุ๋ยคอก สลับกับปุ๋ยวิทยาศาสตร์สูตร 16-16-16 เพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโต ทางด้านลำต้นรวมทั้งการแตกหน่อแตกกอด้วย n ช่วงการออกดอก จะใช้ปุ๋ยที่มีธาตุฟอสฟอรัสสูงเพื่อเร่งดอก เช่น 10-30-10 หรือ 13-13-21 และที่สำคัญควรให้ธาตุเหล็กเพิ่มด้วยเพื่อจะทำให้ใบเข้มและสีดอกสด

3. การตัดดอก หลังจากปลูกจนต้นสูงมีใบประมาณ 4-5 ใบก็จะให้ดอก หรืออายุของต้นประมาณ 1 ปี ธรรมรักษาสามารถทำเป็นไม้ตัดดอกได้ ทั้งดอกเล็กและดอกใหญ่ แต่พันธุ์ดอกเล็กปลูกเป็น ไม้ตัดดอกได้ดีสามารถใช้ประโยชน์ได้มาก ส่วนพันธุ์ดอกใหญ่จะให้ปริมาณดอกน้อยกว่า การตัด ดอกในบ้านเรานิยมตัดดอกเมื่อบานประมาณ ฝ -1/3 ดอกแล้ว ส่วนในต่างประเทศนิยมตัดเมื่อเห็น ใบประดับแรกผลิออกมา แต่ดอกยังไม่โผล่ ดอกธรรมรักษาหลังจากตัดดอกจะคงอยู่ในสภาพเดิม จะไม่บานอีกต่อไป

    การตัดดอกประเภทดอกใหญ่จะตัดระดับดิน มักจะริดใบทิ้ง และตัดก้านใบ เหนือช่อดอกเล็กน้อย เพื่อป้องกันการบอบช้ำของใบประดับส่วนดอกเล็กให้ตัดใบและเหลือใบยอดไว้ 1-2 ใบ อายุการปักแจกันจะอยู่ได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ แล้วแต่พันธุ์และการดูแลรักษา ดอกไม้นั้น

4. โรคแมลง และการป้องกันกำจัด
    (1) โรคโคนเน่า และรากเน่าที่เกิดจากเชื้อรา จะเป็นมากในฤดูฝน ควรฉีดพ่นยากันราเดือนละครั้ง
   (2) โรครากปม เกิดจากไส้เดือนฝอย จะทำให้ต้นเหี่ยวทั้งต้น, แคระแกรนไม่สมบูรณ์ เนื่องจาก ไส้เดือนฝอยไปอุดท่อน้ำ และท่ออาหาร ป้องกันกำจัดโดยใช้ยาพวกไวเดทแอลราดลงพื้นเป็นครั้ง คราวเดือนละ 1 ครั้ง

การใช้ประโยชน์
    1. ไม้ตัดดอก
    2. ไม้กระถาง
    3. ตกแต่งสวน

ขอขอบคุณแหล่งความรู้จาก

  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ห้องสมุดความรู้การเกษตร
  • กรมส่งเสริมการเกษตร

ชอบกด Like & Share เป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะจ๊ะ ==>




Create Date : 23 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2555 14:42:52 น. 0 comments
Counter : 1057 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Mr.Evo_IV
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




[Add Mr.Evo_IV's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com